อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 11/4 วันที่ 18 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 11/4 วันที่ 18 ม.ค. 58

"ทำไมเหรอ พี่รุ่ง พี่ใจเค้าจะไปไหนมาไหนต้องคอยรายงานแม่ด้วยเหรอ"
กลุ่มผู้หญิงหัวเราะ รุ่งหน้าแดง
"ชะช้า นังแฟง ปากเอ็งนี่ เดี๋ยวแม่ปั้ดตบกินน้ำพริกไม่ได้สามวันเจ็ดวัน"
"กลัวจ้ะ พี่ กลัวแล้ว กลัวว่าจะกินน้ำพริกอร่อยสามวันเจ็ดวัน"

แฟงแกล้งกระเซ้า กลุ่มชาวบ้านผู้หญิงพากันเชียร์กันเล่นๆขึ้นมา
"เอาเลย แฟง ตบเลย - สู้เค้า นังรุ่ง สู้นังแฟง"


กองเชียร์เฮ รุ่งยุขึ้น พวกผู้ชายพากันหันมอง
"มานี่เลย นังแฟง มาให้ข้าตบสักฉาดสองฉาด"
"ฉันไม่หนีหรอก พี่รุ่ง แน่จริงพี่รุ่งก็ตามให้ทันซี้"
แฟงทำหน้าล้อเลียนใส่ รุ่งวิ่งไล่ตี แฟงวิ่งหนีไปรอบๆเหมือนเด็กกำลังเล่นงูกินหางรอบๆตัวทัพ
เฟื่องหันมองทัพที่ยืนมองไปที่แฟง
"เล่นเป็นเด็กไปได้ เมื่อไหร่เอ็งจะโตวะ แฟง"
เฟื่องได้ยินก็เบาใจ ยิ้มออกมา ทัพหันมาเห็นสายตาเฟื่อง ก็หลบตา เดินไปนั่งกับกลุ่มฟัก
เฟื่องหน้าเศร้าลงที่ทัพทำตัวห่างเหิน สไบปลีกตัวออกมาจากวง ดอกรักลุกขึ้นมองตามสไบ

สไบเดินเร็ว มองหาใจ ชาวบ้านหญิงคนหนึ่งเดินผ่านมา สไบถามขึ้น
"เห็นพี่ใจบ้างมั้ยจ๊ะ"
หญิงส่ายหน้า สไบสีหน้าไม่ดี

ใจเป่าเสียงนกเขาดังขึ้น 3 ครั้ง เป็นสัญญาณ ใจรออยู่พัก เจิดโผล่ออกมาจากในป่า

สไบเดินมาถึงด้านหน้าระเนียดค่าย มีชาวบ้านชายท่าทางกำยำ ที่เป็นเวรยาม 4 คน สไบมองเห็นแล้ว เดินตรงเข้าไปถาม
"พี่จ๋า เห็นพี่ใจ คนที่เพิ่งมาจากสามโก้กับฉัน เดินมาแถวนี้บ้างมั้ยจ๊ะ"
"ไหนน้องสาวลองบอกสิว่า ไอ้ใจ มันสูงต่ำดำขาว หน้าตายังไง"
"สูงๆจ้ะ สูงประมาณเท่านี้"
สไบทำมือ กำลังอธิบายว่าใจลักษณะท่าทางยังไง

ด้านหนึ่งในป่า ใกล้ๆค่ายระจัน ใจกำลังเอาไม้เขียนบนดินเป็นแผนผังของค่ายบ้านระจันให้เจิดดู
"ค่ายระจันมันเอาคลองธรรมชาติล้อมรอบ ด้านหน้าจะเป็นคลองขุด ทำให้เป็นชัยภูมิชั้นดี"
"ยามรักษาการของพวกมันล่ะ"
"เหมือนค่ายใหญ่ๆ มีเวรยามทั้งวันทั้งคืน"
"แล้วคนในนั้นมีอยู่เท่าไหร่"
"ชาวบ้านตอนนี้มีราวแปดร้อย ผู้นำ 11 คน แล้วก็..."
เจิดมองใจที่หยุดคิด แล้วพูดออกมา
"พวกมันนับถือหลวงพ่อธรรมโชติ เป็นพระมีวิชา ผู้นำทุกคนเชื่อถือมาก"
"สยาสั่งให้ดูว่าพวกมันมีอาวุธเท่าไหร่"
"ชาวค่ายมีแต่มีด ไม้ ดาบ มีกองปืนของขุนสรรค์กองหนึ่ง แต่ที่น่ากลัวที่สุดของค่ายบ้านระจันคือความสามัคคี พวกมันมาจากสาระทิศ แต่จิตใจเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมาก เพราะความเจ็บแค้นในกองทัพเรา"
"ยังไงเราก็ต้องทำลายที่นี่ให้ราบ เพื่อไม่ให้คนไทยบางอื่นเอาเยี่ยงอย่างแข็งข้อกับพวกเรา ไม่งั้นเราจะหาเสบียงส่งทัพใหญ่ไม่พอกิน และที่สำคัญพวกค่ายใหญ่ที่ตั้งทัพประชิดกำแพงกรุงโยเดียอยู่ จะได้ไม่ต้องคอยระวังว่าจะมีใครมารอบตีด้านหลัง"
เจิดสั่งใจที่สีหน้าคิดหนัก

สไบเดินมา กลุ่มที่กินเลี้ยงเริ่มเมามาย เสียงเคาะกะลา ร้องเพลงดัง สังข์เมาเต็มที่ลุกขึ้นมารำกับพวกเอิบ ช่วงทั้งๆที่เข่าอ่อน รุ่งเองก็เมาอยู่ใกล้ๆกลุ่มผู้ชาย เอิบ ช่วงพากันรำป้อ
แฟงกำลังปรบมือเชียร์รุ่ง หันไปเห็นสไบเดินเข้ามา
"หายไปไหนมา พี่สไบ ดูสิกำลังสนุกเลย"
"พี่ใจหายไปไหนไม่รู้ แฟง"
แฟงลุกพรวดขึ้น ทัพเดินเข้ามาได้ยินก็ถาม
"เอ็งว่าไงนะ สไบ"
สไบอึกอัก ทัพจ้องคาดคั้น จนสไบต้องพูดออกมา
"พี่ใจจ้ะ ฉันหาพี่ใจไม่เจอ ไม่รู้ไปอยู่เสียที่ไหน"
ทัพนิ่วหน้าสงสัยทันที
"เอ็งสองคนอยู่ที่นี่ พี่จะไปตามหาไอ้ใจเอง"
ทัพเดินเร็วออกไป แฟงกับสไบมองตามสีหน้าไม่ดี

ใจที่กำลังเล่าให้เจิดฟังต่อ
"ส่วนของพ่อค่าย ไม่ให้คนนอกเข้าไปป้วนเปี้ยน แต่ฉันกำลังหาทางตีสนิทพ่อทองเหม็น"
"ถ้าสบโอกาส ไอ้พวกพ่อค่าย ฆ่าใครได้ก็ฆ่าเลย"
"ไม่ง่ายหรอกพี่อูทินลิน... พ่อค่ายทุกคนฝีมือดาบเก่งมาก"
ใจรู้สึกว่ามีคนจ้องอยู่ด้านหลังก็หันขวับไป เห็นดอกรักที่จ้องอยู่
"ชาติชั่ว ไอ้ใจ ... มึงเป็นอังวะ กูนึกแล้วว่าน้ำหน้าอย่างมึงไม่ได้มาดี เสียแรงสไบทั้งรักทั้งไว้ใจมึงที่สุด"
เจิดพรวดเดียว ลุกเข้าถีบดอกรักเข้ากลางอก จนดอกรักหงายกลิ้งไป เจิดเข้าไปชก แต่เจอดอกรักชกกลับเข้าบ้าง ทั้งคู่แลกหมัดกัน คลุกดิน ไม่มีใครแพ้
เจิดกำลังเสียท่า โดนชกจนล้ม ใจพุ่งเข้าไปชกดอกรักคว่ำ ดอกรักซวนเซ เงยขึ้นมา เจอใจโดดศอกเข้ากลางหัวแบบมวยอังวะ
ดอกรักถึงกับยืนไม่อยู่ ล้มลงสลบกับพื้น
เจิดชักดาบออกมาทันที หวังจะแทงดอกรักให้ตายคาที่ ใจกระชากมือรุ่นพี่ไว้
"อย่า"
"มันจะเอาความลับไปบอกทุกคน"
"ถ้ามันตาย คนจะสงสัยฉัน"

เจิดชะงัก มองใจที่สายตาคิดหาทางออก
ดอกรักถูกมัดมือมัดเท้าด้วยเชือก ถูกเจิดลากมาถึงริมน้ำ เจิดวางร่างดอกรักไว้ พร้อมจะถีบลงไป

"มัดฉันไว้กับมัน"
"แกจะจมน้ำตายนะ อองนาย"
"พี่ก็รู้ อูทินลิน ฉันดำน้ำเก่งแค่ไหน มัดฉันไว้กับมัน"
ใจสั่งแววตาเด็ดเดี่ยว เจิดมองอย่างลังเล

ริมคลองอีกด้านในค่าย ทัพที่เดินหาใจ
"ไอ้ใจ มึงไปอยู่ที่ไหนว๊ะ"
ทัพมองแล้วตัดสินใจเดินลัดเลาะไปต่อที่หอกลางสะพาน
"ยามค่าย...เห็นใครออกมาเดินเล่นแถวนี้บ้างไม๊"
ยามส่ายหน้า ทัพงง ไม่รู้จะไปตามที่ไหน

ร่างใจที่ถูกมัดติดดอกรัก เจิดมองนิดเดียว แล้วตัดสินใจถีบร่างดอกรักอย่างแรง ร่างดอกรักที่ดึงร่างใจตกตูมลงไปในคลองด้วยกันทันที
เจิดมองร่างสองร่างที่กำลังไหลไปตามน้ำเชี่ยว ใจพยายามทะลึ่งน้ำขึ้นมาหายใจ ร่างกำลังลอยไปตามน้ำกับร่างของดอกรักที่ผูกติดกัน
ในใต้น้ำ ใจพยายามดำน้ำช่วยพยุงดอกรักให้ไหลไปตามน้ำอย่างทุลักทุเล

บรรยากาศงานแต่งที่คนเหลือน้อยแล้ว กลุ่มผู้ใหญ่พากันกลับบ้าน เหลือแต่กลุ่มผู้ชาย นอนพับหลับกอดไหเหล้ากันระเกะระกะ
เฟื่องกำลังช่วยเก็บกวาดหันมามองเห็นสไบกับแฟงเดินไปเดินมา อย่างกังวล
“แฟง สไบ มีอะไรกันหรือเปล่า”
สองสาวรุ่นหันมามองเฟื่องสีหน้าไม่ดี

ใจพยายามถีบตัว ว่ายทวนน้ำขึ้นไป ดอกรักสลบไม่ได้สติ สำลักน้ำ ใจเร่งเท้า แต่ขาดอกรักไปเกี่ยวพันกับกอไม้ใต้น้ำ ขาดอกรักยิ่งพันเข้ากับกอไม้มากขึ้น ร่างของใจเลยถูกร่างดอกรักถ่วงลงน้ำไปด้วย
ใจพยายามทะลึ่งขึ้นแต่ก็ยิ่งจมน้ำ ดำดิ่งลงไป

บริเวณทางเดินในค่ายระจัน แฟง เฟื่อง สไบเดินเร็วมา สไบถือคบไฟส่องทางพูดขึ้น
“พี่ทัพออกไปตามพี่ใจตั้งนานแล้ว”
“เราช่วยกันสามคนอย่างนี้ ต้องเจอน่ะ สไบ” แฟงบอก
“รีบไปเถอะ ไปทางหลังคลอง” เฟื่องว่า
มุกคนต่างเดินเร็วกันไป

ใจจมดิ่งลงไปมากขึ้นเพราะขาดอกรักที่ติดกอต้นไม้ไต้น้ำ ใจพยายามดิ้นรน ถีบตัวเองให้ดึงร่างดอกรักไปด้วย แต่ใจเริ่มไม่ไหว ทั้งคู่กำลังจะจมน้ำ
จังหวะนั้นเอง ทัพได้กระโดดพุ่งลงน้ำมา แล้วดึงร่างของใจที่กำลังจะจมดิ่งไว้ ใจมองทัพ แล้วมองลงไปที่ดอกรัก ทัพมองตาม เห็นขาดอกรักที่พันอยู่ใต้น้ำ

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 11/4 วันที่ 18 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ