อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 13 วันที่ 20 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 13 วันที่ 20 ม.ค. 58

"เอ็งสองคนนี่เป็นพี่น้องกันได้ยังไงวะ หน้าตาไม่เห็นเหมือนกันเลย ไอ้ใจ ไอ้เจิด"
"พี่น้องหน้าไม่เหมือนกัน มีถมไป"
เจิดตอบแล้วรินเหล้าให้สังข์
"เอ็งไม่สะบาย ทำไมไม่นอนพัก" ขาบถาม

"ค่อยยังชั่วแล้ว ยาแฟงเขาดี แม่แฟงเป็นคนมีน้ำใจช่วยพยาบาลฉัน"
ทัพได้ยินชื่อแฟงก็หันมองเจิด สังข์เห็นสายตาเพื่อนก็แซว
"แต่อย่ามาติดใจนะไอ้เจิด เดี๋ยวจะเหมือนไอ้ใจน้องเอ็ง มาติดผู้หญิงที่นี่ไม่ยอมไปไหน ถึงแฟงมันจะยังไม่เป็นโล้เป็นพายก็เถอะ"


"ทำไมล่ะ"
"นังแฟงมันพี่ชายดุ"
สังข์มองบุ้ยใบ้ไปทางฟัก ฟักจ้องมองเจิดนิ่งๆ เจิดมองแล้วยิ้ม
"โธ่ ฉันรู้จักกับแฟงมาตั้งแต่ตอนหนีจากกระทุ่มด่าน เห็นเป็นน้องเป็นนุ่ง"
เอิบบอก
"เออ .. ถ้าอยากเห็นน้องไม่นุ่งเมื่อไหร่ เอ็งหัวแบะแน่"
วงสังสรรค์เป่าปากขำ ทัพทนฟังไม่ไหว ลุกขึ้นเดินก้าวยาวๆออกไป ทั้งวงมองตามอย่างงงๆ
"ใครเอาไม้แหลมไปแทงตูดพี่ทัพ สะดุ้งพรวดออกไปแบบนั้น" ช่วงถาม
ทุกคนหัวเราะอีก ใจมองตามทัพ เจิดเทเหล้าให้สังข์แบบเอาใจ
"ไอ้ทัพมันกลุ้ม ดันมีน้องสาวสวยเพิ่มมาอีกคน"
"ห้ามนะ ไอ้เจิด ข้าจองไว้แล้ว น้องแฟงเป็นของข้า" เอิบบอก
ฟักไม่พูดอะไร ถีบเอิบร่วงจากแคร่
"ถามตีนกูก่อนมั้ย ไอ้เอิบ"
"เฮ้ย..ไอ้ฟัก กูล้อเล่น"
เอิบคลำตูดป้อย พวกผู้ชายหัวเราะชอบใจ

ทัพเดินมาสีหน้าเคร่งขรึมนิ่งคิด สิ่งที่สังข์พูด ขณะที่เดินมา สายตามองไปเห็นแฟงยืนพิงต้นไม้ มองเหม่อไปไกล แฟงรู้สึกว่ามีคนมอง หันมาเจอทัพ
ทัพรีบชิงพูดขึ้นก่อน
"แฟง ..อย่าเพิ่งไปไหน คุยกันก่อน"
"จะมาห้ามมาหวงอะไรฉันอีกล่ะ"
ทัพยิ้มแห้งๆเข้าไป
"อย่าประชดประชันพี่นักเลย แฟงอยู่ที่นี่ สบายดีมั้ย"
"ก็ไม่เจ็บ ไม่ไข้ ถามทำไม"
"โธ่ แฟง"
"ไม่มีอะไรจะพูด ก็ไม่ต้องทักหรอก"
แฟงจะเดินหนี ทัพดึงแขน รั้งไว้ แฟงหันมามอง ทัพเดินเข้าใกล้
"เอ็งนี่เจ้าแง่แสนงอนไม่เลิก"
"อีแฟงมันก็เป็นของมันแบบนี้"
"พูดกันดีๆเหมือนเดิมได้มั้ย แฟง"
"พี่กับฉันเคยพูดดีกันตอนไหน"
"ก็ตอนที่เอ็งอ้อน พี่ทัพจ๋า ฉันยอมทุกอย่าง ขอให้พี่ทัพสอนดาบฉันนะ"
ทัพทำหน้าล้อเลียน แฟงเริ่มอาย
"พี่ทัพจ๋า"
แฟงเหวี่ยงหมัดน้อยๆทุบลงไปบนอกทัพ ทัพรวบมือแฟงไว้ หัวเราะไม่ถือสา
"เอ็งยิ้ม เอ็งหัวเราะให้พี่เหมือนก่อนเถอะ แฟง พี่เห็นแล้วชื่นใจ"
แฟงเขิน แต่ก็ทำปากแข็ง กวนกลับไป
"ฉันก็อยากจะยิ้มให้คนอื่นชื่นใจบ้าง"
ทัพใจหายวูบ
"พี่ก็ห้ามก็หวงเอ็งไม่ได้หรอก แฟง พี่เองจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้"
"พี่ทัพ ผีเจาะปากหรือไง"
"เอ็งก็รู้ ยามศึกแบบนี้ ทุกลมหายใจมีไว้รักษาแผ่นดิน วันไหนที่พี่ออกไปรบ แล้วไม่ได้กลับมา"
แฟงทนฟังไม่ได้ รีบเอามือบีบปากทัพ
"อย่าพูด ฉันไม่อยากฟัง"
ทัพดึงมือแฟงออกเบาๆ สองสายตามองกัน
"พี่ทัพฝีมือดาบเก่งเป็นที่หนึ่ง พี่ต้องสู้จนข้าศึกคนสุดท้ายมันสิ้นใจลงที่นี่"
แฟงยิ้มให้ทัพอย่างมีกำลังใจ ทัพมองแล้วปลื้มใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"อย่างนี้ซิ ยามศึกอย่างนี้เอ็งจะมาทะเลาะกับพี่ทำไม พี่อยากได้กำลังใจนะแฟง"

ทัพกับแฟงยิ้มให้กัน ความรู้สึกขุ่นใจหายไป ต่างคนต่างยิ้มให้กันอย่างรู้สึกดี
ฝ่ายเฟื่องกำลังนั่งกินมะยม สีหน้าอร่อย สไบหอบเอามาให้อีกกอง มองอย่างเข็ดฟันแทน

"เฟื่องไม่เข็ดฟันหรือจ๊ะ มะยมทั้งกองแบบนั้น"
เฟื่องมองมะยมแล้วยิ้ม
"ไม่รู้เป็นอะไร พักนี้อยากเปรี้ยว"
สไบมองไปด้านหลังเห็นขาบเดินมาหยุดมองเฟื่อง สไบสงสาร
"ฉันเข้าเรือนก่อนนะเฟื่อง"
เฟื่องมองสไบงงๆ สไบรีบเดินไปเรือนของตัวเอง เฟื่องหันมา เห็นขาบขึ้นมานั่งข้างๆ
เฟื่องชักสีหน้า แต่ขาบมองเฟื่องด้วยความคิดถึง
"เฟื่องเป็นยังไงบ้าง"
เฟื่องไม่อยากตอบ จะลุก ขาบยื่นมือไปกุมมือเฟื่องไว้
"คุยกับพี่ก่อน ... สักนิดเถอะนะ"
ขาบยิ้มให้เฟื่อง
"เฟื่องชอบมะยมเหรอ พรุ่งนี้พี่จะเก็บมาให้"
"ไม่ต้องหรอกพี่ขาบ อย่าลำบากเลย ฉันเก็บกินเองได้"
"เมื่อไหร่เฟื่องจะไปอยู่ที่เรือนพี่"
"ฉันต้องดูแม่ แม่แกยังไอ"
"เฟื่องคงไม่อยากเจอพี่"
"พี่ก็รู้ว่าฉันคิดยังไง แล้วจะถามให้เจ็บใจตัวเองทำไม"
ขาบยิ้มเศร้า ลุกขึ้น
"ไม่เป็นไร พี่รักเฟื่อง ถึงเฟื่องเกลียด พี่ก็ยังรัก พี่รักของพี่ ได้เห็นเฟื่อง ได้คุยกับเฟื่องบ้าง แค่นี้ก็ยังดี"
ขาบยิ้มให้ เฟื่องมองหน้าขาบ รู้ว่าตัวเองทำใจให้รักขาบยังไม่ได้

ผู้ชายในวงเหล้านอนระเกะระกะ ใจมองไปที่ทุกคน แล้วมองมาที่เจิดที่กอดไหเหล้าหลับอยู่
ใจลุกขึ้น เดินออกไป เจิดขยับเดินมาใกล้ใจ ไม่มีท่าทางคนเมาแม้แต่น้อย
เจิดพูดกับใจให้ได้ยินกันสองคน
"สยาอยากเจอแก"
ใจสีหน้าไม่ดีขึ้นมาทันทีที่ได้ยินว่า จอกยีโบ หรืออาจารย์อยากพบตัว

กองบัญชาการอังวะ ค่ายเกียกกายวิเศษไชยชาญ เวลากลางคืนต่อเนื่องมา จอกยีโบ หรือ จาด ยืนอยู่ในชุดราชครูคนหนึ่งประจำสำนัก ทหารอังวะหลายคนที่ยืนตั้งแถวรอรับแม่ทัพคนสำคัญอยู่ด้านหลัง
ใจหรืออองนายก้าวเข้ามา ตามเจิดหรืออูทินลิน ทั้งคู่อยู่ในชุดนายทหารแห่งราชสำนักอังวะ
จอกยีโบมองเห็นอองนายศิษย์รัก ก็ตบหน้าอย่างแรง! อองนายไม่ตอบโต้ ก้มหน้ารับผิด
"ข้าเสียใจที่มีศิษย์อย่างแก อองนาย ทำไมถึงไม่ทำตามที่ข้าสั่ง เลิกยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงไทยได้แล้ว"
อูทินลินได้แต่มอง ไม่กล้าออกความเห็นใดๆ
อองนายบอก
"สไบทำให้ข้าอยู่ที่นั่นได้ ไม่มีใครสงสัย"
"กล้าโกหกข้าตั้งแต่เมื่อไหร่ แกหลงผู้หญิง คอยตามช่วยมันทุกครั้ง อองนาย ผู้หญิงเขาคบแกเพราะนึกว่าแกเป็นพรานป่า เขาไม่รู้ว่าแกเป็นอังวะ"
อองนายอึ้งเงียบ เถียงไม่ออก จอกยีโบสำทับ
"อองนาย...ทำตามหน้าที่ หน้าที่ของเราคือสืบข่าวมาแจ้งให้กองทัพ เพื่อให้กองทหารเข้าทลายไอ้ค่ายระจันนี้ให้แหลก อย่าให้พวกมันรวมตัวกันแข็งข้อกับเราได้"
"ข้ากำลังทำ สยา ข้าไม่เคยลืมว่าข้ามาที่นี่ทำไม ข้าต้องทำให้กองทัพของเราได้เปรียบเหนือโยเดีย ข้าต้องสอดแนบเอาความลับมาให้กองทัพเราให้ได้"
จอกยีโบมองอองนาย ด้วยสายตาคาดคั้น
สุรินทรจอข่อง แม่ทัพคนสำคัญขี่ม้ามากับนายทหารติดตาม 4 คน
จอกยีโบ อองนาย อูทินลิน ออกมารับ ทำความเคารพ
"ท่านสุรินทจอข่อง"
สุรินทจอข่องมองอองนาย อูทินลิน แล้วเอ่ยถามจอกยีโบ
"นี่หรือ ทหารสอดแนมของท่าน จอกยีโบ"
"ข้าชื่ออูทินลิน ปลอมเป็นพรานป่าไปกับอองนาย ปนอยู่กับพวกชาวบ้านคนไทย"
"เพลานี้ไอ้พวกระจันมันฆ่ากองทหารของเราตายไปหลายร้อย พวกมันเป็นใคร"
"มันเป็นชาวบ้านมาจากหลายที่ ทั้งทุ่งคำหยาด กระทุ่มด่าน ศรีบังทอง สามโก้ ทุกคนหนีภัยศึกมารวมกันที่บ้านระจัน ไม่มีกองทหารหลวง บ้านระจันเป็นแค่กลุ่มชาวบ้าน" อูทินลินบอก

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 13 วันที่ 20 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ