อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 13/3 วันที่ 21 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 13/3 วันที่ 21 ม.ค. 58

"บัดนี้มากันพร้อมมูลมากหลาย ครบเป็นกองทหารแล้ว ศึกนี้พวกเจ้าจำต้องสู้เพื่อป้องกันลูกเมียพ่อแม่ที่เคารพรัก ก็ขอให้ตั้งมั่นในความกตัญญู มิใช่คิดแต่จะแก้แค้นถ่ายเดียว จงอาสาสู้...เอาชีวิตเลือดเนื้อถวายให้แก่แผ่นดินและเจ้าชีวิต หาใช่สู้เพราะความคึกคะนอง แล้วสวัสดีมีชัยจะเกิดแก่พวกเจ้า"

ทัพมองหลวงพ่อด้วยสีหน้า แววตานับถือ นักรบทุกคนแววตาฮึกเหิม
หลวงพ่อหยิบประเจียดออกมาถือไว้


"ประเจียดมงคลของอาตมา คือความห่วงใยแทนตัว ขอมอบให้นักรบบ้านระจัน จงปลอดภัยกลับมาทุกคน"
ทุกคนก้มลงกราบด้วยความศรัทธา
หลวงพ่อสวมประเจียดลงให้ที่หัวเมืองและดอกไม้ก่อน แล้วตามมาด้วยทัพ สังข์ ขาบ เคลิ้ม เอิบ ช่วง

นักรบคนอื่นๆต่างทยอยเข้าไปเรื่อยๆ
ทัพและคนอื่นๆเดินออกมาจากในโบสถ์ หยิบดาบของตัวเองที่วางอยู่บนแคร่หน้าโบสถ์ เตรียมพร้อมจะออกไปรบ ลูกเมียที่คอยอยู่ด้านหน้า ต่างเข้ามาอวยพรให้ด้วยความเป็นห่วง

แฟงยืนมองอยู่อีกด้านรีบเข้ามาหาทัพ
"พี่ทัพ ระวังตัวด้วยนะ เขาพูดกันว่ามันมากันมากกว่าเก่า"
"มันจะมากแค่ไหน ข้าก็จะสู้ เอ็งดูแลแม่พี่ด้วยนะ"
"พี่ไม่ต้องห่วง น้าจันทร์ก็เหมือนแม่ฉัน"
เจิดกับใจตามมาทางด้านหลัง ยืนอยู่ห่างๆไม่มีอาวุธ
"แล้วพี่เจิดพี่ใจไม่ไปช่วยพี่ทัพรบด้วยหรือ"
"เออ..ให้ฉันออกไปด้วยก็ได้นะ" เจิดบอก
"อย่าเลย เจิด เอ็งยังไม่หายดี ลำพังพวกข้า พี่ทัพ ไอ้สังข์ ไอ้ขาบ พวกมันก็ยับหมดแล้ว" ฟักบอก
"ฉันยังไม่เคยได้รบกับพวกอังวะเลย" เจิดบอก
"ศึกนี้ไม่จบเร็วหรอก เก็บแรงเอ็งไว้ เอ็งได้ฟันกับพวกอังวะแน่ ไอ้เจิด ไอ้ใจ" สังข์ว่า
แฟงเข้ามากอดพี่ชาย น้ำตาคลอ
"มีชัยสวัสดีกลับมานะพี่"
"ไม่ต้องห่วง แฟง พี่จะกลับมา"
ฟักเดินออกไป คนอื่นๆตาม ทัพมองแฟงที่ยิ้มให้อย่างเป็นกำลังใจ

บริเวณประตูระเนียดค่าย นักรบบ้านระจันยืนอยู่เต็มลานค่ายพร้อมรบ ทองเหม็น, พันเรือง, ยืนอยู่บนประรำให้กำลังใจ ปลุกขวัญนักรบอยู่
"พวกเราชาวบ้านระจัน สู้ตาย แผ่นดินนี้ต้องเป็นของเรา" ทองเหม็นว่า
นักรบฮึกเหิมร้อง "เฮ"
พันเรืองบอก
"พี่น้องทั้งหลาย ออกไปรบไล่ไอ้พวกอังวะให้พ้นแผ่นดินเราเถิด"
"เฮ"
"นักรบระจัน ออกไปฆ่ามัน"
"เฮ"
ทองแก้ว ดอกไม้ เฮ...นำขบวนนักรบชายเดินออกประตูระเนียดค่ายทันที
โชติกับเมือง เฮ...นำชายฉกรรจ์อีกขบวนออกไป
หลวงพ่อธรรมโชติยืนเด่นอยู่บนซุ้มประตูค่าย ประพรมน้ำมนต์ลงมาให้กับเหล่านักรบที่กำลังเดินผ่านประตูออกไป
สาวชาวบ้านพากันโปรยดอกไม้ แฟง เฟื่อง สไบ จวงที่อยู่ในขบวนโปรยดอกไม้
ทัพ สังข์ ขาบ ฟัก เคลิ้ม เอิบ ช่วง อยู่บนหลังม้า ปิดท้ายขบวนออกไป
ทัพมองไปที่แฟงที่โปรยดอกไม้ให้ ทัพยิ้มกับแฟง จวงโปรยดอกไม้ไปโดนเข้าที่หัวสังข์ สังข์คลำหัวแต่ก็ยิ้ม
ขาบมองหาเฟื่อง เฟื่องถือดอกไม้ไว้ ก่อนจะตัดสินใจโปรยไปที่ขาบ ขาบยิ้มชื่นใจ
กลุ่มผู้หญิงโปรยดอกไม้ด้วยสีหน้าสดชื่น
ใจ เจิด ยืนมองอยู่กับชาวบ้าน มองขบวนนักรบด้วยสายตาที่ยากใครจะอ่านออก

เฟื่องหน้ามืดนั่งลง แฟงกับจวงเดินคุยกันตามมาทางด้านหลัง
"ทัพอังวะมันต้องแหลกด้วยฝีมือพวกเรา"
เฟื่องสีหน้าเพลีย จวงมองแล้วถามขึ้น
"พี่เฟื่อง ไปพักที่เรือนก่อนมั้ยพี่"
แฟงหันมามอง
"พี่เฟื่องเป็นอะไร"
"น้าเฟี้ยมบอกว่า .. พี่เฟื่องท้อง" จวงบอก
รุ่งเดินเข้ามาได้ยินก็พรวดถามทันที
"ฮ้า เฟื่องท้อง ท้องกับใคร"
"พี่รุ่ง ปากเหรอนั่น พี่เฟื่องเค้ามีผัวแล้วนะ พี่ขาบไง" จวงว่า
"ฮึ ... ผัวเมียประสาอะไร ไม่เคยอยู่เรือนเดียวกัน"
"ไอ้พวกตาบอดสอดตาเห็นนี่ระวังเถอะ ส่ายลูกตาแอบดูชาวบ้าน ระวังแม่จะควักลูกตาออกมาเตะเล่น"
แฟงดุใส่ รุ่งวิ่งหนีไปทันทีเพราะกลัวฤทธิ์แฟง แฟงหันมาทางเฟื่อง
"พี่เฟื่องอย่าไปสนใจเสียงนกเสียงกา พี่เฟื่องต้องสวดมนต์ไหว้พระ ต้องอธิษฐานให้พี่ขาบชนะกลับมา"
"พี่ท้อง"
"ทำไมล่ะ พี่เฟื่องท้อง ทำไมพี่เฟื่องไม่ดีใจ"
เฟื่องยิ้มเจื่อนเต็มที ทุกคนมอง เฟื่องหลบตา
"ดีใจสิ พี่ต้องดีใจ"

แฟงกุมมือพี่สาวไว้ เฟื่องมองน้องสีหน้าสับสน บอกไม่ถูกว่าดีใจหรือเสียใจที่ท้องกับขาบ
กองทหารอังวะที่มีมากมาย เคลื่อนพลมาตามแนวป่า งาจุ่นหวุ่นอยู่บนหลังม้า มองไปแล้วพูดขึ้นด้วยลำพองใจ

"พวกเอ็งคอยดู ชาวบ้านไร้วินัยศึกแค่หยิบมือ ไม่ทันตะวันคล้อย ก็จะถูกตีนม้าข้าย่ำหัว จนวิ่งเข้าค่ายไม่ทันทีเดียว"
งาจุ่นหวุ่นเคลื่อนทัพมา พอพ้นแนวป่า มองเห็นไม่มีใครเลย
ตะวันตรงหัว งาจุ่นหวุ่นมองท้องฟ้า
"ไม่เห็นเป็นอย่างข่าวลือ พวกเราเดินทัพมาจนจะถึงบ้านระจันมันอยู่แล้ว ไม่เห็นหัวพวกมันออกมาสกัดกั้นทัพเราสักนิด หรือมันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปตั้งแต่ได้ยินเสียงกองม้าเราหายใจแล้ว"
งาจุ่นหวุ่นกับทหารรายรอบหัวเราะ ไม่ทันระวัง
ด้านหลังแนวป่า ทองแก้ว ดอกไม้กับนักรบบางระจันก้าวออกมา งาจุนหวุ่นไม่ทันระวัง พอเห็นว่าถูกล้อมก็ตกใจ
ดอกไม้ประกาศก้อง
"บ้านระจันรบ"
ทุกคนขานรับ "รบ รบ"
สิ้นเสียง นักรบบางระจันชูดาบ พุ่งเข้าหาทัพของงาจุ่นหวุ่น ฝ่ายทหารอังวะไม่ทันตั้งตัว โดนฟันตายล้มหลายคนทันที
ทองแก้ว ดอกไม้ กับนักรบ ตะลุยฟันจนทัพอังวะจนแตกไม่เป็นขบวน งาจุ่นหวุ่นมองตกใจ ควบม้าฝ่าถอยไปอีกด้าน เพื่อตั้งหลัก
ม้าของทหารหลายคนตามงาจุ่นหวุ่นไปทันที ทหารอังวะแตกพ่าย หลายคนกำลังจะหนีหลบเข้าไปในแนวป่า เมือง กับ โชติ พาพวกอีกกลุ่มพุ่งเข้ามาดักไว้ ทหารอังวะที่ไม่คิดว่าจะถูกตลบหลัง โดนฆ่าฟันลงอย่างมาก

งาจุ่นหวุ่นกับทหารกลุ่มหนึ่งควบม้ามาหยุดรอกลางป่า
"พวกมันหลอกเรา จัดกระบวนม้ากลับไปช่วยพวกเราเร็ว"
งาจุ่นหวุ่นพูดด้วยความโกรธ ตั้งแถวม้าหันหน้าไปสู้นักรบบางระจัน เสียงฝีเท้าม้ามาทางด้านหลัง งาจุ่นหวุ่นกับพวกหันไป เห็นทัพนำกองทัพม้า บ้านคำหยาดโผล่ออกจากแนวป่า
ทัพชูดาบ ควบอ้ายเลานำเข้าไป ทุกคนควบม้าตาม งาจุ่นหวุ่นตกใจ
"กองม้าบ้านคำหยาด ตะลุมบอน"
กองม้าคำหยาดเข้าตะลุมบอนกับอังวะอย่างดุเดือด
ทัพพูดไป สู้ไป
"ถ้าพวกมึงไม่กลายเป็นผีเฝ้าป่าบางระจัน พวกกูก็จะไม่ถอยเข้าค่ายอย่างเด็ดขาด บางระจัน... รบ"
ทหารงาจุ่นหวุ่นทุกคนพยายามสู้เอาตัวรอด ทัพ สังข์ ขาบ และทุกคนรบบนหลังม้าด้วยความคล่องแคล่ว งาจุ่นหวุ่นตกตะลึง พยายามจะหนี ทัพฟันทหารล้มทั้งม้าทั้งคนไปหลายศพ ก่อนจะพุ่งม้าฝ่าเข้าไปที่ตัวงาจุ่นหวุ่นที่กำลังจะหนีทันที

ทองแก้ว ดอกไม้ เมือง โชติ ฟันทหารอังวะล้มตายลงเกือบทั้งหมด ศพทหารอังวะเกลื่อนดิน ท่ามกลางนักรบบางระจันที่เลือดข้าศึกโทรมกาย

ทัพพุ่งม้าเข้ามาฟัน งาจุ่นหวุ่นบนหลังม้าชักปืนออกจากข้างเอว ขาบที่ฟันทหารอังวะล้มลง หันมาเตือน
"ทัพ ระวัง"
ขาบพุ่งม้าเข้าขวาง งาจุ่นหวุ่นยิงเปรี้ยงออกไป กระสุนปืนยิงโดนไหล่ขาบ กระดอนตกจากหลังม้า
"ไอ้ขาบ"
ทัพหันไปมองขาบ งาจุ่นหวุ่นได้ที ควบม้าหนีอย่างเร็ว ทหารอังวะกำลังจะถอยม้ามาเหยียบร่างขาบบนพื้น
ทัพพุ่งม้าเฉียดไปฟันร่างทหารอังวะล้มลง แล้วโดดลงจากหลังอ้ายเลา ลากร่างขาบให้ห่างออกมาก่อน

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 13/3 วันที่ 21 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ