อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 13/4 วันที่ 21 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 13/4 วันที่ 21 ม.ค. 58

ทัพหันไปมองขาบ งาจุ่นหวุ่นได้ที ควบม้าหนีอย่างเร็ว ทหารอังวะกำลังจะถอยม้ามาเหยียบร่างขาบบนพื้น
ทัพพุ่งม้าเฉียดไปฟันร่างทหารอังวะล้มลง แล้วโดดลงจากหลังอ้ายเลา ลากร่างขาบให้ห่างออกมาก่อน
กลุ่มสังข์และทุกคนฟันทหารอังวะล้มตายลงทั้งหมด ทุกคนลงจากหลังม้า มองทัพที่พยุงร่างขาบ
"ตามมันไป ทัพ ไม่ต้องห่วงข้า"

ทัพและทุกคนที่วิ่งมาดูขาบ ก่อนสติขาบจะดับวูบไป

เวลาต่อเนื่องมา เฟื่องนั่งสีหน้าไม่ดี แฟง จวง สไบอยู่ใกล้
"พี่เฟื่องน่าจะนอนพักในเรือน"


"พี่ไม่ได้เป็นอะไรมาก แฟง"
จวงบอก
"นั่งรอพวกผู้ชายอยู่เฉยๆ มันก็กลุ้มนะ"
"ห่วงพี่สังข์ล่ะสิ" สไบบอก
"ห่วงอะไร สไบพูดไปเรื่อย"
แฟงมองพี่สาว เฟื่องแตะที่ท้องเบาๆ แฟงกุมมือให้กำลังใจ เฟื่องมองน้องสาว
เสียงกลองดังรัวมาจากด้านหน้าค่าย ทุกคนพอได้ยินก็ตื่นเต้น
"เสียงกลอง พวกไปรบกลับมาแล้ว" แฟงบอก

แฟง สไบ จวงยิ้มมองกัน เฟื่องทั้งตื่นเต้น ทั้งกังวล
บริเวณหอกลอง ชายฉกรรจ์ร่างกำยำกำลังตีกลองอยู่ บรรดานายค่ายและชาวบ้านพากันเดินออกมารอรับพวกไปรบอย่างตื่นเต้น

แท่น อิน พันเรือง ขุนสรรค์ ทองเหม็น ทองแสงใหญ่ จันทร์หนวดเขี้ยวพากันเดินมาจากเรือนพ่อค่ายออกมารับที่ลานระเนียดค่าย
ประตูค่ายเปิดออก ดอกไม้ เมือง เดินนำนักรบที่เลือดโทรมกาย แต่โห่ร้องด้วยความดีใจที่ได้ชัยชนะเหนือทหารอังวะกลับเข้ามา
ชาวค่ายบ้านระจันโห่ร้อง ต้อนรับ พวกลูกเมียต่างวิ่งเข้าไปกอดกัน นักรบทุกคนสีหน้ายินดี พ่อลูก แม่ลูกกอดกันอย่างดีใจ
พวกนายค่ายต่างดีใจเข้าไปกอดไปไหว้กัน แล้วยืนดูชาวบ้านที่ตั้งใจรบอย่างภูมิใจ
"พ่อดอกไม้ พ่อเมือง ทำได้ดีมาก ดีจริงๆ" แท่นบอก
"แต่ตัวหัวหน้าแม่ทัพมันหนีกลับไปได้" ทองแก้วว่า
ทองเหม็นบอก
"ช่างหัวมัน ให้มันกลับไปรายงานแม่ทัพใหญ่มันว่าพวกระจันสู้ตายแค่ไหน"
พันเรืองมองไปรอบๆแล้วไม่สบายใจ หันมาถามดอกไม้
"แล้วพ่อทองแก้วกับพ่อโชติละ"
ดอกไม้ยิ้มๆบอก
"เดี๋ยวก็ตามมา...ข้าขอไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวจะได้มาฉลองกัน"
ดอกไม้ กับ เมืองเดินออกไป พ่อค่ายต่างมองหน้ากันอย่างแปลกใจกับคำพูดของดอกไม้
ลูกเล็กๆวิ่งไปกอดพ่อ พ่อแบกขึ้นขี่คอกลับบ้าน นักรบชายลงกราบแม่
เอิบ ช่วง นำนักรบหลายคนที่บาดเจ็บจากการโดนฟัน มีเพื่อนๆพยุงร่างกลับเข้ามา
ชาวค่ายหลายคนรีบเข้าประคอง เอาน้ำในกระบอกส่งให้กิน แล้วพาแยกไปที่เรือนคนเจ็บ
ช่วงมองหาพระอาจารย์ธรรมโชติ
"เอิบ..พระอาจารย์ล่ะ"
"อยู่ที่วิหารมั้ง"
ช่วงวิ่งไปทางวิหารพระอาจารย์ทันที เอิบวิ่งตาม
แฟงเดินฝ่ากลุ่มคนขึ้นมามองเห็นขบวนท้ายสุด ทัพขี่อ้ายเลานำกองม้ากลับเข้ามา แฟงยิ้มดีใจเมื่อเห็นทัพ ทัพมีแผลที่หน้าผาก-เลือดซิบๆ
ทัพมองเห็นแฟงท่ามกลางกลุ่มคนก็ใจชื้น ยิ้มออกมา แฟงเดินมาใกล้อ้ายเลา ทัพโดดลงจากม้า
"เฟื่องอยู่ไหน"
แฟงหน้าสลดลงไป ทัพบอกเร็ว
"ไอ้ขาบมันเจ็บ"
แฟงหันไปมอง เห็นขาบที่นอนสลบมาบนหลังม้า แฟงสีหน้าตกใจ

ช่วง กับ เอิบ วิ่งเข้าไปในวิหารอย่างรวดเร็ว พระอาจารย์ธรรมโชติ นั่งสงบนิ่งอยู่มุมหนึ่งในวิหาร ทั้งคู่วิ่งมาทรุดลง คลานเข้าไปกราบ
พระอาจารย์พูดทั้งๆที่ยังหลับตา
"กลับกันมาแล้วหรือ"
"ขอรับพระอาจารย์....ข้าฟันพวกมันตายไปราวๆ สามสิบคน" ช่วงบอก
"ข้าฟันมันได้มากกว่าไอ้ช่วง...น่าจะเกือบสี่สิบ" เอิบบอก
"ถ้าได้บวชจะล้างบาปได้ไม๊หลวงพ่อ" ช่วงว่า
พระอาจารย์นิ่ง ไม่พูดใดๆ

แฟงวิ่งกลับมาที่หน้าเรือน
"พี่เฟื่อง พี่ขาบ พี่ขาบ"
ทุกคนตกใจ มองแฟงที่ยังหอบหายใจ เฟื่องลงจากเรือนมาจับแขนแฟง
"พี่ขาบเป็นอะไร"
เฟื่องถามเร็ว น้ำเสียงเป็นห่วง

ทัพประคองขาบนั่งพิง แฟงกับเฟื่องเข้ามา ทัพเอ่ยบอก
"พวกข้าศึกแพ้เพราะไม่คิดว่าเราจะเตรียมแผนรบไปอย่างดี แบ่งกันแยกเข้าตี แต่ไอ้ขาบมันถูกกระสุน เพราะช่วยพี่ไว้"
ขาบกัดฟันมองไปที่เฟื่อง
"ฉันไม่เป็นไร"
"เลือดยังออกไม่หยุด"
เฟื่องหันไปคว้าผ้ากดลงไปตรงแผลที่ไหล่ ขาบมองแล้วแตะมือเฟื่องเบาๆ
"เฟื่องห่วงพี่หรือ"
ทัพมองภาพขาบกับเฟื่องที่ห่วงใยกัน
แฟงลอบมองหน้าทัพ ทัพหันมาเห็นสายตาแฟงพอดี สังข์วิ่งเข้ามาพร้อมกับหมอ
"พ่อหมอมาแล้ว"
หมอชาวบ้านตรงมาที่ขาบ เฟื่องปล่อยมือ ให้หมอดูแผล
"ทนหน่อยนะไอ้ขาบ ข้าต้องเอาลูกเหล็กออก แล้วเอ็งจะหายเจ็บ"
หมอหยิบมีดออกมา เฟื่องมองกลัว ขาบเอื้อมมือมากุมมือเฟื่อง เฟื่องบีบมือขาบไว้อย่างให้กำลังใจ สังข์เอาผ้าคาดให้ขาบกัด
ทัพ แฟงมองขาบอย่างให้กำลังใจ
"อดทนนะ ไอ้ขาบ"
จวงถือกาน้ำร้อนเก่าๆเข้ามาวางใกล้หมอ
"น้ำร้อนมาแล้ว"
หมอเอามีดลวกลงในกาน้ำร้อนเก่าๆ
ขาบมองมีดที่หมอยกขึ้นมาตรงหน้า เฟื่องมองกลัว บีบมือขาบ ทัพ สังข์ยิ้มให้กำลังใจ แฟง จวงบีบมือกันด้วยความกลัว
ขาบพยักหน้าว่าพร้อม หมอกดมีดลงไปที่แผล เฟื่องเบือนหน้าหนีด้วยความกลัว ขาบเจ็บปวดมาก กัดผ้าจนเหงื่อหยดเม็ดใหญ่
เฟื่องเข้ามาประคองหัวขาบไว้ในอก ขาบสีหน้าอดทน หมอผ่าเอากระสุนออกมา
ขาบหายใจแรง
"เฟื่อง"
ขาบพูดได้แค่นั้นก็หมดสติลง เฟื่องกอดประคองขาบไว้ ทัพทอดสายตามองเฟื่อง แล้วลุกออกไปเงียบๆ

แฟงมองตามทัพด้วยสายตาสงสัยท่าทีของทัพว่า ยังอาลัยรักในตัวเฟื่องอยู่ไม่น้อย
ในป่าเขตบางระจัน เวลาเย็นต่อเนื่อง งาจุ่นหวุ่นพุ่งม้ามาอย่างเร็ว เพื่อหนีการตามล่า แต่ม้าเหนื่อยอ่อน ล้มลง นายทัพฝ่ายอังวะกลิ้งตกจากหลังม้า กลิ้งไปหลายตลบ ก่อนจะหยุดที่ปลายเท้าม้าตัวหนึ่ง

งาจุ่นหวุ่นเงยมอง เห็นเยกินหวุ่นบนหลังม้ากับทหารนับร้อยคนที่ตามมาสมทบ
"เยกินหวุ่น ช่วยข้าด้วย พวกมันฆ่าคนของเราไม่เหลือเลย"
แววเยกินหวุ่นตาลุกวาวด้วยความแค้น

เยกินหวุ่น แม่ทัพอีกคนนำทหารเดินเท้าใกล้เข้ามา ทุกคนมาหยุดที่ลานโล่ง
"เราจะบุกไปแก้แค้นให้ทหารของเรา ตีมันให้ถึงค่าย"
เยกินหวุ่นสีหน้ามั่นใจ แต่ไม่ทันระวัง นักรบบางระจันนำโดยโชติกับทองแก้ว โผล่ออกมาจากหลุมดินที่พรางไว้ ยกดาบพร้อมนักรบบ้านระจัน
"ชาวบางระจันรบ รบเพื่อแผ่นดินของเรา...รบ"
โชติ ทองแก้วชูดาบพร้อมนักรบบ้านระจันวิ่งเข้าหา เยกินหวุ่นสีหน้าตกใจอยู่บนหลังม้า นึกไม่ถึงว่าจะเจอพวกนักรบบ้านระจันที่ดักซุ่มอยู่
โชติ ทองแก้วฟันทหารอังวะหลายคน เลือดพุ่งกระฉูด
ม้าเยกินหวุ่น ตื่น วิ่งวนอยู่ท่ามกลางนักรบบ้านระจัน ท่ามกลางศพทหารอังวะที่ล้มตายลงนับไม่ถ้วน
เยกินหวุ่นเห็นสู้ไม่ได้ ตัดสินใจชักม้าหนีเข้าป่าไป
โชติ ทองแก้ว และนักรบบ้านระจันยืนอยู่ท่ามกลางซากศพทหารอังวะ เนื้อตัวเลือดไหลโทรม

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 13/4 วันที่ 21 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ