อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 14/2 วันที่ 21 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 14/2 วันที่ 21 ม.ค. 58

"พี่รักจวง แต่ไม่รู้จะทำยังไง ไอ้ทัพมันก็หวงจวงเหลือเกิน พี่รู้ว่าพี่ผิดที่พาลหาเรื่องไอ้ทัพ ผิดที่เห็นแก่ตัว อยากได้อยากดีจนไม่คิดถึงความเป็นเกลอรักแต่พี่สำนึกผิดแล้ว พี่รู้แล้วว่าคนที่ดีกับพี่ที่สุดให้อภัยพี่มากที่สุดคือเกลออย่างไอ้ทัพ"

จวงยืนฟัง สังข์แววตาสำนึกผิดจริงๆ
"ถ้าพี่ต้องตาย พี่อยากให้จวงอภัย อโหสิให้พี่ด้วย"


"ไอ้สังข์..... ไอ้สังข์"
สังข์มอง กุมมือจวงแน่น
"จวง อภัยให้พี่ได้มั้ย"
จวงรู้สึกสงสาร เริ่มใจอ่อน
"ฉันอภัยให้แกก็ได้ไอ้สังข์ ฉันอภัยแล้ว"
"แค่นี้ พี่ก็ตายตาหลับมีแรงจับดาบไล่ฟันข้าศึกแล้ว พี่สัญญาว่าจะเป็นคนดี ช่วยไอ้ทัพมันไล่ข้าศึกออกไปจากแผ่นดิน เราจะเก็บแผ่นดินนี้ให้ลูกของเรานะจวง"
จวงยิ้มอาย สังข์ยิ้มอย่างมีความสุขที่สุด

ในป่า เมื่ออดีต ดอกรัก ทองแก้ว ดอกไม้กำลังตะลุยฟันทหารอังวะ ด้านหลังคือเกวียนเสบียงที่เพิ่งปล้นมา ฝ่ายทหารอังวะพากันล้มตาย ดอกรักพุ่งไปที่เกวียนเสบียง เปิดออกเห็นข้าวที่ใส่กระชุ กระบุงอัดแน่นในเกวียน
"ข้าว"
ทองแก้ว ดอกไม้ฆ่าทหารอังวะตายเรียบ วิ่งมาสมทบดอกรัก
"พวกมันเพิ่งไปปล้นมาจากหมู่บ้าน" ทองแก้วว่า
ดอกไม้บอก
"ฮึ ! สาแก่ใจกูนัก พวกมึงปล้น ฆ่า เผาหมู่บ้านคนไท พวกกูก็มาเอาของๆพวกกูคืน"
ดอกรักมองข้าวเต็มเกวียนแล้วพูดด้วยแววตากร้าว

"ข้าวทุกเม็ดบนแผ่นดินนี้ต้องเป็นของคนไท ไม่ใช่เป็นเสบียงของศัตรูอย่างพวกมึง"
ดอกรักค่อยๆเอาเมล็ดข้าวสวยในมือเข้าปาก แล้วเคี้ยวอย่างอร่อย สไบมองแล้วยิ้ม กระเถิบไปใกล้ เอาข้าวป้อนถึงปากดอกรัก

"กินเถิดนะจ๊ะพี่ กินให้หมดจาน กินให้มีเรี่ยวแรงรบ"
ดอกรักป้อนข้าวเอาปาก สไบยิ้ม
"รบเพื่อรักษาดิน รักษาน้ำ รักษาข้าวให้เป็นเลือดเป็นเนื้อต่อไปแก่ลูกหลานไทย"
สไบยิ้มมองดอกรักที่กินข้าวไปด้วยความอิ่มเอมใจ

เช้าวันใหม่ ณ กองม้า หน้าค่าย ทัพยืนอยู่กับพ่อค่ายทั้งสี่ ชาวบ้านชาย 5-6 คน ทยอยพากันจูงม้ามาผูก เอิบ ฟัก ช่วง เคลิ้มพากันช่วยกั้นคอกให้ม้า
แท่นมองแล้วหันมาสั่งทางทัพ
"ข้าอยากให้พวกบ้านคำหยาดดูแลกองม้าของพวกเรา"
"ได้เลยจ้ะ พ่อแท่น"
"พวกเอ็งถนัดรบบนหลังม้า ต่อไปจะให้เป็นกำลังสำคัญของพวกเรา" อินบอก
"พวกฉันดีใจเหลือเกิน"
ทัพมองไปที่เพื่อนๆที่กำลังดูแลม้าที่เพิ่มขึ้น
"พวกฉันคนบ้านคำหยาด พากันหนีร้อนมาพึ่งเย็นที่บ้านระจัน มีสิ่งใดจะทำได้ ขอให้พ่อค่ายสั่งมาได้เลย"
โชติบอก
"ดูจากเมื่อวาน ทัพอังวะคิดจะหักค่ายเราให้ได้"
"พวกเราคงต้องสู้กับมันอีกหลายครา" เมืองว่า
"ขอให้มันมาเถิด พวกฉันจะห้อม้าฟันมันให้ขาดสองท่อน"
ทัพยิ้มมั่นใจ
อีกมุมหนึ่ง ใจที่ลอบฟังอยู่ค่อยๆถอยตัวออกห่างไปอย่างเงียบกริบ

ใจเดินเร็วมายังลานตีไก่ สังข์ก้าวมายืนขวางทางใจ
"พี่ชายเอ็งหายไปไหน เมื่อคืนข้าไม่เห็นหน้า"
"พี่เจิดนอนซมอยู่ในกระท่อม"
"เป็นอะไร ทำไมไม่พาออกมาหาพ่อหมอ หลบๆซุกๆอยู่ในกระท่อม มันจะหายได้ยังไง ข้าจะไปพามันออกมาเอง"
สังข์จะก้าวไป ใจขยับมาขวาง
"ไม่เป็นไร ฉันดูพี่ฉันได้"
"ข้าไม่เห็นเอ็งจะคอยดูพี่ชาย เห็นเค้าว่าเอ็งชอบหายหัว"
"ถ้าสงสัยกันนัก ก็เอาโซ่มาล่ามฉันไว้"
สังข์เดินเข้าใกล้ใจ มองจ้อง
"ข้าทำแน่ อย่าคิดว่ามีคนรัก แล้วข้าจะเห็นดีกับเอ็งทุกอย่าง เมื่อไหร่ที่ข้าเห็นเอ็งกับพี่ท่าทางขวางหูขวางตา ข้าจะไม่รอให้ใครสั่งว่าต้องทำยังไง"
ใจเองก็มองจ้องสังข์
"ข้ารู้ว่าเอ็งสงสัยข้า มันเป็นนิสัยของพวกวัวสันหลังหวะ เคยทำแต่เรื่องให้คนอื่นเดือดร้อน ถึงคอยระแวงว่าจะถูกเอาคืนเข้าบ้าง"
"ไอ้ใจ"
สังข์ฮึดฮัดทันที เมื่อใจจี้จุด แต่ไม่ทันเถียงกันต่อ เสียงกลองศึกดังขึ้น สังข์หันไปทางลานประชุม
"กลองเรียกระดมคน"
สังข์วิ่งเร็วออกไปทันที ใจมอง ผุดยิ้มออกมานิดเดียวก่อนจะรีบตามไป

พนักงานกลองตีกลองใหญ่ เรียกระดมคนอย่างแข็งขัน
ถนนลานชนไก่ ชาวค่ายที่ได้ยินเสียงกลองใหญ่ระดมคนไปศึก ต่างพากันมาตีเกาะ ที่แขวนอยู่หน้าบ้าน ชาวบ้าน ตีเกราะต่อๆกันไป
ถนนหน้าเรือนสังข์ เสียงกลองเล็กดังทอดรับกันไปตามหมู่ต่างๆ ชายฉกรรจ์ต่างวิ่งคว้าดาบวิ่งออกไป

แฟง สไบวิ่งลงจากเรือน นางจันทร์ นางเฟี้ยมตามออกมาดู
"เร็วๆ พี่สไบ กลองตีระดมคนไปศึกแล้ว" แฟงบอก
"พวกข้าศึกนี่ก็ช่างกระไร มันไม่กลัวตาย ไม่พักบ้างเลยหรือ" สไบบอก
"ระวังนะนังแฟง อย่าห้าวออกไปจับดาบกับเค้า" เฟี้ยมบอก
"ฉันจะตามพี่เฟื่องไปที่ลานชุมนุมจ้ะ"
แฟงตอบแล้ววิ่งเร็วออกไปกับสไบ

ทุกคนถืออาวุธวิ่งมารวมตัวกันที่ลานค่าย เสียงกลองยังตีไม่หยุด ทัพ และเพื่อนๆ พ่อค่ายยืนรวมกันอยู่ตรงกลาง สีหน้าเคร่งเครียด
แท่นบอก
"กองตระเวนบอกว่าพวกมันมากันมากกว่าคราวก่อน มากันเป็นพัน"
สีหน้าทุกคนเคร่งเครียด ทัพกำดาบคู่แน่น
"คนเป็นพัน แต่เรามีไม่กี่ร้อย ข้าศึกมันได้เปรียบเราทุกทาง" ทองแสงบอก
ทองเหม็นว่า
"เอ็งคิดอ่านยังไง ก็จงเร่งคิด"
"ตามตำราพิชัยสงคราม การใช้คนน้อยสู้กับคนมาก เราต้องแบ่งคนสู้" แท่นบอก

ทุกคนมองแท่นที่พูดกลศึก ใจที่ก้าวเข้ามา หยุดมองจ้องทัพ
ทัพ สังข์ และทหารม้าคำหยาดกำลังเตรียมม้าอยู่ที่คอก ชาวบ้านยังวิ่งมาไม่ขาดสาย

จวงวิ่งออกมาจากหลังค่าย เห็นสังข์ก็ดีใจ วิ่งเข้ามาหา
"ไอ้...พี่สังข์"
"จวง...ข้าดีใจนักที่ได้เห็นหน้าเอ็งก่อนออกรบ"
ทัพจูงม้าออกมามองสังข์กับจวงที่อาวรณ์กันอยู่ ก็ชะเง้อหาแฟง
"รบให้ชนะนะ...ฉันจะคอยพี่กลับมา"
"ไม่ต้องห่วง...เอ็งคือกำลังใจรบของพี่"
ทัพทนไม่ไหว เอ่ยถาม
"จวง พวกแฟงไม่ออกมาส่งหรือ"
"แฟงกับพี่สไบไปตามพี่เฟื่องจ๊ะ"
ทัพชะเง้อมองไปหลังค่าย เกรงแฟงจะออกมาส่งไม่ทัพ

เสียงกลองระดมยังดังก้อง ขาบที่ยังเจ็บ จับดาบพุ่งออกมาจากด้านใน อยากจะออกไปรบ เฟื่องรีบตามออกมาจากด้านใน
"พี่ขาบ แผลพี่ยังไม่สมาน"
"ไม่เป็นไรเฟื่อง กำลังพลคงยังไม่พอ พ่อค่ายถึงให้กลองระดมตีไม่หยุด พี่ต้องออกไปช่วยพวกระจันฟันกับมัน"
แฟง สไบวิ่งมาถึงหน้ากระท่อม มองไปเห็นขาบกับเฟื่อง
"อย่าเพิ่งไป พี่ขาบ ฉันทายาให้พี่ก่อน"
เฟื่องคว้าจะดึงขาบไว้ แต่ขาบใจร้อน กระโดดจากเรือนลงมาด้านล่าง ขาบโดดลงเท้าติดพื้น แต่เฟื่องเสียหลัก หน้าคว่ำ ตกลงจากชานเรือน
"โอ๊ย"
ขาบหันขวับ
"เฟื่อง"
แฟง / สไบร้อง "พี่เฟื่อง"
ขาบรีบเข้าไปประคองร่างเฟื่องที่สลบแน่นิ่ง แฟงกับสไบวิ่งมา
"พี่เฟื่อง พี่เฟื่องกำลังท้องอยู่ด้วย"
ขาบตกใจ มองแฟง
"เฟื่องท้อง"
ขาบมองเฟื่องอย่างนึกไม่ถึง
พันเรือง กำลังวางแผนการรบอยู่กับพ่อค่ายอื่นๆ และทุกคน ใจอยู่ด้านหลังทุกคน อาศัยร่างชายฉกรรจ์คนอื่นๆบัง แต่ฟังจับใจความทุกอย่าง
"เราจะแบ่งกำลังไพร่พลออกเป็น 3 กอง กองหน้าเป็นกองรุกและปีกซ้ายกับปีกขวา" แท่นบอก
"ข้ากับพ่อทองแสงใหญ่จะเป็นกองรุก ไล่ตะลุยฟันพวกมันเอง"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 14/2 วันที่ 21 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ