อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 17/2 วันที่ 26 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 17/2 วันที่ 26 ม.ค. 58

"ยามศึกอย่างนี้ ชีวิตอาจจะหลุดลอยไปชั่วคมดาบฟัน แฟง..พี่อยากจะขอสัญญาจากเอ็งบางอย่าง แต่พี่กลัวจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว ขอให้ศึกครั้งนี้ผ่านไปก่อนให้พี่ได้รอดกลับมา พี่จะมาถาม...ความจริงจากปากเอ็ง"
"พี่ต้องรอดกลับมา พี่ทัพ"

แฟงดวงตาแวววาว คลี่ยิ้ม มองทัพ ทัพมองปลาบปลื้มใจ
"ฉันจะรอให้พี่กลับมา"



ทัพกุมมือแฟงไว้แน่นด้วยความดีใจ สองสายตาที่ใจตรงกัน มองกันด้วยความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นแนบแน่น
เฟื่องกำลังนั่งชุนเสื้อให้ขาบเงียบๆอยู่คนเดียว ขาบเดินเข้ามา ก็ชะงักนึกไม่ถึง ดีใจ ลงมานั่งใกล้ๆ

"เสื้อถูกดาบฟันขาดยาวเป็นคืบ ทำไมไม่เอามาให้ชุน"
เฟื่องหันมามองขาบ ขาบยิ้ม
"ใครจะกล้า พี่ไม่รู้นี่ว่าเฟื่องจะเมตตาพี่แค่ไหน"
"พี่กับฉัน เป็นเหมือนคนๆเดียวกันไปแล้ว ... มีอะไรก็บอกมา ฉันเต็มใจจะทำให้"
แค่นั้น แต่ขาบยิ้มหัวใจพองโต ขยับเข้าใกล้เฟื่อง เอื้อมมือแตะกุมมือเฟื่องด้วยสายตาซึ้งใจ

ทัพเดินมากับแฟง
"อย่าเพิ่งให้ใครรู้เรื่องไอ้ใจ กำชับสไบด้วยว่าอย่าเพิ่งมีพิรุธให้มันรู้ตัว คอยจับตาดูมันไว้ มีอะไรผิดหูผิดตา ให้รีบมาบอก"
"เรายังพอจะเปลี่ยนใจพี่ใจได้อยู่ใช่มั้ยจ๊ะ"
แฟงถามเสียงเป็นห่วง ทัพมองยังไม่กล้าให้คำยืนยัน อีกด้านใจเดินมา ทักทายชาวบ้าน
"แกงหอมฉุยเลยนะ ป้า"
ทัพกับแฟงได้ยินเสียงก็หันขวับไปมอง ทัพพอเห็นใจก็ขยับจะเข้าไปหา แฟงรีบดึงไว้ ใจรู้สึกแปลกๆหันมา แต่ไม่เห็นใครผิดสังเกต ก็เดินเลยไป
แฟงที่ดึงทัพหลบอยู่มุมหนึ่ง
"พี่บอกเองว่าอย่าเพิ่งให้พี่ใจรู้ตัวไง"
ทัพกำดาบแน่น สายตาข่มความเจ็บใจไว้เต็มที่
"ไอ้ใจมันซ่อนหน้าได้สนิทจริงๆ มันใจเย็นมาก"
ทัพเสียงผิดหวังเต็มที่ แฟงมองอย่างเห็นใจ

ใจเดินกลับมา สีหน้าชื่นบาน สไบทำงานเก็บกวาดอยู่ที่ลานบ้าน ใจยิ้ม เดินเร็วเข้ามาโอบกอดสไบไว้
"วันนี้พี่ไปลาดตระเวนกับพ่อทองเหม็นมา"
สไบได้ยินก็โมโห สะบัดตัวออกห่าง
"สไบ โกรธอะไรพี่"
สไบมองหน้าใจ อยากจะพูดความเจ็บใจออกมา แต่พอนึกถึงคำพูดของเฟื่อง
"ถึงคนเลวที่สุดก็มีความรักได้ ... ถ้าคนรักพี่เป็นคนชั่ว พี่กลับจะยิ่งรักเค้าให้มาก ให้ความรักเปลี่ยนใจเค้าหันมาเป็นคนดี"
ใจมองสไบที่นิ่งเงียบไป
"สไบ"
"พี่หิวข้าวหรือยัง"
สไบปรับสีหน้ายิ้มออกมา เอื้อมไปแตะแขนดึงใจ
"รอเดี๋ยวนะ วันนี้ฉันแกงสายบัวที่พี่ชอบไว้ให้ ฉันจะไปยกมาให้นะ"
ใจยิ้ม โอบสไบไว้
"เดี๋ยวก่อนก็ได้ หิวแค่ไหนก็ขอคุยกับเมียก่อน"
"เหนื่อยมั้ยจ๊ะ ไปกับพ่อทองเหม็น ถึงไหนมา"
"ก็เดินลาดตระเวนดูไปรอบๆค่าย .. แล้วเลยคลองสตือลงไปอีกเกือบร้อยเส้น"
สไบมอง ยิ้มตอบ แกล้งไม่รู้ ไม่ซักไซร้อะไร
"โอโฮ...ไกลขนาดนั้นเลยหรือ ระวังไปเจอพวกกองทหารอังวะเอานะ"
"พ่อทองเหม็นบอกว่าเพื่อให้แน่ใจว่า...พวกอังวะ ไม่ได้แอบมาซุ่มอยู่ใกล้ๆค่ายเรา"

ใจรวบตัวมากอดไว้ด้วยความรัก สไบซบลงที่อกใจ ซ่อนสายตาขมขื่น
เย็นต่อเนื่องมา แท่นยืนคุมนักรบระจันซ้อมดาบอยู่เต็มลาน ทัพกับสังข์ สองคนกำลังซ้อมดาบกันเหงื่อเต็มตัว ขาบซ้อมอยู่กับนักรบอื่นๆ 2-3 คน

เสียงยามค่าย เปิดประตูให้กองลาดตระเวน ทุกคนหยุดซ้อม หันไปมอง
ประตูค่ายเปิดออก กองสอดแนมชาวบ้านระจัน 3-4 คนควบม้าเข้ามา แล้วรีบวิ่งมาหาแท่น
สังข์ - ขาบ รีบเดินมาหาทัพที่ยืนฟังอยู่ไม่ไกล
ทัพเห็นกองสอดแนมพูดอยู่กับแท่น ก่อนที่จะเดินมาที่กลุ่มนักรบ
"กองสอดแนมบอกว่า เห็นพวกอังวะที่ค่ายวิเศษไชยชาญมันกำลังจัดเตรียมกำลังทหาร อาวุธครบมือเป็นการใหญ่ ครั้งนี้สุรินทจอข่อง..แม่ทัพใหญ่มันจะยกมาเอง"
ทุกคนสีหน้ากังวล
"พวกมันคงจะเดินทัพมาหักค่ายเราภายใน 2-3 วันนี้แน่ ขอพวกเราจัดเวรยามไว้ให้แน่นหนา คืนนี้ข้าจะประชุมกับพวกพ่อค่ายทั้งหมด แล้วจะมาแจ้งให้พวกเรารู้ว่าจะตั้งรับพวกมันยังไง"
แท่นกำลังจะเดินออกไป ทัพรีบวิ่งเข้าไปหา
"ศึกใหญ่ครั้งนี้ ขอพวกฉันเข้าไปฟังประชุมด้วยเถิด พ่อแท่น"
สังข์ ขาบเดินมาด้านหลังทัพ สายตามุ่งมั่น
"พวกฉันกองม้าบ้านคำหยาด เคยรบกับกองทัพอังวะมาหลายศึก อาจจะช่วยพ่อค่าย และชาวบ้านระจันได้เต็มกำลังมากขึ้น "
แท่นมอง ทัพ สังข์ ขาบที่เสนอตัว

ใจที่นอนหนุนตักสไบที่ดูงดงามเป็นพิเศษ มีสไบผืนงามที่ใจเอามาฝากห่ม เพื่อดึงใจไว้ให้ได้
"คืนนี้ไม่ต้องออกไปหาพ่อทองเหม็นได้มั้ยจ๊ะ ฉันอยากจะอยู่กับพี่อย่างนี้"
สไบตาวิบวับ
"พี่ก็อยากอยู่กับสไบ .. ไม่ห่างไปไหน อยู่กันจนวันตาย"
"ชื่นใจฉันนัก พี่อย่าทิ้งฉันไปไหนนะ"
"พี่จะทิ้งสไบได้ยังไง ทุกวันนี้พี่ก็ทำทุกอย่างเพื่อสไบคนเดียว"
"เมื่อก่อนฉันห่วงพี่ดอกรัก จะทำอะไรก็กลัวพี่ดอกรักจะโกรธพี่ แต่ตอนนี้..ฉันอยากให้เสร็จศึกเร็วๆ อยากให้แผ่นดินกลับมาปกติสุข เราจะได้ทำไร่ทำนาอยู่ด้วยกัน พี่อยู่ที่ไหน ฉันก็จะขออยู่ใกล้ๆพี่อย่างนี้..จนกว่าเราจะตายจากกัน"
สไบกุมมือใจ แต่ใจกลับนิ่ง สไบมองใจที่ท่าทางลังเล ก็เอ่ยถามซ้ำ
"หรือพี่ใจไม่ได้อยากจะอยู่กับฉัน"
"ทำไมพูดอย่างนั้น พี่รักสไบ พี่อยากอยู่กับสไบจนแก่จนเฒ่า "
สไบเลื่อนตัวเข้าไปซุกในอกใจ ใจกอดสไบไว้ สายตามี
"ฉันจะเป็นเมียที่ดีของพี่ มีลูกให้พี่หลายๆคน พี่ใจ ..เราจะไม่แยกจากกันนะจ๊ะ"
สไบมองใจด้วยสายตาอ่อนหวาน มีแต่ความหวัง ยิ่งทำให้ใจตัดสินใจลำบากมากขึ้น
"แล้วเราก็จะรับพ่อจาดของพี่มาอยู่ด้วย ฉันจะดูแลพ่อของพี่เอง"

สไบซุกลงในอกใจ ใจยิ่งสายตาเครียด
บริเวณเต้นท์ที่พักจอกยีโบในค่ายอังวะ เวลากลางคืนต่อเนื่อง จอกยีโบมองอูทินลินหรือเจิดที่นอนพักรักษาตัวอยู่ หม่องโค่งเปรียง ศิษย์รุ่นน้องยกตัวอูทินลินที่ยังไม่ได้สติขึ้นมา กรอกยาต้มเข้าปาก

จอกยีโบคำรามในคอ
"อูทินลิน ข้าจะทำให้พวกโยเดียที่มันทำร้ายเอ็ง ชดใช้ให้เอ็งทุกคน"

ทัพ สังข์ ขาบเดินตามแท่นเข้ามาในเขตหวงห้าม คือหมู่เรือนพ่อค่าย ที่จุดคบสว่างไสวไปทั้งลาน
มีนักรบสำคัญรอฟังประชุมอยู่เต็มลานกว้าง
ทัพ สังข์ ขาบ วางดาบที่แคร่หน้าบันใด ก่อนเดินตามแท่นขึ้นไป
บนเรือน แท่นเดินพาพวกทัพขึ้นบันใดมาบนเรือน พวกพ่อค่ายอื่นๆนั่งรออยู่รอบๆกะบะทรายที่หอกลางก่อนแล้ว แท่นก้าวไปนั่งด้านบนพื้นที่ยกสูงขึ้นเป็นที่สำหรับพ่อค่าย หลายคนมองมาที่ ทัพ สังข์ ขาบ
"ไอ้ทัพ ไอ้สังข์ ไอ้ขาบ คนของหมู่ข้า กองม้าบ้านคำหยาด ฝีมือดาบมันไม่เป็นรองใคร ข้าอยากให้มันมาฟังการประชุมด้วย ขอให้พ่อค่ายทุกคนจงไว้ใจมัน"
พ่อค่ายทุกคนมองมาที่ทัพ สังข์ ขาบ
ทัพ สังข์ ขาบยกมือไหว้พ่อค่ายทุกคน แล้วถอยไปนั่งมุมหนึ่ง ทัพมองไล่สายตาไปที่พ่อค่ายทุกคนด้วยความเลื่อมใส ศรัทธา พ่อค่ายทั้ง 11 คนเริ่มวางแผนตั้งรับการบุกของข้าศึกด้วยหน้าตาเคร่งเครียด
"ครานี้...สุรินทจอข่อง แม่ทัพค่ายเกียกกายมันจะนำทัพมาเอง เราจะวางแผนสู้กับมันยังไง"

ใจที่หลับอยู่ โอบกอดสไบไว้ในอก แต่สไบไม่ได้มีแววตาแห่งความสุขเลย ลืมตามองหน้าใจที่หลับอยู่อย่างพินิจ สงสัยคนรักที่นอนอยู่เคียงกัน

ขี้ไต้ไฟหรี่แสงลง แต่เห็นทุกคนยังคุยปรึกษากันหน้าตากังวล ทัพมองพ่อค่ายที่กำลังประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด สังข์ ขาบเองก็ตั้งใจฟัง มีคนมาเปลี่ยนขี้ไต้อันใหม่ ให้แสงสว่างมากขึ้น
ทัพ สังข์ ขาบ ยังนั่งประชุมร่วมกันอยู่กับทุกคน ด้วยสีหน้ามุ่งมั่น ไม่มีอิดโรย
ทองเหม็นบอก
"ศึกนี่เราต้องระดมกันออกไปรับศึกกันเกือบหมดค่าย ไม่อย่างนั้นต้านพวกอังวะไม่อยู่แน่"
แท่นบอก
"ไม่ต้องห่วง พวกข้าสู้ตาย ไม่เสียดายชีวิตอยู่แล้ว "
"ข้ารบกับพ่อแท่นมาหลายศึก ขอตามพ่อแท่นไป" โชติบอก
"ข้าขอสู้ตาย" เมืองว่า
"ข้าสู้ ขอออกรบทุกศึก จนกว่าพวกมันจะถอยไปพ้นแผ่นดินเรา" อินว่า
ทองแสงใหญ่บอก
"คนอย่างข้าก็ไม่เคยกลัวมันW
"ศึกนี้ข้าขอออกรบด้วย ให้ขุนสรรค์อยู่เฝ้าค่ายแล้วกัน" พันเรืองว่า
ขุนสรรค์มองพันเรืองนิ่ง เหมือนจะผิดหวัง
"เห็นว่าข้าฟันดาบสู้พวกพ่อๆไม่ได้รึไง"
"ไม่ใช่อย่างนั้น ข้าเห็นว่ากระสุนดินดำเรามีจำกัด เอาไว้พวกข้าเอาไม่อยู่ก่อน พ่อขุนสรรค์ค่อยออกช่วยเป็นกองหนุน"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 17/2 วันที่ 26 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ