อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 17/3 วันที่ 26 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 17/3 วันที่ 26 ม.ค. 58

"ยามศึกอย่างนี้ ชีวิตอาจจะหลุดลอยไปชั่วคมดาบฟัน แฟง..พี่อยากจะขอสัญญาจากเอ็งบางอย่าง แต่พี่กลัวจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว ขอให้ศึกครั้งนี้ผ่านไปก่อนให้พี่ได้รอดกลับมา พี่จะมาถาม...ความจริงจากปากเอ็ง"

จันหนวดเขี้ยวถาม
"แล้วข้าละ"


ทองเหม็นบอก
"พ่อจันฝีมือดาบเป็นยอด ขอเป็นดาบสุดท้ายที่จะฆ่าพวกมันอยู่ที่นี่เถอะ เรามีชาวค่ายผู้หญิงและเด็กๆ คนเฒ่าคนแก่ ที่ต้องมีคนคุ้มกันอยู่ในค่ายนี้อีกเยอะ ขอพ่อจันอยู่ป้องกันค่ายที่นี่เถอะนะ"
จันหนวดเขี้ยวสีหน้าผิดหวัง
"แต่ฉันไม่นะ ฉันจะออกรบเป็นกองหน้า ถ้าจะตายฉันขอตายก่อนทุกคน" ทองแก้วบอก
ดอกไม้บอก

"ฉันจะไม่อยู่เฝ้าค่ายเหมือนกัน ฉันขอออกไปฆ่าพวกมัน ขอตายเป็นคนแรก"
เช้าวันใหม่ ชายฉกรรจ์ ร่างกำยำ ตีกลองเรียกระดมคน เสียงดังก้องไปทั่ว เสียงเกราะดังรับกันไปทั้งค่าย นักรบระจันนั่งพนมมือไหว้ไปทางประรำพิธี พร้อมรบ

"พระอาจารย์ธรรมโชติสวดคาถา ฟังดูแปลกหู"
พวกพ่อค่ายนั่งพนมมืออยู่หน้าพระอาจารย์ธรรมโชติที่นั่งอยู่บนตั้งในประรำพิธี ดูศักดิ์สิทธิ์ น่านับถือ

ใจลืมตาตื่น ลุกขึ้นเร็ว ผละออกจากสไบทันที
" เสียงกลองศึก เรียกระดมคน"
สไบตกใจ ลุกขึ้นตาม
"พวกข้าศึกมาแล้ว"
ใจจะวิ่งออกไป สไบคว้ามือใจทันที ใจสะบัด
"สไบอยู่ที่นี่ พี่จะไปรบ"
สไบยื้อใจไว้สุดแรง เพราะกลัวว่าใจจะออกไปส่งข่าว
"ไม่ต้องหรอก พี่ใจ พี่อยู่ในค่ายกับฉันเถอะ ไม่ต้องออกไปนอกค่าย ไม่ต้องไปรบปล่อยคนอื่นไป"
"ไม่ได้ พี่ต้องออกไปด้วย"
ใจแกะมือออกจากสไบ หันหลังจะวิ่งลงไป สไบตัดสินทิ้งตัวลงจากบันใดลงไปกองกับพื้น
ใจตกใจ
"สไบ"
สไบแกล้งนอนสลบกับพื้น ใจมองแล้วตัดสินใจ พุ่งเข้าไปประครองสไบ

ในประรำพิธี มีแท่นพระพุทธรูปตั้งอยู่เป็นประธาน หลวงพ่อธรรมโชติกำลังบริกรรมคาถา มีพ่อค่ายนั่งอยู่เต็ม เอิบ ช่วง คอยปรนิบัติรับใช้อยู่ใกล้ๆ
ทัพ สังข์ ขาบกับนักรบทุกคน นั่งพนมมืออยู่เต็มลาน ลูกเมียที่มาส่งนั่งพนมมือมองอยู่ไกลๆ สังข์มองไปรอบๆ ขาบถามขึ้นเบาๆ
"มองหาไอ้ใจใช่ไม๊ มันหายหัวไปตั้งแต่เมื่อคืน"
สังข์หันมากระซิบทัพ
"ข้าไม่เห็นไอ้ใจมันมาส่งพวกเรา"
"มันอยู่กับสไบ"
"เอ็งรู้ได้ไง"
สังข์กับชาบมองทัพด้วยสายตาสงสัย ทัพย้อนนึกเหตุการณ์เมื่อเย็นวาน

ใจก้าวเข้าไปหาสไบที่กำลังทำความสะอาดลานบ้านอยู่ ใจยิ้ม เดินเร็วเข้ามา โอบกอดสไบไว้
แฟงที่ยืนข้างๆ มองภาพเดียวกับทัพ
"แฟง หาทางไปบอกให้สไบกันไอ้ใจออกจากทุกคน โดยเฉพาะพ่อทองเหม็น "
ทัพหันมองสังข์กับขาบที่สายตาสงสัย
"ดีแล้วที่ไอ้ใจมันไม่มาที่นี่ ข้าอยากจะรู้ความจริงบางอย่าง"

ทัพหันไปมองหลวงพ่อแววตาแน่วแน่ สังข์กับขาบมองไปที่หลวงพ่อที่บริกรรมคาถา
ทุกคนกำลังทำงานอยู่ ใจอุ้มสไบวิ่งมา ทุกคนตกใจร้องโวยวาย ใจวางร่างสไบลงหน้า แฟง เฟื่อง จวง

"เฟื่อง แฟง ช่วยสไบด้วย ช่วยสไบด้วย"
"ตายแล้ว สไบเป็นอะไร สไบ"
"พี่ฝากสไบด้วย พี่จะรีบไปช่วยนักรบระจันสู้ศึก"
ใจหันหลังจะออกไป แฟงรีบเรียกไว้
"พี่ใจ พี่สไบเป็นอะไร อยู่ๆจะมาทิ้งให้ฉันแบบนี้ได้ยังไง"
ใจมองสไบลังเล ตัดสินใจไม่ถูก
"ฉันยังไม่รู้ว่าพี่สไบเป็นอะไร ฉันจะแก้ไขอะไรได้ ถ้าพี่สไบตายฉันจะทำยังไง"
ใจอยากจะไปจากตรงนั้น แต่เห็นสไบยังไม่รู้สึกตัว นอนนิ่ง เฟื่อง แฟง จวง มองมารอคำตอบ
ใจยิ่งละล้าละลัง

หลวงพ่อธรรมโชติเดินลงมาลั่นฆ้องที่แขวนไว้หน้าประรำ เสียงดังกังวาน ทุกคนสีหน้าฮึกเหิม มีกำลังใจ ก้มกราบสามครั้ง ขุนสรรค์กรมการยิงปืนรับหลายนัด นักรบทุกคนลุกขึ้นโห่สามลาดังกึกก้อง สีหน้าทุกคนมุ่งมั่น เริ่มเดินออก
หลวงพ่อธรรมโชติเดินขึ้นบนแคร่สูง เพื่อพรมน้ำมนต์ให้เหล่านักรบ มีเอิบ ช่วง ถือบาตรน้ำมนต์
ทัพ สังข์ ขาบและพวกนักรบสีหน้าหึกเหิมโห่ร้องไม่หยุด พร้อมออกไปรบเพื่อปกป้องแผ่นดินเกิด

ใจมองสไบที่มีจวงกับเฟื่องคอยพัดวี บีบนวดให้ฟื้น ใจว้าวุ่น จนสไบค่อยๆลืมตาขึ้น
"สไบ สไบ ไม่เป็นอะไรมากแล้ว พี่ฝากสไบไว้ที่นี่ก่อนนะ รบเสร็จพี่จะมารับ"
ใจหันหลังวิ่งเร็วออกไป แฟงสุดจะรั้งไว้ได้
"พี่ใจ อย่าไป"
"พิลึกน่ะ แฟง ก็ให้พี่ใจเค้าไปรบสิ" จวงบอก
"ไปไม่ได้ ... ห้ามพี่ใจไปรบ"
สไบลืมตาลุกขึ้นทันที จวงที่ไม่รู้เรื่อง ตกใจ
"อ้าว สไบ ไหนว่าเป็นลม"
เฟื่องถาม
"นี่มันเรื่องอะไรกัน"
"ตามไปเร็ว สไบ"

สไบ แฟงวิ่งตามใจออกไปทันที เฟื่องมองสงสัย จวงและเหล่าแม่ครัวหน้าต่างงงมาก
ขบวนนักรบกำลังเดินผ่านประตูระเนียด มีหลวงพ่อธรรมโชติที่ยืนสูงประพรมน้ำมนต์ให้ ชาวค่ายพากันโห่ร้อง สีหน้ายินดี พ่อ แม่ ลูก ผู้หญิงทุกคนมองส่งคนรัก

แท่น โชติ เมือง เดินมาขึ้นม้ากับพวก ทัพ สังข์ ขาบ ก้าวเหยาะย่างมาต่อขบวน ช่วง รีบสะกิดเอิบ เอิบรีบส่งบาตรน้ำมนต์ให้คนข้างๆ แล้ววิ่งไปขึ้นม้า ทัพและพวกดูมีสง่า แฟง สไบ วิ่งมาทันมองเห็น ด้านหลังเฟื่องกับจวง และเหล่าแม่ครัววิ่งตามมา
ทองเหม็นขี่ควายตัวเก่ง นำกองควายอีก 3-4 ตัวออกไป ตามมาด้วยอิน ทองแสงใหญ่ และพวกนักรบในกอง ปิดท้ายด้วยกองของ พันเรือง ทองแก้ว ดอกไม้
ขุนสรรค์กรมการ กับจันหนวดเขี้ยว ยืนข้างหลวงพ่อ มองส่งนักรบทุกคนด้วยสีหน้านิ่ง มั่นใจ
ผู้หญิงทุกคนมองส่งคนรักด้วยสายตายินดี แฟงวิ่งตามดูพวกนักรบกับสไบ ก่อนจะสรุป
"พี่ใจไม่ได้มาที่นี้"
แฟงดึงมือสไบวิ่งหันกลับไปทันที เฟื่อง จวงมองตามอยากรู้มากว่าสองคนนั้นกำลังทำอะไร

สไบวิ่งนำแฟง มาอย่างรวดเร็ว มองหาไปทั่วๆ
"พี่ใจต้องลอบมาส่งข่าวแถวๆนี้" สไบว่า
"ไม่เห็นมีเลย"
"หายไปไหน"

ชายป่าหลังค่าย อีกแห่งหนึ่ง ใจพับกระดาษใส่กลักเล็กๆแล้วนำมาผูกขานกพิราบ ก่อนจะปล่อยขึ้นฟ้าไปด้วยท่าทางเร่งรีบ

แท่น โชติ เมือง ควบม้าคุมกองหน้า มีทัพกับกลุ่มนักรบบ้านคำหยาดบนหลังม้าอยู่ด้านหลัง
มาหยุดม้าอยู่บนเนินมองไปทางที่ราบโล่ง ฝูงนกส่งเสียงร้อง บินแตกตื่นผ่านไปเป็นฝูง ทุกคนมองเห็น แท่นพูดขึ้น
"นกกาแตกตื่นอย่างนี้ เห็นทีพวกมันจะยกกันมามากกว่าทุกครั้ง"

กองทัพของสุรินทจอข่อง ที่มีทั้งกองม้า กองปืน และพลเดินเท้านับพัน ยาวสุดลูกหูลูกตา สุรินทจอข่อง นั่งอยู่บนหลังม้าอย่างทระนง เงยมองขึ้นไปบทท้องฟ้า เห็นนกพิราบบินอยู่เหนือท้องฟ้า กองทหารเคลื่อนมาหลากหลาย มากมาย น่าสะพรึงกลัว
กองสื่อสารของจอกยีโบเป็นทัพหลัง ทหารวิ่งถือนกวิ่งมาหาจอกยีโบ
"ข่าวจากอองนาย สยาท่าน"
จอกยีโบรีบแก้กลักสารที่ขา ออกมาอ่าน สีหน้าดีใจ รีบชักม้าขึ้นไปหาสุรินทจอข่อง
สุรินทจอข่องเป็นกองหน้า ทัพอังวะ สีหน้าหยิ่งทะนง ยิ้มด้วยความกำแหง
"วันนี้ไอ้พวกชาวบ้านอวดเก่งนั่น มันจะต้องจำชื่อข้า สุรินทจอข่อง ไปจนลมหายใจเฮือกสุดท้าย"
จอกยีโบควบม้า เข้ามาใกล้สุรินทจอข่อง
"อองนาย ทหารของข้าส่งข่าวมาแล้ว คราวนี้มันระดมพวกหัวหน้าค่ายออกมาเกือบหมด นักรบกองหน้ามันชื่อแท่น เป็นคนสำคัญในการรบ อย่านำกำลังเข้าปะทะ มันจะต้อนท่านให้ไปทางคลองสะตือ เหนือทุ่งห้วยไผ่ ทัพท่านจะติดค้างอยู่ที่คลองสะตือ หนีไม่ทัน"
"ไอ้แค่กองหน้าไม่กี่ร้อยกองเดียว จะต้านกำลังกองทัพของข้าได้ก็ลองดู"
"พวกมันมีอีกสองกองแอบอยู่ข้างคลองสะตือ จะออกโจมตีกระหนาบ จนท่านไม่มีทางหนี"
"ข้าไม่เชื่อ ชาวบ้านแค่หยิบมือ โง่เง่าอย่างพวกมัน จะมีปัญญาอะไรมาวางกลศึก"
"ถ้าพวกมันเป็นแค่ชาวบ้านโง่เง่า ที่ผ่านมามันรบชนะเรามาได้ถึง 3 ครั้งแล้ว"
สุรินทจอข่องหันขวับมองจอกยีโบ สายตาลุกเป็นไฟ
"เยกินหวุ่น งาจุ่นหวุ่น มันด้อยฝีมือต่างหาก ฝีมือสู้ข้าไม่ได้สักคน .. จอกยีโบ เจ้าจงดู กองม้า กองปืน มากมายขนาดนี้ ไอ้พวกระจันมันจะเอาชนะข้าได้ก็ให้รู้ไป ท่านอย่าใช้ข่าวกองสอดแนมไร้สาระของท่านมาเอาความดีความชอบกับชัยชนะของข้า "
จอกยีโบสีหน้าอึดอัด
"ข้าทำหน้าที่ของข้า เตือนท่านตามข่าวที่คนของข้าส่งมาให้ ต่อไป..เรื่องการรบแพ้ชนะอยู่ที่ท่านเอง"
จอกยีโบมองสุรินทจอข่องอย่างสมเพช
"ข้าไม่เคยเชื่อใคร นอกจากอาวุธของข้าเท่านั้น"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 17/3 วันที่ 26 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ