อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 18 วันที่ 27 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 18 วันที่ 27 ม.ค. 58

"พันเรือง ให้ฉันออกไปช่วยพวกเราเถอะ นี่มันก็บ่ายคล้อย ตะวันเลยหัวแล้ว พวกเรายังไม่กลับกันมา เห็นทีศึกนี้พวกเราจะหนักอยู่"
จันหนวดเขี้ยวอาสา
"ฉันไปด้วยพ่อขุนสรรค์"

"ฉันละ" ทองแก้วถาม
"ใช่ ฉันก็อยากออกไปช่วยพวกเราเหมือนกัน" ดอกไม้ว่า


จันหนวดเขี้ยวบอก
"พี่ทองแก้วกับพี่ดอกไม้อยู่รักษาค่ายกับพ่อพันเรืองเถอะ ไปกันหมดใครจะอยู่รักษาค่าย หากอังวะมันวางแผนซ้อนมาตีค่ายเราเราจะเสียที พ่อแม่พี่น้องเราในค่ายนี้ก็มากโขอยู่"
พันเรืองคิดนิดเดียว แล้วพยักหน้า
"รีบไปเถิด ขุนสรรค์ พ่อจันหนวดเขี้ยว ข้าฝากบัญชาการรบแทนพ่อแท่นด้วย"
ขุนสรรค์กระชับปืน ลุกขึ้นพร้อมจันหนวดเขี้ยว แฟงมองแล้วลุกพรวดขึ้นทันที
"ให้ฉันไปด้วย"
สังข์มองตกใจ
"เอ็งว่าอะไรออกมา นังคนนี้ ... ก็เห็นอยู่ว่าตัวเป็นผู้หญิง"
"เป็นผู้หญิง สองมือก็กำดาบฟันไอ้พวกอังวะตายได้เหมือนกัน"
แฟงแววตามุ่งมั่น เฟื่อง สไบ จวง และชาวบ้านหญิงอีก 4- 5 คนลุกขึ้นทันที
"ฉันก็จะไปด้วย ฉันจะไปล้างแค้นให้พี่ดอกรัก" สไบบอก
"ฉันจะไปกับน้อง ผัวฉันก็อยู่ที่กลางศึก" เฟื่องบอก
สังข์กับพ่อค่ายทุกคนมองแววตาของผู้หญิงทุกคน
"ข้าศึกมันเข้ามาย่ำยีพี่น้องเรามากมายเหลือจะนับ มันเผามันฆ่า พรากแม่พรากลูก ซากศพก่ายกอง ฉันเคยช่วยพ่อแท่นฆ่าพวกอังวะมาแล้ว อย่าห่วงฉันเลย" แฟงบอก
"ขอให้หญิงระจันได้รบให้หายแค้น ได้ทำหน้าที่เยี่ยงหญิงรักพ่อรักแม่ รักลูกรักผัวด้วยเถอะ" สไบว่า
เฟื่องบอก
"ฉันจะปลื้มใจนัก ถ้าจักได้ตายเคียงข้างผัวที่เป็นทหารกล้า ได้เอาชีวิตแลกเพื่อแผ่นดินเกิด "
สายตาแฟงและเฟื่อง สไบ มองตรงไปที่พ่อค่ายอย่างแน่วแน่ ขอร้อง ขาบหันมามองจวง จวงมองสังข์อย่างขอร้อง
"อย่าห้ามฉันเลยพี่สังข์ อย่าให้ฉันนั่งตัวสั่นอยู่แต่ในเรือนยามพี่ไปรบเลย ฉันขออยู่ข้างพี่ ไม่ว่าที่นั่นมันจะเป็นสวรรค์หรือนรก"

สังข์มองจวงอย่างซาบซึ้ง สไบมองจวงกับสังข์ เหมือนน้อยใจในความรักของตัวเอง พันเรืองมองไปที่ทุกคน พระอาจารย์ธรรมโชตินิ่ง เหมือนเข้าใจทุกอย่าง
กลุ่มชาวบ้านหญิงที่เปลี่ยนจากสไบห่มตัว มารัดอกเป็นตะเบงมาน กำลังรับดาบจาก ขาบ พันเรือง ขุนสรรค์ จันหนวดเขี้ยว ด้วยความแน่วแน่ แล้วเดินมารวมกับนักรบชายที่รออยู่เต็มลาน

แฟงรับดาบมาแล้วแยกออกมา เอาดาบตัดผมที่ยาวสรวยออกทันที ทุกคนหันมามองตกใจ แฟงใบหน้าเด็ดเดี่ยว
"ต่อแต่นี้ไป ผู้หญิงอย่างฉันจะขอสู้ตายเคียงข้างผู้ชายระจันทุกคน"
นักรบทุกคนมองแฟงอย่างชื่นชม เกิดความกล้ามากขึ้น ต่างชูดาบโห่ร้องอย่างหึกเหิม
แฟง เดินนำเฟื่อง สไบ จวงและหญิงชาวบ้านที่แววตาฮึกเหิม ไม่กลัวตาย มารวมกับนักรบชาย
ขุนสรรค์ / จันหนวดเขี้ยว เดินนำนักรบระจันออกประตูค่ายทันที
"บางระจัน รบ"
"รบ รบW
พันเรือง / ดอกไม้ / ทองแก้ว ยืนมองส่งอย่างตื้นตันใจ เหล่าบรรดานักรบ สังข์ แฟง เฟื่อง สไบ จวง โห่ร้องออกไป
แดดจัดดังหนึ่งผีทุ่ง จักแลบลิ้นเลียเลือดสด ตะวันยิ่งคุร้อน ท้องฟ้าดังแสงเพลิง ป่าไหม้ เพลิงป่าบ้านระจัน ยิ่งคุแรงขึ้นในหัวอก

ทัพมองนักรบบ้านระจันที่เหนื่อยล้า ล้มลงตาย ทหารอังวะกำลังบีบกระหนาบเข้ามาเรื่อยๆ
ขาบ ฟักเข้ามาใกล้ทัพ
"พวกมันมากันไม่ขาดสายเลยพี่" ขาบว่า
"ถ้าข้าศึกมันมากนัก เราก็เป็นผีเฝ้าคลองสะตือนี่แหละวะ" ทัพว่า
"ไอ้ใจ มันจะตายมั้ย"
ทัพยืนคร่อมร่างใจไว้ ขาบ ฟักมองใจ หายใจรวยริน
"อย่าตายนะ ไอ้ใจ เอ็งต้องรอด ข้ามีเรื่องต้องพูดกับเอ็ง"
ทัพมองอย่างมีหวัง

ทหารอังวะกรูเข้ามาอีก ทัพ ฟัก ขาบพุ่งออกไปตะลุยฟันใจที่สภาพบาดเจ็บ อ่อนแรง หายใจรวยริน

หลวงพ่อธรรมโชติหลับตาพนมมือ ท่องคาถาเพื่อช่วยนายแท่นที่ไข้ขึ้น หน้าขาวซีด พันเรือง ดอกไม้ ทองแก้ว เดินเข้ามามองด้วยสายตากังวล
"พ่อแท่น แข็งใจไว้ "

ทัพกับนักรบบ้านระจันกำลังโดนล้อมด้วยทหารอังวะ ทุกคนหันหลังชนกัน หันหน้าเข้าหาข้าศึก แววตาพร้อมสู้ตาย จอกยีโบมองแล้วยิ้มเหยียด
"พวกระจันมันไม่มีทางรอด"
ทหารอังวะล้อมนักรบบ้านระจันเข้าไปใกล้ทุกที ทัพกับพวกกำดาบแน่น ฟันจนจะหมดแรง
เสียงปืนดังขึ้น จอกยีโบรู้สึกได้ถึงกระสุนที่ปลิวเฉียดหูไป นายกองที่อยู่ข้างจอกยีโบ กระสุนเจาะหน้าผากล้มลงตายตกหลังม้า จอกยีโบมองไปเห็นขุนสรรค์ และกองปืน ประทับปืนที่ยิงปืนมา นักรบบ้านระจันได้ที พากันกรูเข้ามาฟันทหารอังวะแตกกระเจิง
"พ่อขุนสรรค์กับพ่อจันหนวดเขี้ยวมาแล้ว"
ทัพกับพวกมีกำลังใจขึ้น ตะลุยฟันต่อ
ขุนสรรค์ยิงปืนไปที่นายกองอังวะ คนอื่นๆยิงระดมตาม นายกองยิงสู้ แต่ขุนสรรค์หลบเร็ว

ทหารอังวะคนอื่นๆระดมยิงมาอีก ขุนสรรค์หยิบปืนกระบอกใหม่ โผล่ออกมา เหนี่ยวไกยิงโดนนายกองไปอีก 2 คน
จอกยีโบนึกกลัว ดึงม้าที่กำลังตื่น ขุนสรรค์หยิบปืนกระบอกใหม่ขึ้นมาเหนี่ยวอีกทีเดียวสองกระบอก กระสุนโดนนายกองคนที่ 3 ที่4 ข้างจอกยีโบล้มลง ฟุบตายบนหลังม้า

ขุนสรรค์เอาปืนยาวขึ้นเล็งไปที่จอกยีโบแล้วเหนี่ยวไก จอกยีโบก้มหลบกระสุนเฉียดหู แล้วดึงม้าหันหลัง หนีเร็วไปจากตรงนั้น
ทหารอังวะเริ่มเสียขบวน เมื่อเห็นนายกองล้มตาย ก็พากันวิ่งหนีไปขึ้นตลิ่งฝั่งใต้ พวกนักรบระจันไล่ฟันไม่เลือก ขุนสรรค์ยิงไล่หลังทหารที่กำลังแตกกระเจิงขึ้นตลิ่ง ทัพถอยมาที่ใจ มองใจที่หายใจช้าลง
"ใจ ... ไอ้ใจ"
ขาบวิ่งมาสมทบทัพ
"ท่าทางมันจะไม่รอด"
ทัพสีหน้าเครียด

ทหารอังวะที่ถอยล่าขึ้นไปทางฝั่งใต้ พากันลงตลิ่งมา จันหนวดเขี้ยว สังข์ นำกลุ่มระจันอีกกลุ่มหนึ่ง มีผู้หญิง แฟง เฟื่อง สไบ จวง โผล่ออกมาไล่ฟัน ทหารอังวะพอเห็นเป็นหญิงถือดาบก็ย่ามใจ คิดว่าหมู พากันย่างเข้าหา แฟงกำดาบแน่น
"วันนี้พวกมึงจะไม่มีวันได้หายใจบนแผ่นดินกู"
ทหารอังวะพุ่งเข้ามา นักรบหญิงกำดาบ แฟงฟันไปไม่ยั้ง เฟื่อง สไบ ทุกคนกำดาบสู้ ไม่ถอย
สังข์กับจวง พากันพุ่งเข้าฟันอย่างผู้รู้ใจกัน นักรบบ้านระจันทั้งชายหญิ'พากันตะลุยฟันทหารอังวะด้วยใบหน้าเคียดแค้น

ทัพรีบหันมาดูใจ ทรุดลงประคองใจ
"ไอ้ใจ ไอ้ใจ"
แฟง ยืนอยู่บนตลิ่งฝั่งใต้หันกลับมาชูดาบให้พวกในคลอง
"พวกมันหนีไปหมดแล้ว"
พอรู้ว่าชนะต่าง...เฮ ด้วยความดีใจ
"เราชนะแล้ว....เราชนะแล้ว พวกมันถอยกันไปหมดแล้ว"
ทัพพยุงใจขึ้นไม่ทันเห็นว่าเป็นแฟงหันมามองหาทัพ

คลองทั้งสาย พวกระจันโห่ร้องดีใจ แต่เลือดแดงฉาน ก่ายกองไปด้วยศพทั้งนักรบ และทหารอังวะ
โชติยืนเหนื่อยอ่อน เดินมาหาพวกกลุ่มเคลิ้ม
"พวกเราตรวจตราดูพวกเราซิว่ามีคนเจ็บตายแค่ไหน"
นักรบบ้านระจันที่เหลือช่วยกันดูแลคนที่บาดเจ็บ เคลิ้มหันมาบอกพวก
"พวกเรา เก็บริบอาวุธพวกมันเอาไปใช้ต่อด้วย"
ขาบ ฟัก กับพวก ช่วยกันเก็บรวบรวมอาวุธทั้งปืน ทั้งดาบของทหารอังวะ เฟื่องวิ่งมาหาขาบ
"พี่ขาบ"
ขาบหันกลับมา เฟื่องวิ่งเข้ามากอดเต็มรัก ร้องไห้
"พี่ไม่เป็นอะไรนะ พี่ไม่เป็นอะไรใช่ไม๊"
สังข์หันไปมองหาจวง
"จวง"
สังข์วิ่งขึ้นไปหาจวงอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่กอดกันอย่างดีใจ
"จวง...ข้าเป็นห่วงเอ็งแทบตาย"
สไบหันไปเห็นใจที่อยู่กับทัพ ตะโกนร้องเรียกหา
"พี่ใจ..พี่ใจ"
ทัพกำลังพยุงใจอยู่หันมามองสไบ สไบ รีบวิ่งไปกอดใจด้วยความตกใจ
"พี่ใจ...พี่ใจเป็นอะไรทัพ พี่ใจเป็นอะไร"
"ไอ้ใจมันโดนยิง เราต้องรีบพาไอ้ใจกลับค่ายไปรักษา"
ทัพกับสไบช่วยกันพยุงใจขึ้นตลิ่ง
ทองเหม็นก้มลงปิดตาศพนักรบที่ถูกฟัน นอนตาย
"ไปสู่สุขคติเถอะเพื่อน ไม่ต้องห่วงพวกกู พวกกูที่อยู่ข้างหลังจะเอาเลือด เอาเนื้อ รักษาปกป้องแผ่นดินต่อจากพวกเอ็งไว้ให้ได้"

ทุกคนมองสลดใจกับศพของเพื่อนนักรบที่จากไปด้วยความเสียสละ
ทุกคนมองสลดใจกับศพของเพื่อนนักรบที่จากไปด้วยความเสียสละ

พวกฟัก เคลิ้ม เอิบ ช่วง เห็นทัพแบกใจอยู่กับสไบรีบวิ่งมาช่วยแบกต่อ
"รีบพาไปที่ม้าเร็ว" ทัพบอก
พวกเคลิ้มรีบวิ่งนำไปที่ม้า
"พี่ทัพ"
ทัพหันตามไปเสียง เห็นแฟงยืนถือดาบอยู่บนฝั่งตรงข้าม....ด้วยสายตาไม่แน่ใจเพราะแฟงตัดผมสั้น แฟงยืนมองน้ำตาคลอ ฟักหันมาเห็นแฟงตกใจ รีบวิ่งข้ามคลองไปหาน้อง
"แฟง...แฟง"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 18 วันที่ 27 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ