อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 18/2 วันที่ 27 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 18/2 วันที่ 27 ม.ค. 58

ทัพหันตามไปเสียง เห็นแฟงยืนถือดาบอยู่บนฝั่งตรงข้าม....ด้วยสายตาไม่แน่ใจเพราะแฟงตัดผมสั้น แฟงยืนมองน้ำตาคลอ ฟักหันมาเห็นแฟงตกใจ รีบวิ่งข้ามคลองไปหาน้อง
"แฟง...แฟง"
พวกเคลิ้ม เอิบ ช่วง วิ่งกลับมาตะโกนเรียกทัพให้ตามไป

"ไอ้ทัพ เร็ว..เดี๋ยวไอ้ใจมันก็ตายก่อนหรอก"
ทัพต้องตัดสินใจวิ่งแบกใจออกไป
แฟงยืนถือดาบร้องไห้ เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดมองทัพอยู่


"ขอให้พี่..ปลอดภัยตลอดไปนะ"
ฟักวิ่งเข้ามาดูน้องด้วยความเป็นห่วง
"แฟง....เอ็งไม่เป็นอะไรนะ ทำไมพวกเอ็งบ้าบิ่นเกินหญิงอย่างนี้W
ฟักวิ่งเข้ามาหายึดดาบแฟงไว้
"เอ็งเป็นอะไรมั่งไม๊แฟง"
แฟงทรุดลงร้องไห้ ฟักลงกอดน้องด้วยความสงสาร
"ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วแฟง พวกเราปลอดภัยแล้ว"
ขาบพาเฟื่องเมียรักมาหามุมพักเหนื่อยด้วยความเป็นห่วง ตรวจตราเช็ดตัวให้
"เฟื่องนี่ทำกล้า ออกมาทำไมมันอันตรายมาก...ถ้าเป็นอะไรไปพี่จะทำยังไง"
"ก็แล้วถ้าพี่เป็นอะไรไป...ฉันจะทำยังไง ต่อไปฉันจะรบกับพี่ทุกศึก"
"พูดไปเรื่อย พี่ออกมาสู้กับพวกมันเพราะอยากให้เฟื่องได้อยู่ดีมีสุขนะ"
ผัวเมียคู่อื่นๆต่างวิ่งเข้าหากัน
สังข์กับจวง ยืนถือดาบเปื้อนเลือดมองนักรบชายและหญิง ที่กำลังช่วยกันพยาบาลนักรบอื่นๆที่เจ็บอยู่กลางสมรภูมิ
จวงหายใจแรง กำดาบในมือแน่น
"พี่สังข์ ฉันฆ่ามันได้ ฉันฆ่าพวกอังวะมันตายไปตั้งหลายศพ"
"จวง เอ็งเป็นยอดหญิง เอ็งเก่งเหลือเกิน"
จวงทิ้งดาบลง โผเข้ากอดสังข์ สังข์โอบกอดเมียรักไว้ สีหน้าปลื้มปิติ สังข์กอดจวงอยู่ท่านกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยความตายน่าสะเทือนใจ...เต็มคลอง

พวกพันเรือง / ดอกไม้ / ทองแก้ว กับพวกชาวบ้านออกมารับนักรบชาย-หญิง ที่เพิ่งกลับจากรบ
คนไหนเจ็บก็พาแยกไปพยาบาลที่ศาลากลางค่าย
เมือง / ทองเหม็น / ขุนสรรค์ / ทองแสงใหญ่ / จันหนวดเขี้ยว / กำลังช่วยดูแลคนเจ็บอยู่ชุลมุน
แฟง / ฟัก / สังข์ / ขาบ / เฟื่อง / จวง / โชติ / อิน พาคนเจ็บอีกกลุ่มหนึ่งมาที่ศาลาพยาบาล
แฟงมองหาทัพ หันมาถามดอกไม้ที่กำลังพยาบาลคนเจ็บอยู่
"พี่ทัพละพ่อดอกไม้ อยู่ไหน"
"มันไปช่วยแม่สไบดูแลไอ้ใจอยู่ที่เรือนไอ้ใจนะ"
แฟงหันมาบอกฟัก
"ฉันไปดูพี่สไบก่อนนะ"

แฟง วิ่งออกไป
ทัพกับเคลิ้ม เอิบ ช่วง ช่วยกันแบกเปลหามร่างใจวางลง สไบตามมาร้องไห้อยู่ใกล้ๆ

เคลิ้มบอก
"ข้าจะไปขอยาหลวงพ่อมาห้ามเลือดให้มันก่อน"
เคลิ้มวิ่งลงจากเรือน สวน กับแฟงที่วิ่งมายืนมองอยู่ที่ลาน
"พี่ใจ พี่ใจพูดกับฉันซิ"
ทัพหันมาเห็นแฟง เนื้อตัวยังมีคราบเลือด มองอย่างชื่นชม
"ใจมันถูกยิงเพราะช่วยพี่"
"ฉันจะไปต้มน้ำร้อนมาให้นะ" เอิบบอก
"ข้าไปด้วย ข้าได้ยินว่าค่ายใหญ่มีว่านหยุดเลือด จะขอแบ่งมาให้"
เอิบ ช่วง รีบออกไป
ทัพลงมายืนใกล้ๆแฟง แล้วเอ่ยขึ้น
"ไอ้ใจมันช่วยรบกับพวกเรา"
"แสดงว่าพี่ใจไม่ใช่สายของพวกอังวะ"
สไบกอดใจไว้ในอก
"พี่ใจ อดทนนะ พี่ อย่าทิ้งฉันไป" สไบบอก
ทัพดึงดาบมาจากแฟง หัวใจพองโต
"แฟง เอ็งออกไปรบ เอ็งไม่กลัวเลยหรือ"
"ฉันไม่กลัวตาย .. อย่างเดียวที่ฉันกลัวคือ ถ้าไม่ตายต้องตกไปเป็นขี้ข้าพวกอังวะ"
ทัพมองแฟงด้วยสายตาปลาบปลื้มในความกล้าหาญ สองคนยิ้มให้กันแล้วหันไปมองสไบที่กอดใจไว้ด้วยสายตาเป็นห่วง

แท่นที่นอนหมดสติอยู่ พันเรืองและพ่อค่ายทั้งหมดมองอาการแท่นด้วยสายตาเป็นห่วง
พันเรืองบอก
"หลวงพ่อธรรมโชติท่านให้ยาสมานแผลแล้ว กระสุนมันเข้าที่เข่า ยังเอาออกไม่ได้ กลัวพ่อแท่นจะไม่ไหว รอให้ฟื้นตัวมากกว่านี้ ค่อยผ่าเอาออกมา"
ทุกคนสีหน้าไม่ดีเมื่อรู้อาการ
"วันนี้ถ้าขุนสรรค์กับพ่อจันหนวดเขี้ยวไม่ตามไป เห็นทีพวกเราคงได้เป็นผีเฝ้าคลองสะตือกันหมด"
"เราฆ่าพวกอังวะตายเป็นเบือเหลือกลับค่ายไม่ถึงร้อย คงทำให้พวกมันแค้นใจ ยกทัพมาตีค่ายเราอีกแน่" ขุนสรรค์บอก
ทองเหม็นบอก
"ให้มันมา ข้าจะขอย่ำลงบนหน้าไอ้นายทัพมันให้สะใจ วันนี้ไอ้นายทัพมันถูกพ่อแท่นตัดหัวขาดทีเดียว"
"แต่รบครั้งหน้า พ่อแท่นคงนำทัพออกรบไม่ได้ "
พันเรืองมองไปที่ขุนสรรค์ กับ จัน
"พวกพ่อจะเห็นประการใด ถ้าฉันจะให้ขุนสรรค์กับพ่อจันเขี้ยวเป็นคนนำรบ แทนพ่อแท่นที่เจ็บอยู่"
ทองแสงใหญ่บอก
"ข้าเห็นด้วย ขุนสรรค์ยิงปืนแม่น ข้าศึกพากันล้มตายไปมาก ส่วนพ่อจันฝีมือดาบก็ดุดันดี"
พ่อค่ายคนอื่นๆพยักหน้า พันเรืองมองขุนสรรค์
"ขุนสรรค์ ศึกนี้เราได้ปืนไฟพวกอังวะเพิ่มมา ฉันขอให้เป็นธุระหัดคนของเรายิงปืนเพิ่ม จัดเป็นกองปืนไฟขึ้นมาเลยนะ"
"ได้ซิพันเรือง ฉันจะหัดให้เก่ง ไว้ยิงหัวพวกมันให้เละไปเลย"
"พ่อจัน เลือกหมู่ของพ่อที่ชอบใจฝีมือกันมาเป็นกองหน้า หัดดาบเสียให้เชี่ยวชาญ ฉันสังหรณ์ใจนัก ศึกหน้าคงใกล้เข้ามา ชะรอยจะไม่กี่วันพวกอังวะคงมาท้า ถึงหน้าค่ายเราแน่"

ทุกคนมองด้วยสายตาเคร่งเครียด เห็นจริงอย่างที่พันเรืองพูด
ในค่ายปากน้ำพระประสบ ทุกคนที่หมอบแทบติดพื้น ต่อหน้าเนเมียวสีหบดีที่มองด้วยสายตาที่โกรธ เนเมียวสีหบดีถามขึ้นด้วยเสียงกังวานดัง

"สุรินทจอข่องถูกพวกบางระจันตัดหัวกลางสนามรบ ทหารของข้านับพันถูกพวกชาวบ้านไล่ฆ่ายิ่งกว่าผักปลา... ทหารของข้ามันไร้ฝีมือหมดสิ้น หากมังมหานรา แม่ทัพค่ายสีกุกรู้ มันคงเยาะเย้ยหยามหยันข้าไปถึงพระเจ้ามังระอังวะเป็นแน่ ไอ้พวกบางระจันมันแค่ชาวบ้านแค่นั้นไม่ใช่หรือจอกยีโบ"
ทุกคนยิ่งหมอบลงเมื่อได้ยินน้ำเสียงโกรธของแม่ทัพ
เนเมียวสีหบดีจ้องหน้าจอกยีโบ แววตากระด้าง คิดแต่เรื่องชัยชนะ
"แค่ชาวบ้านเรายังสู้ไม่ได้ แล้วอย่างนี้ข้าจะพาทหารบุกเข้ากรุงโยเดียได้อย่างไร... แสงเพลิงที่จะเผากรุงโยเดียให้เหลือแต่เถ้าถ่าน มันต้องถูกจุดขึ้นจากมือของข้า ไม่ใช่มังมหานราแม่ทัพใต้"
เนเมียวสีหบดีคำราม ประกาศชัดเจนว่าต้องการอยู่เหนือมังมหานรธา
จอกยีโบตัดสินใจเอ่ยขึ้น
"คนของข้าพเจ้าที่แฝงตัวอยู่ในหมู่ชาวบางระจัน เคยบอกว่าที่พวกมันกล้าบ้าบิ่นได้ เพราะเจ็บแค้นที่ถูกพวกเราบุกปล้น ยึดสะเบียง เผาหมู่บ้านพวกมัน"
"หมายความว่าเราไม่ต้องไปเผาบ้านบังคับเอาเสบียง เพราะกลัวมันจะสู้เราอย่างนั้นใช่ไม๊"
"ข้าพเจ้าเพียงแต่อยากจะแจ้งท่านแม่ทัพว่าแผนของพวกมันไม่ได้ลึกซึ้งอันใด แต่เป็นเพราะสายสืบข้าพเจ้ามันทรยศ"
ทุกคนเหลือบมองจอกยีโบ เนเมียวมองจ้องจอกยีโบด้วยความโกรธ
"จอกยีโบ สุดท้ายท่านก็สารภาพเอง"
"ข้าได้สำเร็จโทษมันไปแล้ว"
จอกยีโบพูดออกมาด้วยเสียงเรียบนิ่ง ไร้ความไยดี

"ข้ายิงมันกับมือข้าเอง ไม่พ้นคืนนี้ มันต้องตาย"
ใจรู้สึกตัว ค่อยๆลืมตาขึ้น สไบนั่งอยู่ใกล้เป็นคนแรก เรียกขึ้น

"พี่ใจ"
ทัพ เฟื่อง ขาบ สังข์ มองอยู่ด้วยสายตาเป็นห่วง
"ฟื้นแล้ว"
ใจแววตาย้อนนึก
"ฉันถูกยิง"
ใจหลับตาลง ตัวสั่นสะท้าน นึกได้ว่าจอกยีโบ ผู้เป็นครูเล็งปืนยิงใส่ตัวเอง
"พี่ใจ พี่ไม่เป็นอะไรแล้ว กระสุนทะลุออกไป ไม่ถูกที่สำคัญ"
"สไบ"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 18/2 วันที่ 27 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ