อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 18/6 วันที่ 29 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 18/6 วันที่ 29 ม.ค. 58

"รักสิ จวง พี่รักเอ็งมากเหลือเกิน ไม่ว่าตัวพี่จะอยู่ที่ไหน"
"ขอให้รู้ว่าใจพี่อยู่กับเอ็ง"
สังข์กอดกระชับจวงแน่น แล้วประคองจวงลุกขึ้น
"รักษาตัวให้ดีนะ จวง"

สังข์มองทอดสายตาไปที่เมียรัก แล้วหันหลังเดินเร็วออกไปอย่างคนหักใจ
"พี่สังข์"
สังข์เดินเร็วออกไป จวงวิ่งตามทันที


"พี่สังข์ อย่าทิ้งฉันไป"
ทัพยืนสีหน้ากดดัน แฟงเดินเร็วเข้ามาดักหน้า

"พี่สองคนเป็นเกลอกัน รบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมากี่ครั้ง พี่ทัพ พี่เองเป็นคนพูดว่า คนไทต้องมีน้ำหนึ่งใจเดียวถึงจะชนะข้าศึกได้ ทำไมพี่ถึงให้เรื่องขี้ผง มาทำลายน้ำใจของเกลอที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา"
แฟงย้อนถาม ทัพมองแฟงด้วยสายตาอึดอัดใจ

สังข์เดินเร็วมา จวงวิ่งตามหลัง สังข์กำลังจะถึงประตูทางออกค่าย ขาบกับเฟื่องก้าวมาขวางสังข์ไว้ สังข์หันไป สไบจับมือใจเดินตามมาขวางไว้อีกทาง
"พี่สังข์" จวงเรียก
สังข์หันมามองทุกคน ขาบพูดขึ้น
"ไอ้สังข์คิดให้ดี ข้างนอกนั่น ไม่มีใครรักแล้วก็หวังดีให้โอกาสเอ็งเท่าเพื่อนอย่างไอ้ทัพอีกแล้ว"
"มึงเลิกพูดชื่อไอ้ทัพสักที"
ทัพกับแฟง ฟัก เคลิ้ม เอิบ ช่วง เดินมาอีกด้าน ได้ยินสังข์ที่พูดด้วยน้ำเสียงเจ็บใจ
"ถ้าคนอย่างไอ้ทัพ มันเป็นเทวดา ก็เชิญกราบไหว้กันไป .. แต่สำหรับข้า ไอ้ทัพมันคือเกลอที่เอาดีเข้าตัวคนเดียว"
ทัพได้ยินทั้งหมด สีหน้าผิดหวังกับคำพูดของสังข์
"สักวันนึงไอ้ขาบ .. มึงก็ต้องเป็นแบบกู ถูกไอ้ทัพมันเหยียบย่ำ ขึ้นไปยืนเหนือทุกคน"
ทัพกำหมัดแน่น สังข์หันมามองเห็นทัพ แต่สีหน้าไม่ยี่หระ สังข์หันหลังเดินตรงไปที่ประตูระเนียด ชายฉกรรจ์ที่เฝ้าประตูเปิดออก
เฟื่องมองขอร้อง
"พี่ทัพ"
"พี่ทัพ ห้ามพี่สังข์สิพี่"
ใจขยับออกมา ทรุดเข่าลง พนมมือ
"ให้ข้ากราบเอ็งก็ได้ อย่าไปเลย สังข์"
ใจไม่มอง เดินเร็วตรงไปที่ประตู
จวงวิ่งตาม
"พี่สังข์ อย่าไป"
แฟงกับเฟื่องรีบเข้าไปคว้าตัวจวงที่ดิ้นรนไว้
"พี่สังข์ พี่บอกว่ารักฉัน พี่อย่าไป พี่สังข์ กลับมา .. ที่นี่เป็นบ้าน เป็นครอบครัวของพี่ ... กลับมา"
จวงสะอื้น เสียงน่าเวทนา
ใจได้ยินทุกอย่าง พนมมือค้าง สไบทรุดลงกอดใจ ซบหน้าลงที่ไหล่ใจด้วยความเศร้า ขาบมองไปที่ทัพ แววตาทัพนิ่ง มองสังข์เดินออกไป แล้วหันหลัง เดินกลับไป
ทุกคนมองเห็นเพื่อนที่แยกกันเดินคนละทาง ด้วยสายตาเศร้าใจ

ทัพยืนมองไปไกลอยู่ที่เรือน แฟงเดินมาด้านหลัง สีหน้าแฟงผิดหวัง เสียใจ
"ข้างนอกค่ายมีแต่ข้าศึก พี่ไม่สนใจเลยหรือพี่ทัพว่าเกลอพี่จะเป็นหรือตาย"
"ไอ้สังข์มันเลือกเอง"
"พี่สังข์ไปอย่างคนตามืดตามัว พี่เป็นเกลอกัน ทำไมไม่ห้าม"
ทัพหันมองแฟงแววตาผิดหวัง
"พี่ทัพที่ฉันรู้จัก ไม่ใช่คนใจจืดใจดำ ทิ้งเกลอให้ไปตายเอาดาบหน้าอย่างนี้"
"แฟง"

ทัพเรียกได้แค่นั้น แฟงก็สะบัดหน้า วิ่งออกไป ทัพได้แต่มองตามเสียใจ
จวงนั่งพิงเสา น้ำตายังไหลซึมเพราะความเสียใจที่สังข์ต้องออกไปจากค่าย สไบ บเฟื่องคอยนั่งปลอบใจ แฟงเดินมา จวงมอง

"พี่ทัพว่าอย่างไรบ้าง แฟง พี่ทัพจะไปตามพี่สังข์กลับมาใช่มั้ย"
แฟงส่ายหน้า จวงลุกขึ้นพุ่งไปที่แฟง
"ทำไม แฟงช่วยพูดกับพี่ทัพให้ฉันทีเถิด"
"จวง ใจดีๆ ฉันพูดแล้ว"
"พูดอีกสิ แฟง พูดอีก พี่ทัพเชื่อแฟง พี่ทัพรักแฟง พี่ทัพต้องช่วยพี่สังข์ อย่าปล่อยพี่สังข์ไป ตายแบบนี้"
จวงร้องไห้โฮ แฟงกอดเพื่อนไว้
สไบ กับเฟื่องมองสีหน้าไม่ดี
"จวง รอให้พี่ทัพใจเย็นลง ฉันจะไปช่วยพูด"
"พี่ขาบจะต้องไปช่วยตามพี่สังข์" เฟื่องบอก
"ถึงตอนนั้นพี่สังข์ก็เป็นผีเฝ้าป่าแล้ว"
"จวง อย่าพูดให้ร้ายผัว" เฟื่องว่า
"แล้วที่พี่ทัพ พี่ขาบทำกับพี่สังข์ล่ะ ปล่อยผัวฉัน ออกไปตายเอาดาบหน้า พี่สังข์เค้าไม่ใช่คนเลว พี่ทัพไม่รักเพื่อน ไป ไปให้พ้นหน้าฉันทั้งหมด พวกแกมันพวกคนดี ปล่อยฉันอยู่คนเดียว"
จวงสะบัด แฟงจับไว้
"จวง เราเป็นเพื่อนกันนะ"
"ไม่ ..ฉันไม่นับใครเป็นเพื่อนอีกแล้ว ฉันจะไปตามพี่สังข์"
จวงดิ้นสุดแรง ผลักแฟงล้ม เฟื่องเข้ามา จวงผลักเฟื่องกระเด็นไปอีกคน สไบพุ่งเข้ารวบตัวจวงที่กำลังเสียใจไว้
"จวง จวงยังมีพวกเรานะ พี่สังข์ต้องไม่เป็นอะไร พี่สังข์ต้องกลับมารับจวง"
เสียงจวงร้องครางด้วยความเสียใจ จนทุกคนไม่อาจกลั้นน้ำตาแห่งความสงสารไว้ได้

เวลากลางคืน ทัพยืนหน้าเครียด ใจเดินเปะปะมา ทัพหันไปมอง ใจมีไม้คอยช่วยนำทางมา
"ถ้าเอ็งจะมาพูดเรื่องไอ้สังข์ ข้าว่าเอ็งกลับไปเถอะ ใจ"
ใจมาหยุดลงใกล้ทัพ แต่ตายังมองเลยทัพไปไกล
"เห็นแก่ความเป็นมิตรสักครั้ง"
"เอ็งก็เห็น ไอ้สังข์มันคิดว่าข้าเหยียบย่ำคนอื่น เอาดีเข้าตัวคนเดียว"
"สังข์มันพาลโมโหที่พี่เห็นใจฉัน ช่วยฉัน"
ทัพมองใจ
"ข้าไม่แตกกับเกลอด้วยเรื่องคนอื่น"
"ขาดสังข์ไป พี่จะมีใครช่วยร่วมรบ"
"คนทั้งค่ายนี่ไงเล่า ใจ .. คนทั้งค่ายบ้านระจันที่ยังสามัคคี น้ำหนึ่งใจเดียวไล่ข้าศึก .. ข้าถือว่า เนื้อไหนร้าย ปล่อยให้เน่า มันก็ลามไปเนื้อดี"
ทัพเดินเข้ามาใกล้ใจที่ยืนตามองไปข้างหน้า
"ยอมเจ็บเพลานี้ ตัดแขนข้างเดียว ดีกว่าต้องเน่าตายทั้งตัว ขาดไอ้สังข์คนเดียว ค่ายบ้านระจันก็ไม่ล่ม"
ใจนิ่ง มองไปด้านหน้า ทัพจ้องใจด้วยแววตานิ่ง
หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ทางไปวิเศษชัยชาญ เวลากลางคืนต่อเนื่องมา ทหารอังวะพากันขนข้าวของที่ปล้นขึ้นเกวียนขนสมบัติ ข้าวของกระจัดจายอยู่ บางคนก็ลากพวกผู้หญิงมา....เสียงผู้หญิงกรีดร้อง
หญิงคนหนึ่งวีดร้อง
"ปล่อยกู ปล่อยกู ฆ่ากูเลยสิวะ พวกมึงเผาหมู่บ้านกูเหลือแต่ซาก มึงก็ฆ่ากูเสียเลย"
หญิงคนที่สองบอก
"ฟันกูให้ตายเหมือนที่พวกมึงฟันพ่อฟันแม่กู กูยอมตาย กูไม่เป็นเมียพวกมึง"
สังข์เดินดุ่มมากำดาบเตรียมพร้อม....สังข์เข้าขวางทันที ทหารทั้งหมดมองสังข์
ทหาร 2 คนจับหญิงชาวบ้านถอยห่าง อีก 8 คนล้อมสังข์ไว้ ทหาร 2 คนกรูเข้ามา สังข์ฟัน จนกระเจิง อีก 2 เข้ามารุม สังข์หันแล้วหลบวูบ พุ่งไปทางที่ทหารจับผู้หญิงไว้
ทหารปล่อยมือหญิงชาวบ้าน เข้ามาฟัน สังข์ฟันลงไปที่ทหาร 2 คน ทหารขาดใจตาย
"หนีไป"
หญิงชาวบ้าน 2 คนรีบวิ่ง สังข์หันมาเจอทหารอังวะอีก 2 ถีบ สังข์กระเด็น ทหารเข้ามา สังข์แทง แต่ทหารหลบได้ ทหารอังวะกระทืบซ้ำจนสังข์ลุกไม่ขึ้น

สังข์กำดาบจะแทง แต่ทหารอังวะเงื้อดาบ จะปักลงมาตรงที่ร่างสังข์ !
ค่ายอังวะกว้างขวางใหญ่โต ทหารอังวะกำลังคุมเชลยไทยทั้งชายหญิงทำงานโกลาหลไปทั้งค่าย

นายกองม้าอังวะ 2 นาย ควบม้านำสังข์ที่ถูกจับใส่ขื่อคา พร้อมกับเชลยชายอีก 4-5 คนเข้ามาในค่าย สังข์มองไปรอบๆอย่างตื่นเต้น สมใจอยากที่จะได้เข้ามาในค่ายนี้ทั้งๆที่จะหมดแรง สังข์เดินผ่านสิ่งต่างๆในค่ายอย่างจดจำ เห็นเชลยชายบางคนถูกจองจำในเครื่องทรมานอย่างทารุณ สังข์มองอย่างเครียดแค้น แต่จำต้องอดทนเพื่องานบางอย่าง

สังข์เดินมาถึงกรงเชลยหน้าศาลากองบัญชาการที่กำลังสร้างใหม่ เห็นทหารอังวะกำลังคุมเชลยไทยสร้างกรงอยู่ มีเครื่องทรมาน เชลยมากมาย หญิงเชลยคนหนึ่งวิ่งมาห้ามทหารอังวะที่กำลังเฆี่ยนตีผัวตัวเองอยู่
"อย่าทำผัวข้า เวทนาข้าเถิด เขาไม่สบาย"
นายกองอังวะขี่ม้านำสังข์กับกลุ่มเชลยใหม่มาเห็นก็ไม่พอใจ
นายกองอังวะบอก
"ดี่ก๊อมะพาไล้ (เอาตัวผู้หญิงคนไป)"
ทหารที่คุมตัวสังข์มาเข้าไปกระชากผู้หญิงเชลยคนนั้นออกไปอย่างไม่ปรานีปราศรัย
หญิงเชลยคนนั้นพยายามขัดขืนจึงถูกทุบตีอย่างหนัก สังข์ทนไม่ได้วิ่งออกไปช่วย
"มึงรังแกผู้หญิงแบบนี้หรือ"
ทหารอังวะหันมาเตะต่อยสังข์ไม่ยั้ง จนล้มลุกคลุกคลาน สังข์สู้ทั้งๆที่มือติดขื่อคาอยู่
พวกทหารอังวะแถวนั้นจึงพากันรุมยำสังข์จนน่วมไปทั้งตัว สังข์สู้ขาดใจเอาขื่อคาสู้กับดาบจนขื่อคาขาดกระเด็น
พวกทหารอังวะเงื้อดาบตรงเข้าจะรุมฟัน
เสียงมยิหวุ่นบอก
"โล๊ะไล้...(ปล่อยมัน)"
ทหารอังวะทั้งหมดชะงัก หันไปเห็นมยิหวุ่น ต่างพากันถอยหนีห่างออกมาจากสังข์เหมือนรู้ว่าจะเกิด
อะไรขึ้น
มะยิหวุ่นควบม้าเข้ามามองสังข์ ก่อนจะกระโดดลงจากหลังม้า ตรงมาที่สังข์อย่างเยือกเย็น
"ลุกขึ้น"
สังข์ลุกขึ้นด้วยความไม่แน่ใจ
"ข้าดูเอ็งสู้อยู่นาน ฝีมือเอ็งมิใช่ชาวบ้านธรรมดา"
สังข์ยืนจ้องหน้าอย่าไม่เกรงกลัว
"กูคือคนระจัน เคยเป็นทหารกรุงศรี"
มยิหวุ่นเดินยิ้ม ท่าทางกวนๆเข้ามาใกล้สังข์อีก แต่ก่อนจะพูดอะไรต่อ....มยิหวุ่นก็ปล่อยหมัด เท้าเข้าใส่

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 18/6 วันที่ 29 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ