อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 19/3 วันที่ 30 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 19/3 วันที่ 30 ม.ค. 58

"ข้า แยจออากา นายทัพเรือ ท่านแม่ทัพเนเมียวสีหบดีได้มอบหมายให้ข้านำทหารไปขยี้ชาวบ้านระจัน ที่กล้าตั้งค่ายปล้นกองเสบียงอาหารของพวกเรา ข้าจะมาเอาชัยชนะไปมอบให้แก่ท่านเนเมียวสีหบดี"
จอกยีโบอ่านสาส์นที่ทหารนำมาให้ มองแยจออากาอย่างผู้มีประสบการณ์...จึงเตือน

"ข้ายินดีจะจัดกองทหารตามท่านสั่ง แต่ขอให้ท่านอย่าปรามาสฝีมือชาวบ้านไท จงรบอย่างรัดกุมอย่าชะล่าใจ ชาวบ้านระจันมันไม่ใช่กองโจรที่เราจะประมาทฝีมือได้ เราแพ้มันมาถึงสี่ครั้งแล้ว"
แยจออากาสีหน้าลำพองตน


ท่ามกลางทหารอังวะที่ยืนยามรักษาการณ์รอบกระโจมที่ประชุม สังข์ที่ยืนปนอยู่ในกลุ่มยาม
ขุนสรรเล็งปืนเป็นตัวอย่างให้ทุกคนดู ทัพและเพื่อนๆ ยืนฟังอย่างตั้งใจ

"อาวุธปืน...คือการรบที่ไม่ต้องประชิดตัว ปืนกับฝีมือเล็งที่แม่นยำจะช่วยให้เราชนะง่ายขึ้น เอา...ทุกคนพร้อม ประทับ ยิง"
ทัพซ้อมยิงปืนกับกลุ่มชายฉกรรจ์ ตามที่ขุนสรรค์สั่ง ทุกคนยิงพร้อมกัน ทัพลดปืนลงช้าๆ
"ข้าจะเล็งที่หัวนายกองอังวะทุกคน" ทัพว่า
จันเขียวบอก
"ฝีมือดาบอาทมาตบนหลังม้าของพวกเอ็งก็ไม่เป็นรองใคร"
"ปืนยังหายาก รบครั้งหน้าเราต้องยึดปืนมันให้ได้มากที่สุด"
ฟักบอก
"พวกเราจะฝึกซ้อมกันทุกวัน ฝึกให้ทุกคนที่นี่ด้วย"
"ดี แต่อาวุธจะดีแค่ไหน ก็ไม่สำคัญเท่ากับความสามัคคี จะรบก็ต้องรบให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน" จันเขียวว่า
"พวกอังวะมันเปลี่ยนนายกองคุมทัพมาสู้ไม่หยุดหย่อน มันคงคิดว่าเราแค่หยิบมือจะย่ำยียังไงก็ได้" ขาบบอก
"ตราบใดที่เรายังรักกัน สามัคคีกันรบ มันคงเอาชนะเรายาก....เราต้องสามัคคีกันอย่างพ่อจันเขี้ยวบอก"
ทัพบอกด้วยแววตาเชื่อมั่น

บริเวณลานซ้อมดาบ ทองแสงใหญ่ / ทองเหม็น / จันหนวดเขี้ยว / กำลังซ้อมดาบให้แฟง สไบ และหญิงชาวบ้าน
แฟงกับสไบ สองคนสู้กันด้วยฝีกมือว่องไว ผลัดกันรุกผลัดกันรับ อย่างตื่นเต้น
แฟงฟาดดาบลงไป สไบเหนื่อยสู้แรงแฟงไม่ไหว ถอยหลัง เซ แฟงหยุด.... ทองเหม็นยืนมองพอใจมาก
"ฝีมือดาบของเอ็งสองคนเก่งเกินหญิง ผู้ชายคนไหนประมาท ไม่มีเอาชนะเอ็งได้ ไป.. ไปพักก่อนได้" ทองเหม็นบอก
"สไบออมมือให้ฉันตะหากพ่อทองเหม็น"
สองคนเก็บดาบ มาเอาน้ำลูบเนื้อลูบตัว
"ข้าศึกมันต้องบุกมาอีกแน่ๆ เราต้องพร้อมไว้ทุกเมื่อ" แฟงว่า
"เรื่องศึก เราพร้อมรบ ไม่มีถอย ห่วงก็แต่จวง ป่านนี้ยังโศกเรื่องพี่สังข์" สไบบอก
" เฮ้อ .. ฉันก็สุดปัญญาจะขอร้องพี่ทัพแล้ว ดื้อ รั้น"
สไบอมยิ้ม มองแฟง
"จริงๆนะ สไบ พี่ทัพน่ะหัวดื้อที่สุด ฟังใครซะที่ไหน"
"ก็เหมือนแฟงนั่นแหละ"
"ฮื้อ ไม่เหมือนสิ ฉันไม่เหมือนพี่ทัพ อย่ามาหาว่าฉันเหมือนคนดื้อพรรค์นั้น ไม่เอาละ ฉันไปหาจวงดีกว่า"
แฟงเขิน เดินออกไป สไบยิ้มมองตามขำที่แฟงพยายามเถียงทั้งๆที่เป็นความจริง

จวงนั่งกอดเข่า น้ำตาซึม แฟงเดินมาใกล้
"จวง"
"พี่สังข์จะเป็นตายร้ายดียังไง ก็ไม่รู้ แฟง"
จวงพูดแล้วน้ำตาหยด แฟงโอบกอดจวงไว้
"ที่นี่มีจวง พี่สังข์ต้องกลับมา"
"พี่ทัพไม่ไปตามพี่สังข์ เค้าตัดเพื่อนกันได้จริงๆ"

จวงส่ายหน้า ไม่อยากจะเชื่อ แฟงโอบกอดเพื่อนไว้ด้วยความเศร้าเหมือนกัน
ทัพ ขาบ และเพื่อนๆนั่งวางแผนอยู่กับพ่อค่ายทั้ง10 ท่าทางทุกคนตื่นเต้น จริงจัง

"พวกอังวะมันส่งกองทหารทัพใหม่ขึ้นมาบุกเราแล้ว" ทัพบอก
พันเรืองถาม
"คราวนี้มันยกกันมาเท่าไหร่"
"คงไม่น้อยกว่าคราวก่อน ประมาณพันคน"
"มันจะมากี่พันกี่หมื่นคน เราก็ไม่มีวันถอย แผ่นดินนี้เป็นของเรา ข้าไม่มีวันยอมให้มันมาย่ำเป็นรอยง่ายๆดอก"
จันเขี้ยว บอก
"คราวนี้คงจะหนักขึ้นกว่ารบครั้งก่อนแน่ และถ้าเราชนะ มันก็จะส่งกองทหารมาเพิ่มขึ้น เรื่อยๆเป็นแน่ "
"เพื่อความไม่ประมาท..ข้าเห็นว่าน่าจะให้ผู้หญิงคอยฝึกดาบไว้ อย่างน้อยก็เอาไว้ช่วย ตัวเองก็ยังดี" โชติว่า
ทองแก้วบอก
"ข้าก็เห็นพ่อทองเหม็นกับพ่อทองแสงใหญ่ได้ฝึกซ้อมดาบให้พวกผู้หญิงไว้ไม่น้อย พวกเขาคงอยากออกรบร่วมกับพวกผู้ชายเหมือนกัน"
"เวลานี้...ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็ต้องสู้เอาตัวรอดกันไว้ทั้งนั้น ยามคับขันเราอาจพึ่งให้พวกผู้หญิงเป็นกองหลังไว้ก็ดี จะได้เอาไว้หลอกขู่พวกอังวะว่าคนในค่ายของเราก็มีไม่น้อยกว่าพวกมัน"
ทองเหม็นบอก
"เรากลับไปลับดาบไว้ให้คมเถิด อีกไม่เกินสองวันมันคงมาถึงบ้านขุนโลกแน่ เราต้องหาทางสกัดไม่ให้มันยกข้ามคลองสะตือมาได้โดยเด็ดขาด"
สีหน้าแววตาทุกคนมุ่งมั่น ทัพเป็นจุดสนใจเดียวของทุกคน เพราะกำลังบอกเรื่องสำคัญกับการรบครั้งต่อไป

วันใหม่ เสียงกลองศึกดังก้องเป็นสัญญาณ ทัพ กับ ขาบบนหลังม้าเป็นกองหน้า เคียงข้างขุนสรรค์กรมการและนายจันหนวดเขี้ยว
พันเรือง / ทองเหม็น / ทองแสงใหญ่ / โชติ / อิน / เมือง/ ทองแก้ว / ดอกไม้ ยืนส่งอยู่กับพระธรรมโชติ
ทัพนำนักรบทั้งบนหลังม้า และเหล่าชายฉกรรจ์พลเดินเท้าที่เตรียมพร้อม นักรบบ้านระจันทุกคนสีหน้าฮึกเหิม
"พวกข้านักรบชาวเมืองสิงห์ สรรค์บุรี ทั้งวิเศษไชยชาญ และสุพรรณที่ร่วมใจกันสู้ศึก พลีชีวิตให้แก่ชาติ รวมเรียกว่า ชาวค่ายบ้านระจัน ไทยกอดคอไทยน้ำตาหลั่ง ตายเถิด จะตายเมื่อไหร่ก็ได้ ตายแทนชาติ"

แฟง เฟื่อง จวง สไบ และหญิงชาวบ้านในชุดตะเบงมาน เลิกทำกับข้าว หันมาฟันดาบกันอย่างเอาเป็นเอา
ตาย คนแก่กับเด็กนั่งลุ้น ส่งเสียงดังลั่น
แฟงควงดาบสองมือ แววตาเด็ดเดี่ยว ไม่กลัวตาย สไบก็สู้สุดฤทธิ์ สีหน้าของทุกคนพร้อมจะเป็นกองหนุนในการออกรบ

ทัพเตรียมเคลื่อนกำลัง
"บ้านใคร ใครก็รัก เมื่อชาติอื่นภาษาอื่นมาข่มเหงจนถึงบ้าน จะให้หนีไปไหน จะให้ทิ้งเหย้าที่เคยอยู่ ทิ้งลูกเมียให้ศัตรูเข้าครองชมเชยหรือ"
แววตาชาวบ้าน ในค่ายที่พากันอุ้มลุกจูงหลาน พากันมองด้วยความปลื้มปิติ
"ปู่ย่าที่กราบไหว้ทุกวัน จะให้มันข้ามกรายเหมือนทาสเยี่ยงนั้นหรือ อย่า"
หลวงพ่อธรรมโชติยืนมองด้วยจิตภาวนา ส่งพลังใจให้แก่นักรบ
"ถึงบ้านระจันจะเหลือผู้ชายอีกเพียงคนเดียว..ก็จะไม่มีวันถอย คนอย่างพวกกูจะไม่ยอมเสียชาติเกิด"
เสียงโห่ร้องของเหล่านักรบที่เดินออกมาด้วยกันตะโกนก้อง
"ชาวระจันสู้ตาย.....ชาวระจันสู้ตาย.....ชาวระจันอย่าถอย"
ประตูระเนียดค่ายเปิดออก ทุกคนโห่ร้องเสียงดังก้องไปทั้งค่าย ทัพนำขบวนทั้งหมดออกไป กองปืนขุนสรร และกองดาบพ่อจันหนวดเขี้ยวตามออกประตูไป

พ่อค่ายที่เหลือยืนมองตามอย่างเป็นห่วง พระอาจารย์ธรรมโชติที่มองนิ่งสวดภาวนาตลอดเวลา
กองทัพแยจออากาเคลื่อนมาอย่างยิ่งใหญ่เต็มทุ่ง กำลังจะข้ามลำน้ำ ในป่า กองทหารม้าทัพ และชาวระจันซุ่มอยู่ อีกด้านหนึ่งเห็นจันเขี้ยวกับขุนสรรและชาวระจันอีกกลุ่มซุ่มคอยเวลาอยู่เหมือนกัน

จันเขี้ยวให้สัญญาณ "บางระจัน...รบ"
ทุกคนวิ่งกรูออกไป ทัพชูดาบสั่ง
"บางระจัน...สู้ตาย"
ทัพควายม้านำออกไป คนอื่นๆควบตาม

ฝั่งน้ำเดียวกัน พวกทัพนำกองทัพม้าระจันกรูกันออกมาจากราวป่า ตรงเช้าล้อมกองทัพอังวะให้ติดอยู่กลางน้ำ จันหนวดเขี้ยว / ขุนสรรค์ / ทัพ และกองทหารม้าอีกกลุ่ม วิ่งออกมาดักหน้าอยู่บนตลิ่งอย่างห้าวหาญ

แยจออากา ยืนม้ามองอย่างทระนง ชักดาบออก
"ข่าวทัพเรารั่วให้พวกระจันรู้เสียแล้ว ทหาร...ฆ่ามันให้หมด"
กองทหารอังวะวิ่งบุกเข้าหากองทัพระจันทันที
กองปืนขุนสรรต่างระดมยิงเข้าสกัด ม้าอังวะหลายตัวถูกยิงล้มลงตายอยู่กลางน้ำ นายจันหนวดเขี้ยวชูดาบวิ่งกรูลงน้ำไปฟันกับอังวะ ตะลุมบอนกันอุตลุด
ทัพควบม้าลุยน้ำเข้าฟันอังวะอย่างไม่ปรานี กองทหารทั้งสองฝ่ายดาหน้าเข้ารบกันอย่างดุเดือดเต็มละน้ำ
แยจออากาปะทะกับนายจันหนวดเขี้ยว ทหารอังวะเสียทีถูกฆ่าตายลงมากมาย แยจออากาเห็นสู้ไม่ได้ชักม้าหนี ขุนสรรได้ทีวิ่งไล่ยิงจนแยจออากาตกม้าจมน้ำ
จันเขี้ยวตามเข้าไปฟันซ้ำ....เห็นจันหนวดเขี้ยวยืนมองศพแยจออากาเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางสายน้ำที่แดงฉาน แล้วร่างของแยจออากาค่อยๆจมน้ำหายไป

ใจนอนหลับอยู่ เห็นภาพทัพที่เคยช่วยใจช่วยไว้ครั้งแรก, ใจเห็นทัพถูกลูกดอกอาบยาของจอกยีโบ
ใจที่ช่วยห้ามทุกคนไม่ให้ดึงลูกดอกออกจากทัพ, ใจถูกสังข์ชกต่อย ถูกสายตาทุกคนสงสัย, สไบด่าว่าใจ ตอนที่ดอกรักถูกฆ่า , จอกยีโบยิงใจ
ใจสะดุ้งเฮือก ลุกขึ้น เหงื่อแตกทั้งร่าง
เสียงกลองสัญญาณตีดัง ใจเปะปะลงจากเรือนอย่างเร็ว

เสียงกลองดังต่อเนื่องมา แฟง / เฟื่อง / จวง / สไบ / หญิงชาวบ้าน กำลังซ้อมดาบตามที่ครูชายแก่ที่ออกรบไม่ไหวสอนอยู่พากันชะงัก
"พวกไปรบกลับมาแล้ว"
ผู้หญิงทั้งหมดรีบวิ่งออกไปหน้าค่ายอย่างรวดเร็ว แฟงยืนนิ่ง จวงจะวิ่งไปหันมามอง
"ไม่ไปหรือแฟง"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 19/3 วันที่ 30 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ