อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 2 วันที่ 4 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 2 วันที่ 4 ม.ค. 58

จวงไม่เชื่อ มั่นใจมากว่าพี่ชายต้องมา เช่นเดียวกับเฟื่อง ซึ่งโกรธมากที่สังข์ขู่จะฆ่าคนรักถ้ากล้ามา

“เสียแรงฉันเคยนับถือพี่ คนบ้านคำหยาดเหมือนกัน แต่ปล่อยให้ความโลภมาครอบงำ ศัตรูมายืนถึงหน้าบ้านแล้ว ยังไม่รักไม่สามัคคีกัน เท่ากับว่าพวกเราเองนั่นแหละที่ยกแผ่นดินให้ศัตรู”

“ปิดปากเอ็งให้สนิทเฟื่อง ด้วยพระบรมเดชานุภาพพระเจ้าแผ่นดิน พวกอังวะจะไม่มีวันข้ามกำแพงกรุงศรีได้”


สังข์กับขาบคร้านจะเถียงกับสองสาว เลยจะสั่งให้ออกเดินทาง เฟื่องส่งสัญญาณให้จวงแกล้งปวดท้องเพื่อถ่วงเวลา สังข์รู้ทัน ขยับมาลากน้องสาวอดีตเพื่อนรักให้ไปขึ้นม้าด้วยกัน เฟื่องพยายามขวาง อาสาจะดูแลเอง แต่สังข์ไม่ยอม ยื้อยุดฉุดกระชากจนกลายเป็นเป้าสายตาคนทั้งขบวน ขาบเห็นท่าไม่มี เลยขอให้เพื่อนรักปล่อยจวง สังข์ต้องยอมแบบเสียไม่ได้ ก่อนจะผลุนผลันไปขึ้นม้าเพื่อนำขบวนเข้ากรุงฯขาบมองสองสาวด้วยความเห็นใจ แต่ถ้าไม่กำราบบ้าง คงไม่หยุดก่อกวนให้เสียเวลาแบบนี้

“เงียบๆไว้เถอะเฟื่อง จวง...ไอ้ทัพมันตามมาช่วยพวกเอ็งไม่ได้หรอก ทำใจซะตั้งแต่บัดนี้”

เฟื่องเหลืออด แหวกลับ “ฉันไม่เชื่อ ฉันไม่ใช่พวกขี้กลัว ยอมก้มหัวให้คนบ้าอำนาจเหมือนพี่ ฉันไม่ยอมเป็นพวกขี้ขลาดที่คิดเอากำแพงกรุงคุ้มหัว ฉันจะกลับไปตายแผ่นดินเกิดของฉัน พี่ทัพต้องมาช่วยพวกเรา...พี่ทัพต้องมา!”
ooooooo

แม้ใจจะช่วยหนีจากค่ายอังวะมาได้ แต่สไบก็จะขอกลับไปบ้านสามโก้อยู่ดี ด้วยความเป็นห่วงพ่อและชาวบ้านคนอื่น เจิดกับจาดไม่ขัดขวาง เพราะมีเรื่องอื่นต้องทำอีกมากในป่า แต่ใจกลับร้อนรนอย่างบอกไม่ถูกเหมือนเคย สภาพสาวไทยหน้าหวานที่ขโมยหัวใจเขาแต่แรกเห็น ทำให้กลัวจับใจว่าเธอจะเป็นอะไรไป

สไบไม่สนใจใครทั้งนั้น ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งกลับบ้านสามโก้ หวังจะช่วยพ่อ แต่ก็ถูกพวกทหารอังวะควบคุมตัวได้เสียก่อน และจับมัดรวมไว้กับพวกชาวบ้าน ก่อนจะจุดไฟเผาหมู่บ้านให้วอดวายกันไปหมด

อูจีเดินมามองหน้าเชลยสาวไทยที่เคยอยากได้มาปรนเปรอด้วยความสะใจ แต่สไบก็ไม่หวั่น

“ฉันขอสาปแช่ง แกมาปล้น มาทำลายบ้านคนอื่น บ้านเมืองแกก็ต้องวายวอด!”

เปลวเพลิงและกลุ่มควันไฟสีเทาพวยพุ่งจากมุมหนึ่งของป่า ทำให้ทัพซึ่งกำลังควบอ้ายเลาอย่างเร่งรีบเพื่อไปช่วยน้องสาวและคนรักตกใจ แต่สัญชาตญาณทหารกล้าก็ทำให้เปลี่ยนใจ ชักม้าคู่ใจมุ่งสู่หมู่บ้านที่กำลังโดนเผา เวลาเดียวกับที่ใจตัดสินใจแยกจากพ่อและพี่ชายมาช่วยสไบ

พรานหนุ่มสู้เต็มกำลังและพยายามกันให้สไบกับพ่อหนี ส่วนทัพตะลุยฟาดฟันพวกอังวะอย่างห้าวหาญอูจีเห็นทหารรอบตัวค่อยๆล้มลงด้วยน้ำมือชายชาวไทยฝีมือกล้า ก็ตาเหลือกจะวิ่งหนี ทัพตามติด พร้อมตะโกนไล่หลัง
“มึงต้องชดใช้ให้พี่น้องคนไทยของกู!”

ระหว่างที่ทัพกับใจไล่ฆ่าทหารอังวะอย่างดุเดือด สไบ ผู้ใหญ่แสงและชาวบ้านที่รอดชีวิตจำนวนหนึ่ง กำลังเคว้งคว้างกลางป่า ไม่รู้จะมุ่งหน้าทางไหนถึงจะพ้นข้าศึก โชคดีที่เจิดกับจาดตามมาเจอ เลยช่วยบอกทางให้ ชาวบ้านมีท่าทีลังเล สไบต้องรีบบอกว่าสองพรานนี้ไว้ใจได้ เพราะเคยช่วยชีวิตเธอหลายหนแล้ว

ฝ่ายใจพยายามฝ่าวงล้อมทหารอังวะไปสมทบพ่อและพี่ชาย แต่ก็ถูกอูจีใช้ทวนแทงขาจนก้าวไม่ออกทัพควบม้ามาจากไหนไม่รู้ ฟันนายกองจอมโฉดที่กลางหลังตายคาที่ ก่อนจะดึงพรานหนุ่มขึ้นอ้ายเลาแล้วควบหนีไปด้วยกัน

ทัพแวะปล่อยใจลงกลางทาง เพราะต้องรีบไปช่วยน้องสาวและคนรัก พรานหนุ่มซาบซึ้งใจมาก เห็นฝีไม้ลายมือของอีกฝ่ายก็เข้าใจว่าเป็นทหารกรุงศรีฯ ทัพเลยแนะนำตัวง่ายๆ ว่าเป็นอดีตทหารจากบ้านคำหยาด

“ข้าไม่ใช่ทหาร ข้าเป็นโจร...โจรที่จะเอาชีวิตแลกแผ่นดิน”

ทัพควบม้าจากไปแล้ว ทิ้งใจให้มองตามด้วยความชื่นชม...ถึงเป็นโจร แต่ก็กล้าหาญและฝีมือดียิ่งนัก!

ใจตามไปทันพี่ชายกับพ่อไม่นานหลังจากนั้น เจอกับสไบที่มองมาด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นแผลที่ขาเขา พรานหนุ่มดีใจมากได้เจอหญิงที่ต้องใจอีก

และเล่าให้ฟังอย่างไม่ปิดบังว่ารอดมาได้เพราะคนกล้าจากบ้านคำหยาด เจิดกับจาดเห็นใจกลับมาก็เตรียมจะแยกไป แต่ก็ไม่วายถามว่าพวกสไบจะมุ่งหน้าไปไหน ผู้ใหญ่แสงเป็นคนตอบแทน

“ฉันได้ยินว่าพวกเราหนีภัยไปรวมกลุ่มกันที่กระทุ่มด่าน”

“ไปกระทุ่มด่าน...แล้วทำไมไม่ขอความช่วยเหลือทหารกรุงศรี” จาดถามงงๆ

ผู้ใหญ่แสงถอนใจยาว ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม “เราต้องช่วยตัวเอง บ้านเมืองปั่นป่วน ศึกอังวะมาประชิด ทหารกรุงศรียังต้องเกณฑ์พวกเราไปรบ ศึกใหญ่ขนาดนี้ พวกเราชาวบ้านต้องดูแลกันเอง”

จาดนิ่งฟังเงียบๆ โดยมีเจิดนั่งทำแผลที่ขาให้ใจไม่ไกลกันนั้น สไบมองมาด้วยความเป็นห่วง อดรู้สึกผิดไม่ได้ ที่เป็นต้นเหตุให้ใจมาช่วยจนต้องเจ็บตัว จาดเห็นท่าลูกชายคนเล็ก พอรู้ว่าคงปักใจกับสาวชาวไทยบ้านสามโก้เสียแล้ว เลยนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนความตั้งใจ ร่วมทางกับพวกผู้ใหญ่แสง ไปเจอคนอื่นๆที่กระทุ่มด่าน!

ooooooo

ทัพตั้งหน้าตั้งตาควบม้าไปช่วยครอบครัวและคนรัก แต่คงเร่งมากเกินไป ไม่ได้พัก อ้ายเลาเลยมีอาการเหมือนจะไปไม่ไหว ทัพตัดสินใจลงมากอดปลอบ กระซิบและลูบหัวม้าคู่ใจเบาๆ

“ใจข้าก็แทบหมดแรงเหมือนเอ็ง แต่พอคิดถึงหน้าทุกคนที่รอ แม่ข้า น้องสาวข้า น้าเฟี้ยม เฟื่อง...หญิงที่เป็นดวงใจ อ้ายเลาเอ๋ย...พวกเขากำลังรอให้เราไปช่วย ไอ้เพื่อนยาก...เมตตาข้าด้วยเถิด”

อ้ายเลาเหมือนจะรับรู้ความหวังของเจ้านายหนุ่ม ยกขาเตรียมพร้อม แล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้าอีกครั้ง

ทัพตามไปทันขบวนของสังข์จนได้ แต่ก็ไปช่วยครอบครัวและคนรักไม่ได้ง่ายๆ เพราะขาบดันผ่านมาเห็นเสียก่อน และเข้ามาขวางไว้ ทัพสบตาอดีตเพื่อนรักอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนประกาศกร้าว

“ข้าต้องกลับไปพร้อมแม่กับน้อง แล้วก็เฟื่องของข้า ฆ่าข้าเลยก็ได้ไอ้ขาบ ถ้าเอ็งกลัวจะมีผิดติดตัว ถ้าข้าต้องตายด้วยดาบเกลอเก่า เพื่อรักษาคนที่ข้าบูชา ข้าก็จะไม่เสียดาย”

ขาบถึงกับอึ้ง แม้จะจ่อดาบที่คออดีตเพื่อนรัก แต่ทัพก็ไม่หวาดหวั่นเลย แถมยืดอกท้าให้ฆ่าทิ้งอีกต่างหาก

“ให้ข้าเป็นผีเฝ้าที่นี่เพราะดาบเอ็งก็ได้ไอ้ขาบ ข้าไม่มีวันยอมให้แม่กับน้องไปแย่งเศษข้าวพวกในกำแพงกรุงกินเหมือนหมูเหมือนหมา ผืนนาข้าวอยู่ที่คำหยาด ทำไมต้องไปอดๆอยากๆกันเพราะกลัวตาย”

“ข้าช่วยเอ็งได้แค่นี้ทัพ ถ้าเอ็งฝืนเข้าไป นายกองสังข์สั่งทหารฟันคอเอ็งแน่”

ทัพไม่สู้ แถมท้าให้ฆ่าเขาเสีย จะได้กำจัดศัตรูหัวใจไปในตัว ขาบพูดไม่ออก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้ ทัพยิ้มเยาะ ก่อนจะท้าเสียงเข้ม “ฆ่าข้าเสีย เผื่อเฟื่องจะเปลี่ยนใจมารักเอ็ง แต่ข้าคิดว่าไม่...หญิงอย่างเฟื่องใจคอหนักแน่น เอ็งจะได้แต่ร่าง เพราะหัวใจรักของเฟื่องจะอยู่กับข้าไปชั่วชีวิต”

ขาบแค้นใจมาก กำดาบแน่น ก่อนจะพุ่งหาอดีตเพื่อนรัก ทัพหลบฉาก ก่อนจะโยนดาบในมือทิ้ง

“มาสู้กันแบบลูกผู้ชายเถอะขาบ ข้าไม่อยากฟันเอ็งถึงตาย”

ขาบบ้าเลือด สู้เต็มกำลัง แต่ก็สู้ชั้นเชิงหมัดมวยของทัพไม่ได้ อดีตทหารกล้าเห็นอีกฝ่ายทรุดกับพื้นเลยรามือ หยิบดาบตัวเองขึ้นมา แล้วพูดทิ้งท้าย “เอ็งรู้ไว้ คนอย่างข้า ไอ้ทัพทุ่งคำหยาด ไม่มีวันฆ่าเพื่อน!”

คืนเดียวกัน...พวกฟักพาแฟงมาส่งถึงกระทุ่มด่านจนได้ พัน...ผู้ใหญ่บ้านและมีศักดิ์เป็นอาของแฟงกับฟักมาต้อนรับ หน้าเสียเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเฟี้ยมกับเฟื่องไม่ได้มาด้วย แถมพรรคพวกของฟักก็ไม่ใช่ทหาร แต่เป็นพวกหนีทัพ!

“พวกฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาอาศัยที่นี่ให้เดือดร้อน แค่มาส่งแฟงให้ปลอดภัย แล้วจะไปซุ่มกันในดง”

พันนิ่วหน้าไม่เข้าใจ นอกจากหนีทัพแล้วคิดจะทำอะไรอีก ฟักเป็นตัวแทนอธิบายว่าจะเป็นโจรดักปล้นค่ายอังวะ ผู้ใหญ่บ้านกระทุ่มด่านถึงกับพูดไม่ออกเช่นเดียวกับลูกบ้านคนอื่นที่ฟังอยู่ด้วย

“แต่โจรอย่างพวกฉันไม่ปล้น ไม่ทำร้ายคนไทยด้วยกันเองหรอกจ้ะ”

เอิบรีบพูด ไม่อยากให้เข้าใจผิดว่าพวกเขาเป็นคนไม่ดี แต่ถึงกระนั้น...พันก็อดห่วงไม่ได้ ฟักต้องพูดให้คลายใจ

“คนเราเกิดมาก็ต้องตาย ทำไมจะตายเปล่าๆสู้เอาลมหายใจไปแลกข้าศึก ไล่ศัตรูให้พ้นแผ่นดินไม่ดีกว่าหรือ”

ท่าทางมุ่งมั่นของพวกฟักทำให้พันถอนใจหนักๆ ก่อนจะถามถึงหัวหน้าของเหล่าโจรจำเป็นพวกนี้ คราวนี้แฟงเป็นฝ่ายตอบแทน ด้วยน้ำเสียงภูมิใจหนักหนา... พี่ทัพจ้ะ...พี่ทัพ ไอ้เสือแห่งทุ่งคำหยาด!

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 2 วันที่ 4 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 6 ม.ค.58
ที่มา ไทยรัฐ