อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 2 วันที่ 5 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 2 วันที่ 5 ม.ค. 58

ท่าทางมุ่งมั่นของพวกฟักทำให้พันถอนใจหนักๆ ก่อนจะถามถึงหัวหน้าของเหล่าโจรจำเป็นพวกนี้ คราวนี้แฟงเป็นฝ่ายตอบแทน ด้วยน้ำเสียงภูมิใจหนักหนา... พี่ทัพจ้ะ...พี่ทัพ ไอ้เสือแห่งทุ่งคำหยาด!

หลังปราบขาบจนสลบเหมือด ทัพจึงลักลอบไปตามหาครอบครัวและคนรัก เห็นทหารเฝ้าเวรยามหนาแน่นที่กระท่อมหลังหนึ่ง ก็มั่นใจว่าคงเป็นที่ขัง เลยตัดสินใจจะหาโอกาสบุกเข้าไป



แต่ที่ทัพไม่รู้ คือพวกเฟื่องไม่ได้ถูกขังในกระท่อมนั้น แต่นั่งปะปนกับกลุ่มชาวบ้านที่อีกมุมหนึ่ง โดยมีทหารยามเฝ้าตลอดเวลา จะขยับไปไหนก็ถูกจับตา จนสี่สาวอึดอัดมาก โดยเฉพาะจวง เป็นห่วงแม่ซึ่งป่วยออดๆแอดๆ

“เข้าไปอยู่ในกรุงศรี เราจะทำมาหากินอะไรได้ ที่นาเท่ากระแบะมือยังไม่มีเลย ต้องรอข้าวหลวงแจก ถ้าพวกอังวะมันล้อมนานๆ เรามิอดตายกันหรือพี่เฟื่อง”

เฟื่องกังวลไม่ต่างกัน ตัดสินใจเด็ดขาดจะพาแม่หนีไปตายดาบหน้า จวงจะพาแม่ไปด้วย แต่ไม่รู้จะออกไปด้วยวิธีใด ชาวบ้านหญิงคนอื่นได้ยินก็อาสาช่วยดูต้นทางให้ เฟื่องเลยชวนไปด้วยกัน แต่หญิงชาวบ้านปฏิเสธ

“พี่อยู่นี่ ถ้าพวกมันรู้ว่าช่วยเรา พี่ก็ไม่รอดเหมือนกัน” จวงแย้ง

“พ่อทัพเคยช่วยลูกชายพี่ไว้ ไม่ให้นายกองสังข์มันเตะต่อย ไปเถอะ...พวกเราจะช่วยถ่วงเวลาให้”

เฟื่องมองไปด้านนอก เห็นเป็นคืนเดือนมืดก็เบาใจว่าน่าจะช่วยอำพรางตัวได้ จวงขยับไปปลุกแม่ๆทั้งสอง ก่อนจะค่อยๆคลานออกไปทางมุมหนึ่ง โดยมีหญิงชาวบ้านหลายคนช่วยกันบังไว้

คืนเดียวกันที่บ้านกระทุ่มด่าน...พวกฟักจะไปซ่อนตัวในป่า เพื่อรอเวลาดักปล้นค่ายอังวะ แฟงมาส่งพี่ชาย อวยพรให้ดูแลตัวเองดีๆ ฟักมองน้องสาวคนเล็กด้วยแววตาอ่อนแสง เป็นห่วงไม่อยากให้ไกลตา แต่หน้าที่ปกป้องบ้านเมืองก็ทำให้ต้องตัดใจ ฝากฝังพันให้ช่วยดูแลน้องสาวแทน

แฟงอยากตามพี่ชายไปด้วยใจแทบขาด แต่ด้วยเป็นหญิง เลยจำต้องรออยู่ข้างหลัง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่วายสงสัย หากทัพนำเฟื่องกับแม่กลับมาได้จริงตามสัญญา จะให้แจ้งข่าวเช่นไร

“ไม่ต้องตาม...พวกพี่จะจัดสายข่าวไว้ ถ้าพี่ทัพพาแม่กับเฟื่องกลับมา บอกให้รอที่นี่ พี่จะรีบมาหาเอง”

พวกฟักเอ่ยคำลาและลงจากเรือนพันไปแล้ว ทิ้งแฟงให้มองตามด้วยแววตาเป็นกังวล เป็นห่วงไปหมดทุกอย่าง

ระหว่างที่พวกเฟื่องกับจวงพาแม่ลัดเลาะไปตามความมืดในป่าด้วยใจหวาดหวั่น มีเพียงใจและท่อนไม้ในมือเป็นอาวุธป้องกันตัว ทัพหาจังหวะเหมาะบุกไปช่วยครอบครัวและคนรักในกระท่อม แต่พลาดท่าถูกกลอุบายของสังข์คุมตัวไว้ได้เสียก่อน ทัพเงยหน้ามองอดีตเพื่อนรักด้วยความแค้น แต่สังข์กลับไม่ยี่หระเย้ยกลับ

“เอ็งคิดว่าจะแน่กว่าข้าไปได้ทุกครั้งหรือไอ้ทัพ”

เหล่าทหารในกองสังข์คุมตัวทัพอย่างแน่นหนา แต่ถึงกระนั้น...อดีตทหารกล้าก็ไม่กลัว โพล่งถามถึงครอบครัวและคนรัก สังข์แสยะยิ้มร้าย บอกว่าจะเลี้ยงดูครอบครัวเขาอย่างดี แต่ทัพก็ไม่สนใจ ยืนยันต้องการตัวทุกคนคืน

“ก็เอ็งเลือกทางเป็นโจรมากกว่าไพร่รับใช้ข้าหลวง แล้วเอ็งจะมาถามหาพ่อแม่พี่น้องอีกทำไม...ไอ้คนทรยศ!”

ทัพพยายามข่มความโกรธเต็มที่ สวนกลับเสียงเข้ม “ข้าไม่เคยทรยศบ้านเมือง ถ้าจะเกณฑ์ข้าไปรับใช้นายที่ดี สละชีวิตเพื่อแผ่นดิน ข้ายินดี ไม่ใช่ไปเป็นขี้ข้าไอ้พวกอ้างอำนาจราชการเพื่อเอาตัวรอด”

ความจริงจากปากอดีตเพื่อนรักแทงใจดำสังข์อย่างแรงจนเถียงไม่ออก ทัพไม่หยุด เย้ยต่อ

“หรือเอ็งจะบอกว่าเอ็งซื่อสัตย์ล่ะไอ้สังข์ วิ่งหนีข้าศึกเข้ากรุงยังได้ยศเพิ่ม”

สังข์โมโหมาก แหวลั่น “มึงดูถูกกูมากไปแล้วนะไอ้ทัพ”

“ผิดบาปดีชั่ว ไม่ต้องรอฟ้าพิสูจน์ เอ็งรู้แก่ใจ ฆ่ากูซะสังข์ ยังไงกูก็ต้องพาแม่ น้องข้า และคนรักกลับไปให้ได้”

“กูไม่ฆ่ามึงหรอกไอ้ทัพ ถ้ากูได้มึงไปมอบตัวกับคุณพระนาย กูยังจะมีความดีความชอบขึ้นมาอีก มัดมันไว้”

เหล่าทหารจะมัดทัพตามสั่ง แต่อดีตทหารกล้าไม่ยอม อาศัยแรงและความไวเหวี่ยงทหารที่จะมาจับตัวให้กระแทกกันเอง ทหารคนอื่นจะช่วย แต่ก็ถูกทัพถีบกระเด็นร่วงลงจากกระท่อมทันตา สังข์ตกใจมาก แต่ยังมีสติ ชักดาบของตัวจะฟันอดีตเพื่อนรัก ทัพหลบวืด ก่อนจะเอี้ยวตัวไปคว้าดาบของตัวเอง

“ไอ้ทัพ...ถ้ามึงฆ่ากู...นายกองทหารกรุงศรี โทษมึงตายทั้งครัวเชียวนะ”

“ลองดูว่าใครจะมาจับตัวกูตัดหัว”

“มึงคิดว่ามึงเก่งกว่ากองทัพอยุธยางั้นหรือ”

“ไม่เลยสังข์ เสียดายเหลือเกินที่เป็นเกลอมึงมา กูยอมตาย แต่กูจะไม่ยอมให้มึงเอายศศักดิ์มาเหยียบย่ำคนอย่างกู มึงเปลี่ยนไปเพราะเหลิงอำนาจ ได้เจ้านายขี้ขลาดเห็นแก่ตัว หยุดเถอะสังข์ ก่อนที่อำนาจจะย้อนเข้าตัวมึง”

“กูไม่หยุด กูเป็นถึงนายกองสังข์ สิ้นศึกนี้ รับรองกูได้เป็นขุนแน่”

ขาดคำก็พุ่งปลายดาบไปทางอดีตเพื่อนรัก ทัพหลบหลีก เอาดาบยันไว้ ไม่อยากฟันเพื่อน แต่สังข์ก็ไม่หยุด พยายามจะฟาดฟันจนทัพต้องเตะเสย พร้อมประกาศกร้าว

“คนอย่างไอ้ทัพ ไม่ฆ่าเกลอคนบ้านเดียวกันที่เห็นกันมาแต่อ้อนแต่ออก แต่กรรมที่มึงข่มเหงคนอื่นมา จะลงโทษมึงมากขึ้นอีกเป็นร้อยเป็นพันเท่า”

สังข์ตั้งท่าจะพุ่งมาใหม่ ทัพเลยชกหน้าอย่างแรงจนสลบเหมือด จังหวะเดียวกัน...เฟื่องซึ่งได้ยินเสียงเอะอะจากกระท่อมพักของสังข์ เลยวิ่งมาดู ก่อนจะโผกอดคนรักแน่นด้วยความรักและคิดถึง ทัพกอดตอบก่อนจะถามถึงแม่กับน้องสาว เฟื่องยิ้มบางๆ ก่อนจะบอกว่าทุกคนซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ไม่ไกลจากที่นี่นัก

ooooooo

สามคนแม่ลูกกอดกันด้วยความคิดถึง ทัพเห็นแม่กับน้องปลอดภัยก็โล่งใจมาก แต่ยังไม่วางใจ เร่งวางแผนให้ทุกคนหนี เพราะเชื่อแน่ว่าพวกทหารยามจะต้องมาหาสังข์ที่กระท่อมในไม่กี่อึดใจ

ทัพสั่งให้น้องสาวพาแม่และเฟี้ยมไปรอที่เกวียน รอสัญญาณจากเขากับเฟื่อง ที่จะไปจัดการทหารยามซึ่งเฝ้าตรงทางเข้าออก จวงรีบทำตามคำสั่ง และรอเพียงไม่กี่อึดใจ พี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้ก็มาพาออกจากที่ซ่อน

จวงรับหน้าที่ขับเกวียนเทียมวัวให้จันทร์กับเฟี้ยม ส่วนเฟื่องไปนั่งม้ากับทัพ ลัดเลาะเข้าป่าในคืนเดือนมืด

ทัพกอดกระชับคนรักแนบอก “คิดถึงพี่บ้างไหม...เฟื่อง”

“ไม่คิดถึงเลยสักนิด”

“ไม่เป็นไร...พี่คิดถึงเฟื่องคนเดียวก็พอ”

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 2 วันที่ 5 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 6 ม.ค.58
ที่มา ไทยรัฐ