อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 2 วันที่ 6 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 2 วันที่ 6 ม.ค. 58

“ไม่เป็นไร...พี่คิดถึงเฟื่องคนเดียวก็พอ”

ด้านพวกสไบ...มุ่งหน้าไปกระทุ่มด่านพร้อมกับชาวบ้าน โดยมีพรานหนุ่มทั้งสามตามมาด้วย เจิดรับหน้าที่เฝ้ายามพร้อมกับใจ อดเย้าน้องชายไม่ได้ ว่าคงชื่นใจหนักหนา ได้ใกล้ชิดกับสไบนานกว่าที่คิด ใจเขิน สารภาพตามตรงว่าเป็นห่วงคนงามแห่งบ้านสามโก้ พลางปรายตาไปทางเธอที่นอนหันหลังให้

แต่ที่พรานหนุ่มไม่รู้ คือสไบไม่ได้หลับสนิทและได้ยินทุกอย่าง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เมื่อได้ยินว่าเขาเป็นห่วงเธอ เจิดเห็นสายตาน้องชาย ก็พอรู้ว่าคงปักใจรักคนงามบ้านสามโก้เสียแล้ว เลยพยายามปลอบให้ทำใจ



“เราเป็นพรานนะใจ ไม่ใช่ชาวบ้าน ข้าไม่อยากโดนจับเป็นเชลย”

“ถึงถูกจับเราก็ไม่ตาย แต่พวกเขาไม่เหมือนเรา เขาเป็นแค่ชาวบ้าน ทำมาหาเลี้ยงตัวไปวันๆ”

“เราจะสงสารทุกคนไม่ได้ ทุกคนต่างมีความรับผิดชอบไม่เหมือนกัน ไปถึงกระทุ่มด่านเมื่อไหร่ ก็ต้องแยกย้าย”

น้ำเสียงจริงจังของพี่ชาย ทำให้ใจอดกังวลไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าเมื่อถึงเวลานั้นจริง จะทำใจจากสไบได้หรือไม่...

ฝ่ายแฟงตั้งหน้าตั้งตารอแม่และพี่สาวอย่างมีความหวัง แต่แม้จะมั่นใจในฝีมือทัพมากแค่ไหน ก็ไม่วายวิตก วันเวลาช่างผ่านไปเชื่องช้าเหลือเกิน ไม่รู้อีกนานแค่ไหนครอบครัวจะได้อยู่ร่วมชายคาเดียวกันอีกครั้ง เมียพันเห็นหลานสาวเศร้าสร้อย จึงพยายามปลอบให้คลายกังวล แฟงยิ้มรับบางๆ ก่อนจะบอกอย่างเชื่อมั่นว่าทัพต้องทำสำเร็จแน่

ความหวังของแฟงเป็นจริงในเวลาไม่นานหลังจากนั้น เมื่อทัพนำครอบครัวอันเป็นที่รักของเธอมาถึงกระทุ่มด่านจนได้ในวันเดียวกัน สาวแก่นแห่งบ้านคำหยาดวิ่งถลาลงจากเรือนพัน โผกอดแม่กับพี่สาวด้วยความรักและคิดถึง เฟี้ยม กอดลูกสาวคนเล็กแน่น เห็นอีกฝ่ายดีใจจนน้ำตาไหลก็อดเย้าไม่ได้ ทัพส่ายหน้าเอ็นดู แต่ไม่วายแหย่ขำๆ

“ดีใจก็ต้องยิ้มสิ ดีใจแล้วร้องไห้นี่มีแต่คนบ้า”

แฟงหันขวับ แหวทัพกลับด้วยน้ำเสียงแง่งอน “ทำไม... ฉันดีใจต้องเหมือนคนอื่นเขาด้วยหรือ ฉันจะดีใจแล้วร้องไห้ หรือว่าถือเป็นบุญคุณที่พาแม่ พาพี่เฟื่องกลับมาได้เลยกะเกณฑ์ สั่งฉันให้เป็นอย่างโน่นอย่างนี้”

“เอ้าๆ...อะไรของเอ็งนังแฟง ข้าแหย่หน่อยเดียว โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ อีกหน่อยข้าจะไม่พูดด้วย”

แฟงเถียงไม่เลิก เฟื่องเลยต้องปรามด้วยความอ่อนใจ แม้รู้ดีว่าน้องสาวไม่ได้รังเกียจรังงอนคนรัก แต่ก็ไม่อยากให้ทะเลาะกันไปมาแบบนี้ แฟงโผกอดพี่สาวแน่น ประจบใหญ่ เมื่ออีกฝ่ายเย้าว่าไม่ดีใจที่เจอกันหรือ

“ดีใจสิ ทั้งคิดถึงทั้งห่วงแม่กับพี่เฟื่องใจจะขาด ถ้าเป็นผู้ชายจะขอตามไปฟันหน้าไอ้สังข์ไอ้ขาบให้หายแค้น”

ขาดคำก็หันไปถามทัพเสียงเข้ม ว่าสังข์กับขาบได้รับผลกรรมเช่นไรบ้าง ทัพยิ้มให้ ก่อนจะบอกว่าไม่เป็นอะไรเลย เพราะเขาไม่คิดจะฆ่าแกงคนบ้านเดียวกัน แฟงของขึ้น โมโหว่าที่พี่เขยที่ใจอ่อนเหมือนเคย

“พี่ทัพน่ะบ้ายิ่งกว่าฉันอีก ที่ไม่ทำอะไรไอ้เพื่อนทรยศสองคนนั่น มันทำกับแม่ กับน้อง กับพี่เฟื่องขนาดนี้”

ทัพสบตาเฟื่องยิ้มๆ ไม่ถือสาและปล่อยให้แฟงโวยวายโหวกเหวกคนเดียว...เดี๋ยวเหนื่อยก็เงียบไปเอง

ooooooo

กว่าสังข์กับขาบจะหายจากแผลฟกช้ำที่ปะทะกับทัพก็กินเวลาหลายชั่วยาม นายกองขี้โอ่จากกรุงศรีฯเจ็บแค้นมาก ที่อดีตเพื่อนรักมาหยามน้ำหน้า ชิงตัวครอบครัวและคนรักคืนถึงที่ แต่ทั้งตนและขาบกลับทำอะไรไม่ได้ ขาบหัวเสียไม่แพ้กัน แต่อยากมุ่งหน้านำชาวบ้านคนอื่นเข้ากรุงก่อนจะเสียเวลาไปกว่านี้ แต่สังข์กลับไม่ยอม

“อาญาหลวงคือตามริบไพร่ที่หนีทัพ ไอ้ทัพมันเป็นขบถ ข้าต้องตามจับมันให้ถึงที่สุด!”

ระหว่างที่พวกสังข์บ่ายหน้ากลับไปจับตัวทัพเพื่อรับอาญาหลวง อดีตทหารกล้าเป้าหมายกลับไม่กังวลและขอลาพันกับครอบครัวไปสมทบพวกฟักในป่า เพื่อดักปล้นค่ายอังวะด้วยกันตามสัญญา พันพยายามรั้ง ไม่อยากให้ทำผิดอาญาหลวง หนีทัพแถมเป็นโจร แต่ทัพก็ไม่เปลี่ยนใจ ตั้งใจไว้แล้วจะปล้นพวกอังวะเท่านั้น ไม่ใช่คนไทยด้วยกัน

“ที่ได้ชื่อว่าเป็นโจร เพราะฉันไม่ยอมก้มหัวให้คนเลว แต่ใจรักแผ่นดินเกิดของโจรอย่างฉัน ก็ไม่ด้อยกว่าทหารกรุงคนไหน ฉันตั้งใจแล้วว่าจะรวมคนกล้าลอบปล้นค่ายอังวะ เอาเสบียงมาคืนพ่อแม่พี่น้องเราที่กำลังอดอยาก มันมาปล้นข่มเหงรังแกเราก่อน ฉันจะปล้นเอาคืนมันให้หนักหนายิ่งกว่า”

คำประกาศกร้าวของทัพ ทำให้ทุกคนนึกทึ่งในความกล้าหาญ มีเพียงเฟื่องมองตามคนรักด้วยความเป็นห่วง ต่างจากแฟงมองว่าที่พี่เขยด้วยแววตาศรัทธาและนับถือ เยี่ยงวีรบุรุษคนหนึ่งที่จะช่วยกันปกป้องบ้านเมือง

หลังอำลาผู้ใหญ่บ้านกระทุ่มด่าน...ทัพก็ก้มกราบแม่ โดยมีจวงนั่งมองด้วยท่าทางเศร้าหมอง จันทร์เป็นห่วงลูกชายตามประสาคนเป็นแม่ แต่ก็เชื่อมั่นว่าเขาจะทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้ เลยอวยพรให้โชคดี จวงอดไม่ได้ น้ำตาไหลพราก โผกอดพี่ชายแน่นด้วยความเป็นห่วง ทัพกอดสองสาวคนสำคัญในชีวิต ก่อนจะสัญญาหนักแน่น

“ไม่ต้องห่วงฉันนะแม่ ฉันจะต้องรอดปลอดภัย คุณพระจะต้องคุ้มครองให้ฉันไล่ศัตรูออกไปจากแผ่นดิน”

เฟื่องยืนรอลาคนรักข้างๆอ้ายเลา ทัพส่งยิ้มและขยับไปเช็ดน้ำตาให้ ก่อนจะปลอบไม่ให้กังวล เพราะเขาเป็นคนมีฝีมือ ไม่ใช่ตาสีตาสาที่ไหน แต่เฟื่องก็ยังกลัว ไม่อยากเสียคนรักในสภาวะสงครามแบบนี้

ทัพดึงตัวคนรักมาโอบกอด เอ่ยเสียงนุ่ม “จำสัญญาที่ตาลห้าต้นของเราได้ไหม...ไม่มีใครทำอะไรพี่ได้ดอกเฟื่อง ขอเฟื่องรอเป็นแม่ศรีเรือน เป็นแม่ของไอ้ตัวเล็กๆเป็นยอดชีวิตของพี่เพียงคนเดียว”

“พี่ทัพต้องรักษาตัว กลับมาหาเฟื่องของพี่คนนี้นะ”

“จ้ะเฟื่อง...พี่จะกลับมารับเฟื่องตามสัญญา ไม่ว่าจะโดนคมหอกคมดาบบาดเจ็บแค่ไหน พี่ก็จะหาทางกลับมานอนตายซบตักเฟื่องคนนี้คนเดียว รอพี่นะเฟื่อง...รอพี่คนเดียว”

“จ้ะพี่ทัพ...พี่ไปไล่ไอ้พวกข้าศึกมันไปให้พ้นแผ่นดินเร็วๆเถอะ ไม่ต้องพะวงว่าใจฉันจะเปลี่ยน ใจเฟื่องคนนี้จะมีพี่ทัพเป็นเจ้าของเพียงคนเดียวจนหมดลมหายใจ”

ทัพจูบมือคนรัก ก่อนจะควบม้าจากไป ทิ้งเฟื่องให้มองตามด้วยแววตารักและเต็มใจจะรอคอย

แต่ควบอ้ายเลาไม่ทันพ้นหมู่บ้าน ทัพก็ต้องหยุดม้าเสียก่อน เมื่อแฟงโผล่มาขวางหน้า เพื่อเอ่ยคำลาและถามถึงข้อสงสัยว่าอีกฝ่ายจะไปตามพวกฟักที่ไหน ทัพยังไม่แน่ใจ แต่เชื่อว่าคงเป็นละแวกค่ายอังวะ เพราะตั้งใจจะไปดักปล้นด้วยกัน แฟงพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะโพล่งว่าขอไปด้วยคน ทัพปฏิเสธทันควัน เพราะอีกฝ่ายเป็นหญิง

แฟงหัวเสียมาก แหวกลับงอนๆ “แล้วผู้หญิงมันรักบ้านเมือง ไปรบกับข้าศึกไม่ได้หรือ”

“ไม่มีใครห้ามผู้หญิงหวงแหนแผ่นดิน แต่หน้าที่จับดาบรบมันของผู้ชาย แฟงอย่าห้าวหาญให้เกินหญิง อย่ารั้นให้เฟื่องปวดหัว อยู่ดูแลแม่ที่นี่ มีอะไรหยิบจับได้ก็ต้องช่วย”

สอนจบก็ทำท่าจะควบม้าจากไป แฟงยังยื้อไว้แล้วอวยพรให้พระคุ้มครอง ทัพยิ้มรับ ลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดู แฟงปลื้มมาก มองตามหลังแกร่งที่ควบม้าจากไปด้วยหัวใจพองโต

ด้านพวกสไบ...มองหน้ากันด้วยความเหน็ดเหนื่อย ระยะทางยาวไกลและความอ่อนล้าที่รุมเร้าตลอดหลายวันที่ผ่านมาทำให้อดวิตกไม่ได้ จาดมองมาด้วยสายตานิ่งๆ ก่อนจะปลอบว่าอีกไม่กี่เพลาจะถึงกระทุ่มด่าน ผู้ใหญ่แสงกับพวกชาวบ้านเลยมีกำลังฮึดเดินทาง แต่ก็เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้ง เมื่อขบวนชาวบ้านสามโก้ต้องประจันหน้ากับพวกทหารลาดตระเวนชาวอังวะอีกครั้ง พรานหนุ่มทั้งสามช่วยป้องกันชาวบ้าน และผลักให้สไบกับพ่อหนีไป

สไบหนีกระเจิงเข้าไปในป่าลึก เจอกับทัพซึ่งควบม้าผ่านมา เลยขอให้ไปช่วยพวกใจ อดีตทหารกล้าไม่รอช้า ควบม้าไปตามทางที่บอก แต่ก็ไม่พบใครเลย สไบใจเสียมาก รู้สึกผิดไม่น้อยที่พวกพรานต้องรับเคราะห์แทน

แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีเรื่องดีๆ เมื่อทัพบอกว่าอีกไม่กี่อึดใจก็จะถึงบ้านกระทุ่มด่านแล้ว

แต่ที่พวกสไบนึกไม่ถึง คือพวกพรานรอดชีวิตจากกลุ่มทหารลาดตระเวน และกำลังเดินลัดเลาะตามริมน้ำ ทั้งสามกำลังมุ่งหน้าเข้าป่าลึกอีกครั้ง ถ้าจะไม่เห็นร่างสลบไสลของใครบางคนเสียก่อน ใจจำได้ว่าคือดอกรัก ญาติหนุ่มของสไบ เลยอยากช่วย จาดกับเจิดพยายามห้าม แต่ใจไม่ยอม ตั้งใจจะพาดอกรักกลับไปคืนสไบให้จงได้!

ooooooo

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 2 วันที่ 6 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 6 ม.ค.58
ที่มา ไทยรัฐ