อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 20/4 วันที่ 1 ก.พ. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 20/4 วันที่ 1 ก.พ. 58

"ก็พี่อยากได้ยิน"
ทัพขยับมาชิดแฟง แฟงจะถอย แต่ทัพโอบไว้ ดึงแฟงมาใกล้
"ว่าอย่างไร "
ทัพซุกไซร้จมูก คลอเคลียไปที่นวลแก้ม

"รักพี่ทัพบ้างหรือไม่"
"ไม่รัก"
ทัพชะงักมองแฟง
"แฟงปดพี่"
" รู้ว่าจะปด แล้วถามทำไม"


"อยากได้ยินให้ชื่นใจ"
"ไม่รัก ไม่ชอบ แล้วจะมาแต่งด้วยหรือ"
"ไม่เอา บอกว่ารัก ไม่ได้หรือ แฟง"
ทัพโอบแฟงไว้ไม่ให้ดิ้นหนี
"พี่ทัพนี่ โยเยเป็นเด็ก"
"อยู่กับแฟง พี่เป็นอะไรก็ได้"
"ไม่เอา ฉันง่วงแล้ว"
แฟงทำท่าจะนอน ทัพได้โอกาสดันร่างแฟงลงบนที่นอน
"พี่ก็ง่วงเหมือนกัน"
แฟงไม่ทันดิ้นหนี ทัพรวบร่างแฟงไว้ ก้มลงจูบแก้ม แฟงสะท้านอาย ทัพกระซิบข้างหู
"แม่ยอดหญิงของพี่ทัพ พี่จะรักแฟงให้มากกว่าที่แฟงรักพี่ จะทะนุถนอมดอกไม้ไพรดอกนี้ ให้มีแต่ความหอมหวาน จะไม่ทอดทิ้งให้แฟงช้ำใจแม้เพียงน้ำตาหยดเดียว"
"พี่สัญญากับฉันแล้วนะ"
"สัญญา"
"ฉันก็จะรักพี่ให้มากกว่าชีวิตฉัน รักพี่ทุกลมหายใจ"
ทัพมองด้วยความปลาบปลื้ม ก้มลงจูบคนรัก

ทัพวางดอกไม้ลงข้างๆแสงไต้ที่หรี่....แล้วเป่าดับลง
เช้าวันใหม่ ดอกไม้ในทุ่งกำลังออกดอกบานสะพรั่งเต็มต้น เสียงนกร้องเป็นคู่ๆ ชาวบ้านพากันต้อนควายออกทุ่ง เด็กๆวิ่งตามเกวียนสนุกสนาน มีเสียงหัวเราะของเด็กๆที่ให้ข้าวไก่

ชาวนากำลังทำงานในทุ่งอย่างมีความสุข

ทัพจับมือแฟงป้อนข้าวให้ถึงปาก แฟงอาย ทัพมองสายตาหวานหยด ต่างหยอกล้อกันประสาผัวหนุ่มเมียสาว น่ารักน่าใคร่

ใจนอนทรุดอยู่กับพื้น หน้าตาร่างกายทรุดโทรม จานข้าวยังเหลือเต็ม ไม่ได้แตะ สไบเข้ามายกชามข้าวออก ใจเงยหน้าขึ้นมอง
"สไบ"
ใจยิ้มดีใจ แต่เป็นยิ้มที่อ่อนแรง สไบไม่พูดอะไร ขาบกับเฟื่องอยู่ด้านหลังมองใจ เฟื่องพูดขึ้น
"กินข้าวเสียบ้างเถอะ อดข้าวอดน้ำไป จะตายเสียเปล่า"
"ฉันไม่กิน "
"กูไม่เชื่อขี้ปากมึงนักหรอก อยากจะให้ตายไปเสีย ติดว่าทัพมันคิดว่าเอ็งอาจจะเห็นแก่สไบคนรัก" ขาบบอก
สไบยืนนิ่ง ใจมองเห็นแววตาห่างเหินของสไบก็ใจหาย
"กลับตัว กลับใจเสียตอนนี้ ซื่อสัตย์กับคนที่รัก พวกเราก็ไม่คิดรังเกียจหรอกนะ ว่าเคยเป็นใคร ทำอะไรมา" เฟื่องบอก
สไบมอง ใจเอ่ยขึ้น...แววตานิ่ง น้ำเสียงเครียด
"จะฆ่าก็ฆ่า"
ขาบกำดาบ เฟื่องมองห้าม ขาบหยุด สไบมองจ้องใจ
"ไม่ต้องร้องขอหรอก คนคด จะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานW
สไบเสียงแข็ง ใจฟังแล้วยิ่งหมดหวังที่จะกลับมารักกับสไบเหมือนเดิม

ทัพกอดจูบอ้ายเลาด้วยสำนึกในคุณ ฟักมองอยู่ใกล้
"ข้าขอให้เอ็งช่วยครั้งนี้อีกครั้งเดียวจริงๆ จงทำให้สำเร็จ...พาไอ้สังข์มันกลับมาค่ายเราให้ได้นะ...ไป อ้ายเลา ไปทำหน้าที่ของเอ็ง...อีกครั้งเดียว"
อ้ายเลายกขาหน้า ร้องดัง ทัพยิ้ม อ้ายเลาห้อออกไป ทัพกับฟักมองตามด้วยความหวัง
"ขอให้มันช่วยพี่สังข์กลับมาได้ด้วยเถอะ ข้าเป็นห่วงพี่สังข์จริงๆ แอบสืบข่าวอยู่ในค่ายมันนานขนาดนั้น มันอันตรายเหลือเกิน"

ฟักไม่รู้จะทำอย่างไร จึงยกมือไหว้ฟ้าดิน พึงพรำไปตามต้องการ ทัพเองก็เป็นห่วงสังข์มาก
สังข์ในชุดผ้าเตี่ยวค่อยๆโผล่ขึ้นจากซากเรือริมน้ำมองทางท่าเรือค่ายอังวะ อ้ายเลายืนแอบอยู่ใต้ต้นไม้ริมน้ำ

สังข์ยิ้มรีบวิ่งลงไปหา
"เอ็งนี่ฉลาด สมเป็นม้าแสนรู้ ที่ไอ้ทัพมันรักนักรักหนา จริงๆนะอ้ายเลา"
สังข์เอาลูกผลไม้ป่ามาเขียนสีติดกับหลังอ้ายเลา เอาโคลนทาทับเหมือนคราวก่อน...แล้วลูบหัวอ้ายเลาเบาๆ "ขอบน้ำใจเอ็งจริงๆนะอ้ายเลา...กลับไปบอกไอ้ทัพว่าข้ายังกลับไม่ได้ ข้าขออยู่ช่วยเชลยไทที่นี่ก่อน ข้าทิ้งพ่อแม่พี่น้องไทของข้าไว้ในค่ายมันไม่ได้ดอก"
อ้ายเลาหายใจแรง สังข์ยื่นหญ้าที่เตรียมมาให้ อ้ายเลารีบกิน สังข์มองแล้วลูบหัวอ้ายเลา
"กินแล้วรีบห้อกลับไปนะอ้ายเลา ข้าต้องรีบกลับเข้าไปในค่ายมันเหมือนกัน พวกมันวางยามแข็งขันเหลือเกิน"
อ้ายเลารีบสะบัดหัว วิ่งกลับไปอย่างรวดเร็ว สังข์มองตามอย่างชื่นชม
"อ้ายเลา เอ็งสมเป็นม้าของกองทัพพระเจ้าอยู่หัวกรุงศรีจริงๆ"
อ้ายเลาวิ่งห้อหลบไปตามป่าอย่างรวดเร็ว

ทัพนั่งอยู่กลางวง บนเรือนพ่อค่าย ถือเศษผ้าที่สังข์ส่งมาพร้อมกับอธิบายแผนที่กะบะทรายตรงหน้า
ทุกคนที่สีหน้าเคร่งเครียดมองแผนที่
"ไอ้สังข์มันว่า แผนของอังวะคือสร้างค่ายขึ้นที่บ้านขุนโลก ประชิดบ้านระจันเราไว้ พวกมันเตรียมเสบียง อาวุธสู้ศึกเต็มที่ พวกมันจะไม่ถอยกลับค่ายที่วิเศษไชยชาญ จนกว่าจะปราบค่ายบ้านระจันของเราลงได้"
พันเรือง บอก
"ถ้ามันคิดตั้งค่าย ศึกนี้ยืดเยื้อแน่"
"กำลังคนของเราไม่พอที่จะยื้อศึกกับมันดอก คนเฒ่าคนแก่ ลูกเล็กเด็กแดงเดือด ร้อนกันไปทั้งค่ายแน่"
"เราเคยแต่ซุ่มโจมตีมัน ถ้าปะทะซึ่งๆหน้า เรา...แพ้แน่" โชติบอก
"ถ้างั้นเราก็ชิงลงมือก่อนซิ" จันว่า
คนอื่นๆ ต่างบอก
"ใช่..ใช่ บุกเลย บุกไปเลย"
ทองเหม็นถาม
"ท่านว่าไง ขุนสรรค์"
"ข้าก็คิดอย่างนั้น ลงมือเสียคืนพรุ่งนี้อย่าให้มันตั้งตัว อย่าให้มันตั้งค่ายได้สำเร็จ"

ทัพมอง ทุกคนแววตาเตรียมพร้อมทำตามแผนของทัพ
เย็นวันใหม่ ทัพยกมือขั้นพนมไหว้ ประเจียดมงคลของหลวงพ่อธรรมโชติที่อยู่บนหิ้งดาบ แฟงมองอยู่ด้านหลัง

"ขอประเจียดมงคลของหลวงพ่อธรรมโชติ จงช่วยคุ้มภัยให้ลูกชนะศึกใหญ่ครานี้ด้วยเถิด พวกศัตรูคิดตั้งค่ายปักหลักหมายเข้าทำลายค่ายบ้านระจันให้แหลกเป็นแน่แล้ว"
แฟงที่ถือดาบคู่ของทัพอยู่ด้านหลัง ฟังด้วยสีหน้ากังวล
"การใหญ่ของมันจะต้องล่มลงด้วยสองมือ ด้วยหัวใจนักสู้ของพี่ทัพ และเหล่านักรบบ้านระจันของเรา"
ทัพตั้งจิตอธิษฐาน แล้วยกมือท่วมหัว แฟงมอง ทัพหันมา แฟงยืนดาบคู่ให้ทัพด้วยสายตาให้กำลังใจ
ทัพรับดาบคู่มาสะพายหลัง มองแฟงด้วยสายตาหาญกล้า ทัพโอบกอดแฟง
"ไปเถิดพี่ทัพ คนกล้าของแฟง ไปรบ หลั่งเลือดเพื่อแผ่นดินของเรา พวกเราจะต้องมีแผ่นดินไว้ให้ลูกหลานได้อยู่ได้กิน"
ทัพกอดกระชับแฟงไว้ แฟงยิ้ม เอ่ยให้กำลังใจ
"เมียจะคอยฟังเสียงโห่ร้อง จะหุงหาข้าวปลา จะรอซับเหงื่อให้ผัวรักอยู่ที่ค่ายนี้"
ทัพฟังแล้วมีกำลังใจ กอดเมียไว้แน่นในอก
"แฟง จงปลื้มใจเถิด ผัวเจ้าไปศึกเยี่ยงแม่ทัพ ไปล้างศึกเอาชนะมาให้เมีย ค่ายบ้านระจันจะโห่รับพี่เมื่อเสร็จศึก แฟงจะต้องมีหน้าเพราะผัวรักได้ชัยชนะกลับมา"
ทัพและแฟงยิ้มให้กันอย่างเปี่ยมไปด้วยหวัง

ขาบดึงหัวใจที่ไม่ยอมกินข้าว กินน้ำ สภาพหน้าตาทรุดโทรมขึ้นมา
"คืนนี้กูอยากพามึงออกไปรบด้วย ให้มึงได้เห็นว่า วันนี้พวกกูจะทำลายค่ายของมึงให้ราบได้ยังไง"
ใจสายตาวาบกร้าว เมื่อได้ยินคำของขาบ

- ทหารยามบนป้อมแนวค่ายมุงจากที่กำลังเร่งสร้างด้วยแรงงานเชลยไทยกว่า 30 คน ตลอดแนว
ทหารมองไกลๆ เห็นฟักควบม้าวิ่งกลับไปกลับมาอยู่หน้าค่าย ทหารบนป้อมรีบส่งเสียงบอกด้านล่าง
ฟักควบม้าวิ่งกลับไปกลับมา ทหารอังวะ และเชลยต่างยืนมองงงๆ

อากาปันยีที่อยู่ด้านใน กำลังสั่งทหาร
"เอาทหารไปลากตัวไอ้ระจันคนนั้นมา กูจะบั่นคอส่งหัวมันกลับไปให้พวกมันดู มันกำแหงมาก..ที่ออกมาดูลาดเลาถึงหน้าค่ายเราคนเดียว"
ทหารรีบหันหลัง กรูกันออกไปอีก

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 20/4 วันที่ 1 ก.พ. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ