อ่านละคร แอบรักออนไลน์ ตอนทีี่ 3 วันที่ 6 ม.ค. 58

อ่านละคร แอบรักออนไลน์ ตอนทีี่ 3 วันที่ 6 ม.ค. 58

ช่วงพัก ปราณนต์มาบอกหุ้นขึ้นว่ามอเตอร์ไซค์เขาเสียกลางทาง ตนให้ช่างไปลากเข้าอู่แล้ว และจะรับผิดชอบค่าซ่อมให้ พลันเห็นพริบพราวเดินมา จึงรีบตามไปขอโทษที่เข้าใจผิดว่าเธอเอาเอกสารของรุจน์ไปซ่อน แต่หญิงสาวไม่รับคำขอโทษอ้างเจ็บแล้วจำ ปราณนต์ติงว่าเธอใจร้าย

“ใช่ ฉันใจร้ายชอบเอาชนะ ชอบแกล้งคน ชอบคิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง บอกไว้เลยนะที่วันนี้นายไม่โดนเอาคืนที่บังอาจมาว่าฉันฉอดๆ เพราะฉันอารมณ์ดี มีลูกค้าเพิ่มอีกหนึ่งคน คราวนี้เป็นญาติฝ่ายแม่ ฉันลุ้นใจจะขาดอยากให้นายหาเอกสารเจอ”



“แสดงว่าคุณอยากให้ผมอยู่ที่นี่ต่อเหรอ”

“อยากสิ ฉันอยากให้นายแพ้ฉันเพราะฝีมือของฉัน ไม่ใช่แพ้เพราะเรื่องอื่น มันไม่สาแก่ใจ”

เผอิญมีไลน์เข้ามา พริบพราวกดอ่านและแชตตอบเดินไป ปราณนต์มองอย่างสงสัย...

คืนนั้น ลิปดามาหาจารวีเพื่ออุดหนุนครีมที่เธอขาย เขาซื้อชุดใหญ่ในราคาสองหมื่นกว่าบาท อ้างจะเอาไปให้เพื่อนแม่ จารวีกำลังจะแซวว่าหันมาคบสาวใหญ่ ลิปดาหยั่งเชิงถามจารวีเคยคิดอยากคบเด็กบ้างไหม เธอตอบว่าเคย อยู่กับเด็กสดใสไม่ต้องคิดมาก ชายหนุ่มย้อนถามไม่อายหรือเดินกับเด็กคราวลูก จารวีโต้ว่าทีผู้ชายแก่ควงเด็กคนทักว่าลูกยังไม่อายเลย ลิปดาฟังแล้วใจแป้ว

ลิปดาหอบครีมที่ซื้อมาให้อวัศยาที่ห้องคอนโด เธอมองงงๆ เขาอ้างเมื่อเช้าเห็นเธอแยกแยะครีมทาหน้ากับทาเท้าไม่ออก เป็นห่วงเลยซื้อมาให้ อวัศยานึกถึงเมื่อเช้าที่ตนซื้อซิมแล้วเขามาเจอ จึงคว้าครีมมาบัง ไม่ทันมองว่าเป็นครีมทาเท้า จึงทำเป็นขอบคุณแล้วลุกไปหาน้ำมาเสิร์ฟ ลิปดาเห็นมีมือถือวางอยู่สองเครื่องก็สงสัยเพราะเมื่อเช้าแอบถามแคชเชียร์ว่าอวัศยาซื้ออะไรบ้าง จึงรู้ว่าซื้อซิม

ลิปดาแอบหยิบเครื่องใหม่มากดดูว่าเธอคุยไลน์กับใคร ทันใดอวัศยาเข้ามาดึงมือถือไปและต่อว่าไม่มีมารยาท แฟนกันยังไม่ก้าวก่ายกันเลย ลิปดาล้อว่าเธอมีความลับ ทำไมต้องมีมือถือสองเครื่อง หญิงสาวหัวไว แก้ตัวว่า “โอเค...ฉันบอกก็ได้ ฉันเปิดเบอร์ใหม่ไว้โทร.โหวตเดอะวอยซ์”

ลิปดาไม่อยากเชื่อ แต่อวัศยายืนยันและขอร้องอย่าบอกใครเพราะอาย ลิปดาไม่เคยเห็นว่าเธอมีอารมณ์นี้ด้วย...ด้านปราณนต์อาบน้ำเสร็จนั่งครุ่นคิดถึงแอบรัก อยากรู้ว่าเธอเป็นใครทำไมถึงช่วย จึงแชตหา “วันนี้ผมรอดมาได้เพราะคุณ ขอบคุณมาก”

อวัศยาได้ยินเสียงไลน์หน้าตื่นรีบไปกดอ่าน หัวใจพองพิมพ์ตอบว่า...ยินดีค่ะ...ปราณนต์ถามเข้ามาอีกว่าเราเคยรู้จักกันหรือเปล่า เธอตอบกลับมาว่าไม่เคย เขาส่งสติกเกอร์ทำหน้างงมา

“ฉันไม่รู้จักคุณมากไปกว่าข้อหนึ่ง คุณชื่อปราณนต์ ข้อสองรู้ว่าคุณเพิ่งเข้ามาทำงานใหม่”

“ตั้งสองข้อ ผมรู้ว่าคุณชื่อแอบรักข้อเดียวเองไม่ยุติธรรม”

อวัศยานิ่งคิดจะตอบอย่างไรดี ตัดสินใจพิมพ์กลับไปว่า “ฉันให้คุณรู้จักฉันอีกข้อก็ได้ค่ะ...ฉันคือคนที่สนใจความเป็นไปของคุณ ฝันดีนะคะ” พิมพ์จบรีบปิดเครื่องด้วยความเขินอายสุดๆ

ปราณนต์ยิ่งอยากรู้ว่าเป็นใคร อวัศยาหันมาประโคมทาครีมที่ลิปดาให้เข้านอนฝันหวาน

ooooooo

เช้าวันใหม่ อวัศยาสะพายกระเป๋าเดินยิ้มใบหน้าเด้งเข้ามาบริษัท หุ้นขึ้นเห็นทักทายว่าดูสดใส เธอบอกสงสัยวันนี้หุ้นขึ้นแล้วเดินไป แต่หุ้นขึ้นพึมพำลับหลังว่า ไม่ใช่หุ้นขึ้น อาการแบบนี้กำลังมีความรักมากกว่า ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคัก

อวัศยาเดินหน้าผ่องเข้ามาที่แผนก ทันใดต้องชะงักเมื่อเห็นองศากับรุ้งลดายืนอยู่กลางห้อง ลิปดาหันมาเห็นถามทำไมทำหน้าอย่างนั้น อวัศยาเป็นห่วงปราณนต์ขึ้นมาทันที ต่อว่าลิปดาทำไมไม่บอกก่อนว่าทั้งสองจะมา ลิปดาตอบว่าตนก็เพิ่งรู้เมื่อห้านาทีนี้เอง

“พอดีผมผ่านมาแถวนี้ก็เลยแวะเข้ามาให้ลิปพาเยี่ยมชมกิจการสักหน่อย” องศาออกตัว

อวัศยาไม่อยากให้เจอปราณนต์จึงรีบอาสาพาชมกิจการเอง อ้างเดี๋ยวตลาดเปิดจะดูไม่สะดวก รุ้งลดาหันไปเห็นปราณนต์เดินมาพอดี จึงบอกองศาว่าตนลืมมือถือไว้ในรถขอออกไปเอา องศาส่งกุญแจให้ อวัศยาเดินนำองศาไป รุ้งลดารีบเดินไปหาปราณนต์ทันที เขาเดินหนีไปทางแคนทีน รุจน์นั่งดื่มกาแฟกับลิลลี่ พีระและนิดา เห็นรุ้งลดาจึงทักมาหาปราณนต์หรือ เธอปฏิเสธอึกอัก

“รุ้งมากับคุณองศาพี่ชายคุณลิปดาค่ะ ขอตัวนะคะ”

รุจน์งงมากับพี่ชายบอสได้อย่างไร ลิลลี่ตอบแทนว่าเห็นควงแขนองศาเข้ามาท่าทางอี๋อ๋อ รุจน์เข้าใจว่าที่ปราณนต์ดูเศร้าๆคงเฮิร์ตเรื่องรุ้งลดา พริบพราวได้ยินฟังอย่างสนใจ...รุ้งลดาวิ่งตามปราณนต์มาดักหน้าถามทำไมต้องเดินหนี ปราณนต์ทำหน้าเซ็งย้อนถาม

“ไม่รู้จริงๆหรือว่าการที่เราเดินหนีใครสักคน มันแปลว่าอะไร”

รุ้งลดาสะอึก “โอเค...ณนต์โกรธรุ้ง รุ้งขอโทษ รุ้งทำผิดไปแล้ว รุ้งอยากให้คุณยกโทษให้แล้วเรากลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมได้ไหมคะ”

ปราณนต์สวนทันควันว่าไม่ได้ แล้วเดินชนไหล่เธอไป รุ้งลดากัดฟันกรอดไม่ยอมแพ้เดินตาม พริบพราวแอบตามด้วยความอยากรู้ ปราณนต์หนีขึ้นไปบนดาดฟ้า รุ้งลดาใช้มารยาหญิงฟูมฟายถามทำไมเราเป็นเพื่อนกันไม่ได้ ในเมื่อเราเคยมีความรู้สึกดีๆให้กัน ปราณนต์เหลืออด

“รุ้ง...ผมรู้ว่าคุณเป็นคนทะเยอทะยาน ต้องการชีวิตที่ดีขึ้น และตอนนี้คุณก็ได้ คุณจะมายุ่งกับผมทำไม”

รุ้งลดาอ้างไม่อยากเสียคนดีๆที่คบกันมานานอย่างเขาไป มีความทรงจำมากมาย ทำไมต้องเกลียดต้องโกรธกัน ชายหนุ่มบอกว่าอย่าเสียใจและไม่ต้องเสียดาย ตนไม่มีค่าขนาดนั้น ปราณนต์ขออยู่คนเดียว แต่รุ้งลดาไม่ยอมแกล้งทำเดินสะดุดขาตัวเองล้มร้องให้เขาช่วย พริบพราวชะโงกหน้ามองเบ้ปาก

“ต๊าย ยุคนี้ยังมีคนเล่นมุกนี้อยู่อีกเหรอเนี่ย ถ้านายช่วยก็โง่มากแล้วนายปราณนต์”

ขาดคำเห็นปราณนต์เดินเข้าไปหารุ้งลดา พริบพราวเหวอบ่นพึมพำว่าเขาน่าไปทำสถานสงเคราะห์มากกว่ามาเป็นมาร์เกตติ้ง แต่แล้วปราณนต์กลับย่อตัวลงบอกรุ้งลดาว่า

“อย่าลงทุนขนาดนี้เลยรุ้ง ยังไงเราก็กลับไปเป็นเพื่อนกันไม่ได้อีกแล้ว”

พริบพราวโล่งอก...แต่รุ้งลดายังใช้ไม้ตายโผกอดปราณนต์ร้องไห้คร่ำครวญ พริบพราวเห็นท่าไม่ดี เดินออกมาทำหน้าขึงขังเรียกปราณนต์ “ณนต์ทำกับพราวแบบนี้ได้ยังไง”

ปราณนต์งงตนทำอะไร พริบพราวโวยว่าเขานอกใจ เขาหน้าเหวอถามเธอเป็นอะไร พริบพราวเขย่าแขนปราณนต์ กะพริบตาส่งสัญญาณปริบๆ

“พราวจะเป็นอะไร พราวก็เป็นแฟนคุณไง พราวเป็นผู้หญิงที่คุณพูดให้ฟังก่อนนอนทุกคืนว่า คุณจะรักและซื่อสัตย์กับพราวคนเดียว แล้วนี่มันอะไร บอกพราวมาสิคะว่ามันคืออะไร”

ปราณนต์เริ่มเข้าใจทำเนียน “พราวใจเย็นๆก่อนนะ มันไม่มีอะไรทั้งนั้น ผมกับผู้หญิงคนนี้เราแค่เคยรู้จักกัน ยังไงผมก็ยังยืนยันว่ายังรักและจะซื่อสัตย์กับคุณคนเดียว”

พริบพราวก้าวเข้าหารุ้งลดา “ได้ยินชัดแล้วใช่ไหม วันหลังก็อย่ามายุ่งกับผู้ชายของฉันอีก ถ้าไม่เชื่อฉันจะเอารูปที่หล่อนเกาะแข้งเกาะขาแฟนฉัน ส่งไปให้แฟนเธอดู อยากรู้นักว่าเขาจะคิดยังไง ไปกันเถอะค่ะณนต์” พริบพราวควงแขนปราณนต์เดินไปปล่อยรุ้งลดายืนเจ็บใจ

เดินพ้นออกมา ปราณนต์ถามพริบพราวว่าถ่ายรูปไว้จริงหรือ หญิงสาวปล่อยแขนที่เกาะ ยักไหล่ “เปล่า ฉันไม่ได้ถ่าย แน้เชื่อ...แสดงว่าฉันเล่นเนียนเหมือนกันนะเนี่ย ถ้าฉันไม่ได้เป็นมาร์เกตติ้ง ฉันไปเป็นดาราดีกว่า” ปราณนต์ถามทำไมถึงช่วย “ฉันไม่ได้ช่วยนาย แต่ฉันทำเพื่อความสะใจของตัวเอง คุณองศาเป็นพี่ชายพี่ลิป ถ้านายมีปัญหากับเขา นายอาจจะโดนไล่ออก ฉันอยากให้นาย...”

ทั้งสองพูดพร้อมกันว่า...พ่ายแพ้เพราะฝีมือฉัน ไม่ใช่เพราะคนอื่น...พริบพราวค้อนปราณนต์ที่รู้ทัน สะบัดหน้าจะเดินไป ปราณนต์เรียกไว้ “เดี๋ยวดิ ผมติดหนี้คุณไว้สองเรื่องแล้ว เรื่องแรกที่ใส่ร้ายว่าคุณขโมยเอกสารพี่รุจน์ แล้วก็เรื่องนี้ที่คุณมาช่วยผม ผมอยากจะตอบแทนคุณบ้าง”

“ได้ พาฉันไปกินข้าวก็แล้วกัน ฉันอยากกินฟรี จะกินให้หมดตัวเลย”

“อ้าว...พาไปกินข้าวน่ะโอเค กินฟรีก็โอเค แต่ผมไม่ให้กินจนหมดตัวหรอก เพราะผมไม่มีปัญญาพาไปกินร้านแพงๆ ถ้าอยากกินก็ต้องไปกินที่บ้านผม”

พริบพราวตกใจปฏิเสธเดินหนี ปราณนต์แกล้งท้าว่าเธอไม่กล้าไปบ้านตน พริบพราวจี๊ด...หันกลับมาเชิดหน้ารับคำท้า “วันไหน...กี่โมง...นัดมาเลย...” ...ปราณนต์ยิ้มเข้าทางด้านรุ้งลดาเดินกลับมาหาองศาอ้างมาช้าเพราะรอลิฟต์นาน ถามดูอะไรกันไปบ้าง องศาบ่นว่าอะไรๆก็เป็นความลับ อวัศยาสวน “ก็มันจริงนี่คะ งานที่เราทำคือรักษาความลับของลูกค้า ถ้าเบื้องต้นเรายังรักษาสิ่งนี้ไว้ไม่ได้ ไม่มีความน่าเชื่อถือ ก็คือ...ไม่มีลูกค้า”

แววตาองศาชื่นชม “ลิป...ฉันไม่แปลกใจเลย นายเปิดบริษัทมาแค่ห้าปี แต่ทำได้ถึงขนาดนี้เพราะมีผู้ช่วยดีนี่เอง นี่ถ้าขยายใหญ่ขึ้น มาร์เกตติ้งมากขึ้นรองรับลูกค้าได้มากขึ้น พี่ว่าโบรกเกอร์นายจะกลายเป็นโบรกเกอร์อันดับหนึ่งของเมืองไทยได้ไม่ยาก”
ลิปดาทำท่าขนลุก องศาขยับเข้ากอดคอแบบสนิทชิดเชื้อ ขอร่วมหุ้นอ้างเบื่องานแบงก์ เสนอว่ามีเพื่อนเล่นหุ้นหลายคน ถ้ารู้ว่าตนทำโบรกเกอร์ต้องย้ายมา จะได้ลูกค้าระดับวีไอพีเพิ่ม

“ในฐานะที่เราเป็นญาติกัน ผมก็ต้องขอพูดตรงๆว่าไม่เป็นไรครับ ผมมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้แล้ว” ลิปดาปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

องศาบอกอีกหน่อยก็ต้องมีโบรกเกอร์เปิดใหม่ที่ใหญ่กว่าดึงลูกค้าไปหมด ลิปดาไม่กลัวเชื่อว่าตนเจ๋งจริง รุ้งลดาช่วยพูดอย่าเพิ่งด่วนปฏิเสธ เพื่อนขององศาเป็นระดับมหาเศรษฐีทั้งนั้น แค่คนเดียวก็เปิดพอร์ตมากกว่าคุณลุงคุณป้าเหล่านั้น...รุ้งลดาชี้ไปที่ลูกค้าที่มาเล่นหุ้น

อวัศยาหมั่นไส้ที่มาดูถูกลูกค้าจึงแทรก “บอสคะได้เวลาเริ่มงานแล้วค่ะ บอสต้องเซ็นเอกสารด่วนด้วยนะคะ คุณลุงวันชัยจะซื้อหุ้นตัวใหม่อีก 500 ล้าน” รุ้งลดาทวนคำ อวัศยาย้ำ “ค่ะ ลุงวันชัยที่ใส่เสื้อคอกลมสีขาวนั่งอยู่ตรงนั้นน่ะค่ะ แกเพิ่งขายที่แถวสาทรได้ก็เลยจะเอามาต่อยอด”

รุ้งลดาไม่อยากเชื่อ อวัศยาว่าอย่าตัดสินคนจากภายนอก บางคนมีดีโดยไม่ต้องใส่เสื้อผ้ายี่ห้อหรู ใช้รถหลักล้าน ใส่นาฬิกาเรือนแสน “อายุคุณรุ้งยังน้อย ประสบการณ์จะสอนให้คุณเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้นเอง...บอสรีบไปเซ็นเอกสารเถอะค่ะ ลุงแกอยากไปกินก๋วยเตี๋ยวเรืออนุสาวรีย์ชัย”

รุ้งลดารู้สึกเหมือนโดนด่า ลิปดาอมยิ้มขำๆ...องศาหงุดหงิดเดินกลับมาที่ลานจอดรถ รุ้งลดามองไปเห็นพริบพราวกำลังหยิบของในรถ ก็ตาโตที่รถเธอหรูราคาเป็นล้าน องศาเอ็ดว่ามองอะไรไม่ฟังเขาพูด รุ้งลดารีบบอกว่าฟัง แค่กำลังคิดว่าพนักงานที่นี่คงมีเงินมาก ถึงขนาดขับรถราคาแพง องศาเห็นด้วย นี่เป็นเหตุผลที่อยากลงทุนกับลิปดา องศาคิดจะดึงอวัศยามาเป็นพวก

ooooooo

เช้าวันใหม่ อวัศยาวิ่งจ๊อกกิ้ง เสียบหูฟังข่าวหุ้นไปด้วย พลันคิดถึงปราณนต์ขึ้นมาจึงหยุดนั่งใต้ต้นไม้ มองซ้ายมองขวาแล้วหยิบมือถือมากดแชต ไม่ทันไร ลิปดาวิ่งออกกำลังกายมาทักโหวตนักร้องอีกแล้วหรือ เธอสะดุ้งตกใจมือถือหล่น ลิปดาจะเก็บให้ เธอจงใจกระแทกเขาเซไป

“โทษทีค่ะบอส ตะกี้ฉันสะดุดก้อนหิน”

ลิปดาเป็นห่วงว่ามือถือจะพัง อวัศยารีบบอกว่าของเธออึดพังยาก ลิปดาเปลี่ยนเรื่องมาขอบคุณที่เธอช่วยดึงตนออกจากองศาเมื่อวาน วันนี้จึงอยากตอบแทนว่าแล้วก็จูงเธอไป...

ด้านปราณนต์ตั้งใจทำอาหารไทยอย่างดี รอต้อนรับพริบพราว คนในบ้านแปลกใจสงสัยเป็นกิ๊ก...ถึงเวลาพริบพราวขับรถหรูมาจอด เขารีบออกไปต้อนรับ เธอเห็นเขาสวมผ้ากันเปื้อนจึงถามว่าเขาทำอาหารเองหรือจะทานได้ไหม ปราณนต์พาพริบพราวมาดูอาหารที่วางเรียงรายบนโต๊ะเพื่อตัดสินเอง เธอถึงกับทึ่ง ปราณนต์เหลือบเห็นแม่ ป้าและพี่แอบมองจึงบอกเธอรอตรงนี้

ว่าแล้วก็เดินอ้อมไปอีกทางโผล่พรวดถามแม่ ป้าและพี่สาวว่าแอบดูอะไร ทั้งสามสะดุ้ง แม่ปริมเอ็ดเดี๋ยวป้าเปรี้ยวหัวใจวาย พริบพราวเดินตามมาสวัสดี ทุกคนรับไหว้ ป้าเปรี้ยวแทรก

“ชี้ระบุคนด้วยสิณนต์ เดี๋ยวเพื่อนจะแยกแยะไม่ออกว่าคนไหนพี่คนไหนป้า”

ปุ้มโวยที่ว่าตนแก่ ทุกคนหัวเราะ พริบพราวรู้สึกอบอุ่น แนะนำตัวเอง “สวัสดีทุกคนค่ะ ถ้าพราวทำอะไรไม่ถูกต้องตามวัฒนธรรมไทย ขอโทษด้วยนะคะ พราวเพิ่งกลับมาจากบอสตัน”

“บอสตัน! พวกบอสตัน ป้าช้อบชอบ สวยน่ารัก หุ่นเพรียว”

พริบพราวเขินกล่าวขอบคุณ ปราณนต์กระซิบป้าหมายถึงสุนัขบอสตันเทอร์เรีย เธอหน้าเจื่อน ป้าเปรี้ยวบอกว่า เพื่อนที่ชมรมผู้สูงอายุชอบพามา ตนเห็นแล้วอยากเลี้ยงบ้าง แต่ที่บ้านไม่ให้เลี้ยง...ปราณนต์ขอตัวไปตักแกง ปุ้มตามไปช่วย ปริมดึงพริบพราวไปนั่งโต๊ะ ป้าเปรี้ยวบ่นอุบพูดเรื่องสุนัขทีไรเดินหนีกันตลอด

พริบพราวยิ่งขำชักสนุกกับครอบครัวของปราณนต์

เผอิญพริบพราวทานอาหารไทยไม่ค่อยเป็นจึงเลือกทานแต่ไข่เจียว ด้วยความเป็นคนเปิดเผยพูดไปตรงๆทำให้ป้าเปรี้ยวไม่ค่อยชอบใจ ปุ้มเปลี่ยนเรื่องคุยถึงการแข่งดำขวด ปราณนต์ตกใจที่พี่สาวรู้เรื่องนี้ ปุ้มบอกว่าเห็นในเฟซบุ๊ก แล้วถือโอกาสถามทำไมเขาต้องกอดพริบพราว เขารีบบอกว่าไม่มีอะไรเป็นเพียงเกมของทางร้าน แต่เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย พริบพราวแหวขึ้น

“ไม่มีอะไรได้ยังไง พราวขอฟ้องทุกคนเลยแล้วกัน ณนต์ดึงเสื้อพราวซะหลุดออกจากตัว ณนต์ก็เลยชนะ ขี้โกงมากๆ”

ปราณนต์กลัวเธออาย ตัดบทไม่ได้ตั้งใจแล้วชวนทานข้าวต่อ แต่ทั้งสามสาวยังข้องใจ...หลังทานอาหารเสร็จ ปริมทำกล้วยบวชชีใส่กล่องให้พริบพราวนำกลับไปบ้านด้วย ปราณนต์บอกว่าแม่ของตนมักจะทำขนมแจกเพื่อนบ้านจนได้สมญานามว่าแม่ปริมดิลิเวอรี่... พริบพราวถามทำไมไม่ขาย ปริมบอกว่ากล้วยมันออกเต็มต้น ปล่อยไว้ก็เน่า แบ่งให้คนอื่นทานยังได้บุญ หญิงสาวรู้สึกดีกับครอบครัวนี้อย่างมาก ปราณนต์บอกว่าตนก็น่ารักเหมือนครอบครัว

“แหวะ! หลงตัวเอง ฉันกลับดีกว่า เออนี่...เรื่องผู้หญิงคนนั้น ถ้านายเปลี่ยนใจจะกลับไปหาเขาก็บอกฉันนะ ฉันจะไปเคลียร์ให้เองว่าฉันไม่ได้เป็นแฟนนาย”

ปราณนต์ปฏิเสธอ้างเจ็บแล้วจำ พริบพราวหาว่าทำปากเก่ง จะคอยดู...ในบ้าน ป้าเปรี้ยวรบเร้าปุ้มเปิดเฟซบุ๊กการแข่งดำขวดของปราณนต์กับพริบพราวให้ดู ปุ้มจำต้องเปิด ปริมกลับเข้ามานั่งดูด้วย พอเห็นภาพปราณนต์กอดพริบพราวที่กำลังโป๊ก็ตะลึง ป้าเปรี้ยวถึงกับลมจับ

ooooooo

ลิปดาพาอวัศยามาที่ค่ายซ้อมมวย ชี้ให้ดูชายอายุประมาณ 50 ปี ท่าทางภูมิฐานกำลังต่อยกระสอบทรายอย่างคล่องแคล่ว อวัศยารู้จักว่าเขาคือเสี่ยสมชัย เปิดพอร์ตเล่นหุ้นกับอีกโบรกเกอร์ “คุณจะทำผิดจรรยาบรรณของเราแย่งลูกค้าคนอื่นเหรอ ฉันไม่เอาด้วยหรอกนะ!”

“ใจเย็นๆก่อนสิ ข่าวที่คุณได้ยินมาผิดแล้ว เมื่อคืนผมได้ยินในงานปาร์ตี้ว่าคุณสมชัยแค่กำลังคิดจะเล่นหุ้น แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเปิดพอร์ตกับโบรกเกอร์ไหน วันนี้ผมเลยมาทำให้เขาตัดสินใจง่ายขึ้น”

อวัศยาแปลกใจเขาจะทำอะไร ลิปดาเข้าไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดซ้อมมวยโชว์กล้าม ทำเอาอวัศยาตะลึงกับหุ่นฟิตเปรี๊ยะของเขา ลิปดาเข้าไปชกกระสอบทรายใกล้ๆกับสมชัย ต่างคนต่างทักไม่รู้มาก่อนว่ามาชกมวยที่นี่ สมชัยชอบท่าฟุตเวิร์กของลิปดา เขาได้ที

“ขอบคุณครับ แต่ผมให้ความสำคัญกับสติสมาธิมากกว่า ชกมวยก็เหมือนการเล่นหุ้นแหละครับ ไม่ได้ใช้แต่กำลังแต่เงิน มีเท่าไหร่ทุ่มเทไปหมด แต่ต้องใช้สติใช้สมาธิด้วย”

“เหรอครับ งั้นมาลองวัดกันเล่นๆดูสักตั้งไหม ผมอยากรู้ว่าใครจะมีสติสมาธิมากกว่ากัน”

ลิปดารับคำท้า ทั้งสองขึ้นสังเวียนมีกรรมการตัดสิน สมชัยบอกลิปดาไม่ต้องออมมือ พอเริ่มชกลิปดาใช้สมาธิหลบหลีก พอเห็นว่าสมชัยเริ่มเหนื่อยก็ปล่อยให้เขาชกหน้าหนึ่งหมัด ก่อนจะสวนใส่หน้าเขาล้มตึง อวัศยาลืมตัวเฮลั่น...ลิปดาประคองสมชัยลุกขึ้นขอโทษที่แรงไปหน่อย

“ไม่เป็นไร ผมบอกคุณเองว่าให้คุณเต็มที่...

วันจันทร์นี้โบรกเกอร์คุณเปิดกี่โมง ผมจะเข้าไปคุยด้วย” ...ลิปดาสบตาอวัศยาทำนองสำเร็จกลับถึงคอนโด อวัศยาทำแผลให้ลิปดาและบ่นที่เขาลงทุนโดนชกเพื่อให้ได้ลูกค้า ลิปดาบอกว่านี่เป็นการทำให้ได้ใจ ก็เหมือนผู้หญิงเวลาโดนผู้ชายจีบ พอได้ใจว่าอีกฝ่ายสยบก็เหลิง

“แหม เข้าใจเปรียบเทียบนะคะ ถนัดเลยสิเรื่องแบบนี้”

“บ้า...ผู้หญิงบางคนก็หลอกย้ากยาก หลอกมาหลายปีแล้วยังไม่ได้ใจ ไม่ตายใจสักที”

อวัศยาไม่รู้ว่าหมายถึงตัวเองกลับบอกว่าผู้หญิงคนนั้นน่าได้โล่ ลิปดาบ่นอุบไม่รู้ตัวบ้างเลย หญิงสาวถามบ่นอะไร เขาส่ายหน้าแค่คิดว่าจะให้ลูกค้าคนนี้แก่ปราณนต์ อวัศยาตาวาว...

อ่านละคร แอบรักออนไลน์ ตอนทีี่ 3 วันที่ 6 ม.ค. 58

แอบรักออนไลน์ เป็นละครโทรทัศน์แนว โรแมนติก / คอมเมดี้
แอบรักออนไลน์ ผลิตโดยบริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
แอบรักออนไลน์ บทประพันธ์โดย ร่มแก้ว
แอบรักออนไลน์ บทโทรทัศน์โดย กัลยาณมิตร และ สุธิสา วงษ์อยู่
แอบรักออนไลน์ กำกับการแสดงโดย อำไพพร จิตต์ไม่งง
แอบรักออนไลน์ ออกอกกาศทุกวันพุธ-พฤหัส เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
แอบรักออนไลน์ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 7 มกราคม 2558
ที่มา ไทยรัฐ