อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 4 วันที่ 9 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 4 วันที่ 9 ม.ค. 58

ในเรือนกำนันพัน ผู้หญิงทั้ง 4 คน นอนเรียงกัน แฟงนอนใกล้เฟื่อง สไบถัดมา และจวง
เฟื่องนอนพลิกกระสับกระส่าย อยู่ๆก็ลุกขึ้น แฟงตกใจตื่น มองพี่สาว
"พี่เฟื่อง เป็นอะไร"

จวงกับสไบตื่นขึ้นมามอง เฟื่องหายใจแรง สีหน้าซีดขาว เอ่ยขึ้นเสียงหวาดหวั่น
"พี่ฝัน ฝันว่าพี่ทัพเลือดท่วมตัว"
แฟง สไบ จวง ได้ยินแล้วหน้าเสียทันที



ทัพเลือดท่วมตัวจากแผลที่ถูกฟัน ขาบมองอย่างไม่สบายใจ ทหารพุ่งเข้าหา แต่ทัพฝืนเจ็บ ทั้งฟันทั้งแทงด้วยฝีมือดาบที่มีชั้นเชิงกว่า จนล้มตายไปอีก 3 คน
สังข์รีบขึ้นม้า สีหน้าเริ่มหวาดกลัว
"ไอ้ทัพ"
ทัพฟันทหารคนสุดท้าย ล้มลงตายกับพื้น แล้วหันมามองสังข์กับขาบด้วยสายตากร้าว ทั้งสองคนถึงกับผงะกับแววตาทัพ ทัพยันตัวลุกขึ้น ขาบค่อยๆ ดึงม้าถอยแบบเตรียมพร้อม
สังข์ข่มความกลัว ตะโกน
"เอ็งฆ่าทหารกรุงศรี ไอ้ทัพ เอ็งเป็นขบถ วางดาบซะ ข้าบอกให้วางดาบ"
ทัพไม่วางดาบ กำแน่น เดินตรงมาสังข์กับขาบ
"เอ็งอยากได้หัวข้าไม่ใช่หรือ ไอ้นายกองสังข์ เข้ามา ข้าจะยอมให้เพื่อนตัดหัว เอาไปปูนบำเหน็จตัวเอง"
"เอ็งอย่าท้า ข้าไม่กลัว"
"ข้าไม่ท้า เข้ามา ไอ้สังข์ ไอ้ขาบ ถ้าข้าจะต้องตายด้วยมือเพื่อน ข้าก็ยอม"
ทัพเลือดไหลเต็มตัว มองจ้องสังข์กับขาบ
"ข้าจะได้จำไว้ไปถึงนรก ว่าเพื่อนมันทรยศเพื่อนเพราะเห็นแก่ความเป็นใหญ่ ลาภ ยศมันบังตาเอ็ง จนๆไม่เห็นแก่ความสัตย์ซื่ออีกแล้ว"

ทั้ง 4 คนที่นั่งหน้าพระ พนมมืออธิษฐาน มีเฟื่องเป็นคนนำ
"ขอบุญพระคุ้มครอง ขอให้จิตตั้งมั่นรักษาชาติของพี่ทัพเป็นเกราะกำบังภัยให้พี่ทัพด้วยเถิด"
สายตาทุกคนเต็มไปด้วยศรัทธาต่อพระศาสนา

ทัพมองจ้องสังข์ ขาบ ที่เดินย่างสามขุมเข้าหา
"ขอให้ข้าได้มองหน้าเพื่อนจนลมหายใจออกจากร่าง"
ขาบฟังแล้วขนลุก หวั่นกับแววตาของทัพ
"ไอ้ทัพ .. ยอมให้จับเป็นซะ" ขาบบอก
"เอ็งจะจับเป็นข้าได้อย่างไร ในเมื่อข้าฟันทหารกรุงจนไม่เหลือสักคน โทษข้ามันขบถแล้วไม่ใช่หรือ นายกองสังข์" ทัพบอก
"เอ็งหยุดอยู่ตรงนั้น"
"ข้าหยุดไม่ได้แล้วเพื่อนยาก ถ้าวันนี้เอ็งไม่ตาย ข้าก็ตาย เท่านั้น"
ขาบฟังแล้วนึกกลัว ดึงม้าวิ่งถอยหนีไปก่อน
"ไอ้ขาบ ไอ้ขาบกลับมา" สังข์บอก
"ว่ายังไง นายกอง จะต้องนอนตายคนเดียวแล้ว"
ทัพพุ่งเข้ามา สังข์ดึงม้าให้เตะทัพ ล้มลงไปทั้งร่าง
สังข์ดึงม้าจะพุ่งเข้ามา แต่ทัพยกดาบขึ้น ม้าตกใจ สังข์บังคับม้า
"ไป"

สังข์เห็นทัพกำลังจะเข้ามาใกล้จะพุ่งมาออกไปจากตรงนั้น หนีตาย ทัพร่างโงนเงน ทรุดลงเลือดท่วมจากแผลทั้งร่าง
สังข์กับขาบขี่ม้าหนีตาย สังข์ขี่แซงนำขาบไปอย่างเร็ว ขาบตามไปติดๆ

เฟื่องนั่งซึมเหม่อ ห่วงทัพ แฟงคลานมาใกล้พี่สาว กอดเฟื่องไว้
"พี่ทัพต้องกลับมาหาพี่เฟื่อง"
สไบกับจวงนั่งยิ้มมองให้กำลังใจ สองพี่น้องกอดกันอย่างเป็นที่พึ่งทางใจแก่กันและกัน

ยืนอยู่เลือดท่วมร่างอยู่กลางป่า เคลิ้มขี่ม้า นำฟัก เอิบ ช่วง เข้ามา มองเห็นทัพที่มีบาดแผล ร่างสะบักสะบอม เลอะเลือด ยืนอยู่ท่ามกลางศพของทหารกรุงศรีอยุธยานับสิบ
ทุกคนลงจากม้า มองตะลึง เดินมาใกล้ ทัพมองศพทหารแล้วเอ่ยขึ้นอย่างขมขื่น
"เพราะไอ้เพื่อนทรยศ ไอ้สังข์ ไอ้ขาบที่เห็นแก่สุขข้างตัวเหนือความเป็นเพื่อน ทำให้คนไทยต้องมายับ เพราะหันสู้กันเอง"
ทัพมองศพทหารที่นอนตายเกลื่อนเพราะดาบตนเองด้วยความเจ็บปวด
"ทหารพวกนี้มันต้องทำหน้าที่ ต้องตายเพราะมีนายชั่ว"
ทัพเอาดาบที่เลอะเลือดถากลงไปในต้นไม้ใหญ่ ถากลงไปอย่างแรงหลายทีเหมือนระบายความผิดหวัง
ทุกคนยืนมอง
"ทุกคนเป็นพยาน เลือดนี่เป็นเลือดข้าแผ่นดิน ข้าเคยลั่นปากว่าจะไม่หันคมดาบฆ่าคนชาติเดียวกันเอง ข้าไม่รู้จะขอขมาโทษกับพ่อแม่ญาติพี่น้องทหารพวกนี้ได้อย่างไร ครอบครัวข้างหลังจะร่ำไห้เฝ้ารอหาคนที่รักอีกนานแค่ไหน"
ทัพกลั้นสะอี้น มองต้นไม้สูงใหญ่ที่มีรอยถากเลือดที่ติดดาบ ทุกคนมองเห็นทัพที่รู้สึกผิดบาปต่อคำสัตย์ที่เคยให้ไว้
"ข้าขอขมาต่อเลือดไทยทุกชีวิต ขอเชิญผีเจ้าของเลือดมาเป็นเทวดาอยู่ที่ต้นไม้นี้"
ทัพทรุดลงนั่งพนมมือ ทุกคนทรุดลงนั่งทำตาม
"จะชื่อเรียงเสียงไรก็แล้วแต่ ชีวิตดับแล้วไปอยู่หนไหน แต่เลือดพวกเอ็งจะติดไม้กร่างนี้ อยู่ให้คนบูชาตลอดชีวิตไม้"
ทัพสะอื้นออกมา ทุกคนสลดใจ
ทัพก้มลงกราบเหมือนกราบลงไปที่ศพทหารทั้ง 10 ที่นอนตายเรียงรายด้วยคมดาบของตน
"ข้าขออโหสิต่อเลือดคนชาติเดียวกัน ข้าขออโหสิ"
ทัพน้ำตาหยดด้วยความปวดร้าวเสียใจที่ต้องฆ่าคนไทยดันเองจนเอ่ยขออขมาลาโทษ บรรยากกาศทั้งหมดเงียบวังเวง ชวนสลดใจมากที่สุด

ขาบที่นอนพักเอาแรงใต้ร่มไม้ มีเท้าของสังข์พุ่งเข้ามาเหยียบอก ขาบตื่นทันที
"นายกองสังข์"
สังข์เตะขาบกระเด็น
"ลุกขึ้น "
ขาบลุก ถอยห่างไปตั้งหลัก
"เมื่อคืนทำไมเอ็งหนี ทำไมเอ็งไม่ฟันไอ้ทัพ เอ็งขัดคำสั่งข้า"
"ข้าทำไม่ได้"
"ไอ้ขี้ขลาด"
"ไอ้ทัพมันเกลอเรา" ขาบบอก
สังข์ชะงัก ขาบสีหน้าอึดอัด
"ยังไงก็คนบ้านคำหยาดเหมือนกัน"
"ถุย เอ็งกลัวมัน"
"ใช่ ข้ากลัว เพราะถ้าไอ้ทัพไม่ลั่นปากไว้ว่าจะไม่ฆ่าเพื่อน เราคงตายไปตั้งแต่แรกแล้ว"
สังข์อึ้งเมื่อขาบเอ่ยเตือนสติให้รู้ว่าทัพไม่คิดจะฆ่าตัวเองกับขาบเลย
"ถ้าไอ้ทัพมันหันคมดาบมาหาเรา มีหรือเราจะรอดมาถึงนี่ เราก็ต้องตายเป็นผีเฝ้าป่าเหมือนทหารพวกนั้น ลาภ ยศที่นายกองบอกจะให้ มันเอาไปใช้ในนรกไม่ได้เลย"
ขาบแววตาจริงจังหนักแน่น เดินไปขึ้นม้า เถียงไม่ออก
"ขึ้นม้าเถอะ นายกอง งานของเราคือต้องต้อนครัวไทยเข้ากรุงศรี เราปล่อยให้พวกมันพักรอเราที่สะแกโทรมอยู่นานแล้ว งานนี้ต่างหากที่นายกองต้องทำ ไม่ใช่ตามไล่ฆ่าคนบ้านเดียวกัน"

สังข์แววตานิ่งมองขาบ เอ่ยเตือนสติ สังข์ค่อยๆขึ้นม้าไม่พูดอะไร ขาบรอให้สังข์ดึงม้านำไป แล้วตามไปเงียบๆ
ในป่า ทัพนอนจับไข้เพราะแผลที่ถูกฟัน 3 แผล เอิบ ช่วงวิ่งเอากระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำมาวางให้ ฟักเอาผ้าชุบน้ำเช็ดลดไข้ความร้อนที่หน้าผาก

เคลิ้มมองแผลตามตัวทัพ สีหน้ากังวล ทัพนอนสั่น ฟันกระทบ หน้าซีดเผือด
"ข้าว่าต้องพาพี่ทัพไปบ้านอาพันแล้ว"
"คนที่บ้านเขาจะไม่แตกตื่นกันเอาหรือ" เอิบบอก
"ถ้าพี่ทัพตายมึงจะว่าไงไอ้เอิบ แกสั่นจนป่าแถวนี้สะเทือนไปหมดแล้ว" ช่วงว่า
เอิบบอก
"เงียบเหอะ ไอ้ช่วง จะแช่งพี่ทัพทำไม"
"หยุดทั้งสองคนนั่นแหละ" ฟักบอก
เอิบ ช่วงเงียบกริบ ทุกคนมองทัพที่นอนสั่นจับไข้ด้วยความเป็นห่วง

ใจกับดอกรักที่สีหน้าดีขึ้น กำลังก้มลงกินน้ำริมลำธาร กลางป่า กระทุ่มด่าน
"เดินตัดป่านี้ไป เย็นๆก็คงถึงกระทุ่มด่านแล้ว"
"จะได้เจอสไบเสียที" ดอกรักบอก
ดอกรักยิ้มกระฉับกระเฉงเดินต่อ ใจมองตาม แววตาเศร้า ครุ่นคิด

สไบเดินมากับแฟงถือเคียวเดินมาในนา
"ดีที่ยังพอมีข้าวให้เกี่ยว"
"แต่นาที่เราจะไปเกี่ยวต้องไปไกลกว่านี้อีกนะ" แฟงว่า
แฟงกับสไบก้มลงเอาเคียวเกี่ยวข้าว สไบก้มๆเงยๆ สักพักสายตาเหลือบไปมองเห็นที่เนินไกล
มีทหารอังวะ 5คน ขี่ม้ามาหยุดมอง สไบตกใจ รีบหันมากดร่างแฟงก้มต่ำ
"ทหารอังวะ"
แฟงกำเคียวแน่น
"ฉันจะไปฟันมัน"
แฟงพุ่งไปอย่างลืมตัว สไบดึงไว้
"หนีแฟง ต้องหนี"
"ฉันอยากฆ่ามัน"
"อย่าแฟงเชื่อพี่ เข้าไปเราก็ตาย เราต้องไปบอกอาพันว่า พวกข้าศึกมันมาอยู่ใกล้ๆกระทุ่มด่านกันแล้ว ไป"
แฟงสีหน้าขัดขืน แต่สไบกระชากแฟงหลบออกไปทันที

แฟงกับสไบวิ่งมาอย่างเร็วไม่เหลียวหลัง สองคนตั้งหน้าวิ่งเพื่อไปบอกข่าวร้าย

กับจวงกำลังตำข้าวอยู่ที่บริเวณครัวบ้านกำนันพัน แฟงกับสไบวิ่งเข้ามา มือยังกำเคียวแน่น
"ไหนบอกจะไปเกี่ยวข้าว" เฟื่องถาม
"ข้าวสักรวงยังไม่เห็น" จวงว่า
"เห็นสิ .. เห็นเต็มสองตาเลย ทหารอังวะ" แฟงว่า
"พวกมันมาขึ้นมาถึงนี่แล้ว" สไบบอก
เฟื่องตกใจปล่อยครกกระเดื่องลงอย่างแรง เสียงดัง พวกแม่ครัวตกใจ วิ่งขึ้นเรือน

ทุกคนที่พากันมารวมตัว สีหน้าพวกผู้ใหญ่แสงเครียดมาก แฟงเดินเข้าหากลุ่ม พูดขึ้น
"ให้ฉันไปตามพวกพี่ทัพมาช่วยเถอะนะ ให้ฉันไป... ฉันอาสาไปเอง"
"รู้หรือ แฟง พี่ทัพอยู่ที่ไหน" เฟื่องถาม
"ไม่รู้"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 4 วันที่ 9 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 6 ม.ค.58
ที่มา ไทยรัฐ