อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 5 วันที่ 10 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 5 วันที่ 10 ม.ค. 58

กองคาราวานครัวไทยที่กำลังพักอยู่ในวัดร้าง ในสะแกโทรม ขาบขี่ม้าดูไปรอบๆ สังข์ยืนอยู่ใต้ร่มไม้ ทหารคนหนึ่งเข้ามาทางด้านหลัง สังข์ถาม
"เจอพวกไอ้ทัพมั้ย"
"เจอขอรับ กระผมซุ่มดูอยู่อย่างที่นายกองสั่ง"

"พวกมันยังอยู่ที่กระทุ่มด่าน"
"ขอรับ"



สังข์มองไปที่ขาบที่ขี่ม้า ตรวจดูชาวบ้านที่นั่งพัก แววตากระด้าง
"พวกมึงจำไว้ ถ้าใครที่มันไม่เกรงกลัวอำนาจกู กูจะไม่เอามันไว้ โดยเฉพาะพวกไอ้ทัพ มันหนีทัพไปเป็นขบถ ถึงจะเคยเป็นเกลอกันมา กูจะไปลากตัวมันมารับโทษให้จงได้"

ทัพจูบไล้แก้มคนรัก เฟื่องสะเทิ้นอาย ค่อยๆเบี่ยงหน้าหนี
"พอแล้วจ้ะ"
เฟื่องเอามือแตะอกทัพเป็นเชิงห้าม ทัพไม่ฟัง ค่อยๆดันร่างเฟื่องเอนลงนอนบนหญ้า
"เฟื่องรักพี่มั้ย"
"รักจ้ะ"
"รักมากแค่ไหน"
"มากกว่าที่พี่ทัพรักเฟื่อง"
"ชื่นใจของไอ้ทัพ"
ทัพก้มลงจูบแก้มนวล เฟื่องหลบหน้าอาย
"พอแล้ว ปล่อยเฟื่องเถอนะ"
ทัพไม่ยอมหยุด ลูบไล้แก้มนวลเรื่อยมาถึงริมฝีปาก เฟื่องเริ่มเสียงสั่น
"พี่ทัพ อย่า"
"ขอพี่ชื่นใจให้หายคิดถึงเถิด ยอดรัก"
"พี่ทัพ"
"เรารักกันไม่ใช่หรือ เฟื่อง พี่ขอชื่นใจนิดเดียว"
ทัพจ้องตาเฟื่อง
"ให้พี่ได้จำกลิ่นแก้มนวลของเฟื่องไว้ยามไปรบกับข้าศึก ทั้งหลับ ทั้งตื่น กลิ่นกายหอมของเฟื่องจะเป็นกลิ่นหญิงเดียวที่พี่เฝ้าฝันถึง"
เฟื่องระทวยลงกับสายตา คำพูด และสัมผัสของทัพ
ทัพเลื่อนกายกระชับกอด กำลังจะจูบลงที่ริมฝีปากเฟื่อง เสียงของตกดังมาจากด้านหลัง ทั้งคู่หันไป เห็นแฟงที่ยืนมองจ้องอยู่ มีห่อยาหล่นอยู่ที่พื้น
"แฟง"

เฟื่องสีหน้าไม่ดีที่น้องมาเห็นตัวเองกับทัพในสภาพแนบชิด แฟงจ้องภาพใกล้ชิดของพี่สาวกับทัพด้วยความรู้สึกสับสนในใจ
สไบกำลังสะบัดผ้าตาก ตรงลานตากผ้า ข้างบ้านกำนันพัน ใจถือกิ่งดอกแก้วเล็กๆ เดินมาตรงหน้า แล้วเด็ดดอกแก้วเหน็บหูสไบ สไบเอียงหน้าอายๆ

ดอกรักยืนมองภาพใจกับสไบด้วยสายตาไม่พอใจ

แฟงกำลังมองเฟื่องที่ใกล้ชิดทัพ เฟื่องดันทัพออกห่าง แล้วรีบลุกขึ้น ทัพเอ่ยแก้บรรยากาศอึดอัด
" พี่กำลังคุยกับเฟื่อง"
"พี่ทัพเห็นฉันโง่นักหรือ จะปดยังไงก็ได้ ก็เห็นอยู่ตำตาว่ากอดจูบกัน"
"แฟง อย่าเพิ่งเอะอะไป เฟื่องจะเสียหาย"
"แล้วทำไมมาคิดได้ตอนนี้ ถ้าไม่ใช่ฉันมาเห็น พี่เฟื่องก็คงเป็นขี้ปากชาวบ้านไปทั้งบาง ที่มานอนให้ผู้ชายกอดจูบกลางป่า"
"แฟง"
ทัพดุ
"แฟง เบาๆหน่อย นี่พี่สาวเอ็ง"
แฟงเงียบลงเมื่อเห็นหน้าเฟื่องไม่ดี หันไปทางทัพ
"ฉันแค่เอายามาให้พี่ทัพ เห็นว่าโดนฟันใกล้ตาย"
แฟงหยิบห่อยาขึ้นมาถือ ทัพพยายามยิ้มใจเย็นตะล่อมอารมณ์ดุเดือดของแฟง
"เอ็งเป็นคนมีน้ำใจดีแท้นะแฟง"
ทัพยิ้ม ยื่นมือไปรับ แฟงจ้องทัพ แล้วปาห่อยาใส่อกทัพ หันหลังวิ่งออกไปเลย
"แฟง"
เฟื่องจะตาม แต่ทัพดึงมือไว้
"เฟื่องไปพูดตอนนี้ แฟงก็จะคิดว่าแก้ตัว พี่เป็นก่อเรื่อง ให้พี่พูดเองดีกว่า"
ทัพดึงเฟื่องไว้แล้วตามแฟงออกไปอย่างเร็ว เฟื่องมองตามด้วยสายตาลำบากใจ

แฟงเดินเร็วมายังสวนหมาก ทัพวิ่งตามมา
"แฟง แฟง"
"ไม่ต้องตามฉัน"
"คุยกันก่อนสิ"
แฟงไม่หยุด ทัพวิ่งมากระชากแขน แฟงหันมา ชกเข้ากลางอกทัพจนจุก
"โอ๊ย"
"ทำไมพี่ทัพเป็นคนอย่างนี้"
"อย่างไหน"
"ก็อย่างที่ทำกับพี่เฟื่อง พี่ทัพรู้มั้ย"
"รู้อะไร"
ทัพถามสวนเร็ว แฟงชะงักไป
"ฮะ เอ็งจะว่าอะไร อีแฟง พี่ต้องรู้อะไร"
"ก็พี่ทัพเป็นผู้ชาย ทำแบบนี้กับพี่เฟื่อง พี่เฟื่องเสียหาย"
"พี่ยอมรับข้อนั้น พี่หยุดความรักเฟื่องไม่ได้ พี่ผิดที่หักห้ามใจไม่ได้ ไว้ถ้ามึงรักใครสักคนนะอีแฟง มึงจะเข้าใจความรู้สึกกู"
"พี่ทัพรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่เข้าใจ"
"เอ๊ะ ! มึงนี่พูดชอบกล แสดงว่ามึงคิดจะมีคู่ชินแล้วใช่มั้ย"
แฟงชะงักไป เพิ่งรู้สึกตัวว่าเถียงจนเลยเถิด ทัพจ้องแล้วคาดคั้น
"นั่นแน่ มึงมีคนที่ชอบพอแล้ว ใคร แฟง บอกกู"
"ทำไมฉันต้องบอกพี่"
"เพราะกูเป็นพี่มึงไง กูคือพี่ชายคนนึงของมึง"
แฟงหน้าม่อยลงเมื่อได้ยินคำว่าพี่ชาย แต่ก็ยังไม่แสดงอาการผิดหวังออกมาให้ทัพเห็น ทัพจับหัวแฟงด้วยกิริยาเอ็นดูเด็กสาวอย่างน้อง
"น้องสาวคนนี้ของพี่ชอบพอกับใคร กูเป็นพี่ ก็ต้องช่วยดูว่าไอ้ผู้ชายคนนั้น มันเหมาะกับน้องสาวคนนี้มั้ย"

ทัพขยี้หัวแฟงเบาๆ แล้วดึงมือกลับ มองแฟงด้วยรอยยิ้มห่วงใยจริงใจจนแฟงยิ่งสับสน
สไบที่กำลังก้าวเดินขึ้นเรือน มีดอกแก้วเหน็บหู ดอกรักก้าวออกมา สไบตกใจ

"พี่ดอกรัก มีอะไรจะให้ฉันทำหรือจ๊ะ"
ดอกรักไม่พูดอะไร เดินไปดึงดอกแก้วจากผม สไบไม่พอใจ แต่ไม่กล้าแสดงออกมา
"ดอกไม้สวย ไปเก็บที่ไหนมา"
ดอกรักแกล้งทำไม่รู้เรื่อง สไบยิ้ม ตอบกระอักกระอ่วน
"ก็แถวๆนี้"
"สไบหนีออกมาจากค่ายอังวะได้ยังไง"
ดอกรักมองด้วยสายตาคาดคั้น
"มีคนช่วยฉัน"
"ไอ้ใจหรือเปล่า ที่ตามไปช่วยสไบ"
ใจกำลังขึ้นบันไดมาหลบยืนฟังอยู่ ยังไม่ออกไปให้ดอกรักกับสไบเห็น
"พี่ใจมาเจอตอนที่ฉันหนีออกมาแล้ว"
"พี่ไม่เชื่อ"
ดอกรักที่ขยี้ดอกแก้วแหลกคามือ
"ไอ้ใจมันคอยตามช่วยสไบ มันเป็นแค่พรานแต่คอยตามช่วยสไบไปทุกที่ เหมือนรู้ว่าสไบอยู่ที่ไหน ทำอะไร กระทั่งค่ายทหารอังวะ มันยังตามไปถูก"
ใจหลบฟัง สีหน้าเครียด
"ไม่ว่าไอ้ใจมันจะคิดยังไงกับสไบ ไม่ว่าไอ้ใจมันจะเป็นคนดี คอยช่วยพวกเราแค่ไหน แต่สำหรับสไบ..อาผู้ใหญ่ออกปากยกสไบให้พี่แล้ว"
สไบหน้าเสีย ส่วนใจที่หลบฟังอยู่ นึกไม่ถึง
"นั่นมันเรื่องนานมาแล้ว ตั้งแต่ฉันกับพี่เด็กๆ ผู้ใหญ่ตกลงกันเอง"
"สไบพูดแบบนี้เพราะไม่อยากเป็นเมียพี่"
"ฉันไม่เคยคิดเรื่องเป็นเมียใคร ฉันนับถือพี่ดอกรักเป็นพี่ชาย"
"แต่พี่ถือว่าผู้ใหญ่หมั้นหมายเราไว้แล้ว สไบต้องเป็นเมียพี่"
ใจที่สีหน้าไม่ดี กังวล เสียงดอกรักดังขึ้น
"สไบต้องเป็นเมียพี่"
ใจขยับมอง สีหน้าเหมือนจะพุ่งขึ้นไป
บนเรือน ดอกรักเดินเข้าหาสไบ
"จวง...จวง"
สไบถอยหนี ดอกรักพุ่งเข้ามาจับไหล่สไบ
"พี่ดอกรักอย่า จวง..."
เสียงวิ่งขึ้นบันไดมา ดอกรักหันไปมอง สไบบิดตัวหนีทันที จวงขึ้นเรือนมามองดอกรักกับสไบ
"พี่สไบ...มีอะไรหรือ"
"จวง...พี่จะถามว่าเย็นนี้จะแกงอะไรกินกันดี"
สไบรีบเดินไปข้างจวง
"ไปคุยกันในครัวเถอะ"
สไบดึงจวงออกไป ดอกรักได้แต่มองตาม ใจ รีบเดินออกไปจากตรงนั้น

ใจที่เดินเร็วมาหยุดระงับความรู้สึกพลุ่งพล่านที่หลังบ้าน เสียงดอกรักยังคงวนเวียนอยู่ในสมอง
“ไม่ว่าใจมันจะคิดยังกับสไบ ไม่ว่าใจมันจะเป็นคนดี คอยช่วยพวกเราแค่ไหน แต่สำหรับสไบ ... อาผู้ใหญ่ออกปากยกสไบให้พี่แล้ว …. สไบต้องเป็นเมียพี่”
ใจหงุดหงิด เตะต้นกล้วย ระบายความโมโห แต่พอหันไป ใจอึ้งเมื่อเห็นคนที่เดินมาทางด้านหลัง
“พี่เจิด”
เจิดสายตาเข้มก้าวเข้ามามอง
“พี่มาถึงนี่ได้ยังไง”
“เพราะข้าต้องมาตามเอ็งน่ะสิ มาส่งดอกรักแล้ว ทำไมเอ็งถึงไม่ไปจากกระทุ่มด่านสักที”

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 5 วันที่ 10 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 6 ม.ค.58
ที่มา ไทยรัฐ