อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 5/4 วันที่ 11 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 5/4 วันที่ 11 ม.ค. 58

“นั่นสิ แม่ปั้ดเอาสากตำข้าวโขกให้หัวแตก”
สไบกับแฟงหัวเราะกัน ดอกรักเดินมา สไบหยุดหัวเราะ หันมาตำข้าวต่อ ดอกรักรู้ว่าสไบไม่อยากคุยด้วย แต่ก็ยังตื๊อ

“สไบ”
สไบตำข้าวแรง เสียงดัง กลบเสียงดอกรักที่เรียก
“สไบ สไบ”


แฟงมอง สไบตำข้าวแรง ดอกรักเข้ามาดึงสากตำข้าวไว้ สไบมองตาขุ่น
“ที่ไม่คุยด้วยเพราะโกรธเรื่องไอ้ใจใช่มั้ย ตัวไปแต่ใจยังอยู่ที่มัน”
“อย่ามาพูดจาหาเรื่อง เสียเวลาทำงานของฉัน”
“สไบคิดถึงไอ้ใจมันใช่มั้ย”
สไบไม่ตอบ ตำข้าวต่อไม่สนใจ แฟงเมินหน้าไปมองทางอื่น ดอกรักจำต้องเดินออกไป สไบเรียกขึ้น
“พี่ดอกรัก”
ดอกรักหันขวับทันที
“”พี่เคยบอกว่าอยากไปช่วยรบกับอังวะ ทำไมพี่ถึงไม่ออกไปอยู่ในป่ากับพวกพี่ทัพ แทนที่จะมาคอยเฝ้าหาเรื่องฉันละฮะ”
ดอกรักหน้าเสียที่ได้ยินสไบออกปากไล่อ้อมๆ เดินเร็วออกไปทันที
สไบหันกลับมา แฟงมองแล้วถาม
“น่าสงสารเหมือนกันนะ”
“หรือแฟงจะช่วยปลอบใจพี่ดอกรัก”
แฟงส่ายหัวทันที
“ไม่เอาล่ะ พี่ดอกรักเค้าชอบพี่สไบ ไม่ใช่ม้าดีดกะโหลกอย่างแฟง”
สไบฟังแล้วหลุดหัวเราะออกมาจนได้ แฟงยิ้มหัวเราะไปด้วย

อีกมุมหนึ่งใกล้ๆครัว ดอกรักเดินออกมาด้วยความหงุดหงิด น้อยใจ
“ไอ้ใจ ... มึงอย่ามาให้กูเห็นอีกนะ”
ดอกรักแววตาเจ็บใจ เดินออกไป สไบกับแฟงยังตำข้าวไปเรื่อยๆ

ในป่าทึบ ใจกำลังนั่งเป่ามือเลียนเสียงนกอยู่ เพื่อหลอกนกมาติดแร้ว นกลงมาเกาะที่แร้วหลายตัว ใจมองนกที่มาเกาะด้วยสายตาอ่อนโยน จู่ๆ มีธนูพุ่งไปปักนกตัวใหญ่ที่สุด นกที่เหลือบินแตกกระเจิง
ใจหยุดเป่านกทันทีหันไปมอง เห็นเจิดเป็นคนยิง ยืนอยู่ด้านหลัง เจิดเดินไปเอานกตัวที่ถูกยิง อย่างไม่สะทกสะท้าน
ใจมองสายตาสลด เจิดตบบ่าใจเบาๆตอนเดินผ่าน
“อย่าคิดมาก ถึงเราไม่กิน ยังไงมันก็ต้องตาย”
เจิดเดินไปถอนขนนก ก่อไฟ ใจไม่อยากมอง เจิดเอ่ยถามขึ้น
“คิดถึงน้องสไบล่ะสิ”
ใจถอนใจหนักๆ มองไปไกล หัวใจหนักอึ้งเมื่อคิดถึงการเดินทางที่จะพาให้ห่างจากสไบไปทุกที
เวลากลางคืน บรรยากาศป่าที่ซ่อนตัวของทัพเงียบสงบ มีเวรยามเดินอยู่รอบๆ 4 คน
ในแสงจันทร์ ทัพกำลังประชุมอยู่กับหมู่เคลิ้ม พลางขีดเขียนอยู่กับลานดิน
“ข้าศึกใกล้เราทุกทีแล้ว เราพาพวกกระทุ่มด่านหนีขึ้นไปทางทุ่งสมิงก่อนดีมั้ย” เคลิ้มบอก
“ทุ่งสมิงซ่องโจรชุกชุม อย่าไป”
ทุกคนมองทัพที่ใช้ความคิด
“ถ้าต้องหนีจริงๆ ตัดจิกโพรงไปเข้าดงเลย อ้อมหลายคืนหน่อย แต่หนทางในป่ามิดชิดกว่า ไม่น่าจะเจอทั้งโจรทั้งข้าศึก”
“ฉันก็เห็นอย่างพี่ทัพนะ” ฟักบอก
“งั้นถ้าจะพาทุกคนที่กระทุ่มด่านหนี แผนของเราจะไปทางจิกโพรง ตอนนี้ทุกคนระวังไว้ก่อน เห็นพวกมันเข้าเขตกระทุ่มด่านมาเมื่อไหร่รีบส่งสัญญาณให้รู้ทั่วๆกัน”
ทัพสั่งด้วยสายตาระมัดระวัง ไม่ประมาท

ชายในชุดดำ ปกปิดใบหน้ามิดชิด 5 คน ที่ขี่ม้าตัดป่ามาอย่างเร็ว
สไบหอบกระจาดผักที่ไปเก็บมา กำลังจะไปครัวที่หลังเรือน ดอกรักวิ่งลงเรือนมาขวาง ยิ้มให้
สไบไม่พูดจะเดินหนี ดอกรักพยายามยิ้ม ตามง้อ
“ยังโกรธพี่เรื่องคนนอกอย่างไอ้ใจอยู่อีกหรือ สไบ”
“เค้าช่วยพ่อ ช่วยฉัน ช่วยพี่ พี่ไล่เค้าเหมือนคนใจดำ ไม่รู้จักคุณคน”
“มันช่วยเราเพราะหวังสไบ”
“ถ้าพี่ใจเค้าหวังตัวฉัน เค้าจะรักษาแล้วพาพี่ตามมาที่กระทุ่มด่านทำไม เค้าปล่อยให้พี่ตายในป่าไม่ดีกว่าหรือ”
สไบมองดอกรักด้วยสายตาผิดหวัง
“พี่ทำให้พวกเรากลายเป็นคนใจจืดใจดำ ขับไสไล่ส่งกระทั่งคนที่เสี่ยงตายเอาชีวิตช่วยเราไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า ที่ฉันเสียใจ เพราะพี่ยังไม่รู้ตัวว่าทำผิดมากแค่ไหน”
สไบเดินหนีดอกรักตรงไปที่ครัว ดอกรักมองตาม แฟงหลบมอง ดอกรักโมโห เตะพื้นแถวนั้นดินกระจาย

แฟงหลบมองแล้วเดินตามเข้าไปทางในครัวอย่างทำอะไรไม่ได้ดีกว่านั้น
ภายในครัว เฟื่องกำลังหุงข้าว จวงตำน้ำพริก สไบล้างผัก แฟงกระแซะมาใกล้สไบ

“ไปว่าพี่ดอกรักเค้าอย่างงั้น เกิดพี่เค้าเสียใจจะว่าไง”
“ก็เรื่องของเค้า”
เฟื่องห่อข้าวเสร็จใส่ถาดแล้วเรียกแฟง
“แฟงทยอยเอาของไปจัดลงหาบได้แล้ว”
“จ้ะ พี่เฟื่อง”
แฟงต้องหันมาสนใจงานที่เฟื่องสั่ง กำลังจะเดินห่างสไบออกมา
“เรื่องของเค้าแน่นะ” แฟงถามย้ำ
“จะไปตายที่ไหนมันก็เรื่องของเค้า”
สไบประชด แฟงยิ้มๆ รีบจัดของใส่หาบ

แฟงยกถาดอาหารมาจัดลงในหาบที่วางอยู่ สายตามองไกล เห็นดอกรักที่สะพายห่อผ้าเหมือนจะเดินทาง ดอกรักเดินลงเรือนมามองเข้ามาในครัว
“พี่ดอกรัก”
บริเวณหน้าประตูรั้ว แฟงเห็นสายตาละห้อยของดอกรัก
“หรือว่าจะน้อยใจสไบ หนีไปรวมกับพวกพี่ทัพ”
แฟงคิดแล้วสงสัย
“รู้เหรอว่าพวกพี่ทัพอยู่ที่ไหน เดินสุ่มสี่สุ่มห้าเกิดเจอพวก อังวะเข้า เดี๋ยวก็ไม่รอดเท่านั้น”
แฟงคิดแล้วเป็นห่วง คว้ากระจาดหาบอาหาร วิ่ง ตามดอกรักทันที

ดอกรักเดินดุ่มๆมาในป่าด้วยความเสียใจที่สไบไม่เข้าใจ ที่ด้านหลังแฟงวิ่งกระเดียดหาบมา พอมาถึงทางแยก แฟงมองหา ไม่เห็นดอกรักซะแล้ว เธอตะโกนเรียก
“พี่ดอกรัก พี่ดอกรัก”
ไม่มีเสียงตอบ แฟงกังวลใจ ตัดสินใจเดินไปอีกทาง

ทัพกับแฟงนั่งคุยกันอยู่ห่างกลุ่มหมู่เคลิ้มออกมา แฟงกำลังเล่าเรื่องทั้งหมดให้ทัพฟังอย่างร้อนใจ
“พี่ดอกรักเค้าทะเลาะกับสไบ ฉันตามหลังเค้ามาติดๆ แต่ไม่รู้หายไปตอนไหน กลัวว่าจะหลงป่า แล้วไปเจอพวกข้าศึก”
“ทะเลาะอะไรกันมา”
“ก็จะเรื่องอะไร ผู้ชาย”
“ผู้ชายทำไม ทำเสียงให้มันดีดีหน่อย แฟง”
“ก็ผู้ชายตามืดตาบอด มัวหึงกันไม่เข้าเรื่อง เค้าไม่รักตัวก็ยังไปหลงรักเค้าหัวปักหัวปำ”
สายตาแฟงที่มองทัพ แววตาซ่อนความในใจหลายอย่างไว้
“สุดท้ายเค้าก็ไม่เคยสนใจ”
“ไอ้ใจก็ไม่อยู่แล้ว ดอกรักมันจะกลัวอะไร ผู้หญิงคนเดียว ทำให้รักไม่ได้ ก็อย่าเรียกว่าชายเลยวะ”
“ทำไม ใจหญิงมันต้องโลเลไม่มั่นคง คอยเปลี่ยนไปตามน้ำคำผู้ชายที่คอยหยอดคำหวานรึไง”
“เอ้า..เข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว พี่ไม่ได้ว่าผู้หญิงจะต้องหลงคำหวาน แต่ถ้ารักก็ต้องเอาชนะใจให้ได้ ไม่งั้นจะเสียเชิงชาย”
“เชิงชายที่ไล่ต่อยตีคนอื่น เอากำลัง เอาแรงเข้าบังคับน่ะหรือ เชอะ หรือไม่ก็เที่ยวกอดจูบลับตาคน”
“เดี๋ยวๆแฟง นี่เอ็งอย่าพาลเอาพี่เข้าไปด้วย”
“ก็จริงหรือไม่ล่ะ พี่ทัพคงมั่นใจสินะว่าทำยังไงพี่เฟื่องก็รัก”
“เอ๊ะ แฟง เอ็งนี่พาล เห็นทีจะคุยกันไม่รู้เรื่อง”
“ใช่สิ ฉันมันพาล ฉันมันคอยหาเรื่อง”
“เอ้า ไปกันใหญ่แล้ว ให้พี่ทะเลาะกับเอ็ง 3 วัน 3 คืนเลยเอามั้ย”
ทัพเสียงเอ็ด แฟงตกใจ น้ำตาคลอ ทัพมองแล้วงง
“แฟง แฟง พี่ไม่ได้ดุเอ็งนะ อย่าร้องสิ”
ทัพเข้ามาใกล้ เอื้อมมือจะไปจับหัว แฟงปัดมือทันที
“ไม่ต้องมาทำเหมือนฉันเป็นเด็ก”
แฟงสะอื้นออกมาด้วยความอัดอั้น ทัพมองเลิ่กลั่ก ตกใจ

“แฟงเอ็งร้องไห้ทำไม”
ในเวลาต่อมา เฟื่องกับจวงที่วางหาบอาหารลง มองเอิบกับช่วงที่กำลังกินข้าวที่แฟงเอามา

“แฟงมาถึงก่อนแล้วหรือจ๊ะ”
เฟื่องมองหา
“แฟงอยู่ที่ไหน”

แฟงสะอื้นดัง ปาดน้ำตาเหมือนเด็กๆ ทัพมองทำตัวไม่ถูก
“อีแฟง อย่าร้องสิ มีอะไรก็บอกพี่”
“ฉันจะกลับแล้ว”
แฟงจะเดินหนี ทัพดึงแขนแฟงไว้
“พี่ขอโทษ”
“จะมาขอโทษฉันทำไม พี่ทัพไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันร้องของฉันเอง”
ทัพเสียงอ่อนลง ดึงแฟงมาใกล้
“ร้องทำไม ไหนบอกพี่สิ”
แฟงช้อนตามอง หยาดน้ำตาเต็มตา ทัพสงสาร เอื้อมมือไปปาดน้ำตาที่อาบแก้ม
“ไม่ร้องนะ คนดี ไม่ร้อง”
แฟงมองทัพ ได้ยินเสียงปลอบอ่อนโยนแล้วยิ่งสะอื้นออกมาแรง
“แฟง เป็นอะไร บอกพี่”
“ไม่”
“ทำไม”
“ไม่”
แฟงส่ายหน้าสะอื้นแรงขึ้นอีกเพราะความอัดอั้นในใจ ทัพประคองหน้าแฟงไว้
Wทำไมพูดกับพี่ไม่ได้ คิดซะว่าพี่เป็นพี่ เป็นพี่ชายคนนึง”
แฟงได้ยินแล้วยิ่งปล่อยโฮ สะอื้น ทัพตกใจ
“แฟง นิ่งซะ นิ่ง”
ทัพดึงแฟงเข้ามากอดปลอบ ลูบผมปลอบเบาๆ ไม่ได้คิดอะไร
“นิ่งซะ คนดี นิ่งซะ”
เฟื่องที่มาเห็นภาพที่แฟงกับทัพกำลังกอดกัน ทัพลูบผมแฟงอ่อนโยน ก็ฉุกคิด นึกถึงคำพูดของแฟงที่เคยแอบได้ยินตอนคุยกับสไบ

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 5/4 วันที่ 11 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ