อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 6 วันที่ 12 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 6 วันที่ 12 ม.ค. 58

"พี่เอิบพี่ช่วงบอกว่า ก่อนที่พี่เฟื่องจะถูกจับ พี่เฟื่องถามหาเราสองคน แล้วก็เดินไปตาม"
แฟงสีหน้าไม่ดี ทัพมองสงสัยอยากรู้
"พอกลับออกมา พี่เฟื่องก็วิ่งหนี ...จน... จนถูกจับตัวไป"
"เฟื่อง..ไปเจอเรา"

"ถ้าพี่เฟื่องเห็นเรา ..เห็นตอนที่พี่กับฉัน"
"ที่กูกอดมึงน่ะหรือ"
"พี่เฟื่องอาจจะเข้าใจผิด จนน้อยใจ วิ่งหนีออกมา"


"โธ่ กูกอดมึงด้วยความรักฉันท์น้อง ไม่มีอย่างอื่น"
"แต่พี่เฟื่องอาจจะเข้าใจผิด ไม่อย่างนั้นคงไม่วิ่งหนีไป" แฟงว่า
แฟงตาแดง เหมือนจะร้องไห้ มั่นใจว่า เฟื่องต้องเห็นภาพที่ตัวเองกอดอยู่กับทัพ
"บอกพี่เฟื่องด้วยว่าอภัยฉันด้วย ฉันเป็นต้นเรื่อง ฉันเองที่ทำให้พี่เฟื่องถูกจับตัวไป"
แฟงปล่อยโฮ ทัพเห็นแล้วก็เข้ามาใกล้
"กูจะไม่รับฝากคำขออภัยของมึง"
แฟงมองทัพ น้ำตาคลอ
"แต่กูจะพาเฟื่องกลับมา ให้มึงบอกทุกอย่างกับเฟื่องเอง"
"พาพี่เฟื่องกลับมานะพี่ทัพ พาพี่เฟื่องกับจวงกลับมา"
ทัพยิ้มมั่นใจ
"กูจะพาเฟื่องกับจวงกลับมาให้ได้ ถ้ามึงไม่เห็นเฟื่องกับจวง ก็ขอให้รู้ว่า ไอ้ทัพคนนี้สิ้นวาสนาเสียแล้ว"
ทัพพูดจบก็โดดขึ้นอ้ายเลา แฟงมองตาม สายตามีแต่ความหวัง ทัพดึงอ้ายเลาไปกระซิบที่ข้างหู
"ไปเถอะอ้ายเลา"
อ้ายเลาผงกหัวแล้วพุ่งทะยานออกไปทันที

แฟงมองเห็นทัพที่ควบอ้ายเลาห่างออกไปไกลก็มองด้วยความหวังเต็มเปี่ยม
ชายชุดดำควบม้า มีเฟื่องกับจวงพาดอยู่บนหลังม้ามุ่งไปสะแกโทรมอย่างรวดเร็ว

ทัพที่ห้ออ้ายเลามาอย่างเร็ว ไม่ได้หยุดพัก ฝ่ายแฟงกอดเข่ามองบนฟ้าที่มืดมิด น้ำตาคลอ เมื่อนึกถึงพี่สาวที่ถูกจับตัวไป
สไบก้าวมานั่งใกล้
"พี่ทัพต้องช่วยพี่เฟื่องกลับมาได้"
"ฉันจะมองหน้าพี่เฟื่องยังไง"
"แฟง"
สไบเอื้อมมือไปแตะมือแฟง อย่างไม่รู้เรื่องตื้นลึกหนาบาง แฟงมองเพื่อนน้ำตาร่วง
"ฉันทำให้พี่เฟื่องเข้าใจผิด เรื่องฉันกับพี่ทัพ"
"พี่เฟื่องไม่โกรธแฟงหรอก"
"ฉันรู้ พี่สไบ ฉันถึงยิ่งอายแก่ใจ พี่เฟื่องรักฉันให้อภัยฉันไม่ว่าจะผิดแค่ไหน พี่เฟื่องไม่เคยดุด่าซ้ำเติม มีแต่ความรักความเป็นห่วง แต่ฉัน" เฟืองสะอื้น "ฉันทำให้พี่เฟื่องกับจวงถูกจับไป เพราะฉันคนเดียว"
แฟงร้องไห้ สไบเข้ากอด แฟงหยุดร้องไม่ได้
"ถ้าพี่เฟื่องกับจวงเป็นอะไรแม้ปลายเล็บ ฉันจะไม่ขอมีชีวิตอยู่อีกแล้ว"
สไบกอดปลอบแฟงด้วยความสงสาร แฟงที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเสียใจที่สุด

ตะวันตรงหัว แดดร้อนแรงสาดส่องไปทั่ว ทัพเหงื่อเต็มร่าง เต็มหน้า ควบอ้ายเลาบุกป่าฝ่าดง ตามหาเฟื่อง

ฟัก เคลิ้มที่ซุ่มลาดตระเวนอยู่ ช่วงมองไปบนยอดไม้ เอิบกำลังปีนมองไกล อีกด้านหนึ่งเห็นกองทหารอังวะกำลังลาดตระเวน ไพร่พลมากมายยาวเต็มทุ่ง
เอิบตกใจแทบสิ้นเรี่ยวแรง หงายหลังตกลงมา ทับลงบนหมู่เคลิ้ม
"โอ๊ย ไอ้เอิบ กูคนนะโว๊ย ไม่ใช่ กระดาน โดดลงมาทับทำไม"
ช่วงเข้าไปช่วยดึงเอิบ เอิบระล่ำระลัก ปากคอสั่น
"มันมาแล้ว"
"ใคร" ช่วงถาม
เอิบบอก
"ทหารอังวะ พวกมันมาถึงนี่กันแล้ว"
"พวกมันมากี่คน" ฟักถาม
"ไม่รู้กี่คน" เอิบบอก
"วะ ... เดี๋ยวกูเตะ" เคลิ้มบอก
"ไม่รู้กี่คนจริงๆ พี่เคลิ้ม ข้านับไม่หวัดไม่ไหว มันมากสุดลูกหูลูกตาเลย"

ทุกคนได้ยินเอิบแล้วสีหน้าตกใจ
ในเวลาต่อมา ขบวนอพยพกำลังขนของขึ้นเกวียน สไบพานางเฟี้ยม นางจันทร์ขึ้นเกวียนไป แฟงแบกห่อสัมภาระ ของแห้ง ขึ้นหลังเกวียน

ดอกรักช่วยกำนันพัน ผู้ใหญ่แสงเตรียมชาวบ้านคุ้มกันขบวนอพยพ ฟักอยู่บนหลังม้า นำหัวขบวน
"เราจะไปจิกโพรง"
"ทางมันอ้อม ทำไมไม่หนีไปทุ่งสมิง"
ทุกคนมองฟักที่เป็นผู้นำอย่างกังวลใจเรื่องเส้นทาง
"พี่ทัพสั่งไว้ ทุ่งสมิงทางลัดสะดวกก็จริงแต่โจรชุกชุม คนเราก็มากคนเฒ่าคนแก่ก็เยอะ ถ้าเจอพวกโจรกลางทางเราคงเสียทีมัน"
"แล้วทางไปจิกโพรงละ" กำนันพันถาม
"ไปทางจิกโพรงลำบากกว่า ป่ารก แต่ไม่มีทั้งโจรทั้งข้าศึก" ฟักบอก
ผู้ใหญ่แสง
"รีบไปกันเถิด พวกเราเห็นดีด้วย ให้พ่อฟักนำไปเลย"
ฟักมองชาวบ้านทุกคนที่เห็นด้ว ทุกคนพากันขึ้นเกวียน
"หมู่เคลิ้มกับพวก รอเราที่ชายป่าแล้ว เร่งไปกันเถอะ"
แฟงโดดขึ้นท้ายเกวียน ฟักควบม้าเหยาะนำไป

ขบวนเกวียนค่อยๆออกจากลานหน้าบ้าน แฟงมองขบวนเกวียนที่เคลื่อนออกไป แล้วยกมือขึ้นเหนือหัว
"ขอคุณพระคุณเจ้าคุ้มครองพวกเราด้วยเถิด"
แฟงเสียงสั่นเครือ มองภาพเรือนกำนันพันที่เคยคุ้มภัย นึกถึงพี่สาว
"ให้พี่ทัพตามพี่เฟื่องกับจวงมาเจอเราให้จงได้"
แฟงแววตาเต็มไปด้วยความหวังสูงสุด
"ขอให้พวกเรารอดพ้นศึกใหญ่ครั้งนี้ ได้กลับบ้านอยู่กันพร้อมหน้าตาพร้อมตา..อีกครั้งเถอะ"
แววตาแฟงมีแต่ความหวัง มองเรือน น้ำตาที่อาบแก้ม

ตอนกลางคืน ทัพหยุดมองรอยเท้าม้าบนดินหลายรอย
ทัพเดินไปอีก สี่ห้าก้าว ก็เห็นร่องรอยกระบอกไม้ไผ่ที่ถูกตัดใช้ใส่น้ำหลายอันถูกทิ้งไว้บนพื้นอย่างเร่งรีบ
"เราตามมันมาถูกแล้วล่ะ อ้ายเลา"

แสงไฟจากไต้วับแวมรอบๆที่พักกองเกวียนคาราวาน ณ หมู่บ้านสะแกโทรมที่กำลังจะอพยพเข้ากรุงศรีอยุธยา
กระท่อมถูกทิ้งร้าง ร่างเฟื่องกับจวงถูกพาลงมานั่งตรงหน้า
เฟื่องกับจวงถูกมัดมือ ปิดตา ปิดปาก ชายฉกรรจ์ 2 คนเข้ามาแกะผ้าปิดตา ปิดปากออก
เฟื่องกับจวงมอง เห็นสังข์ยืนอยู่ตรงหน้า
"ไอ้สังข์"
สังข์มองชายฉกรรจ์ 5 คน คนที่เป็นหัวหน้าเปิดผ้าคลุมหน้าสีดำออก คือลูกน้องคนที่สังข์สั่ง
สังข์หยิบถุงไถ้โยนให้
"เอาไปแบ่งกัน"
ลูกน้องรับแล้วรีบหายกันออกไปทั้งกลุ่ม
"ไอ้ชั่วสังข์ แกจะตามจองเวรพวกเราถึงไหน"
สังข์หันขวับมองจวง
"จวง... ปากแกมันน่านัก"
"เอาเลย ตบเลย ตบฉันให้ตายตรงนี้ ฉันเกลียดแก ไอ้สังข์ชั่ว"
จวงร้องท้า สังข์พุ่งเข้ามาเงื้อมือ ขาบพุ่งเข้ามาคว้ามือสังข์ไว้
"อย่า ไอ้สังข์"
สังข์ถีบขาบกระเด็น เฟื่องมองตกใจ
"มึงเสือกอะไรเรื่องของกู"
"กูต้องเสือก เพรามึงจะตบผู้หญิง"
"ไอ้ขาบ มึงอยากตายนักใช่มั้ย"
"ไอ้สังข์กูนี้เชื่อมึงทุกอย่าง แต่ถ้าถึงกับรังแกผู้หญิงกูทนไม่ไหว นั่นมันน้องไอ้ทัพ"
"ก็เพราะน้องไอ้ทัพไงล่ะ กูถึงจะทำให้สาแก่ใจ"
"มึงชิงชังพี่แล้วมาลงกับน้อง มันไม่ใช่วิสัยผู้ชาย
"ไอ้ขาบ.. มึง"
สังข์ชักดาบ ขาบผงะถอยด้วยความกลัว
"ฟันพวกฉันให้ตายไปด้วยเลยไอ้สังข์ ฉันขอตาย แกจะได้หมดเรื่องก่อกรรมก่อเวรกับพี่ทัพ"
สังข์หันมองเฟื่องที่ร้องท้าขึ้น

ริมน้ำในป่า นอกเขตกระทุ่มด่าน ทัพที่ลงจากอ้ายเลา ม้าคู่ใจ ลูบหัวอย่างเอาใจ
"พักสักเดี๋ยวนะ อ้ายเลาเพื่อนยาก"
ทัพเดินไปริมน้ำ วักน้ำลูบหน้า
เสียงอ้ายเลาร้องขึ้น ทัพหันขวับทันที

อ้ายเลาถูกลูกน้องเสือปิ่น 2 คน กระชากลากออกไป พวกมันมาทั้งหมด 8 คน ทัพพุ่งเข้าไปฟัน ลูกน้องเสือปิ่น 2 คน จนแตกกระเจิง อีก 2 คนเข้ามาช่วยรุมทันที

ทางด้านเฟื่องมองหน้าสังข์ที่ถือดาบด้วยสายตาไม่กลัวเกรง

"ให้ฉันตาย แกจะได้หยุดทำร้ายพี่ทัพ"
"รักกันนักใช่มั้ย"
สังข์ขยับมาทางเฟื่อง ขาบร้องห้าม เข้าขวางทันที
"อย่า ไอ้สังข์"
ขาบจ้องสังข์ สีหน้าไม่กลัวเกรง
"มึงจะปกป้องผู้หญิงของไอ้ทัพไว้เหนือหัวทำไมฮะไอ้ขาบ .. มึงรักนังเฟื่องมาตั้งนาน"
เฟื่องตกใจ มองขาบ คาดไม่ถึง

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 6 วันที่ 12 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ