อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 6/4 วันที่ 12 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 6/4 วันที่ 12 ม.ค. 58

ฟักกำดาบ สีหน้าเครียดอยู่ข้างแม่ เสียใจที่ช่วยใครไม่ได้
กลุ่มชาวบ้านหญิงที่เหลือช่วยกันจัดกองเกวียน
เคลิ้ม เอิบ ช่วง จูงม้าเข้ามาหาฟัก

"เราคงต้องรีบเดินทางต่อ"
"ยังไงต้องเอาคนจำนวนมากไว้ก่อน"
ฟักมองทุกคน สีหน้ากดดันเต็มที่
"ฉันอยากไปตามหาแฟง" ฟักบอก
"แต่เราพักตรงนี้ไม่ได้ พวกมันอาจย้อนมา เราไม่ชำนาญทางเท่าพวกมัน ไปต่ออีกหน่อยเถอะ"


"พาชาวบ้านไปหาที่ตั้งเกวียน พักค้างคืนก่อน แล้วพวกเราจะช่วยเอ็งออกตามหาแฟงกัน" เอิบบอก
ฟักฟังแล้วจำยอม พยักหน้า
"เอาพวกเรา เร่งมือ เร่งมือ เราต้องไปแล้ว" ช่วงว่า

ทุกคนแยกย้ายกันไปช่วยดูแลชาวบ้านเพื่อเตรียมเดินทาง สไบน้ำตาคลอ เมื่อต้องจากพ่อ
ป่าไผ่เขตบ้านศรีบัวทอง ตอนกลางคืน แฟงที่ถูกเหวี่ยงลงกลางดิน กลุ่มโจรลงจากหลังม้า หัวหน้าโจรหน้าตาโหดเหี้ยมเดินเข้าหาแฟง โจรทุกคนกระจายตัวมองรอบๆ

"ได้นังคนสวยนี่มาสักคน ก็ยังดี ไม่เหนื่อยเปล่า"
หัวหน้าโจรเลื่อนมือไปที่ปมสไบเหนืออกของแฟง โจรทั้งหมดมองกะเหี้ยนกะหือรือ
"พวกมึงรอก่อน"
โจรตาวาว หันมาเถียงกันว่าใครจะเป็นคนต่อไป
"กูคนต่อไป"
"กูโว๊ย กู ... ต้องกู"
หัวหน้าโจรก้าวไปคร่อมร่างที่สลบไม่ได้สติ กำลังจะกระชากสไบ ปรากฏกลุ่มชายฉกรรจ์ 4 คน คืบคลานเข้ามาด้านหลัง พวกเขาคือ นายอิน นายเมือง นายแท่น นายโชติ และกลุ่มชาวบ้านบ้านศรีบัวทอง 4 คน ที่พุ่งเข้ามา
นายแท่น นายโชติ กำดาบเข้าเชือดคอ นายอิน นายเมืองแทงทะลุหลังลูกน้องโจรอย่างรวดเร็ว โจรที่เหลือเอะอะ หันไป แต่เจอดาบที่แทงจาก 4 คน เข้าตัดคออย่างไม่ทันตั้งตัว
หัวหน้าโจรกำลังจะลุกมาคว้าดาบ แต่นายโชติปักดาบยาวกระซวกเข้ากลางอก แล้วดึงออก
นายโชติถีบหัวหน้าโจรล้มลงหงายขาดใจตายข้างร่างแฟง ผู้ชายทั้ง 4 คนที่ก้าวเข้ามาก้มมองแฟง ที่นอนสลบอยู่

เฟื่องสะดุ้งเมื่อเห็นเงาของขาบเปิดประตูกระท่อมเข้ามา เธอถอยไปสุดมุมแคร่ ขาบมอง แล้วเดินไปเอนตัวลงนอนที่เสื่อมุมกระท่อม
เฟื่องมองด้านหลังขาบที่หันให้ ลอบถอนใจเบาๆ ที่ขาบรักษาสัญญา
ขาบพยายามอดทนกับความต้องการของตัวเอง ทั้งที่อยากจะกอดเฟื่องให้สมกับความรักที่มีมาเนิ่นนาน

ทางด้านทัพ มองกลุ่มเสื่อปิ่นที่กำลังกินดื่มกันอย่างสนุกสนาน เมามาย ทัพพยายามดึงเชือกที่รัดมือแน่น เสือปิ่นหันมาเห็น
"จ้องกูทำไม"
"กูจ้องหน้าไอ้โจรชั่ว สุขสำราญบนคราบน้ำตาชาวบ้าน"
"ปากมึงนี่วอนตาย"
เสือปิ่นชกเข้าปากทัพ ลูกน้องเฮ
ทัพคอพับ เลือดกบปาก หันมามองเสือปิ่นที่หัวเราะใส่หน้าด้วยความสะใจ

แฟงที่พรวดพราดได้สติขึ้นมา ลุกขึ้นมองไปรอบๆ แฟงเห็นตัวเองอยู่บนแคร่ในหมู่บ้าน ผู้ชาย 4 คนกำลังนั่งประชุมกันห่างออกมา ทุกคนหันมามองแฟง
แฟงกลืนน้ำลายมอง ยังไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
นายแท่น หัวหน้าของทุกคน หน้าตาอ่อนโยน มีไมตรี ยิ้มให้กับแฟงก่อน
"ไม่ต้องกลัว น้องสาว พวกข้าไม่ทำอะไรเอ็ง" แท่นบอก
"พวกพี่..ไม่ใช่โจรพวกนั้นหรือ"
"พวกโจรมันตายอยู่ในป่าศรีบัวทองหมดแล้ว"
"พวกพี่ฆ่ามัน"
"พวกข้าไปเดินเวรยามนอกหมู่บ้านพอดี เห็นพวกมันกำลัง ..จะ"
แท่นไม่อยากพูด แฟงสีหน้าเข้าใจ
"ข้าชื่อแท่น"
"พี่แท่น"
"ข้าชื่อโชติ"
"ข้าชื่ออิน"
"ข้าชื่อเมือง"
แฟงยกมือไหว้ทุกคนด้วยสายตาตื้นตัน
"พี่แท่น พี่โชติ พี่อิน พี่เมือง พวกพี่ช่วยชีวิตฉันไว้"
"พวกข้าคนบ้านศรีบัวทอง"
"ฉันชื่อ แฟง คนบ้านทุ่งคำหยาดจ้ะ หนีทัพอังวะมากับหมู่พี่น้อง แต่เจอก๊กโจรเข้าเมื่อวาน"
"ก๊กโจรมันระบาดไปทั่ว พวกมันก็หนีศึกเหมือนกัน .. อดยากจนต้องปล้นฆ่ากันเอง"
"ตอนนี้ต้องรวมกลุ่มกันไว้ ถึงจะต้านได้ทั้งข้าศึกทั้งโจร"
แฟงฟังด้วยสีหน้าสลด แท่นมองแล้วถามขึ้น
"ข้าย้อนกลับไปดู ก็ไม่เห็นขบวนเกวียนที่ไหน"
"ฉันคงถูกพามาไกล ไม่รู้พวกแม่จะเป็นยังไงบ้าง"
เมืองบอก
"ก็คงเปลี่ยนทาง หลบก๊กโจรไปทางอื่นแล้ว"
ทุกคนมองแฟงที่สีหน้าไม่ดี แฟงกัดฟันอั้นน้ำตาไว้ภายใน
"ฉันนี้มีกรรมจริงๆ พลัดพี่พลัดน้อง บ้านแตกสาแหรกขาดหมด"
ทุกคนมองแฟงที่สีหน้าเด็ดเดี่ยว นายแท่นมองแล้วชวนขึ้น
"ถ้าเอ็งไม่มีที่ไป ก็อยู่กับพวกข้าก่อน"
โชติบอก
"พวกเราชาวศรีบัวทองมีกองกำลังช่วยผลัดกันเป็นเวรยาม คอยซุ่มตีทัพอังวะที่มาแถวนี้ รับรองปลอดภัย"
แฟงได้ยินเข้าก็แววตาตื่นเต้น
"ฉันก็ไม่มีที่ไปแล้ว ขอฉันอยู่กับพวกพี่แท่น พี่โชติ พี่อิน พี่เมืองเถอะนะ อย่างน้อยก็ให้ฉันได้ช่วยพวกพี่สู้กับพวกอังวะก็ยังดี"
อินท้วงขึ้
"ไม่ต้องถึงขั้นนั้นก็ได้ เอ็งมันเป็นผู้หญิง"
"ถึงเป็นผู้หญิงแต่พร้อมตายเพื่อปกป้องผืนดินเหมือนพวกผู้ชายได้"
เสียงแฟงหนักแน่นจนทุกคนต้องหยุดฟัง
"ให้ฉันอยู่ช่วยอะไรก็ได้ ฉันไม่เกี่ยง แต่อย่าไล่ฉันไปเลย ฉันพลัดแม่พลัดพี่น้อง พลัดครอบครัวมาอย่างเหลือเชื่อ พระท่านคงอยากให้ฉันมาที่นี่ มาช่วยพวกพี่เอาชีวิตข้าศึกที่เข้ามารุกรานแผ่นดินเรา มาเซ่นไหว้ศพพี่น้องไทยที่ต้องตาย"
แฟงมองทุกคนด้วยแววตาเข้มแข็งแน่วแน่
"ฉันสัญญา ฉันจะทำเพื่อพ่อแม่พี่น้องศรีบัวทองเหมือนเป็นบ้านเกิดของฉันเอง พร้อมจะปกป้องแผ่นดินนี้ด้วยชีวิตของฉัน"

นายแท่น นายโชติ นายอิน นายเมืองที่มองแฟงด้วยสายตาชื่นชม แฟงสีหน้าเด็ดเดี่ยว ไม่เกรงกลัวเลยสักนิดกับอนาคตที่กำลังเปลี่ยนไป
ภายในค่ายเชลยไทยที่วิเศษไชยชาญของสุรินทจอข่อง มีทหารอังวะประจำหน้าที่อยู่เต็ม

แถวเชลยไทยชาย-หญิงหลายคนถูกคุมตัวเข้าประตูค่ายมา พร้อมทั้งลากเข็นเกวียนใส่ข้าวของที่ปล้นได้มาด้วย แล้วจึงเห็นฉับกุงโบ เดินดูบริเวณค่ายด้วยความพอใจ มีสุรินทจอข่องและอากาปันญีเดินตามหลังเยื้องไปทางซ้ายขวา และมีนายกองอังวะเดินตามอารักขา 4 นาย
สุรินทจอข่องบอก
"ท่านแม่ทัพหน้ามาเยี่ยมค่ายของข้าวันนี้ คงได้เห็นแล้วว่า ทหารของเราทำการได้สมคำบัญชาของท่านเนเมียวสีหบดีทุกอย่าง"
"ดีมาก สุรินทจอข่อง อากาปันญี ถ้าท่านทั้งสองล้างทุ่งวิเศษไชยชาญได้สะอาด เหมือนกับที่ข้าล้างเมืองพิชัย สวรรคโลก และสุโขทัยแล้วละก็ ข้าจะรายงานท่านแม่ทัพเนเมียวให้ท่านได้ความชอบแน่ๆ" ฉับกุงโบว่า
อากาปันญีบอก
"พวกมันอ้วนพีมีสุขกันมานาน จับดาบไม่เป็นแล้ว ขืนสู้ก็มีแต่ตายสถานเดียว"
"ใครฮึดสู้ เราฆ่า ส่วนใครหนี เราก็ตามจิกหัวกลับมาฆ่าให้พวกมันดู พวกมันถึง ไม่กล้ากำแหง" สุรินทจอข่องบอก
ฉับกุงโบยิ้มพอใจ
"งั้นข้าก็เบาใจ เพราะงานใหญ่ของเรากำลังลุล่วงไปด้วยดี กองทัพฝ่ายใต้ของท่านมังมหานรธา เสนาบดีสงคราม ก็ได้มาตั้งค่ายใหญ่อยู่ที่สีกุกบางไทรแล้ว และจะขยายกำลังโอบล้อมกรุงมาถึงทุ่งภูเขาทอง เมื่อไหร่ที่เรามีชัยเหนือกรุงศรีอยุธยาแล้ว ทุกคนใต้ท้องฟ้านี้ก็จะยกย่องเราว่า..."
เสียงทองแก้วตะโกนต่อคำพูดของฉับกุงโบ
"ไอ้สันดานโจร"
ฉับกุงโบสะดุ้ง ทุกคนหันไปมองทางคอกขังเชลยชายไทยที่อยู่ใกล้ๆ เห็นนายทองแก้วและนายดอกไม้ยืนเกาะรั้วคอกตะโกน
"นี่หรือวะ กองทัพนักรบอันยิ่งใหญ่ ถุย กูว่า โจรชั้นสวะมากกว่า" ทองแก้วบอก
ดอกไม้ถาม
"บ้านมึงไม่มีอะไรจะกินแล้วหรือวะ ถึงได้ยกโขยงมาปล้นบ้านกู"
สุรินทจอข่องตะโกนลั่น
"ไอ้เชลยปากสามหาว เฮ้ย... ทหาร"
ทหารอังวะวิ่งกรูกันเข้าไปที่คอก เชลยชายคนอื่นแตกถอยหนี เหลือแต่ทองแก้วและดอกไม้ยังตะโกนก้อง
"มึงจะรบก็รบกันไปซี่โว้ย รบกับทหารกรุงโน่น ทำไมต้องมาเหยียบย่ำบ้านกูด้วย กัดไม่เลือกอย่างนี้ มันหมาบ้านี่หว่า" ทองแก้วตะโกนใส่
อากาปันญีบอก
"ช้าอยู่ทำไมวะ ลากลิ้นมันมาสับเลยเซ่"
ทหารอังวะขยับเข้าไป แต่ฉับกุงโบตะโกนห้าม ทหารชะงัก
"หยุด อย่าฆ่ามัน แค่สั่งสอนมันก็พอ"
ทหารอังวะกลุ่มนั้นส่งดาบให้เพื่อน แล้วเข้าคอกเชลย เดินตรงเข้าหาทองแก้วและดอกไม้ด้วยมือเปล่า แล้วเข้ารุมซ้อมทันที ทั้งคู่พยายามปิดป้อง แต่ก็โดนหลายหมัดจนล้มลุกคลุกคลาน ส่วนเชลยอื่นยืนมองดูห่างๆ
ดอกไม้บอก
"เฮ้ย ช่วยกูด้วยซี่โว้ย ช่วยกูที"
เชลยอื่นได้แต่มองหน้ากัน ไม่กล้าช่วย เพราะเกรงกลัวทหารอังวะ ปล่อยให้ทั้ง 2 คนถูกรุมซ้อมจนทรุดอยู่กับพื้น หน้าตาเปรอะไปด้วยเลือด จนฉับกุงโบตะโกนห้าม

"พอแล้ว พอ เอาตัวมันมาที่นี่ ข้าจะพูดกับมัน"
ทั้งคู่ถูกนายกองอังวะเหวี่ยงลงมานอนกลิ้งอยู่ที่ลานหน้ากองบัญชาการเบื้องหน้าฉับกุงโบ และนายทัพทั้งสอง โดยมีนายกอง และทหารอังวะยืนล้อมอยู่

"เอ็งสองคนชื่ออะไรวะ " ฉับกุงโบถาม
ทั้งสองไม่ตอบ ยันตัวขึ้นนั่งอยู่คู่กันบนพื้นดิน หน้าตายังเปรอะเลือด
อากาปันญีตวาด
"ตอบท่านแม่ทัพสิวะ ไอ้เชลย ตอบ"
"กูชื่อทองแก้ว บ้านโพธิ์ทะเล"
"กูมาจากบ้านตลับ ชื่อดอกไม้"
สุรินทจอข่องบอก
"มันเป็นคนวิเศษไชยชาญด้วยกันทั้งคู่ ท่านแม่ทัพ"
"เอ็งปากกล้าดีนี่หว่า ไม่กลัวตายรึไง" ฉับกุงโบว่า
"ตายช้า ตายเร็ว มึงก็ต้องฆ่ากูอยู่ดี แล้วกูจะไปกลัวทำไม"
อากาปันญีขยับเข้ามา
"หนอย อวดดี กระทืบแม่ง"
"อย่า อย่าทำมัน ข้าจะฟังมันพูด เอ้า พูดไป" ฉับกุงโบบอก
"ชาวบ้านเราไปทำอะไรให้มึง มึงถึงมาฆ่าเอาเสียหลายโคตร ...ยกทัพมาอย่างเจ้าละกูไม่ว่าหรอก แต่นี่มาอย่างโจร ใครเขาจะยกย่องมึง"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 6/4 วันที่ 12 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ