อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 6/5 วันที่ 12 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 6/5 วันที่ 12 ม.ค. 58

"อย่า อย่าทำมัน ข้าจะฟังมันพูด เอ้า พูดไป" ฉับกุงโบบอก
"ชาวบ้านเราไปทำอะไรให้มึง มึงถึงมาฆ่าเอาเสียหลายโคตร ...ยกทัพมาอย่างเจ้าละกูไม่ว่าหรอก แต่นี่มาอย่างโจร ใครเขาจะยกย่องมึง"
ดอกไม้เสริม

"คนจะทำสงครามเขาต้องรู้ว่าถ้ายกทัพใหญ่ใช้คนมาก มันต้องเตรียมเสบียงมาให้พอ ไม่ใช่มากวาดเก็บเอาตามรายทาง ฆ่าฟันชาวบ้านเขาตายอย่างนี้"
ฉับกุงโบหัวเราะ
"ก็นี่มันสงคราม ถ้าพวกเอ็งยอมยกข้าว ยา ปลา เกลือ เนื้อหมู เนื้อวัว ให้กองทัพของข้าซะดีๆ มันก็ไม่ตายหรอก"
ทองแก้วถาม


"แล้วลูกเมียเขาอยู่กันดีๆ มึงจับมาทำไม"
"จับซี่ ถ้าข้าไม่มีตัวประกันพวกเอ็งจะยอมทำงานให้กองทัพข้าหรือ แต่ทหารข้ามันเหน็ดเหนื่อยมานาน ก็ต้องขอเอาไว้บำรุงใจพวกมันหน่อย ฮ่ะๆๆ"
ฝ่ายอังวะพากันหัวเราะ ทองแก้วโมโหจะลุกเข้าใส่ แต่นายดอกไม้กันตัวไว้ แล้วพูดดีเหมือนนึกอะไรออกมาได้
สุรินทจอข่องบอก
"แล้วถ้าพวกเอ็งหาสาวๆคนไทยมาแทนได้ ข้าก็จะปล่อยพวกเอ็งไป"
ทองแก้วนิ่งคิดก่อนพูด
"ที่พูดนี่แน่นะ"
"คนอย่างข้าพูดคำไหนคำนั้น"
"งั้นข้าจะพาพวกเอ็งไปหาสาวๆ ข้าพอรู้ว่าบ้านไหนมีสาวๆเยอะ"
"อะไรนะ เอ็งจะช่วยอะไรข้าหรือ" ฉับกุงโบว่า
"เอ็งคิดจะเอาตัวรอดอย่างนี้หรือไอ้ทองแก้ว ไอ้คนเห็นแก่ตัว" ดอกไม้บอก
คำพูดของนายทองแก้ว ทำให้ฉับกุงโบนิ่ง ขณะที่สุรินทจอข่องและอากาปันญีหันมองหน้ากัน
ทองแก้วแฝงแววเจ้าเล่ห์
"ถ้าข้าพาพวกเอ็งไปเจอพวกสาวๆ พวกเอ็งต้องทำอย่างที่พูดนะ"
"กูไม่คิดเลยว่ามึงจะเป็นคนอย่างนี้"
ฉับกุงโบหันมายิ้มกับสุรินทจอข่องอย่างพอใจ
"ก็ไม่หนักหนานะสุรินทจอข่อง หากท่านจะจัดทหารพามันไปหาผู้หญิงมาสักห้าหกคน เราคงไม่รบกันวันนี้พรุ่งนี้ดอก"

กองบัญชาการค่ายเสบียงอังวะ วิเศษไชยชาญ เวลากลางคืน สุรินทจอข่องนั่งเป็นประธานในงานเลี้ยงที่มีหญิงพม่าหลาคนคอยดูแลอย่างดี ส่วนลานด้านล่าง มีกลุ่มทหารชั้นผู้น้อยนั่งล้อมวงกินอีกมากมาย มีกลุ่มกลองยาวสร้างความคึกครื้น ทหารบางคนเมาได้ที่ก็ลุกขึ้นมาเต้นรำอย่างเมามัน
นายกองคนหนึ่งคุมเชลยหญิงไทยยกอาหารมาดูแลเหล่านายทัพต่างๆที่นั่งอยู่บนศาลาบัญชาการ
สุรินทจอข่องบอก
"ท่านฉับกุงโบ..สั่งให้เรากวาดต้อนเชลยและเสบียงส่งไปให้ทัพหลวงเนเมียวสีหบดีให้มากพอที่จะล้อมกรุงโยเดียเลยหน้าน้ำหลาก ฉะนั้นจงขอให้ท่านทั้งหลายทำงานให้เต็มความสามารถ อยากได้อะไรกวาดต้อนมาให้หมด แม้แต่ผู้หญิงไทย... ท่านฉับกุงโบก็มิห้าม ฮะๆๆ"
อากาปันญีดึงเชลยสาวเข้ามากอดจูบ เชลยคนนั้นพยายามปัดป้อง แต่ก็ไม่อาจฝืนแรงของอากาปันญีได้ ทุกคนหัวเราะชอบใจ
"ถ้าเอ็งยอมเป็นเมียข้า เอ็งไม่ต้องไปนอนในกรงเหม็นๆดอกนะ...ฮะๆๆ"
เสียงหญิงเชลย
"ปล่อยข้า...ปล่อยข้าเถิด ปล่อยข้า"
ทุกคนหันไปมองที่ลานหน้าศาลากองบัญชาการ
ทหารอังวะผู้หนึ่งอุ้มเชลยหญิงไทยหายออกไปจากกลุ่มที่นั่งกินเลี้ยงกันอยู่ ทุกคนหัวเราะชอบใจ
อย่างมีความสุข ชายไทยที่ถูกขังอยู่ในกรงต่างตะโกนด่าด้วยความเจ็บแค้น
"ไอ้ทหารโจร เก่งจริงอย่าเอาแต่รังแกผู้หญิง มานี่..มาสู้กับกูนี่ ปล่อยกูซิวะ"
อากาปันญีบอก
"ตามใจชอบเถิดพวกเรา อีกมินานแผ่นดินนี้ก็จะกลายเป็นของเราแล้ว...ดื่มๆๆ"
ทุกคนชูแก้วขึ้นดื่มอย่างสนุกสนาน

ทหารที่ตีกลองยาว ต่างเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน
ดอกไม้ยังถูกมัดอยู่ที่เดิม ค่อยๆฟื้นขึ้นมา ทองแก้วอยู่ในกรงนั่งคอยเวลาบางอย่าง เสียงเพลง กลองยาวจากในค่ายดังมาแว่วๆ

ทหารอังวะเดินยามเพียงไม่กี่คน ทองแก้วลุกขึ้นมาเกาะลูกกรงตะโกน
"พวกเอ็งคงอยากเข้าไปสนุกกับพวกข้างในมั่งซินะ"
ทหารอังวะหยุดหันมามองทองแก้ว
"ข้าว่าพวกเอ็งก็น่าจะได้สนุกแบบพวกข้างในบ้างนะ"
ทหารอังวะไม่พอใจเดินเอาหอกมาทิ่มจ่อทองแก้วไว้
"อย่าทำข้านะ...ข้าเห็นใจพวกเอ็ง เดินทัพมาไกลเอ็งก็คงอยากเจอผู้หญิงบ้าง ข้าจะบอกที่ที่พวกผู้หญิงหนีไปซ่อนให้พวกเอ็งรู้"
ทหารยามอังวะหันมามองหน้ากัน ก่อนจะลดหอกลงมาคุยกับทองแก้ว
"ถ้าพวกเอ็งบอกที่ซ่อนสาวๆได้ ข้าจะไม่ให้เอ็งทำงานหนัก"
ทองแก้วนิ่งคิดก่อนพูด
"ที่พูดนี่แน่นะ"
"คนอังวะอย่างข้าพูดคำไหนคำนั้น"
"งั้นเข้ามาใกล้ๆข้าซิ ข้าจะบอกให้"
ทหารยามสองคนเริ่มเอะใจ ไม่กล้าเข้า
ดอกไม้ที่ฟังอยู่ไม่พอใจ
"เอ็งคิดจะเอาตัวรอดอย่างนี้หรือไอ้ทองแก้ว ไอ้คนเห็นแก่ตัว"
"ถ้าพวกเอ็งไปเจอพวกสาวๆตามที่ข้าบอก พวกเอ็งต้องทำอย่างที่พูดนะ"
ดอกไม้โมโห
"กูไม่คิดเลยว่ามึงจะเป็นคนอย่างนี้"
"เอ็งจะยอมให้มันทรมานเอ็งอย่างนี้จนตายก็แล้วแต่เอ็ง ข้าไม่ทนแล้ว"
"แต่กูยอมตาย ให้กูตายดีกว่าทรยศพวกเดียวกัน"
ทองแก้วรีบกวักมือเรียกทหารยามให้เข้ามาหา
"เร็วๆ ผู้หญิงพวกนั้นเป็นคนบ้านเดียวกับไอ้ดอกไม้มัน"
"ไอ้ทองแก้ว..ถ้ากูหลุดไปได้ กูจะฆ่ามึงก่อนเป็นคนแรก..คอยดู"
ทหารอังวะที่มีพวงกุญแจเดินเข้าไปหาทองแก้ว ทองแก้วทำท่าจะกระซิบ แต่แล้วเปลี่ยนเป็นรัดคอติดกรงขัง
"เร็ว ช่วยกัน" ทองแก้วบอก
ทหารอังวะอีกคนตกใจ ถือหอกวิ่งตรงเข้าจะแทงทองแก้ว แต่ช้ากว่าเชลยอีกคนที่วิ่งมาคว้าหอกจากทหารคนที่ 1 แทงสวนออกไปถูกทหาร 2 ล้มลงทันที
"ล้วงปะแจมันออกมา"
เชลยต่างช่วยกันพัลวัน จนได้กุญแจมาไข ทหารยามบนหอประตูเห็น ส่งเสียงดัง
"เชลยหนี...เชลยหนี จับมัน"
"เร็ว พวกมันแห่กันมาแล้ว" ดอกไม้บอก
ทองแก้วออกมาได้รีบหาดาบมาเฉือนเชือกมัดให้ดอกไม้ คนอื่นๆต่างไปช่วยกรงอื่นๆ
"กูปล่อยมึง มึงจะฆ่ากูหรือเปล่า"
"กูรู้ว่าคนอย่างมึงไม่ทรยศกันเองดอก...ไป"
ทองแก้วกับดอกไม้วิ่งออกไปที่สะพาน
นายทหารอังวะ 4 คนวิ่งนำทหารอังวะคนอื่นๆออกมา ทองแก้ว ดอกไม้ และเชลยคนอื่นๆต่างคว้าอาวุธของใกล้ตัวออกมาสู้ ทั้งคู่ฆ่าทหารตายไปหลายคน เชลยไทยบางคนไม่มีฝีมือ ถูกทหารอังวะฆ่าไปหลายคนเหมือนกัน
"เร็ว พวกเรา มาทางนี้"
ทองแก้ววิ่งนำ ดอกไม้กับเชลยไทยที่เหลือลุยน้ำไปอีกทาง นายทหารอังวะกลุ่มใหม่ตามออกมา อย่างโกรธจัด
"ไปจับตัวมันมาให้ได้"
ทหารอังวะวิ่งลุยน้ำตามพวกทองแก้วออกไปทันที

เช้าวันใหม่ อากาปันยีโกรธ ยืนอยู่ในศาลาบัญชาการ มีนายทหารอังวะที่สะบักสะบอมหมอบอยู่ใกล้ๆ
"พวกเอ็งมันโง่ ปล่อยเฉลยหนีไปได้อย่างไร ข้าอยากจะตัดหัวพวกเอ็งทิ้งเหลือเกิน"
มยิหวุ่นที่นั่งฟังอยู่ ไม่พอใจ
"ข้าขออาสานำทหารออกตามจับมันเองมันคงยังหนีไปได้ไม่ไกล"
"เอ็งจะทำผิดซ้ำอีกหรือ ขืนมัวตามจับไอ้พวกเชลยเหลือแดนแค่ไม่กี่คน เสบียงที่ข้าต้องนำส่งให้ทัพหลวงในวันพรุ่งนี้อีกพันเกวียน มีหวังไม่ทันคราวนี้ไม่ใช่พวกเอ็งเท่านั้นที่จะตาย ข้าก็จะถูกจับใส่ตระกร้อถ่วงน้ำด้วยปล่อยมันไป พวกเอ็ง...ไปกวาดต้อนเอาเสบียงเพิ่มมาแก้ตัวให้ข้า ไม่เช่นนั้นข้าตัดหัวเอ็งแน่"
นายทหารอังวะ 2-3 คนนั้นรีบไหว้ออกไป
มะยิหวุ่นยังนั่งมองอากาปันยีนิ่ง

"มยิหวุ่นแล้วอย่าให้เรื่องนี้รู้ถึงหูท่านเนเมียวเด็ดขาด"
เที่ยงวัน ตะวันตรงหัว แสงแดดแรงสาดส่องไปทั่วบริเวณ ทัพถูกมัดมือไพล่หลังติดกับต้นไม้ เหงื่อแตกไปทั้งร่าง มีลูกน้องหน้าเหี้ยมของเสือปิ่นเฝ้าอยู่ 2 คน

ทัพถูเชือกเส้นใหญ่ที่รัดแน่นกับต้นไม้ เชือกบาดข้อมือทัพ เห็นเลือดซิบ แต่สีหน้าทัพไม่แสดงความเจ็บ
ทัพมองจ้องลูกน้องเสือปิ่นที่กินเหล้า หน้าแดงก่ำเมามาย ไม่ค่อยมีสติ ห่างออกไป...อ้ายเลาถูกผูกไว้
กลุ่มเสือปิ่นเพิ่งปล้นเข้ามา ชิด คนที่ดูเป็นหัวหน้าต่อจากเสือปิ่น กำลังคุมลูกน้องหลายคนแบกหีบสมบัติที่ปล้นจากคนไทยด้วยกัน
เสือปิ่นเดินเข้ามา
"เห็นมั้ย ทรัพย์สมบัติมากมาย เอ็งยังเปลี่ยนใจได้ ถ้าคิดจะมาเป็นโจรกับข้าฝีมือดาบเอ็งดี เราจะช่วยกันทำมาหากิน"
ทัพไม่รอจนเสือปิ่นพูดจบ ก็ถุยลงตรงหน้าเสือปิ่น
"ถุย เอ็งกล้าพูดว่าทำมาหากิน"
เสือปิ่นกับลูกน้องหน้าตากะเหี้ยนกะหืออยากจะฟันทัพ แต่ทัพจ้องมอง แววตาไม่กลัว จนทุกคนเกรงๆ
"ทำมาหากินอย่างเอ็งช่างเลวบัดซบ ปล้นฆ่า ฉกฉวยสมบัติไม่ต่างกับข้าศึกปล้นแผ่นดิน แต่เอ็งชั่วช้ากว่าข้าศึกหลายเท่าเพราะเอ็งปล้นคนไทยด้วยกัน"
ทัพพูดขึ้นด้วยเสียงที่ทุกคนฟังแล้วสะท้าน เสือปิ่นโกรธจัด ชักดาบเงื้อขึ้น
"ปู่ย่าตายาย บรรพบุรุษจะสาปแช่งลูกหลาน ที่มันทรยศแผ่นดิน"
เสือปิ่นตาวาวด้วยความโกรธสุดขีด ฟันดาบลงมาทันที ทัพมองนิ่ง สายตาไม่สะทกสะท้าน กับเงาดาบของเสือปิ่นที่ลงมาใกล้

ทองแก้ว ดอกไม้ และเชลยวิ่งลัดป่าไผ่นอกเขตหมู่บ้านศรีบัวทอง มาเจอแฟงที่กำลังขุดหน่อไม้อยู่ ต่างตกใจมองหน้ากัน
"ไม่ใช่พวกอังวะนี่" แฟงว่า
"ก็ไม่ใช่นะซิ" ทองแก้วว่า
ดอกไม้บอก
"หนีเร็ว...พวกอังวะกำลังตามข้ามา"
แฟงกระฉับเสียมขุดหน่อไม้มั่น ไม่กลัว
"พวกพ่อนั่นแหละ หนีไป...เร็ว"
ทองแก้วกับดอกไม้มองหน้ากัน...งง
"ไปซิ ข้ามีแผน"
ทองแก้ว ดอกไม้มองหน้ากัน ก่อนจะพาเชลยวิ่งออกไป
แฟงก้มหน้าก้มตาขุดหาหน่อไม้ต่ออย่างใจเย็น ทหารอังวะเดินย่ำใบไผ่เสียงดังกรอบแกร็บ
แฟงยังคงขุดหน่อไม้ ไม่สนใจใยดีใดใด
ทหารอังวะเดินมามองแฟงที่กำลังขุดหน่อไม้อยู่ต่างระริกระรี้

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 6/5 วันที่ 12 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ