อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 7 วันที่ 12 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 7 วันที่ 12 ม.ค. 58

แฟงก้มหน้าก้มตาขุดหาหน่อไม้ต่ออย่างใจเย็น ทหารอังวะเดินย่ำใบไผ่เสียงดังกรอบแกร็บ
แฟงยังคงขุดหน่อไม้ ไม่สนใจใยดีใดใด
ทหารอังวะเดินมามองแฟงที่กำลังขุดหน่อไม้อยู่ต่างระริกระรี้
"เฮ้ย"

แฟงหันมา ทำทีตกใจ ทิ้งของวิ่งหนี
"ไม่ได้ผู้ชาย ก็เอาผู้หญิงไป"
ทหารอังวะต่างวิ่งไล่จับ แฟงวิ่งหนี ทองแก้วที่ซุ่มอยู่ออกมาเตะทหารอังวะกระเด็น
ดอกไม้ช่วยทองแก้วสู้ ต่างสู้กันอุตลุด




ทัพมองปลายดาบที่กำลังจะถึงคอ
เสียงอ้ายเลาร้องดังขึ้น ปลายดาบเสือปิ่นชะงัก ก่อนถึงคอทัพแค่คืบ อ้ายเลาร้องดัง กระชากเชือก พยายามจะวิ่งเข้ามาหาทัพ ลูกน้องเสือปิ่นเข้าไปดึงแต่เจออ้ายเลาเตะใส่
ลูกน้องพากันกรูเข้าไป อ้ายเลาทั้งร้อง ทั้งเตะ หลายคนกลิ้งลงกับพื้น
ชิดชักดาบ
"ไอ้ม้าเวร ดูสิจะทานดาบกูได้มั้ย"
ทัพร้องห้าม
"อ้ายเลา หยุดเถอะ อ้ายเลาเพื่อนยาก"
อ้ายเลาพอได้ยินเสียงทัพก็หยุดทันที
"เอ็งอย่าดิ้นรนช่วยข้าเลย อ้ายเลาเพื่อนยาก ชะตาข้าต้องตายด้วยมือโจร ก็ปล่อยให้ข้าตายเถิด เอ็งจงรักษาชีวิตไว้ไม่ต้องตายตามข้าไปด้วย"
อ้ายเลามองทัพด้วยความจงรักภักดี เสือปิ่นกับพวกมองอย่างไม่เชื่อสายตา อ้ายเลาน้ำตาไหล ทัพมองม้าคู่ใจด้วยสายตาอาลัย

แฟงวิ่งหนี มีทหารอังวะ 6 คนไล่ตามมา จนกระทั่งถึงแนวพุ่มไม้ป่าละเมาะขวางหน้า แท่น / อิน / เมือง / โชติ วิ่งออกมาจ้องดาบเผชิญหน้าทหารอังวะ บุกเข้าฟันโดยไม่รอช้า

ทหารอังวะไม่ทันตั้งหลักถูกฟันตายในไม่กี่เพลงดาบ
เสือปิ่นตัดสินใจลดดาบลง

"ใจมึงมันเด็ดเดี่ยวเกินชาวบ้าน
"ข้าก็ชาวบ้านธรรมดานี่แหละ ได้ชื่อว่าโจรเหมือนพวกเอ็งด้วยซ้ำ"
เสือปิ่นกับพวกมองเลิ่กลั่ก นึกไม่ถึง
"ข้าเป็นโจรหนีทัพ ทหารกรุงต้องการตัวข้าไม่ต่างจากพวกเอ็ง มันจับข้าไม่ได้ เลยต้อนครัวข้าไปรับโทษที่กรุงศรี"
"ทำแบบนั้นเท่ากับเอ็งวิ่งไปหาคมดาบทหารกรุงศรีหรือไม่ก็พวกอังวะที่มันเพ่นพ่านอยู่ทุกหัวระแหง เอ็งอยากตายนักรึ"
"ทุกคนเกิดมาก็ต้องตายทั้งนั้น แต่ข้าขอเลือกตายเพื่อคนที่ข้ารัก"
ทัพพูดให้เสือปิ่นกระตุกใจคิด

ทองแก้วกับดอกไม้ สู้กับพวกอังวะอยู่ แท่น/ อิน / เมือง / โชติ เข้าไปช่วยฆ่าพวกอังวะตายทั้งหมด แฟงวิ่งถือเสียมกลับมาเห็นทหารอังวะตายหมดก็รู้สึกเสียดาย
"โธ่...ไม่เหลือให้ข้าสักคนเลยหรือ"
"ไม่ต้องเสียดายดอกแม่แฟง ยังมีไอ้พวกอังวะให้เราฟันคออีกมากนัก"
"แล้วพี่สองคนนี่เป็นใคร"
"ข้าชื่อดอกไม้ บ้านกรับ แล้วนี่พ่อทองแก้ว บ้านโพธิ์ทะเล เราสองคนถูกพวกมันจับไปเป็นเชลยอยู่ที่ค่ายวิเศษชัยชาญ พวกมันปล้นเรือนข้าจนไม่มีอะไรเหลือ"
"พวกข้าตัดสินใจแหกค่ายเชลยมันออกมา ตั้งใจแล้วว่าจะยอมตายดีกว่าไปเป็นเชลยมัน"
โชติยิ้มอย่างภูมิใจ
"งั้นดีเลย ข้าชื่อโชติ พวกเรากำลังรวบรวมครัวไทยที่แตกพลัดเข้าเป็นกลุ่มเป็นกองจะได้สู้กับไอ้พวกโจรอังวะได้ถนัดมื นี่พ่ออิน พ่อเมือง พ่อแท่น แล้วนั่นแม่แฟงสาวบ้านคำหยาด"
"แม่แฟงนี่กล้านัก กล้าเกินหญิง ยอมเป็นตัวล่อตาข้าศึกให้เราฆ่ามาหลายศพแล้ว"
ทองแก้วดีใจ
"พ่อโชติเป็นผู้นำชาวเมืองสิงห์ เข้าสู้กับพวกมันยังงั้นหรือ"
"ไม่ใช่ข้าหรอก พ่อแท่น พ่อบ้านศรีบัวทองนี่ต่างหากเป็นผู้นำตอนนี้เรามีครัวไทย อยู่ที่ศรีบัวทองมากโขอยู่ พ่อสองคนจะเอาด้วยไม๊"
"ดีนะดอกไม้ เรามารวมกับชาวศรีบัวทองสู้กับพวกอังวะดีกว่า ในเมื่อกรุงศรีก็ไม่ดูแลเรา ทิ้งเราแล้ว"
"งั้นขอข้าสองคนกลับไปตามครัวที่บ้านกรับกับโพธิ์ทะเลมารวมด้วยดีกว่าขืนทิ้งไว้ เห็นจะตายกันหมดเสียเปล่า"

ทัพยังถูกมัดมือ ชิดมองอยู่ตะโกนขึ้น
"ฆ่ามันเลยพี่ สิ้นเรื่องสิ้นราวไป"
"ไม่ต้อง มันกล้า ข้าชอบ" ปิ่นบอก
ชิดกับลูกน้องพากันฮึดฮัดแต่ก็ต้องฟัง เสือปิ่นมองทัพ
"ข้าจะเก็บเอ็งไว้ ถ้าทหารกรุงศรีมาเจอ ข้าจะส่งเอ็งให้ไปรับโทษแทนพวกข้า"
เสือปิ่นกับพวกถอยออกไป ทัพได้แต่มองตามด้วยความเจ็บใจ

วันใหม่ แฟงและดอกไม้ ทองแก้ว กับชาวบ้านกรับ และโพธิ์ทะเลร่วม 20 คน และชาวบ้านศรีบังทองนั่งล้อมวงฟังพวกนายแท่น นายโชติ นายอิน นายเมืองพูดอยู่ที่ลานบ้านอย่างภูมิใจ
นายแท่นที่เป็นหัวหน้า เอ่ยขึ้น
"ตอนนี้พวกอังวะมันรุกขึ้นมาทั่วแขวงวิเศษไชยชาญ เมืองสิงห์ เมืองสรรค์ บ้านไหนไม่ยอมส่งเสบียงสวามิภักดิ์ พวกมันก็จะพรากลูกพรากเมีย ฆ่าเสียให้ป่นปี้เผาเรือนจนวอดวาย"
ทุกคนฟังแล้วสลดใจกับสภาพความพินาศที่ศัตรูเข้ามาย่ำยี
เมืองบอก
"จะมีไทยคนไหนดูดายอยู่ได้ ข้าจะไปบอกให้พี่น้องไทยลุกฮือต้านมัน เจอที่ไหนกุดหัวพวกมันให้สิ้น"
"คิดเสียก่อน ไอ้เมือง ทหารอังวะมากันมากมายเกินจะนับ เรามีแค่มีดแค่พร้า ปืนสักกระบอกยังหายาก เด็กเล็ก ผู้หญิง คนเฒ่าคนแก่จะพากันตายหมด" แท่นว่า
"ทำอย่างพี่แท่นว่า แผนนี่แหละดี ให้ผู้หญิงหลอกล่อพวกทหารเลวออกมา แล้วเราก็ลอบฆ่า ตัดกำลังมันเสีย" โชติว่า
"แต่ไม่นานหรอก โชติ พวกมันจะจับทางได้ ไม่หลงกลเราอีก" แท่นบอก
"กว่าจะถึงตอนนั้นพวกมันก็ต้องตายเพราะฝีมือดาบของพี่แท่น พี่โชติ พี่อิน พี่เมือง จนนับไม่ถ้วน พวกพี่ก็เห็นความกล้าของฉันแล้ว ขอให้ฉันเป็นตัวหลอกล่อพวกมันทุกครั้งไปเถิดนะจ๊ะ" แฟงบอก
"เอ็งนี่มันห้าวจริงๆ แฟง" โชติบอก
อินบอก
"เป็นน้องเป็นนุ่ง ... ข้าคงปวดหัว"
"ใครๆก็พูดกับฉันแบบนี้ล่ะจ้ะ"
แฟงยิ้มห้าวหาญ ทุกคนยิ้มขำกับความห้าวของแฟง
ดอกไม้ถาม
"ไม่กลัวตายเลยหรือ แฟง"
แฟงยิ้ม
"ไม่เลยจ้ะ ฉันกลัวเพียงอย่างเดียว"
ทุกคนมองแฟงอย่างสงสัย
"กลัวชาตินี้จะไม่ได้เจอหน้าแม่ หน้าพี่ชาย พี่สาวอีก"
สายตาแฟงหม่นลง แฟงเอ่ยด้วยเสียงเศร้า
"ฉันอยากจะให้พี่สาวที่ฉันรักที่สุดในชีวิตอภัยให้ฉันก่อนตาย ฉันทำผิดต่อพี่เฟื่อง ถ้าชาตินี้พอมีบุญ นังแฟงคนนี้ก็อยากกลับไปกราบพี่เฟื่อง ขอให้พี่เฟื่องยกโทษให้สักครั้ง กับความผิดที่นังแฟงทำให้พี่เฟื่องต้องถูกจับไปตกระกำลำบาก หากฉันทำอะไรที่จะชดใช้ความผิดครั้งนี้ได้ ขอให้บอก ถึงตายฉันก็ยินดีจะทำ"

แท่นและเหล่านักรบแห่งบ้านศรีบัวทอง ต่างมองแฟงด้วยสายตาภูมิใจ
กองคาราวานในหมู่บ้านสะแกโทรม เฟื่องกำลังช่วยชาวบ้านเลี้ยงเด็กอยู่ที่พักแรมอยู่ มีทหารเฝ้าเดินไปมามากมาย ขาบเดินกลับจากตรวจตรามากับทหารกลุ่มหนึ่ง

เฟื่องรีบตักน้ำมาส่งให้ขาบที่กำลังถอดหมวก ขาบมอง เฟื่องยื่นให้
"ฉันเห็นพี่เดินลาดตระเวนตั้งแต่เช้า"
ขาบรับขันน้ำมาดื่ม แล้วทอดสายตามองไปที่เฟื่อง
"ชื่นใจนัก เฟื่อง"
เฟื่องรับขันเอากลับไปวาง ขาบเดินมานั่ง เฟื่องเดินมาใกล้
"เราต้องอยู่ที่นี่อีกนานหรือ พี่ขาบ"
"ยังไม่มีคำสั่งให้เราไปต่อ"
"ที่นี่มีแต่กองเกวียนชาวบ้าน ทหารก็แค่หยิบมือ ถ้าทหารอังวะบุกเข้ามาพี่จะสู้ไหวหรือ"
"ก็เอาเลือดแลกเลือด ฆ่ากันตายไปข้างหนึ่ง"
"คนประมาท จะนำมาแต่ความพินาศ"
ขาบมองเฟื่องทันที เฟื่องเอ่ยน้ำเสียงหยามหยันสังข์
"นายกองสังข์ได้ดิบได้ดี มียศเพราะพูดจาเข้าหู รู้ทางเข้าหาเจ้าหานาย ไม่ใช่ฝีมือ"
"สังข์มันก็เก่งดาบนะเฟื่อง ไม่มีแต่ไอ้ทัพคนเดียว"
เฟื่องหน้าเศร้าลง ขาบน้อยใจที่เฟื่องคิดถึงแต่ทัพ ลุกขึ้น
"พี่ขาบ ... พี่ไม่คิดจะไปจากที่นี่ก่อนอังวะมันจะมาเจอหรือ"
"คิด แต่ทหารผู้น้อยต้องทำตามคำสั่ง ยังไม่มีใบบอกให้เคลื่อน เราก็ต้องอยู่ที่นี่ไปก่อน ไม่ต้องกลัวหรอกเฟื่อง คนอย่างพี่ถึงจะเก่งไม่เท่าไอ้ทัพคนรักเอ็ง แต่ดาบพี่ก็ลับคมไว้เสมอ คงพอจะปกป้องเอ็งจากศัตรูได้อยู่หรอก"
ขาบมองเฟื่องด้วยแววตาน้อยใจ แล้วเดินออกไปเลย เฟื่องได้แต่มองตาม พูดอะไรออกมาไม่ได้อีก

ทัพที่ถูกมัด มองเห็นเสือปิ่นกับลูกน้องดื่มกินกันจนเมามาย ทัพบอกไปรอบๆว่า ลูกน้องเสือปิ่นอยู่ที่จุดใดบ้าง
ชิดถือน่องไก่ที่กำลังกินเดินอาดๆเข้ามาหาทัพ เยาะเย้ย
"มึงไม่รอดแน่ กูนี่แหละจะฆ่ามึง กูไม่เก็บ กูไม่กลัวทหารกรุงศรี กูไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาว ถ้ากูเป็นใหญ่กูจะปล้นไม่เลือกหน้า กูต้องสบายกว่านี้"
ชิดตาวาวโรจน์ เมามายจนไม่มีสติ พูดในสิ่งที่ใจคิด ทัพไม่ได้ต่อความอะไร
ชิดเดินกลับไปรวมกลุ่มลูกน้องที่กินเหล้าจากไหต่ออย่างเมามาย
ทัพมองตาม แล้วเลื่อนสายตาไปมองเสือปิ่นที่ทิ้งตัวหลับลงไปแล้ว
ทัพมีแต่ความอดสูใจ พยายามถูเชือกกับต้นไม้ต่อไปอย่างไม่ให้ใครสังเกตเห็น

ขบวนของสไบกับชาวบ้านกระทุ่มด่านที่เดินทางตัดทุ่งและแม่น้ำเชี่ยว ฟักกับกลุ่มเคลิ้ม เอิบ ช่วง เป็นคนคอยดูแลขบวนอพยพ สไบคอยช่วยคนแก่ กับเด็กให้ข้ามแม่น้ำไป
ดอกรักมาช่วยจับ แต่สไบสะบัดมือ เดินหนี ดอกรักมองไม่พอใจ ฟักคอยดูแลปิดท้ายขบวน สีหน้ากังวล สไบเอ่ยถามขึ้น
"ป่านนี้ไม่รู้ว่าพี่เฟื่องกับแฟงจะเป็นยังไงบ้างนะจ๊ะ"
"พี่ทัพคงจะไปช่วยเฟื่องไว้ แต่แฟง..."
"คนดีผีคุ้ม"
สไบมองฟักอย่างเชื่อมั่น
"แฟงจะต้องไม่เป็นอะไร ฉันเชื่อว่าวันนึง ไม่ว่าที่ไหน .. เราจะต้องได้เจอแฟง"
ฟักฟังแล้ว รู้สึกดีขึ้นบ้าง ยิ้มให้สไบ สไบมองไปไกลแววตาคิดถึงเพื่อน

กองคาราวานตอนกลางคืน ทหารยามเดินไปมา ชาวบ้านนอนหลับกันไปบ้างแล้ว
เฟื่องที่นั่งมองพระจันทร์ลอยเด่น ขาบเดินเข้ามาในกระท่อม เฟื่องสะดุ้ง ขาบมองแล้วปิดประตูกระท่อม
เฟื่องถอยไปนั่งห่างด้วยสัญชาติญาณผู้หญิง ขาบเดินมาใกล้
"กลัวข้ามากหรือ เฟื่อง"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 7 วันที่ 12 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ