อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 7/3 วันที่ 13 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 7/3 วันที่ 13 ม.ค. 58

คุณพระนายเหงื่อตก พยายามหาข้อแก้ตัว
"ที่กองทหารข้าไม่อาจจะชนะได้ เพราะทหารไม่รู้เห็นเป็นใจ และคำสั่งจากเบื้องบนก็ไม่เด็ดขาด"
พระยาพลเทพ กรมนาบอก

"นั่นสิ กรุงศรีเราเพลานี้ระส่ำระส่ายไปหมด เพราะเจ้านายแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า จนเราผู้น้อยไม่รู้จะฟังใคร"
พระยาธรรมาบอก



"เราควรจะเร่งปิดกำแพงเมือง ถ้าทัพอังวะมันเข้ามาประชิดกำแพงกว่านี้เราจะป้องกันเมืองไม่ทัน"
"แล้วชาวบ้านรอบนอกที่เขากำลังอพยพมาไม่ถึงจะทำยังไง" พระยารัตนาธิเบศร์บอก
คุณพระนายบอก
"ตอนนี้ในกำแพงกรุงศรีเต็มไปด้วยชาวบ้านอพยพ ไม่มีที่จะอยู่แล้ว ยังไงๆเราก็ให้เข้ามาเพิ่มอีกไม่ได้"
"ออกคำสั่งปิดประตูเมืองเถิดท่านเจ้าคุณ รักษาพระนครไว้ก่อน ชาวบ้านรอบนอก อย่าเพิ่งไปสนใจ ยังไงๆ เขาก็เอาตัวรอดได้" พระยาพลเทพบอก
พระยาธรรมาธิเบศร์ และเสนาคนอื่นๆต่างมีความเห็นเดียวกัน ทุกคนต่างจงรักภักดีและห่วงบ้านเมือง คุณพระนายเห็นทางเอาตัวรอด ก็ขยับไปทางกลุ่มเสนาบดีทั้ง 4 เอ่ยขึ้นอย่างเอาหน้า
"กระผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับท่านเจ้าคุณพลเทพว่าการป้องกันพระนครนั้น จำเป็นต้องเลือกข้างใดข้างหนึ่ง หากโลเลจะเอาทั้งสองทางเราอาจจะเสียพระนครได้ เร่งปิดประตูกำแพงพระนครเถิด รอจนหน้าน้ำ ข้าศึกล่าถอยไป เราค่อยหาทางฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ แต่หากเสียพระนครเสียแล้ว เราจะฟื้นฟูบ้านเมืองขึ้นมาได้อย่างไร"

พระยารัตนาธิเบศร์รู้สึกหนักใจมาก ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไร
ระหว่างทางไปบ้านพราน ขบวนอพยพเข้ากรุงศรีอยุธยาเดินทางต่อ สังข์นำกลุ่มทหารที่คอยดูแลตลอดขบวนเกวียน ท่ามกลางแดดร้อน เฟื่องกับจวงนั่งชิดกันมาในเกวียนเดียวกันทางด้านหน้า ที่ดูไม่เบียดเสียด สบายกว่าชาวบ้านด้านหลัง

ขาบบนหลังม้าเอากระบอกน้ำมาส่งให้เฟื่อง
"ทนหน่อย บ้านพรานอยู่ไม่ไกล เราจะไปหยุดพักที่นั่น ก่อนเข้ากรุง"
เฟื่องกับจวงสีหน้าเศร้า ขาบมองแล้วสีหน้าไม่พอใจ
"คุณพระนายไปไหน พี่ขาบ ฉันไม่เห็นตั้งแต่ตอนออกเดินทาง"
"ท่านไปแล้ว ล่วงหน้าไปก่อน" ขาบบอก
"ทำไมถึงไม่ไปพร้อมๆกัน"
"ท่านต้องรีบไปเข้าเฝ้า" ขาบบอก
ขาบบอกแค่นั้นแล้วดึงม้าไปดูด้านหลังขบวน เฟื่องกับจวงโยกเยกไปตามเกวียนที่เคลื่อนไปด้านหน้า
เฟื่องรำพึงขึ้น
"ใกล้กรุงศรีเข้าไปทุกที"
"เราจะพ้นภัยจากพวกอังวะไม๊ พี่เฟื่อง" จวงถาม
"คงไม่เป็นอะไรจวง ถ้าเราได้เข้าไปอยู่ในกำแพงพระนคร เราต้องปลอดภัยจากข้าศึก เพียงแค่ห่างบ้าน ไกลออกไปทุกที ทุกที..เท่านั้น"
เฟื่องน้ำเสียงปลอบใจจวง แต่แฝงความเศร้า ความอาลัย
ขบวนอพยพของครัวไทยที่กำลังเดินเข้ากรุงศรีอยุธยา สีหน้าของทุกคนมีความหวัง ยกเว้นเฟื่องกับจวงที่ไม่มีความสุขไปด้วย เพราะหนทางยิ่งห่างไกลจากบ้าน จากคนรัก จากครอบครัว

แฟงกับหญิงชาวบ้านเดินกระเดียดกระจาดเก็บของป่าไผ่ นอกเขตบ้านศรีบัวทอง กำลังพูดคุย ยิ้มหยอกเย้ากันมา ทุกคนมีแต่ความสดชื่น แช่มช้อย
ทหารอังวะทั้งกลุ่มที่มองตาม กลุ่มแฟง และหญิงชาวบ้าน สายตานั้นโลมเลียไปตามเรือนร่างของแฟงและหญิงชาวบ้าน
กลุ่มทหารเดินตามกันไปอย่างไม่รู้ตัวว่ากำลังก้าวสู่กับดัก

ทัพกินข้าวยังไม่หมด แต่กินน้ำ แล้วลุกขึ้น เสือปิ่นมองนิ่งๆ แต่ชิดชักดาบระวังเต็มที่ ทัพหยิบห่อข้าวกับกระบอกน้ำขึ้น เดินมาที่อ้ายเลา ป้อนข้าวให้ อ้ายเลาที่กินอย่างหิวโหยเหมือนกัน
ทัพทำเป็นไม่สนใจสายตาใคร ลูบหัวกระซิบกับอ้ายเลา
"กินซะ...อ้ายเลาเพื่อนยาก กินให้อิ่มหนำ ไม่เกินวันสองวันนี้ เราต้องเดินทางไกล"
ทัพมีแผนการเตรียมจะหนีไปจากซ่องโจร

แฟงและกลุ่มนักรบกำลังสู้กับทหารอังวะ ทหารอังวะสู้ไม่ได้ล้มตายลง จนไม่มีใครรอดสักคน
ปลายดาบและเนื้อตัวของ 6 ผู้นำ แท่น / โชติ / อิน /เมือง / ดอกไม้ / ทองแก้ว เต็มไปด้วยเลือด
แฟงกับหญิงชาวบ้านยืนอยู่ห่าง ทุกคนสีหน้ายิ้มแย้ม ที่แผนการล่อหลอกตัดกำลังศัตรู

"เดือน 3 ข้างขึ้น ชาวบ้านพากันหนีภัย อพยพสู่บ้านระจันเป็นจำนวนมาก"
ชาวบ้านที่กำลังอพยพเข้าไปในค่าย ชาวบางระจันจำนวนหนึ่งออกมาต้อนรับอย่างดีใจ
“ชาวบางระจันรวมตัวกันสู้ศึก โดยมีพันเรืองเป็นพ่อค่าย นายทองเหม็น เป็นผู้คุมกองกำลัง ช่วยกันก่อร่างสร้างค่ายขึ้นป้องกันภัย”
พันเรืองช่วยชาวบ้านสร้างหอกลองอยู่
บรรยากาศค่ายบางระจัน เชิงเทิน ระเนียดค่าย หอคอย ป้อมใหญ่ค่าย ถูกสร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อและหัวใจของชาวบ้านระจัน
ค่ายเสร็จเรียบร้อย ชาวระจันพร้อมรบ
พวกระจันพากันออกมายืนเต็มลาน ดีใจที่ค่ายเสร็จ พากันโห่ร้องดีใจกันคึกคัก
ทองเหม็นบอก
"ชาวระจันจะไม่ยอมให้ฝ่าตีนข้าศึกเข้ามาเหยียบถึงบ้าน หญ้าบ้านระจันไม่ได้มีให้ช้างศึกหรือ ม้าศึกอังวะมาเหยียบ มากิน ใช่ไม๊พวกเรา"
"ใช่....เฮฮ"
"ชาวระจัน สู้ตาย"
ชาวค่ายฮึกเหิมพร้อมใจกัน

"ชาวระจันสู้ตาย ๆ ๆ"
ขบวนอพยพที่นั่งพักกลางป่าจิกโพรงห่างลำธาร ผู้หญิงกำลังหุงหาอาหารง่ายๆ สไบหยิบกระชุ แล้วหันไปบอกนางเฟี้ยม

"ฉันจะไปตักน้ำก่อนนะจ๊ะ น้าเฟี้ยม" สไบบอก
"ระวังนะ สไบ ให้ฟักมันตามไปด้วยสิ" เฟี้ยมว่า
ดอกรักบอก
"ฉันไปเอง"
สไบหันไปมอง ดอกรักที่รอท่าอยู่แล้วรีบเดินมาหา สไบเดินหนีอย่างเร็วออกไป ดอกรักตามออกไปทันที

สไบเดินเร็ว ดอกรักเดินตามติด
"สไบ รอพี่ด้วย"
สไบไม่สนใจ ดอกรักวิ่งตาม
"สไบ"
ดอกรักคว้ามือ สไบสะบัดออกทันที
"จะไม่พูดกับพี่เลยสักคำใช่มั้ย"
สไบมองเมินทางอื่น
"รักมัน คิดถึงมันมากนักใช่มั้ย ไอ้ใจน่ะ"
"ใช่"
"สไบ"
สไบมองท้าทาย
"พี่ดอกรักอย่ามายุ่งกับฉันเลย"
"จะไปคิดถึงมันทำไม มันไม่กลับมาหาแล้ว"
"ถึงชาตินี้ฉันไม่เจอพี่ใจอีก ฉันก็จะคิดถึงเค้า"
สไบสะบัดหน้าเดินหนีลงไปที่ริมน้ำ ดอกรักมองโมโห มองอยู่อย่างเจ็บใจ สไบก้มลงตักน้ำ แต่สายตามองไปเห็นร่างที่คว่ำหน้าอยู่กลางแม่น้ำ
สไบลุกพรวด เดินเข้าไป ดอกรักมองแล้วรีบตามมา
"สไบ ระวัง สไบ"
สไบไม่ฟังเดินลุยน้ำไปพลิกร่างที่หน้าคว่ำหงายขึ้น ทั้งตกใจ ทั้งดีใจ
"พี่ใจ"
ดอกรักที่ตามหลังมาผงะ สไบเขย่าร่าง ใจหน้าซีดขาวเผือด
"พี่ใจ ... พี่ใจ"
ใจรู้สึกตัว ลืมตามองเห็นหน้าสไบ รำพึงออกมา
"สไบ"
"ฉันเอง พี่ใจ ฉันเอง พี่เป็นอะไร"
"สไบ"
ใจพูดได้แค่นั้นแล้วสลบลงในอ้อมแขนสไบ
ดอกรักมองเจ็บใจที่ต้องเจอคู่ปรับเข้าอีกจนได้ ต่างจากสไบที่ห่วงใยกอดใจไว้ในอ้อมแขน

เวลาต่อมา กองไฟที่ก่อขึ้น ใจนอนอยู่ใกล้ๆสไบ ฟักเอาผ้ามาคลุมให้ใจ ดอกรักยืนมองไม่พอใจ
"ยังไม่รู้สึกตัวเลยเหรอ" ฟักบอก
"ยังเลยจ้ะ พี่ฟัก"
"ไม่มีแผลตามตัว"
"ดูทั่วแล้วไม่มี"
"สไบเฝ้าไว้ ฟื้นเมื่อไหร่ค่อยถามให้รู้ความ"

ฟักเดินออกไป ปล่อยให้สไบดูแลใจ ดอกรักเดินหนีไป สไบนั่งมองใจที่กำลังหนาวสั่น ไม่รู้สึกตัว
กองไฟที่ก่อไว้ สไบนั่งพิงต้นไม้หลับ ใจรู้สึกตัวขยับมอง เอ่ยเรียกเบาๆ

"สไบ"
สไบรู้สึกตัว
"พี่ใจ"
ใจพยุงตัวขึ้น สไบรีบเข้ามาประคอง ใจกับสไบสบตากันในระยะใกล้
สไบเขินอาย ประคองใจนั่งพิงต้นไม้
"พี่ใจเป็นยังไงบ้าง ทำไมถึงไปอยู่ตรงนั้น"
"พี่เจอทหารอังวะ มันทุบตีพ่อกับพี่เจิด พวกเราสู้ มันถีบพี่ตกน้ำ หลังจากนั้น พี่ก็ไม่รู้อะไรอีก"
"โธ่"
สไบพูดได้แค่นั้น ใจสีหน้ากดดัน
"ไม่รู้พ่อกับพี่เจิดเป็นยังไงบ้าง"
สไบมองใจด้วยสายตาเห็นใจมาก
"เรากำลังอพยพ พี่ใจไปกับพวกเราก่อนมั้ยจ๊ะ บางทีเราอาจจะเจอ พ่อกับพี่เจิด ระหว่างทาง"
ใจหันมามองสบตาสไบที่มีแต่ความห่วงใย
"ขอบใจนะ สไบ .. ขอบใจมากที่ช่วยพี่ พี่ดีใจที่สไบเป็นคนเจอพี่ .. ดีใจที่สุด"
ใจเลื่อนมาแตะมือสไบเบาๆ ทอดสายตาผูกพัน ด้านหลังในเงามืด ดอกรักมองจ้องใจ แววตาน่ากลัว ใจยิ้มมอง ไม่คิดว่าจะได้พบกับสไบอีกครั้ง

บริเวณบ้านพราน ใกล้กองเกวียน กองไฟที่ก่อขึ้น เฟื่องกำลังเช็ดตัวให้จวงที่เหงื่อแตกทั้งร่าง นอนตัวงอ สังข์กับขาบมองอยู่ใกล้ๆ
สังข์ถาม
"จวงเป็นอะไร เฟื่อง"
สังข์สายตาห่วงใยจริงใจ มองจวงที่กุมท้อง บิดตัว เอาแต่คราง
"โรคของผู้หญิง"
"อะไรวะ เฟื่อง ... โรคของผู้หญิง เอ็งนี่พูดไม่รู้เรื่อง"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 7/3 วันที่ 13 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ