อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 8/4 วันที่ 14 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 8/4 วันที่ 14 ม.ค. 58

"นับสิบทีเดียว จะให้นำทหารไปช่วยเลยมั้ยนายกอง"
สังข์มองฝนที่ตกลงมาหนัก แล้วตัดสินใจ
เฟื่องวิ่งมาท่ามกลางฝนตกหนัก เห็นกระท่อมปลายนาโย้เย้ เก่าตั้งอยู่ แล้วตัดสินใจวิ่งเข้าไปหลบฝน เสียงดังกุกกัก เฟื่องหันขวับ เห็นร่างหนึ่งซุกอยู่ที่มุม เฟื่องตกใจ ถอยระวังตัว

"ใคร"
ขาบยันตัวออกจากมุม ในมือมีดาบ แต่เนื้อตัวเลอะเลือดจากแผลถูกฟันที่ชายโครงขวา
"พี่ขาบ"


"เฟื่อง"
ขาบมองเฟื่องอย่างน้อยใจ เพราะคิดว่าเฟื่องจะหาทางหนีไปหาทัพ เฟื่องรีบเข้ามาประคอง มองแผลยาวเหวอะที่ชายโครงขาบ
"พี่ถูกฟัน"
"เฟื่องมาถึงนี่ได้ยังไง"
เฟื่องมองขาบอย่างตกใจ ขาบกำลังจะล้ม เฟื่องเข้าประคอง ขาบรัดร่างเฟื่องไว้แน่น
"ออกมาถึงนี่ เพราะจะหาทางหนีใช่มั้ย อยากจะไปหาไอ้ทัพมันมากใช่ไม๊"
เฟื่องดิ้นอึกอักในอ้อมแขนขาบที่รัดแน่น ลืมตัวด้วยความโมโห

ทัพที่อยู่บนหลังอ้ายเลากำลังฟังขบวนอพยพของชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง มีผู้นำเป็นชายวัยกลางคน
"ตอนที่ข้าผ่านสะแกโทรม เห็นพวกทหารกรุงศรีพักกองอยู่ แต่ก็นานหลายวันแล้ว"
ทัพทวนคำ
"ทหารกรุงศรี น้าพอรู้มั้ย ใครเป็นหัวหน้า"
"เห็นเค้าเรียกกันว่านายกอง"
ทัพมองลุ้น
ชาวบ้านคิด
"นายกองสังข์"
"ไอ้สังข์ ... หรือว่าเป็นมันที่เอาตัวเฟื่องกับจวงไป"
ทัพเคียดแค้นขึ้นมาทันที

สังข์ที่ยืนมองสายฝนกระหน่ำลงมา ทหารคนเดิมถามย้ำขึ้น
"จะให้เอาทหารไปช่วยหัวหมู่ขาบมั้ย นายกอง"
สังข์กำลังย้อนคิดถึงตอนที่ขาบด่าว่าสังข์เรื่องเกี่ยวกับทัพ
แล้วสังข์เอ่ยขึ้นเป็นคำสั่งสุดท้าย
"ไม่ต้องเอาใครไปช่วย ปล่อยไอ้ขาบมันตายอยู่ที่นั่น"

ขาบที่รัดร่างเฟื่องไว้แน่น แววตาโมโหหึงจนลืมความเจ็บจากแผลถูกฟันตรงชายโครงขวา
"ทนรอไม่ไหว คิดจะหนีทุกลมหายใจ อยากกลับไปกอดไอ้ทัพมันมากนักหรือเฟื่อง"
"พี่ขาบ ปล่อยฉัน"
"พี่ต้องปล่อยเอ็งอยู่แล้ว แต่ทนรออีกหน่อยไม่ได้หรือไง ถึงกับบุกป่าฝ่าดงไปหามัน ไม่อายผีสาง ไม่กลัวโดนพวกอังวะมันลากไปปู้ยี้ปู้ยำบ้างรึไง"
"ที่ฉันเจออยู่นี่ มันก็ไม่ดีวิเศษอะไรอยู่แล้ว ไปเจอนรกขุมหน้า ยังดีเสียกว่า"
เฟื่องประชดด้วยความโมโห ยิ่งทำให้ขาบบ้าเลือด
"ทำไม ที่ข้ารักเอ็ง บูชาเอ็ง ถนอมเอ็ง มันไม่มีความดีให้จดจำเลยหรือไง เฟื่อง"
"ความดีของพี่มันไม่ลงไปอยู่ในใจฉันเลย"
"เฟื่อง"
"เพราะฉันไม่เคยรักพี่ ไม่มีวันจะรัก จนตายก็ไม่รัก"
ขาบกระชากเฟื่องมาชิด แต่เฟื่องเอามือยันอก แล้วดิ้น
"ปล่อยฉัน"
เฟื่องผลักเต็มแรง ขาบที่เจ็บ เสียหลัก กระเด็นไปกองกับพื้น
"พี่ขาบ"
ขาบเจ็บจนลุกไม่ขึ้น เฟื่องวิ่งเข้าไปใกล้ ลืมความโกรธเกลียดที่มีมา ประคองขาบไว้
"เจ็บมากหรือเปล่า ฉันจะพาพี่กลับไป"
"เฟื่อง"
ขาบดึงมือเฟื่องไว้ มองด้วยสายตาตัดพ้อ อ้อนวอน
"อย่าเกลียดพี่ได้มั้ย เฟื่อง พี่ขอ...อย่ามองพี่ด้วยสายตาชิงชังอีกเลย"
ขาบดึงเฟื่องมากอดชิด
"พี่รักเฟื่อง รักทั้งๆที่ไม่มีอะไรให้เฟื่องรักได้ แต่พี่รักเฟื่องไปแล้ว พี่รักเฟื่องคนเดียว"
"พี่ขาบอย่า พี่ขาบ"
ขาบไม่สนใจฟังอะไร จูบเฟื่องอย่างเรียกร้อง
เฟื่องตกใจ พยายามผลักไส
"อย่านะ พี่ ... พี่สัญญากับฉันแล้ว"
เสียงฝนด้านนอกกระหน่ำลงมาหนัก ด้านในกระท่อมเนื้อตัวเฟื่องสั่นสะท้านกับอ้อมกอดและจูบของขาบหักห้ามอารมณ์ไม่ได้ ขาบดันเฟื่องลงหลังติดพื้นกระท่อม

สายฝนกระหน่ำลงมาหนักกว่าเดิม กิ่งไม้หักปลิวว่อนในอากาศ ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา แสงสว่างวาบไปทั่ว
ฝนยังหยาดเม็ดอยู่ สังข์เดินไปเดินมา ทหารลูกน้องมองมา เหมือนจะรอคำสั่งใหม่

"ไอ้ขาบมันเจ็บแค่ไหน"
ทหาร 1บอก
"ตอนที่พวกเราถอยพวกโจรมันกำลังรุมหมู่ขาบอยู่"
สังข์ย้อนนึกตอนที่ขาบเคยช่วยตัวเองไว้จากทัพ แล้วตัดสินใจ หันไปสั่งทหาร
"เอาคนไปช่วยมันกลับมา"
ทหาร 3 คน รีบออกไป สังข์สีหน้ารู้สึกดีขึ้น
"นี่ข้าเห็นแก่ความเป็นเพื่อน เวทนาเอ็งหรอกนะ ไอ้ขาบ"

ฝนยังหยาดเม็ดอยู่ ขาบมองเฟื่องที่กอดเข่าอยู่ห่างออกไป สายตาขาบมีแต่ความรู้สึกผิด
"เฟื่อง พี่ขอโทษ"
เฟื่องหันมามอง แววตาเฉยเมย ขาบยิ่งรู้สึกผิดหนักกว่าเดิม
"พี่ผิดที่หักหาญน้ำใจเอ็ง ไม่รักษาสัญญา"
"พี่ทำให้ฉันรู้ว่า ชาตินี้มีแค่คนๆเดียวที่ฉันไว้ใจได้ คนเดียวที่รักษาสัญญาลูกผู้ชาย ... พี่ทัพคนเดียว"
ขาบฉุนขึ้นมาทันที เฟื่องลุกจะเดินออกไปที่ประตู ขาบกระชากแขนรั้งไว้
"แต่เอ็งเป็นเมียพี่แล้ว เฟื่อง เอ็งไม่มีสิทธิ์คิดถึงชิ้นรักเก่า"
"ถึงฉันจะเป็นเมียพี่ แต่พี่ก็ห้ามใจ ห้ามความคิดฉันไม่ได้"
"เอ็งจะไม่รู้ผิดรู้ถูก คิดถึงคนอื่นนอกจากผัวตัวเองรึ เฟื่อง"
เฟื่องไม่ตอบ สะบัดแรง ขาบยังไม่ยอมปล่อย
"บอกพี่สิ ว่าเอ็งจะลืมไอ้ทัพ"
"จนตาย ฉันก็ไม่ลืมรักของฉันกับพี่ทัพ"
ขาบชะงัก สีหน้าผิดหวัง เสียใจ เฟื่องสะบัดหลุดจากมือขาบ วิ่งออกไป ขาบเจ็บแผลแต่วิ่งตามไปด้วยความเป็นห่วง
"เฟื่อง ระวัง อย่าไป เฟื่อง มีพวกโจร กลับมาก่อน"
เฟื่องไม่สนใจ วิ่งหนีเร็วด้วยความโมโห ขาบวิ่งตาม ทั้งๆที่ยังเจ็บแผลที่โดนฟัน เฟื่องหันไปมอง ขาบล้มทรุด เฟื่องกำลังจะวิ่งกลับไปดู แต่มีมือมากระชากเฟื่องไว้
"ปล่อยข้า"
ขาบตกใจ เงยขึ้นมองทันที ทหารกรุงศรีเข้ามาดึงเฟื่องไว้ อีก 3 คนวิ่งไปประคองขาบขึ้น
"นายกองสังข์ให้มาช่วยหมู่ขาบ"
"พวกมันไปหมดแล้ว"
ทหารปล่อยมือจากเฟื่อง ขาบถูกประคองขึ้นมา ทหารเดินนำไป เฟื่องเดินตามเร็ว ไม่ยอมหันมาสนใจ ขาบมองตามอย่างเสียใจ
ฝนยังหยาดเม็ดอยู่ สังข์ที่ยืนรออยู่ จวงเดินไปเดินมา พอเห็นเฟื่องกับขาบเดินมา จวงรีบเข้ากอดเฟื่องด้วยความดีใจ
"พี่เฟื่อง ฉันเป็นห่วงพี่แทบแย่ เห็นหายไปตั้งนาน"
สังข์มองไปที่ขาบ
"เป็นยังไงบ้าง จับพวกโจรมันได้ไม๊"
"พวกโจรมันมากว่า ข้าต้านไม่อยู่ก็เลยถอย แต่ข้าก็ฟันตายไปหลายคน ขอบน้ำใจเอ็งมากที่ให้คนกลับไปช่วยข้า"
"เอ็งก็พูดแปลกๆ ไอ้ขาบ เอ็งเป็นเพื่อนข้า ข้าจะปล่อยให้ตายได้ยังไง แล้วเฟื่องล่ะ ทำไมกลับมาพร้อมเอ็ง"
เฟื่องมองสังข์ที่จ้องด้วยความสงสัย
"ฉันรู้จากทหารว่าพี่ขาบสู้กับโจรอยู่เลยเป็นห่วง ออกไปตาม"
ขาบมองเฟื่องที่ฝืนใจพูดเพื่อไม่ให้สังข์สงสัย
"เอ็งนี่เป็นเมียที่รักผัวมากนะ เฟื่อง"
เฟื่องฟังแล้ว สะเทือนความรู้สึก ก็หันไปทางจวง
"เข้าเรือนก่อนเถอะ" เฟื่องบอก
จวงพาเฟื่องเดินเข้าไป ขาบมอง สังข์หันมาถาม
"เฟื่องไม่ได้ไปตามเอ็ง"
ขาบมองสังข์ทันที
"ข้าไม่เคยเห็นเฟื่องจะห่วงเอ็ง ที่จริงเฟื่องคงคิดจะหาทางหนี "
"เฟื่องจะหนีได้ยังไง ทั้งโจร ทั้งข้าศึก"
"ให้มันจริงอย่างที่เอ็งว่า"
สังข์มองขาบเหมือนกำชับ
"สั่งสอนเมียเอ็งด้วย .. อย่าคิดจะพากันหนีไปกับจวงเมียข้า"

ขาบมองสังข์ด้วยสายตาหวั่นใจ เพราะรู้ว่าเฟื่องคิดจะหนีจริงๆ
เฟื่องนั่งร้องไห้ จวงเข้ามาถามใกล้ๆ

"พี่เฟื่องเจอทางหนีมั้ยพี่"
"ถ้าดูจากวันนี้ พี่ว่าหนทางลำบาก พวกโจรชุกชุม ไหนจะข้าศึกอีก"
"ฉันไม่อยากทนอยู่ที่นี่แล้ว"
"จวงเอ๋ย ใจพี่ก็ไม่อยากอยู่เหมือนกัน"
จวงมองเห็นเฟื่องน้ำตานองหน้า ยิ่งเศร้าหนัก
"ใจพี่ลอยลิบกลับไปที่กระทุ่มด่าน ที่บ้าน ที่ๆมีแม่รอเราอยู่ แต่ศึกสงครามอย่างนี้ ลำบากนัก"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 8/4 วันที่ 14 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ