อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 8/5 วันที่ 14 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 8/5 วันที่ 14 ม.ค. 58

"จวงเอ๋ย ใจพี่ก็ไม่อยากอยู่เหมือนกัน"
จวงมองเห็นเฟื่องน้ำตานองหน้า ยิ่งเศร้าหนัก
"ใจพี่ลอยลิบกลับไปที่กระทุ่มด่าน ที่บ้าน ที่ๆมีแม่รอเราอยู่ แต่ศึกสงครามอย่างนี้ ลำบากนัก"
เฟื่องจับมือกับจวงเป็นสัญญา

"ไม่ว่าต้องเสียอะไรไปอีก เราต้องได้กลับบ้าน" เฟื่องบอก
"เราจะกลับไปหาแม่ กลับไปหาพี่ทัพ"
เฟื่องยิ่งร้องไห้เมื่อได้ยินชื่อทัพ เพราะตกเป็นของขาบไปแล้ว



ทัพผูกอ้ายเลาให้เล็มหญ้า ดื่มน้ำ ทัพก้มลงวักน้ำล้างหน้า เงาสะท้อนใบหน้าตัวเองในน้ำ แล้วย้อนนึกถึงอดีตก่อนหน้านี้ในยามบ้านเมืองสงบ
ณ บึงกลางทุ่งนาเลี้ยงควาย บ้านกระทุ่มด่าน หน้าเฟื่องสะท้อนเงาข้างๆใบหน้าทัพ
"พี่ทัพจ๋า"
ทัพหันหลังไป เฟื่องอยู่ด้านหลังยิ้ม ด้านหลังถัดไปคือควาย 2 ตัวที่เฟื่องจูงมากำลังและเล็มหญ้า
"ฉันพานังดำกับผัวมันมากินหญ้า"
ทัพรวบตัวเฟื่องกอดไว้
"คิดถึงเฟื่องเหลือเกิน"
"อย่า ... พี่ทัพเดี๋ยวคนมาเห็น"
ทัพไม่สนใจ กอดรัด หอมกอด เฟื่องปัดป้อง
"พี่ทัพ อย่า"
"อย่าอายไปเลย เฟื่อง ตรงนี้ไม่มีคน"
"นังดำมันมองอยู่"
ทัพหันไปมอง ดำกับผัวเคี้ยวเอื้องมองมาที่เฟื่องกับทัพ
"มันมองเพราะมันอิจฉาเราไง"
"พี่ทัพนี่ พอแล้ว พอ..."
ทัพกอดเฟื่องแน่น มีแต่เสียงหัวเราะหยอกเอินของคู่รักสองคน

ในทุ่งนา ทัพจูงควายนังดำกับผัวมาให้ เฟื่องเดินใกล้
"ส่งฉันแค่นี้แหละจ้ะ พี่ทัพ"
"ให้พี่ไปส่งเฟื่องถึงบ้านเลยสิ"
"อย่าเลย เดี๋ยวแม่จะบ่นที่ฉันหายออกมานาน"
เฟื่องเอียงอาย ทัพเดินเข้ามาใกล้
"พี่อยากจะไปกราบน้าเฟี้ยม แล้วบอกถึงรักที่พี่มีให้เอ็งจนแน่นล้นอก อยากจะสาบานให้คนทั้งกระทุ่มด่านรู้ว่า พี่รักเอ็งมากแค่ไหน"
ทัพสบตาเฟื่องด้วยความรัก เฟื่องยิ้มมองเอียงอาย
"ให้พี่สาบานต่อตาล 5 ต้น ว่าเฟื่องจะเป็นรักเดียวของพี่ ชาตินี้พี่จะไม่รักหญิงอื่น"
"อย่าสาบานเลยจ้ะ พี่ทัพ ฉันกลัว"
"กลัวพี่เปลี่ยนใจหรือเฟื่อง"
"ใจชาย ... รักง่ายหน่ายเร็ว"
"นั่นไม่ใช่ใจไอ้ทัพ พี่จะรักมั่นต่อเฟื่องจนวันตาย"
ทัพก้มลงจูบแก้มเฟื่องอีกครั้ง เฟื่องยิ้มอาย
"ฉันเชื่อพี่จ้ะ"
เฟื่องดึงเชือกจูงควายในมือมาจากทัพ
"ฉันไปก่อนนะจ๊ะ"
เฟื่องดึงควายเดินตัดทุ่งนาไป ทัพมองตามด้วยสายตาชื่นใจ
สักพักมีกระสุนดินยิงมาโดนแขน ทัพสะดุ้ง
"เฮ้ย"
ทัพหันมอง ทั้งทุ่งเงียบ ไม่มีคน ทัพหันกลับมา แต่กระสุนดินอีกหลายก้อนก็กระหน่ำยิงมาอีก
"ใครวะ"
ทัพมองหา ทุกอย่างเงียบ ทัพทำเป็นขยับหัน เหมือนจะเดินไป กระสุนดินยิงเข้ามา ทัพหันขวับ เห็นหัวคนที่โผล่ขึ้นมาจากท้องนา ทัพวิ่งเข้าไป ร่างแฟงที่หลบอยู่ ลุกวิ่งหนีทันที
ทัพวิ่งไล่กวดแฟงกลางทุ่ง
"หยุดนะ กูบอกให้หยุด"
แฟงตั้งหน้าวิ่งเร็ว พอเหลียวมาไม่เห็นทัพ ก็หยุดวิ่ง หันมอง
"หายไปไหนวะ"
ทัพโผล่พรวดมาตรงหน้า คว้าตัวแฟงได้ทันที
"เอ้ย"
"มึงหนีไม่พ้นแล้ว แฟง เที่ยวเอาลูกหินมาขว้างกูทำไม"
"ก็ฉันอยากให้พี่อายผีสางเทวดามั่งน่ะสิ" แฟงบอก
"มึงนี่ท่าจะบ้า กูทำอะไรฮะ ถึงต้องอาย"
"พี่กอดพี่เฟื่อง ทั้งกอดทั้งจูบ"
ทัพรีบเอามือปิดปากแฟง
"หยุดพูด แฟง อย่าพูดให้คนอื่นได้ยิน"
แฟงดึงมือทัพออก
แ"แล้วพี่ทำทำไม ถ้าคนอื่นเห็น พี่เฟื่องจะโดนนินทา"
"มึงยังเด็ก ไม่เข้าใจหรอก แฟง"
"งั้นฉันก็จะพูดประสาเด็ก ดูสิว่าใครมั่ง จะไม่เชื่อ"
"เอ๊ะ แฟง... เฟื่องน่ะพี่สาวมึงนะ"
"ฉันก็จะพูดซะใหม่เป็นพี่ทัพไล่ปล้ำพี่เฟื่อง"
"ฮ้า อีแฟง มึงนี่"
แฟงทำหน้าตาเจ้าเล่ห์
"ถ้าพี่ทัพไม่อยากให้ฉันพูด"
"มึงจะเอาอะไร"
"พี่ทัพก็ต้องทำอย่างที่ฉันขอ"
"มึงจะขออะไร"

ทัพทำหน้าสงสัย แฟงยิ้มเจ้าเล่ห์ มีแผนอยู่แล้ว
ทัพกับแฟงที่อยู่ในป่า แดดส่องระหว่างใบไม้ลงมาเป็นลำแสงสวยงาม แฟงจับดาบคู่ของทัพ ท่าทางเก้ๆกังๆ แต่แววตามุ่งมั่นเอาจริง
ทัพเข้ามาซ้อนหลัง จับมือทาบทับลงไปบนมือแฟง
"ถ้ามึงจะหัดดาบ อย่างแรก ใจมึงต้องนิ่ง"
"จ้ะ พี่ทัพ"
แฟงรับคำ ทัพซ้อนหลังอยู่ใกล้ชิดแฟง
"จับให้มั่น ลองหมุน"
ทัพจับมือแฟงหมุนข้อมือ ควงดาบไป จากมือเดียวเป็นสองมือ
"บ้านกระทุ่มด่านของเราก็มีพี่ทัพนี่แหละ ฝีมือดาบเป็นที่หนึ่ง"
"มึงมันก็เจ้าเล่ห์เป็นที่หนึ่ง"
"ถ้าฉันขอดีดี พี่ทัพจะสอนดาบฉันหรือ"
"มึงเป็นหญิง ทำไมไม่หัดหุงหาอาหารเหมือนเฟื่อง"
"ก็พี่เฟื่องเก่งในครัวอยู่แล้วทั้งคน หัดไปฉันไม่มีวันเทียบพี่เฟื่องได้"
"มึงก็เลยไม่อยากเหมือนเฟื่อง"
"ฉันไม่อยากเหมือนใครทั้งนั้น ฉันคือ อีแฟง ม้าดีดกระโหลก"
ทัพหัวเราะ แฟงหน้าง้ำ
"เอ๋อ...อีม้าดีดกระโหลก แห่งทุ่งคำหยาด มึงมันเด็กไม่รู้จักโต"
แฟงหมั่นไส้ กระทุ้งศอกเข้ากลางท้อง ทัพตัวงอ แฟงถือดาบหันมามองทัพ
"คำก็เด็ก สองคำก็เด็ก เดี๋ยวก็ฟันตัวขาดสองท่อน"
แฟงทำท่าเอาเรื่อง ทัพพุ่งหา แฟงตกใจ
ทัพใช้ความไว ดึงดาบในมือแฟงออกมา ถือไว้แล้วควงสองมือ
"ทีนี้ใครจะฟันใครกันแน่"
ทัพทำท่าจะหันหลังเดินหนี แฟงวิ่งตามง้อทันที
"พี่ทัพ พี่ทัพ สอนดาบฉันหน่อยนะ รับรองอีแฟงจะไม่ดื้อกับพี่แล้ว"
ทัพไม่สนใจเดินหนี แฟงเสียงออดอ้อน
"นะจ๊ะ พี่ทัพจ๋า"
ทัพหันมามอง แฟงทำตัวสงบเสงี่ยมเดินเข้าหา
"นะจ๊ะ พี่ทัพ สอนดาบฉัน แล้วนังแฟงคนนี้จะยอมเชื่อฟังพี่ทุกอย่าง"
แฟงยิ้มหวานเอาใจ ทัพมองยิ้มๆ
ทัพสอนดาบ แฟงเรียนอย่างตั้งใจ แฟงฟันด้วยท่าทางที่กระฉับกระเฉง ทัพยืนมองด้วยสายตาพอใจ แฟงหันยิ้มกับทัพ ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ แต่แววตาก็ตื่นเต้นยินดี

ทัพแววตาครุ่นคิด กำลังลูบข้างลำตัวอ้ายเลา แล้วกระโดดขึ้นม้าคู่ใจ
"ไปเถอะ อ้ายเลา ข้างหน้าหนทางยังลำบากยากแค้นอีกมาก กว่าเราจะได้ตัวคน ที่เรารักกลับมา"
ทัพขึ้นม้าออกไปจากตรงนั้น

บริเวณด้านหน้ากระท่อม จวงมองเห็นทหาร 4 คนมายืนเฝ้า
"ไอ้สังข์ให้ทหารมาเฝ้าเรา"
"มันรู้แล้วว่าเราคิดหนี" เฟื่องบอก
"ปัดโธ่ ทีนี้จะทำยังไง"
"อดทนรอก่อนจวง อย่าทำอะไรให้มันผิดหูผิดตาอีก"
เฟื่องบอกจวงที่สีหน้าเชื่อฟัง

ภายในกระท่อม สังข์ที่มองขาบ หนาวสั่นไปทั้งร่าง เพราะพิษไข้ขึ้น
"ไอ้ขาบ"
สังข์เขย่าเรียกสติ แต่ขาบไม่รู้เรื่อง หนาวสั่น เพ้อ
"เฟื่อง อภัยพี่ เฟื่อง อภัยให้พี่เถอะ"
"เอ็งมีเรื่องอะไรกับเฟื่องวะ"
สังข์เขย่าร่างขาบ แต่ขาบไม่รู้ตัวเลย สังข์ตะโกนเรียกทหารด้านนอก
"เฮ้ย ใครอยู่ข้างนอกไปตามหมอมาที"

ท่ามกลางบรรยากาศกองคาราวานที่ชาวบ้านกระจายตัวกันพักผ่อน ทหารกรุงศรีอยุธยาก่อคบไฟเล็กๆเป็นระยะห่างๆ ทหารอังวะค่อยๆคืบคลานรุกโอบเข้ามาจนประชิด
เมื่อทหารฝ่ายไทยที่เป็นยามสองคนหันไปเห็น ทหารอังวะพุ่งเข้าฟัน จนล้มลงขาดใจตายคาที่
ชาวบ้านที่เห็นอยู่ใกล้กรีดร้องดัง ทหารอังวะพุ่งเข้าฟันชาวบ้าน และทหารไม่เลือกหน้า
เสียงหวีดร้องอลหม่านดังขึ้น

สังข์หันขวับไปทางนอกกระท่อม เสียงเอะอะ หวีดร้องดังได้ยิน
สังข์คว้าดาบ พุ่งออกไปทางประตู ลืมเรื่องขาบที่ยังไม่ได้สติ นอนเพ้อไปทันที
"พวกอังวะนายกอง พวกอังวะบุก มากันเต็มเลย"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 8/5 วันที่ 14 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ