อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 9 วันที่ 15 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 9 วันที่ 15 ม.ค. 58

สังข์คว้าดาบ พุ่งออกไปทางประตู ลืมเรื่องขาบที่ยังไม่ได้สติ นอนเพ้อไปทันที
"พวกอังวะนายกอง พวกอังวะบุก มากันเต็มเลย"
สังข์ไม่รอช้า วิ่งไปทางกองคาราวานเกวียนทันที

ทหารอังวะกำลังไล่ฟันทหารกรุงศรีอยุธยาและชาวบ้านชายที่มีแค่ท่อนไม้กับมือเปล่า

สังข์ออกมาเห็นสภาพที่ค่ายพักกำลังถูกทหารอังวะบุก สังข์ฟันทหารอังวะล้มไปหลายคน แต่ก็ยังมีทหารที่บุกเข้ามาสมทบไม่ขาดสาย
เฟื่องกับจวงวิ่งออกมาทางด้านนอก ทหารอังวะกำลังบุกเข้ามามีทหารกรุงศรีที่เฝ้าอยู่ต้านไว้



จวงตกใจกลัว เสียงสั่น
"พี่เฟื่อง ข้าศึก"
เฟื่องตั้งสติ หันไปคว้ามือจวง
"หนี ... เราต้องหนีตอนนี้"
"เราจะหนีพ้นเหรอพี่ ข้าศึกเต็มไปหมด"
"ลองดู"
เฟื่องคว้ามือจวงจะวิ่งแต่ทหารอังวะ 4 คน เข้ามาอีกทางขวางไว้ สองสาวตกใจ
ทหารอังวะมองเฟื่องกับจวงด้วยสายตาหื่นกระหาย ทหารอังวะชอบใจวิ่งไล่จับ

ขาบกำลังได้สติ ฟื้นขึ้นมา แต่ไม่มีแรง พยายามจะออกไป ด้านนอกทหารอังวะ 2 คนถือคบไฟโยนไปที่กระท่อม ไฟลุกติดพรึ่บ

เฟื่องกับจวงถอย เฟื่องมองหาท่อนไม้ที่พอจะเป็นอาวุธ ทหารอังวะหัวเราะ แววตาหื่นกระหาย
ทหาร 2 คนพุ่งเข้ามาจับจวง แยกออกจากเฟื่อง
"พี่เฟื่อง"
เฟื่องจะเข้าไปช่วย แต่ทหารอีก 2 คนเข้ามากระชากแขนไว้ ทั้งจวง ทั้งเฟื่องดิ้นรน กรีดร้อง ไม่ยอม ทหารอังวะที่พยายามฉุดทั้งสองไปที่เหมาะๆ...จับนอนลง
"ปล่อยข้า ปล่อย"

สังข์ตะลุยฟันทหารอังวะ ทหารอังวะ 4 คน ล้อมสังข์ที่กำดาบแน่นไว้
"ที่นี่แผ่นดินกู กูไม่ยอมให้ใครมาข่มเหงง่ายๆโว้ย"
สังข์พุ่งเข้าไป ฟันทหารอังวะล้ม แต่อีก 2 คนลอบเข้าทางข้างหลัง เงื้อดาบฟันสังข์เต็มแรง จนเลือดกระฉูด ล้มลง

ในกระท่อม ขาบกำลังอยู่ท่ามกลางเปลวไฟที่ลุกติดไปทั้งเรือน เขาก้มต่ำ เอาผ้าปิดปาก
มองประตูที่ถูกไฟโหมขวางทางอยู่ พยายามตัดสินใจพุ่งฝ่าเปลวไฟออกไป ขาบกำลังจะพุ่ง แต่คานไม้หลังคากระท่อมที่ติดไฟ หล่นลงมาอีก ขาบเงยมองเห็นหลังคา ไฟกำลังโหมจะตกลงมาอีก

สังข์ที่ล้มลง ทหารอังวะกำลังจะเข้ามาฟันซ้ำ ทันใด ทัพ กระโดดพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง ตะลุยฟันทหารอังวะทั้ง 4 ตายอย่างรวดเร็ว สังข์ตะลึงมองทัพที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทัพตลุยฟันพวกอังวะจนถอยห่างออกไป
สังข์รีบลุกขึ้นมาช่วยทัพฟันพวกอังวะ
"ไอ้ทัพ"
ทัพหันจ้องสังข์ สังข์เอ่ยเร็ว
"จวง .. ช่วยจวงด้วย"
สังข์ชี้ไปทางกระท่อม ทั้งๆที่ติดพันฟันกับอังวะอยู่ ทัพตกใจ แต่ยังติดพันกับการฟันพวกอังวะอยู่

เฟื่องกับจวงที่ดิ้นอยู่กับพื้น คนละมุม ทหารอังวะพยายามดึงผ้าแถบ พร้อมเสียงหัวเราะหื่นกระหาย ทั้งคู่ทั้งดิ้นทั้งร้อง ทัพ...พุ่งเข้ามา เฟื่องหันไปเห็น
"พี่ทัพ"
ทหารอังวะผละจากสองคน พุ่งเข้าจะฟัน แต่เจอทัพฟันตายคาที่หมด จวงกับเฟื่องดีใจที่สุด
"พี่ทัพ"
จวงวิ่งเข้าไปกอดพี่ชาย ทัพกอดน้องสาวไว้แน่น เฟื่องดีใจ น้ำตาคลอ
"เฟื่อง"
ทัพแปลกใจที่เฟื่องไม่เข้าไปหา
"รีบไปเร็ว"
ทัพดึงมือน้องสาววิ่งออกไป เฟื่องวิ่งตาม

ทัพพาจวงกับเฟื่องวิ่งไปทางกองคาราวานเกวียน สังข์ที่พยุงร่างโชกเลือดวิ่งสวนมา
จวงมองสภาพสังข์ก็เข้าไปประคองไว้ สังข์มองจวงอย่างตื้นตัน สังข์เห็นไฟไหม้บ้านขาบ เลยรีบบอกทัพ "ไอ้ขาบ ไอ้ขาบป่วยอยู่ในนั้น"
เปลวเพลิงโชติช่วงที่กระท่อม ทัพวิ่งไปทันที
"พี่ทัพ ระวังตัวนะพี่"

เฟื่องตะโกนไล่หลัง สังข์ จวงมองตามด้วยความเป็นห่วง
ขาบนอนหมดสติอยู่ในเรือนที่ไฟกำลังโหมไหม้ เปลวไฟกำลังลุกน่ากลัวใกล้ขาบทุกที เขาสำลักควัน หายใจไม่ออก มีเปลวไฟล้อมตัวไว้ทุกด้าน ทัพวิ่งเข้ามา ตกใจ


"ไอ้ขาบ"
ขาบพยายามขอความช่วยเหลืออยู่ในกองเพลิง
"ไอ้ทัพ"
ทัพมองแล้วตัดสินใจเอาน้ำในตุ่มข้างบันใดราดตัว แล้ววิ่งขึ้นเรือนที่กำลังถูกไฟโหมไหม้ไปทั้งหลัง ทัพยอมร้อนตัวแทบพอง เอามือเปล่าดึงคานร้อนๆ กระแทกคานที่ไฟกำลังไหม้ขวางทางอยู่เพื่อจะเข้าไปหาขาบให้ได้
ขาบมองทัพ หายใจไม่ออก ช่วยตัวเองไม่ได้
ทัพใช้มือเปล่ากระชากฝาไม้ที่ไหม้ไฟกระเด็น จนมือพองปวดแสบปวดร้อน
ขาบพยายามยันตัวลุกขึ้นแต่ไม่มีแรง ทัพเข้ามาพยุงเพื่อน ขาบมองแววตาซึ้งใจ ทัพยิ้มให้ เอาตัวบังขาบไม่ให้โดนเปลวไฟจะวิ่งฝ่าออกไป ท่าทางทุลักกทุเล
เปลวไฟลุกวาบตามแรงลมกรรโชก ชายคาด้านนอกที่ติดไฟตกลงมาขวางทางคนทั้งสองไว้

เฟื่องวิ่งมา จวงพยุงสังข์มา ชายคาเรือนขาบที่ถล่มลงมา ผู้หญิงสองคนกรีดร้องขึ้นพร้อมกัน
"พี่ทัพ"
"ไอ้ทัพ ไอ้ขาบ"
ทุกคนสีหน้าตื่นตระหนกกับภาพเปลวเพลิงที่กำลังเผาเรือนวอดวาย เฟื่องจะวิ่งเข้าไป
"พี่ทัพ"
จวงผละจากสังข์ไปดึงเฟื่องไว้สุดแรง
"พี่เฟื่องอย่าเข้าไป"
"พี่ทัพอยู่ในนั้น ไปช่วยพี่ทัพออกมา"
เฟื่องดิ้นรนจะเข้าไปแต่จวงดึงไว้ ฝาเรือนถล่มลงมาอีกที
"พี่ทัพ"
เสียงเรียกของเฟื่องดังก้อง สะเทือนใจ สังข์สีหน้าเจ็บใจที่เห็นเพื่อนต้องถูกเผาไปต่อหน้าต่อตา
จวงเบือนหน้าหนีภาพไฟที่กำลังลุกโหม เฟื่องกอดกับจวงร้องไห้โฮ
"พี่ทัพ"
สังข์มองไปที่ข้างเรือนอุทานขึ้น
"ไอ้ทัพ ไอ้ขาบ"
ท่ามกลางเปลวไฟลุก ทัพพยุงขาบพุ่งออกมาจากเรือนอีกด้านที่ไฟโหมน้อยที่สุด
ทัพโอบกอดขาบไว้ในอก พุ่งทะลุฝาเรือนที่ไฟกำลังไหม้อยู่ ลงสู่พื้น เฟื่อง จวง สังข์วิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ ทัพกับขาบนอนฟุบอยู่ที่พื้น มีเศษไฟหล่นเกลื่อน ทัพลุกขึ้นลากขาบออกให้ห่างบ้าน
เฟื่องวิ่งมาหยุดตรงหน้า ขาบลืมตามองเฟื่อง
"แม่..เฟื่อง"
ทัพมองท่าทางขาบกับเฟื่องก็นึกสังหรณ์ใจ ขาบอ้าแขนออกรับ เฟื่องวิ่งเข้ามากอดขาบไว้
ทัพ ถอยออกมา เฟื่องนิ่ง มองทัพแววตาอัดอั้นตันใจ
"พี่มาช้าไปใช่มั้ย เฟื่อง"
ขาบ สังข์ จวง เฟื่องทุกคนได้ยินคำถามของทัพ
เฟื่องน้ำตาร่วงพรู รู้ว่าทัพหมายถึงอะไร ขาบมองแล้วทรุดลงตรงหน้าทัพ ยกมือขึ้นพนม
"กูผิดเอง ทัพ มึงอย่าได้ถือโกรธแม่เฟื่องเลยนะ "
ทัพพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยืนนิ่ง เฟื่องฟังแล้วยิ่งสะอื้น
"กูรักแม่เฟื่องยิ่งกว่าชีวิต...กูสาบาน"
ทัพเจ็บช้ำ กล้ำกลืนความเสียใจแล้วเอ่ยออกมาอย่างลูกผู้ชาย
"งั้นกูก็จะสิ้นเสียดาย เพราะมีคนรักเฟื่องเท่าๆกับที่กูรัก"
เฟื่องสะอื้น ขาบแววตาตื้นตันที่ทัพให้อภัย
"กูอายมึงเหลือเกิน"
"ตอนนี้จงทิ้งความอายของมึงซะ ไอ้ขาบ"
ทัพมองเลยไปที่สังข์ที่แววตาสำนึกผิด
"มึงด้วย ไอ้สังข์"
"กูจะรักจวงน้องมึงคนเดียวไอ้ทัพ กูสัญญา"
"อย่างนั้นก็ถือว่าเราสามคนเป็นพี่น้องกัน"
สังข์ ขาบมองทัพอย่างนึกไม่ถึง
"มึงสองคนรักหญิงที่เป็นหัวใจของกู ทั้งเฟื่อง ทั้งจวง ก็นับว่ามึงเหมือนพี่น้องกูที่จะกอดคอกันตาย"
ทัพมองสังข์ กับขาบแววตามุ่งมั่น สังข์ปักดาบที่ถืออยู่ลงดิน
"ความโกรธแค้นทั้งหมดที่มึงกับกูมีต่อกัน กูขอให้สิ้นสุดลงที่นี่ ต่อไปนี้กูจะนับถือมึงที่ช่วยชีวิตกู เป็นเหมือนพี่น้องร่วมท้องแม่เดียวกันมา"
"ต่อแต่นี้ กูจะเชื่อและนับถือมึงเหมือนพี่ชาย"
ทหารอังวะ 10 คนที่กำลังกรูปะทะทหารกรุงศรีฯ ทหารทั้ง 2 คนสู้ไม่ได้ถูกฟันตาย เฟื่องกับจวงรีบวิ่งหลบหาที่ซ่อน
ทัพ สังข์ ขาบฝืนความเจ็บ ลุกขึ้นไปตะลุยเข้าไล่ฟันกับทหารอังวะที่กำลังระดมเข้ามา ทัพตะลุยฟันทหารอังวะล้มลง สังข์พยายามฟันป้องกันตัวเองจากทหารอังวะ ขาบที่นอนทรุดอยู่ พยายามหลบคมดาบของทหารอังวะ ก่อนจะแย่งดาบมาฟันช่วยทัพกับสังข์
ทัพ พยายามยืนป้องสังข์กับขาบที่หันหลังชนกันสู้ ฟันทหารอังวะ
ก่อนทั้งสามจะเพลี่ยงพล้ำ ทหารกรุงศรีฯอีก 10 คนก็วิ่งเข้ามาช่วย ทหารอังวะต้องหันไปสู้กับทหารกรุงศรีฯที่มาใหม่ ซึ่งล้อมอยู่เป็นวงกลม

ทัพ สังข์ ขาบ ต่างช่วยกันสู้จนสุดกำลัง
เช้าวันใหม่ สภาพบ้านเรือนที่ถูกเผา ควันดำลอยอบอวลในอากาศ ตามพื้นเรียงรายไปด้วยศพของทหารกรุงศรีอยุธยา ชาวบ้านที่ต่อสู้จนตัวตาย และทหารอังวะ

ชาวบ้านที่เหลืออย่างเด็กและผู้หญิงกำลังร่ำไห้หน้าศพของคนที่รัก ทัพพันมือทั้งสองข้างที่ถูกไฟไหม้ด้วยเศษผ้า สังข์ จวง เฟื่อง ขาบ มองภาพเหล่านี้ด้วยสายตาสลดใจ
"ลูกขาดพ่อ เมียขาดที่พึ่ง อีกกี่ครัวที่ต้องทิ้งเหย้าทิ้งเรือน เพราะไอ้พวกข้าศึกศัตรู"
ทุกคนมองสลดใจ ทหารกรุงคุณพระนาย 2 นายขี่ม้าเข้ามา ทุกคนมอง
ทหารลงจากม้า สังข์ก้าวออกไปรับหน้ายกมือไหว้
"เมื่อคืนขบวนอพยพของข้าถูกซุ่มตีจากข้าศึก"
ทหาร 1บอก
"อนาถแท้... เวลานี้หัวเมืองฝ่ายเหนือ ฝ่ายใต้ เสียแก่ข้าศึกไปหมดสิ้นแล้ว ป้อมรอบกรุงก็เอาปืนใหญ่ขึ้นประจำ พร้อมยิง"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 9 วันที่ 15 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ