อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 9/3 วันที่ 15 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 9/3 วันที่ 15 ม.ค. 58

แฟงกอดนางเฟี้ยมอีก เฟี้ยมกับจันทร์ยิ้มมองแฟงที่ยังคงเหมือนเด็กสาวรุ่นๆขี้อ้อน ขี้งอนคนเดิม
"อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา เห็นแล้วก็คิดถึง"
นางจันทร์เสียงขาดไป แฟงมองเข้าใจทันที
"พี่ทัพกับพี่เฟื่องของฉันใช่มั้ยจ้ะ"

นางจันทร์พยักหน้า สไบเอ่ยขึ้น
"จวงอีกคน ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงกันแล้ว"
แฟงหน้าม่อยลง เพราะใจก็ยังห่วงเฟื่อง ทัพ และจวง เหมือนทุกคน



ใจ ดอกรัก หมู่เคลิ้ม ฟัก เอิบ ช่วง และกลุ่มผู้ชายกำลังช่วยกันถากไม้ มุงแฝก ซ่อมเรือนอยู่
แฟงวิ่งมา ด้านหลังคือสไบ
"พี่ฟัก"
ฟักกำลังซ้อมหลังคาหันมองลงมา เห็นน้องสาวก็รีบวางมือ เอิบ ช่วงที่อยู่ด้านล่างวิ่งถลาไปหาแฟงก่อน
เอิบเรียก
"น้องแฟง"
"ยอดรักของพี่"ช่วงบอก
เอิบกับช่วงกำลังจะถึงตัว แฟงก้มต่ำหลบ แกล้งให้เอิบกับช่วงหัวชนกัน กระเด็นไปคนละทาง
แฟงยืนรอฟักที่โดดลงมาถึงพื้น แฟงเข้าไปกอดพี่ สองพี่น้องกอดกันแน่น
ใจถือขวานถากไม้มายืนข้างสไบ ดอกรักมองจ้องทั้งคู่
"ฉันอยู่เรือนแฟง ตรงโรงครัวน่ะจ้ะ"
"ดีแล้ว ตรงนี้พวกพี่จะอยู่เอง ใกล้รั้วค่าย จะคอยระวังถ้าพวกข้าศึกมันมาทางหลังค่าย"
"มาอยู่ที่นี่นานแล้วหรือ แฟง" ใจถาม
"ฉันมาถึงก่อนพวกพี่ไม่นานหรอกจ้ะ ฉันมากับพวกพี่แท่น"
แฟงเอ่ยเล่าด้วยเสียงภูมิใจ

อิน เมือง โชติ ดอกไม้ ทองแก้วที่กำลังดูพันเรืองคุมซ้อมดาบของชายฉกรรจ์
แท่นยืนอยู่ด้านนอกสุดหันมามองทางกลุ่มแฟงที่พาพี่ชายกับพรรคพวกชายฉกรรจ์ทั้งหมดมารู้จัก
"แฟงเป็นหญิงใจกล้า น่านับถือ ถ้าไม่ได้แฟงเป็นคนไปล่อตาข้าศึก เราก็คงลอบฆ่า ตัดกำลังมันไม่ได้เลย"
แฟงยิ้มภูมิใจ แท่นมองกลุ่มของฟัก
"พวกฉันเคยเป็นทหารด่านหน้าเมืองกาญจน์ แต่หนีทัพมา เดี๋ยวนี้ก็ถือว่าเป็นขบถ"
แท่นยิ้ม
"ที่นี่ก็ถูกลือกันว่าเป็นชุมนุมโจร"
ทุกคนมองแท่นที่เล่าให้ฟัง
"ยามข้าศึกประชิดเมือง ชาวบ้านจับดาบจับไม้เข้าสู้ป้องกันตัวเองได้ ทางการก็เกรงว่าต่อไปจะตั้งตัวแข็งขืน แต่ทุกคนที่ค่ายบ้านระจันไม่คิดเหิมเกริมเป็นใหญ่ เรายังเป็นข้าในพระเจ้าอยู่หัว เป็นไทยที่จะรักษาแผ่นดินเกิดไว้ตราบดินกลบหน้า"
หมู่เคลิ้มบอก
"ขอให้พวกฉันได้ร่วมกับพวกพี่ด้วยเถอะ"
"งั้นก็แบ่งไปเป็นหมู่ตระเวนเสียส่วนหนึ่ง"
ใจได้ยินแล้วพูดขึ้นทันที
"ฉันเคยเป็นพรานป่า กินนอนในป่ามาตั้งแต่เล็ก ให้ฉันออกไปซุ่มดูพวกข้าศึก"
"หน่วยก้านเอ็งดี งั้นก็ไปเป็นหมู่ตระเวน"
ดอกรักมองไม่พอใจ รีบพูดขึ้น
"ให้ฉันไปด้วย"
แท่นถาม
"เอ็งเคยทำอะไรมา เป็นทหารมากับพวกนี้หรือ"
"ไม่ได้เป็น"
"ลูกหลานพ่อใหญ่แสง บ้านสามโก้" เอิบบอก
"งั้นเอ็งก็ไปช่วยที่โรงตีดาบโน้น"
"แต่ฉันอยากอยู่หมู่ตระเวน"
ดอกรักสวนขึ้นทันทีตามคนอารมณ์ร้อนและไม่ชอบหน้าใจ แท่นมอง
"พี่ดอกรัก อย่าขัดคำสั่งพี่แท่น"
"ถึงไม่เคยเป็นทหาร ไม่เคยเป็นพราน แต่ฉันก็ฟันข้าศึกยับมาหลายคนแล้ว"
แท่นบอก
"หมู่ตระเวนสอดแนมไม่ใช่เก่งแค่เรื่องดาบ แต่ต้องหูตาไว ถ้าถูกศัตรูจับได้เท่ากับตาย ต้องหาทางเอาตัวรอดเองให้ได้ ต้องไม่ให้ความลับของเราตกไปอยู่กับศัตรู"
"ไอ้ใจมันก็ไม่เก่งไปกว่าฉัน"
"พี่ดอกรัก ที่นี่เราต้องฟังพี่แท่น พี่แท่นคือผู้นำคนหนึ่งของค่ายบ้านระจัน"
ดอกรักฮึดฮัด แท่นมองอย่างประเมินแล้วเอ่ยเป็นเด็ดขาด
"ดอกรัก เอ็งจงอยู่หมู่อาวุธเสียก่อน หากฝีมือเอ็งเห็นแก่ตาทุกคน ใจเอ็งเยือกเย็น ใช้ปัญญามากกว่าอารมณ์ได้เมื่อไหร่ ข้าจะสับเปลี่ยนให้เอ็งได้อยู่หมู่ตระเวนสมใจ "

ดอกรักจำต้องก้มหน้าเหมือนรับคำสั่ง ท่ามกลางสายตามองตำหนิของทุกคน ยกเว้นใจที่มองดอกรักอย่างสังเกต
สไบเดินมากับแฟง หาบกระชุมาตักน้ำที่สะพาน ท่าทางสไบไม่พอใจดอกรักที่คอยระรานใจ

"พี่ดอกรักเค้าโกรธเกลียดพี่ใจมาจนเสียเรื่องหลายครา"
"โกรธเกลียดพี่ใจ เพราะหึงพี่สไบน่ะสิ"
"เอาแต่อ้างว่าพ่อยกฉันให้เค้าแล้ว"
"อย่างนี้ก็ต้องให้พ่อใหญ่แสง คืนคำสัญญา"
"พ่อไม่ยอมหรอก ยังไงก็ต้องเห็นพี่ดอกรักดีกว่าคนต่างถิ่นอย่างพี่ใจ"
"จะกล้าขัดขืนใจลูกสาวได้เชียวหรือ"
สไบเขิน ตีแฟงเบาๆ แฟงหัวเราะ
"ความรักมันขืนใจกันไม่ได้จริงๆนั่นแหละ แฟงล่ะ เจอคู่ชิ้นเข้าหรือยัง"
แฟงหน้าเศร้าลง เมื่อนึกถึงทัพ
"ไม่มีหรอก คนที่ฉันจะเอามาเป็นชิ้นรักน่ะ"
"มีสิ ฉันจำได้"
"อย่าพูดเรื่องนี้เลย พี่สไบ รีบตักน้ำไปช่วยงานที่โรงครัวกันดีกว่า"
"พอจนแต้ม ก็เลี่ยงไปได้ทุกที"
"ใครว่าฉันจนแต้ม ก็ฉันไม่อยากคุย ฉันไม่มีพรานป่าคอยคุ้มครองให้อุ่นใจเหมือนพี่สไบนี่"
สองสาวหัวเราะกัน แฟงคว้ามือสไบวิ่งไปจากตรงนั้นทันที

ใจกำลังเดินผ่านเรือนของชาวบ้าน ใจมองสำรวจทุกอย่างในค่ายอย่างละเอียด หยุดลงที่หน้าเรือนแห่งหนึ่ง มองไปเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์มีหัวหน้าเป็นคนร่างสูงใหญ่กำลังเทเหล้า จากไหกรอกเข้าปาก ท่าทางเมามาย หัวเราะเสียงดัง
ใจมองจ้อง ชายคนนั้นหันมาเห็นใจ ใจไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นคือหนึ่งในผู้นำของค่ายบ้านระจันชื่อ ทองเหม็น
"เฮ้ย เอ็งน่ะ หน้าใหม่ มาจากไหน"
ใจยังไม่ตอบ ทองเหม็นลุกพรวดออกจากวงตรงมาที่ใจ
"ข้าถาม ทำไมไม่ตอบ"
"เพิ่งมาถึง"
"วะ กวนจริง ข้าถามว่ามาจากบ้านไหน"
"วิเศษไชยชาญ"
"ก็บ้านไหนเล่า วิเศษไชยชาญมีตั้งหลายบ้าน"
"ไม่รู้ ไม่เคยมีบ้านเป็นหลักแหล่ง"
"เอ็งตั้งใจกวนข้า"
ลูกน้องทองเหม็นพากันออกมายืนจังก้า ทองเหม็นยกมือที่ถือไหเหล้าขึ้นเป็นเชิงห้าม
ยืนโงนเงนเพราะความเมา แต่อีกมือ ไวกว่าความคิด ทองเหม็นหันไปคว้าท่อนฟืนที่วางอยู่มา ฟาดไปทางที่ใจยืน ใจตาไว หลบวูบ
ทองเหม็นยกไหเหล้าลงมอง ด้วยรอยยิ้มกวน
"เฮ้ย มาคุยกันใกล้ๆ มาคุยกันดีดี"
ใจมองระวังทองเหม็นที่ดูเหมือนขี้เมาแต่ที่จริงมีฝีมือมาก
"เอ็งชื่ออะไรวะ"
ทองเหม็นชี้ไม้มาที่ใจ
"ใจ"
"ใจอะไร ใจซื่อหรือใจคด"
ใจยังไม่ทันตอบ ทองเหม็นปาไม้เข้ามาตรงหน้า ใจกระโดดม้วนตัวเตะไม้หล่นลงพื้น เท้าใจเฉียดหน้าทองเหม็นที่หงายหลบ แล้วเตะโดนไหเหล้าในมือทองเหม็นตกแตกกระจาย
ทุกคนตกใจ ทองเหม็นทิ้งไหเหล้าลงดิน มองจ้องใจ ยิ้มกว้างหัวเราะลั่น
"ไอ้ใจ เอ็งนี่มีฝีมือ ฝีตีนด้วย ... ใช่มั้ยวะ"
ทุกคนพากันโล่งเมื่อเห็นทองเหม็นลองฝีมือใจ ไม่ถือสา หัวเราะร่า
"ข้าชอบเอ็ง ไอ้ใจ มา ออกไปกับข้า ไปฟันข้าศึกเล่นๆให้หายแค้น สักร้อย สองร้อย ไป ไปกับข้าตอนนี้เลย"
ลูกน้องทองเหม็นหยิบดาบส่งให้ ใจกำดาบไว้ ทองเหม็นเดินขึ้นไปขี่ นังเผือก ควายตัวเก่ง มุ่งออกไปทางประตู ลูกน้องนับสิบ ร่างกายกำยำพากันตามออกไป

ใจกำดาบ จำต้องตามออกไปด้วยทั้งที่ยังไม่ทันตั้งตัว
ดอกรัก เห็นทองเหม็นขี่นังเผือกนำใจกับชายฉกรรจ์ออกประตูค่ายไป เขายืนดูใจที่ออกไปรบกับทองเหม็นอย่างอิจจา แต่ก็อายที่จะอยู่ตีดาบตามคำสั่ง

ช่วงกับเอิบช่วยเขาหลอมเหล็กเก่าๆ ดาบขึ้นสนิมจากหม้อ กระทะเก่า เท่าที่พอจะมี จะหาได้
อีกด้านช่างตีดาบมีอายุ ร่างกายกำยำกำลังตีดาบ
"พี่ดอกรักยืนเหม่ออะไร ไม่ช่วยเขาทำงานล่ะ" ช่วงถาม
ดอกรักสีหน้าเบื่อหน่าย ไม่อยากอยู่ที่นี่ ลุกขึ้นจะออกไป
"จะไปไหน พี่ดอกรัก" เอิบถาม

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 9/3 วันที่ 15 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ