อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 9/5 วันที่ 15 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 9/5 วันที่ 15 ม.ค. 58

สังข์ไม่ยอม เพ้อจับมือเปะปะ จวงพยายามดันสังข์ออกห่างด้วยความไม่ชอบหน้า ด้านหลังมีชาวบ้านที่พอเหลืออยู่ แยกย้ายกันนอนพักห่างออกไปตามมุมต่างๆ
เฟื่องวิ่งมาพร้อมหม้อดิน จวงหันไปถาม
"ได้ยามั้ยพี่เฟื่อง ไอ้สังข์มันเพ้อเพราะพิษไข้ที่โดนฟันจะตายอยู่แล้ว"

"หามาได้ไม่กี่อย่าง นี่ก็ยังไม่ครบ"
เฟื่องเอาหม้อต้มวางบนหินสามเส้าที่ก่อไฟ ขาบกับทัพเดินเร็วเข้ามา ยังมีรอยไฟไหม้อยู่ สองคนถือกิ่งขี้เหล็ก กับบอระเพ็ดที่พอจะหาได้มา
"พี่กับขาบหาได้แค่บอระเพ็ดกับขี้เหล็ก"


ทัพส่งให้เฟื่อง
"รีบต้มเข้าเถอะ เดี๋ยวไอ้สังข์มันจะแย่ จับไข้ปวดแผลมาตั้งแต่ออกเดินทางแล้ว"
เฟื่องเอาทุกอย่างลงไปในหม้อต้ม
ขาบยกมือขึ้นพนมเหนือหัว
"ขอไหว้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ครูบาอาจารย์ ลูกช้างขัดสนยามศึกสงคราม ไม่มีธูปไม่มีเทียนมาบูชา"
ทุกคนมองขาบที่กำลังกำกับคาถาปรุงยา
"ขอคุณครูบาอาจารย์ช่วยให้ยาต้มหม้อนี้ ช่วยรักษาสรรพโรคสรรพภัยที่กำลังเบียดเบียนไอ้สังข์เพื่อนข้าด้วย"
ทุกคนมองขาบที่หลับตาพนมมือท่องคาถาปรุงยา
"โอม สักกัตวา พุทธะระตะนัง โอสะถัง อุตตะมัง วะรัง หิตังเทวะมนุสสานัง"
ทัพ เฟื่องมองสังข์ที่สั่นพับๆในอ้อมแขนจวง
"พุทธะเตเชนะ โสตถินา นัสสันตุปัททะวา สัพเพ ทุกขา วูปะสะเมนตุ เตฯ"
เสียงสังข์สวดด้วยจิตตั้งมั่น ทุกคนมีความหวังว่าสังข์จะอาการดีขึ้น

ในเวลาต่อมา จวงกำลังป้อนถ้วยยาเข้าปากสังข์ เฟื่องมารับถ้วยออกไปวางข้างหม้อต้มยา
สังข์นอนลง จวงมองดูอาการสังข์ ทัพมองน้องแล้วสั่ง
"คอยดูผัวเอ็งไว้นะ จวง"
จวงจะแย้ง
"ไอ้สังข์ มันไม่ใช่ ..."
จวงอยากจะปฏิเสธ แต่สังข์เพ้อขึ้นเบาๆ
"จวง อย่าทิ้งพี่ไป"
ทัพเตือนน้องสาว
"คอยดูป้อนยาไว้ ไข้ลดเมื่อไหร่เราจะได้เดินทางต่อ หนทางยังอีกไกลกว่าจะถึงบ้านระจัน"
ทัพเดินออกไปดูอ้ายเลาที่ผูกไว้ใกล้ๆ เฟื่องกับขาบมองทัพ เฟื่องรู้สึกสงสารทัพมาก ขาบมองสายตานั้นอย่างเข้าใจ
"พี่จะไปเดินยามอยู่รอบๆนี่นะ"
ขาบหยิบดาบเดินกะเผลกออกไป เฟื่องมองขาบด้วยสายตาเข้าใจว่า ขาบเปิดโอกาสให้คุยกับทัพ

เฟื่องหันไปมอง เห็นจวงกำลังดูอาการสังข์ เฟื่องลุกขึ้นเดินออกไปหาทัพเงียบๆ
ทัพเอาอานมาทำความสะอาด แล้วหยุดมองจันทร์เสี้ยวบนฟ้า เฟื่องเดินมาด้านหลัง ทัพหันมามอง สองคนต่างทำตัวกันไม่ถูก ทัพมองรู้ว่าเฟื่องอึดอัด จึงเริ่มพูดขึ้นก่อน

"ไอ้ขาบไปไหนซะละ"
เฟื่องมองทัพด้วยสายตาตัดพ้อ
"ตลอดทางที่มา ตั้งแต่ออกจากบ้านพราน พี่ไม่เคยคุยกับฉันเลย"
"จะให้พี่คุยกับเอ็งอย่างไรได้อีก เฟื่อง"
ทัพเองก็มองทอดสายตาตัดพ้อกับเฟื่อง ต่างคนต่างไม่กล้าเข้าใกล้กันเหมือนก่อน
"ฉันเองที่ผิดคำสัญญา ว่าจะเป็น....ของพี่"
"อย่าโทษตัวเองเลยเฟื่อง บุญวาสนาของพี่กับเฟื่อง.. คงมีเพียงเท่านี้ แค่ได้เป็นคนรัก ได้ร่วมฝัน แต่ไม่ได้ร่วมชีวิต ไม่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน"
เฟื่องน้ำตาร่วงพรู ทัพพยายามฝืนยิ้ม แต่ก็เศร้าเต็มที ขาบที่หลบฟังอยู่ด้านหลังต้นไม้ สายตาขาบเองก็รู้สึกผิดมาก
"ไอ้ขาบมันก็เป็นคนดี ถ้ามันรักเฟื่อง ดูแลเฟื่องอย่างจริงใจ พี่ก็ดีใจด้วยที่จะเห็นผู้หญิงที่พี่รัก มีความสุข"
เฟื่องกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ สะอื้นออกมา
"แต่ใจฉันมีพี่คนเดียว ฉันรักพี่ทัพคนเดียว"
"อย่าพูดแบบนั้น เฟื่อง"
"ฉันไม่ได้รักพี่ขาบ"
ขาบฟังแล้วกำดาบในมือแน่นด้วยความสะเทือนใจ
"วันนึง เฟื่อง วันนึงเฟื่องจะรักไอ้ขาบมันได้"
"ไม่มีทาง"
เฟื่องส่ายหน้า ขาบมองท่าทางเฟื่องแล้วน้ำตาคลอ
"ขอแค่เฟื่องอย่าจำเรื่องพี่ อย่าจำเรื่องของเราไว้ในใจอีก"
เฟื่องร้องไห้โฮ ทัพพยายามฝืนยิ้มให้กำลังใจทั้งที่ตัวเองก็ใจเจ็บช้ำเหลือเกิน
"พี่ยังมองเห็นเฟื่อง ยังคอยดีใจที่เฟื่องจะมีความสุข"
"พี่ทัพ"
"เดินไปข้างหน้าเถิดเฟื่อง ให้ความหลังของเรามันเป็นแค่อดีต อย่าจำให้มันมาทำลายความสุขของเฟื่องในวันนี้ ในวันข้างหน้า ชีวิตเฟื่องจะต้องมีแต่ความสุขจากคนที่รักเฟื่อง มอบชีวิตเฟื่องให้ไอ้ขาบเถอะ"
เฟื่องสุดจะทนฟังต่อไปได้ น้ำตาร่วงพรู หันหลังวิ่งออกไป ขาบที่ยืนฟังอยู่ในพุ่มไม้ ซาบซึ้งกับความเสียสละของเพื่อน เดินออกไปเงียบๆ
ตรงนั้นเหลือเพียงทัพ ที่สุดแล้วก็น้ำตาไหลออกมากับความผิดหวังที่หนักอึ้ง ทับถมในใจ

เฟื่องวิ่งเข้ามา ทรุดลงสะอื้นหน้าพระประธานที่ถูกเผาดำเกรียม ทุกคำอวยพรของทัพกรีดลึกลงในใจ เพราะเฟื่องรู้ว่าจะไม่มีวันลืมทัพได้ ขาบเดินมามองเฟื่องที่ร้องไห้ ด้วยสายตาเศร้า
ขาบทรุดลงนั่งเฝ้าหน้าประตู ไม่เข้าไปรบกวนให้รำคาญใจ ทั้งสองคนต่างไม่มีความสุข เพราะผิดพลาดไปแล้ว

ชาวบ้านนอนกันตามมุมต่างๆ มุมหนึ่งห่างออกมา สังข์กำลังเพ้อ
"หนาว"
จวงสะดุ้งตื่นขึ้น เข้ามาใกล้สังข์
"ไอ้สังข์"
จวงประคองสังข์ขึ้นมา สังข์โอบกอดจวงแน่น จวงพยายามดันออก
"ตัวแกร้อนจี๋ อย่ามากอดฉัน ปล่อย ฉันอึดอัด ปล่อย"
"อย่าทิ้งพี่ไปนะ จวง อภัยพี่ด้วย"
"แกจะให้ฉันอภัยเรื่องอะไร"
จวงมองสังข์แบบจ้องเอาเรื่อง
"บอกมาไอ้สังข์ อยู่ในวัดแกห้ามโกหก"
สังข์มองจวง ทั้งพิษไข้ ทั้งความรู้สึกผิดประดังประเด ครองสติไว้ไม่ได้ ตัดสินใจเล่าทุกอย่าง
"พี่หลอกจวง เรื่องที่จวงเป็นเมียพี่"
จวงตกใจ
"อะไร"
"คืนนั้น คืนที่จวงอยู่กับพี่....อยู่ด้วยกัน"
สายตาสังข์ย้อนนึกถึงเหตุการณ์คืนสำคัญ

ในเรือนที่สะแกโทรม สังข์เหวี่ยงจวงลงบนแคร่ โถมตัวเข้าหา จวงยกสองเท้าถีบเข้ากลางอก สังข์กระเด็น จวงวิ่งไปที่ประตู สังข์กระชากตัวกลับมา จวงดิ้นกัดแขนสังข์ สังข์เหวี่ยงจวง หัวกระแทกเสา หมดสติ ล้มลงกับพื้น
สังข์มองจวงที่นอนสลบบนแคร่ ลูบผมจวง แววตาแสดงความรัก
"ข้าจะพาเอ็งไปอยู่กรุงศรี เป็นข้ารับใช้คุณพระนาย อีกหน่อยชีวิตเราจะสบาย"
สังข์ก้มลงจูบข้างแก้มจวงที่นอนนิ่ง สังข์จะจูบอีกข้างแต่ชะงักมองจวงที่สลบอยู่
"ข้าทำไม่ได้ว่ะ"
สังข์ถอยห่างออกมา มองจวงที่หลับอย่างหงุดหงิด
"จะให้ข้ากอดเอ็ง หอมเอ็ง มีความสุขอยู่คนเดียวโดยเอ็งไม่รับรู้ ไม่สนใจความรักของข้าเลย ข้าก็สิ้นเชิงชายสิวะ"
สังข์ขยับให้จวงนอนสบายๆ แล้วลงนอนข้างๆกอดจวงไว้
"ข้าจะทำให้เอ็งรักข้า จวง เอ็งต้องยอมเป็นของข้าแต่โดยดี"
สังข์ก้มลงหอมแก้มจวง
"คืนนี้มัดจำไว้ก่อน"

สังข์นอนกอดจวงที่สลบไม่ได้สติไว้ด้วยความรัก ไม่ได้ล่วงเกินอย่างที่ตั้งใจ
จวงตบผัวะเข้าหน้าสังข์อย่างแรง สังข์ถึงกับหน้าสะบัด

"ไอ้สังข์ ไอ้คนปลิ้นปล้อน"
จวงผลักสังข์ออกห่างตัวทันที แต่สังข์คว้ามือจวงไว้
"จวง อภัยพี่เถอะ พี่ทำลงไปเพราะพี่รักจวง"
"ฉันไม่อภัยให้แก ไอ้คนกะล่อน"
จวงจะเดินหนีไปด้วยความโมโห สังข์สั่นไปทั้งร่างเพราะพิษไข้
"จวง อย่าทิ้งพี่ พี่รักจวงจริงๆ"
จวงชะงัก หันมามองร่างสังข์ที่สั่นเทา แววตาอ้อนวอน
"พี่รักจวง แต่ไม่รู้จะทำยังไง ไอ้ทัพมันก็หวงจวงเหลือเกิน พี่รู้ว่าพี่ผิดที่พาลหาเรื่องไอ้ทัพ ผิดที่เห็นแก่ตัว อยากได้อยากดีจนไม่คิดถึงความเป็นเกลอรัก แต่พี่สำนึกผิดแล้ว พี่รู้แล้วว่าคนที่ดีกับพี่ที่สุด ให้อภัยพี่มากที่สุด คือเกลออย่างไอ้ทัพ"
จวงยืนฟัง สังข์แววตาสำนึกผิดจริงๆ
"ถ้าพี่ต้องตาย พี่อยากให้จวงอภัย อโหสิให้พี่ด้วย"
สังข์พูดได้แค่นั้นก่อนเสียงจะขาดหายไป ทั้งร่างกระตุกขึ้น จวงโผเข้ามาโอบกอดสังข์ไว้ "ไอ้สังข์ ไอ้สังข์"
สังข์มองจวง กุมมือจวงแน่น
"จวง อภัยให้พี่ได้มั้ย"
สังข์ท่าทางไม่ดี จวงโอบสังข์ไว้ ทำท่าเหมือนจะหมดลม
"ฉันอภัยให้แกไอ้สังข์ ฉันอภัยแล้ว"
"แค่นี้ พี่ก็ตายตาหลับ"
สังข์ทำท่าอ่อนแรง หลับตาลงไปจริงๆ จวงร้องไห้รีบเขย่าสังข์ไว้
"ไอ้สังข์ พี่สังข์ พี่อย่าเพิ่งตาย พี่ต้องรอดสิ ต้องอยู่สู้ศึกกับฉัน ไม่ใช่มาตายกลางป่าทิ้งฉันไว้แบบนี้"
สังข์แอบลืมตา ยิ้ม มองจวงที่เขย่าร่างเรียกสติ
"พี่ตายไม่ได้นะพี่สังข์ พี่ต้องกลับตัวเป็นคนดีให้คนอื่นเห็นก่อน ต้องช่วยไล่ข้าศึกไปให้หมดฉันถึงจะให้พี่ตาย"
สังข์ฟังแล้วยิ้มอ่อนแรง
"ไล่ข้าศึกได้ แต่จวงต้องเป็นเมียพี่นะ"
"เออ ฉันเป็นเมียพี่ก็ได้ แต่พี่ต้องอยู่ช่วยพี่ทัพรบ"
"สัญญานะจวง"
"สัญญา"
"ขอมัดจำ"
จวงมองสังข์ที่ยิ้มเจ้าชู้ รั้งจวงเข้ามาทั้งๆอ่อนแรง
"ขอมัดจำก่อน พี่จะได้มีแรงหายไข้ จับดาบไล่ฟันข้าศึกได้เร็วๆ"
จวงมองซ้ายมองขวา กลัวคนเห็นแล้วก้มลงหอมแก้มสังข์ สังข์ยิ้มชื่นใจ จวงสีหน้าอายๆ
สังข์ยิ้ม กุมมือจวงมาจูบเบาๆ
"พี่สัญญา พี่จะเป็นคนดี ช่วยไอ้ทัพมันไล่ข้าศึกออกไปจากแผ่นดิน เราจะเก็บแผ่นดินนี้ให้ลูกของเรานะจวง"
สังข์ยิ้มหลับไปในอกอุ่นของจวงอย่างมีความสุขที่สุด

ดวงอาทิตย์ยามเช้า องค์พระประธานที่ตั้งเด่น แต่ไม่เหลืองสุกอร่าม กลับเป็นสีดำที่ถูกเผาไหม้
สภาพในโบสถ์ร้าง ไหม้ ทรุดโทรม ทัพนั่งเด่นอยู่ตรงกลาง สังข์ จวง นั่งข้างขวา ขาบและเฟื่องนั่งอีกด้าน ชาวบ้านนั่งถัดมา
ทุกคนพนมมือมององค์พระประธานด้วยจิตใจแน่วแน่
"ข้าและเพื่อน พี่น้องร่วมเป็นร่วมตายทุกคนในที่นี้ ขอสาบานต่อหน้าพระพุทธรูป"
สายตาทุกคนมองแน่วแน่

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 9/5 วันที่ 15 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ