อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 21 วันที่ 3 ก.พ. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 21 วันที่ 3 ก.พ. 58

"แขวงวิเศษชัยชาญนี้ ข้าอนุญาตให้พวกเจ้าปล้นได้เต็มที่ ทรัพย์สินใดใด ข้าไม่ต้องการ ค่ายวิเศษชัยชาญของข้าต้องการเพียงข้าวอย่างเดียว..ไป"
พวกโจรกลัวตาย รีบวิ่งออกไป

ชินอ่องหันมามองมยิหวุ่น...อย่างต้องการคำตอบ
"ชินอ่อง...ท่านแม่ทัพเนเมียวให้มาตามท่านไปพบ"


ชินอ่องแปลกใจ ตามีประกายขึ้นมาเพียงนิดเดียว ถึงเวลานี้... ชินอ่องภายใต้ผ้าคลุมหน้ามากที่สุด...เพียงครึ่งเดียว
สังข์พาเชลยไทยเดินมาถึงลานหน้าค่ายด้วยอาการสะบักสะบอม

ยามบนหอค่ายมองตรงไปข้างหน้าอย่างพิจารณา ก่อนจะหันมาตะโกน
"พ่อสังข์กลับมาแล้ว พ่อสังข์กลับมาแล้ว เปิดประตูค่าย"
ยามประตู 2 คน วิ่งไปเปิดประตูค่าย ทัพกับเพื่อนๆกำลังดูแลม้าอยู่ที่คอกดีใจรีบวิ่งไปที่ประตู
จวง แฟง เฟื่อง สไบ กำลังให้น้ำพวกซ้อมอาวุธอยู่ที่ลานรีบวางของวิ่งไปที่ประตู
ประตูค่ายเปิดออก สังข์พาเชลยเข้ามา จวงร้องไห้ วิ่งเข้ากอดสังข์แน่น
"พี่สังข์"
แฟง เฟื่อง สไบ ยิ้มดีใจ รีบไปรับเชลยออกไปดูแล ทัพวิ่งมากับเพื่อนๆ มามองสังข์ด้วยความชื่นชม น้ำตาคลอ พูดไม่ออก
"ไอ้สังข์...มึงทำได้"
สังข์มองทัพน้ำตาคลอเช่นกัน
"กูเชื่อใจมึงไง"
พวกเคลิ้ม และคนอื่นๆ ตรงเข้าไปอุ้มสังข์ขึ้นแห่ โยนไปมา
เคลิ้มบอก
"ไอ้สังข์ กูรักมึง...กูรักมึงจริงๆ"
"ไอ้สังข์" ทัพเรียก
จวง แฟง เฟื่อง สไบ ดีใจ จวงปาดน้ำตา ยิ้ม พวกผู้ชายแบกสังข์วิ่งไปมารอบๆค่ายอย่างสนุกสนาน

สังข์และกลุ่มบ้านคำหยาดก้มลงไหว้พระประธาน
"พวกเรา บ้านระจันยอมพลีเลือดเนื้อทุกหยด ยินดีกอดคอกันตาย เพื่อปกป้องแผ่นดินที่เราใช้ปลูกข้าวเลี้ยงชีวิต จะไม่ให้ใครมาข่มเหงรังแกพ่อแม่ที่เรากราบไหว้อย่างเด็ดขาด"
"ขอคุณพระปกป้องคุ้มพวกเราชาวระจันให้พ้นทุกข์ มีแผ่นดินกินอยู่ อย่ามีภัยใดๆ ให้เดือดร้อน " จวงบอก
"อย่าให้ศัตรูผู้ใดมากล้ำกรายให้ทิ้งบ้านทิ้งเรือน ขอให้พ่อแม่พี่น้องเราอยู่ดีมีสุขตลอดไปด้วยเถิด" ทัพว่า แววตาของทัพกับเพื่อนๆที่มุ่งมั่น กล้าหาญ
เสียงฟ้าร้องดังมาไกลๆ เสียงฝนตก ทุกคนมองออกไปนอกโบสถ์ ยิ้มดีใจ รีบพากันออกไปดู
"ฝนแรกมาแล้ว.....ฝนมาแล้ว"

ทุกคนต่างออกมายืนมองสายฝนอย่างมีความสุข เด็กๆ 2-3 คนวิ่งออกมาเล่นน้ำฝนด้วยความร่าเริง
แฟงดึงทัพวิ่งออกไปเล่นน้ำฝนกับเด็กๆ ทุกคนต่างชื่นชมกับสายฝน
สังข์บอก
"ศึกสงบแล้ว ถ้าฝนตกอย่างนี้ อีก 2-3 วันเราก็จะได้ทำนากัน"
"เป็นเพราะพี่สังข์แท้ๆ ศึกถึงได้สงบเร็ว"
"เพราะความกล้าของชาวบ้านระจันทุกคนต่างหาก อย่ายกให้พี่คนเดียวเดี๋ยวเขาจะน้อยใจ"
"แต่ถ้าเอ็งไม่เสี่ยงตายเข้าไปล้วงความลับมันถึงในค่ายเราก็อาจจะพลาดได้" เคลิ้มบอก
"ใช่ๆ ต่อไปนี้พี่สังข์อยากกินอะไรบอกฉันได้เลยนะ ฉันจะหามาให้พี่ทุกอย่าง" ช่วงว่า
"ฉันด้วยจ๊ะ พี่สังข์สั่งมาเลยนะ ฉันทำกับแกล้มเก่งกว่าไอ้ช่วงมันอีก" เอิบบอก
เคลิ้มบอก
"เอ็งไม่ต้องประจบไอ้สังข์มันนักดอก มันมีแม่จวงดูแลอยู่แล้ว"
สังข์กับจวงมองหน้ากันอย่างมีความสุข ทัพกับแฟงยังคงเล่นน้ำฝนกับเด็กๆอย่างสนุกสนาน

บรรยากาศยามเช้า กลุ่มชาวค่ายกำลังดำนา ปลูกข้าวเพื่อเป็นเสบียง เสียงเพลงร้องดังมา แสดงถึงความสุขในการทำนา สีหน้าทุกคนมีรอยยิ้ม สดชื่น หลายคนช่วยกันเกี่ยวเป็นคู่ๆ
แต่ทันใด...เห็นลูกปืนใหญ่ลอยแหวกอากาศมาตกลงกลางท้องนา เสียงระเบิดดังตูม ดังสนั่น
ร่างชายหญิงที่กำลังเกี่ยวข้าวกระดอนขึ้นตามแรงระเบิด เสียงหวีดร้องดังขึ้น
ลูกระเบิดอีกลูกลอยมาตกลงกลางนาข้าวน้ำกระจาย พวกผู้ชายต่างพาชาวบ้านหลบกันวุ่นวาย

ชาวบ้านบางคนถูกระเบิดเข้าเต็มๆ ลูกไฟแดงวาบเหมือนสีเลือดแดงฉานระบายบนท้องฟ้า
ค่ายปากน้ำประสบ ตอนกลางคืน สุกี้นายกองยืนอยู่หน้ากะบะทราย จำลองแผนที่การรบ และ โมเดลค่ายขนาดเล็ก ๓ ค่าย ประกอบด้วย เส้นทางเดินทัพสู่ค่ายระจันให้เนเมียวสีหบดีดู

"บ้านระจันเป็นบ้านดอน อยู่หว่างแคว้นวิเศษไชยชาญสุพรรณและเมืองสิงห์ต่อกัน"
เนเมียวสีหบดีนั่งอยู่บนตั่ง มองลงมาที่สุกี้นายกอง นายกองชาวมอญที่พูดไทยชัด
"พวกมันมีทั้งชาวบ้านจากที่ต่างๆ ทหารอาทมาฎจากแขวงวิเศษไชยชาญ ฝีมือดาบเก่งกล้ามารวมตัวกัน ถ้าสู้กันกลางแปลงตัวต่อตัว เราจะชนะได้ยาก"
เนเมียวสีหบดียิ้มมองสุกี้ที่ประเมินการรบด้วยรูปแบบใหม่
"ข้าจะขอตั้งค่ายเป็นสามค่าย เอาปืนใหญ่ขึ้นหอรบ แล้วขยับค่ายเดินหน้าสลับกัน เพื่อป้องกันพวกมันมาลอบโจมตีอย่างค่ายอากาปันยี แล้วจะเดินค่ายเข้าหามันทีละค่ายๆ ๆ พอประชิดในระยะยิง ข้าจะเอาปืนใหญ่ยิงถล่มเข้าไปในค่ายมันให้แหลก เมื่อกำแพงค่ายมันทลาย ข้าจะให้ไพร่ราบบุกตะลุยข้ามกำแพงค่ายเข้าไปให้ถึงใจกลางค่ายมันอย่างไม่ยากเย็น ทีนี้ต่อให้พวกมันหนังเหนียว มีปีก หายตัวได้ ก็ไม่มีวันรอดกระสุนปืนใหญ่ของข้าได้"
เนเมียวสีหบดีนั่งมองอย่างพอใจ
"มิเสียแรงที่เราส่งท่านมาอยู่ในแผ่นดินโยเดียนับสิบปี ขอให้ท่านใช้ความรู้ความสามารถเอาชนะพวกบางระจันทดแทนคุณแผ่นดินอังวะเถิด ตั้งแต่นี้ ข้าขอแต่งตั้งให้ท่านมีตำแหน่งเป็น...ชุกคยี นายกองใหญ่ เป็นผู้มีอำนาจสิทธิ์ขาด จะฆ่าใครก็ได้ที่มันขัดขวางแผนการทำลายค่ายระจัน แล้วเมื่อเราชนะปราบโยเดียได้ย่อยยับ เราจะยกแผ่นดินโยเดียให้ท่านปกครอง"

วันใหม่ ระเบิดตกลงมาใกล้ๆลานครัว หลายลูก หลายมุม ชาวค่ายวิ่งกันอลหม่าน ทัพวิ่งมากับแฟง สวนกับชาวค่ายที่กำลังหนี
"พวกมันยิงปืนใหญ่มาตกเต็มไปหมด พวกเราหลบไปทางหลังค่ายก่อน"
ขาบ เฟื่อง จวง สังข์ สไบ วิ่งมาสมทบ
"เอาคนหลบไปอยู่หลังค่ายให้หมด" สังข์บอก
ทัพ สังข์ ขาบพากันวิ่งสวนไปช่วยชาวบ้าน
"ต้อนคนไปที่หลังค่ายเร็ว"
เฟื่อง จวง สไบ ช่วยกันนำชาวบ้านที่อพยพหนีด้วยความกลัว
"มานี่จ้ะ มานี่ ไปรวมกันทางโน้น ไปเร็ว"

ระเบิดตกลงมาอีกหลายลูก ใกล้เรือนใจ เสียงระเบิด เสียงหวีดร้อง เสียงอึกทึก ใจนอนทรุดร่าง อดข้าวอดน้ำได้ยิน ก็พยายามลุกขึ้นมองไปที่ถนน เห็นชาวบ้านพากันวิ่งหนี
เสียงระเบิดดังอีกตูม
"ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วย....ช่วยฉันที อย่าทิ้งให้ฉันตายอยู่ที่นี่เลย"
ชายแก่ระจันคนหนึ่งวิ่งมาเห็นก็สงสาร หยิบพร้าที่ใต้ถุนฟันขื่อคาให้ แล้ววิ่งออกไป
ใจ หยิบพร้ามาฟันต่อจนเชือกขาด และเดินโซเซออกไปทันที

ระเบิดตกลงอีก ๒ ตูม เรือนติดไฟ ลุกหลายหลัง ชาวค่ายหอบลูกจูงหลานวิ่งหนี ทัพ สังข์ ขาบ วิ่งมาถึง เอิบ ช่วง ฟัก กับเคลิ้มกำลังช่วยต้อนทุกคนวิ่งหนีไปทางหลังค่าย
ระเบิดลูกปืนใหญ่อังวะถูกยิงมาตกเต็มหน้าค่าย แท่นนอนน้ำตาไหลอยู่ที่เตียง เพราะไม่อาจลุกขึ้นไปช่วยชาวค่ายได้ เสียงระเบิด ยังคงดังอยู่ตลอดเวลา นักรบคนสนิทนั่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆ ไม่กล้าทิ้งพ่อค่ายไปไหน

พ่อหมอเดินเอายาเข้ามาให้กิน แท่นโมโห ปัดกระเด็น
"พวกมึงจะมัวมาเฝ้ากูทำไม ออกไปช่วยพวกข้างนอกโน้น กูมันไร้ค่า ไม่มีปัญญารบกับศัตรูได้แล้ว ไม่ต้องมาพยาบาลกู ไปช่วยพวกที่เขามีมือ มีตีนจับดาบสู้โน้น"
นักรบและพ่อหมอ ร้องไห้ ไม่กล้าทิ้งพ่อแท่นไป
แท่นยิ่งแค้นใจ
"ไป ออกไป"
พ่อหมอ และนักรบทั้งสองจึงตัดสินใจวิ่งออกไป
เสียงระเบิดยังดังอยู่ตลอด เสียงชาวค่าย ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด แท่นกระเสือกกระสน พยายามจะลุกออกไป แต่ก็ทรุดลงที่หน้าเตียง ไม่อาจลุกขึ้นได้ แท่นนอนร้องไห้ด้วยความเสียใจที่ช่วยใครไม่ได้

ระเบิดตกลงใส่ห้องคลังแสง ลานเรือนพ่อค่ายพังพินาศ เบื้องหน้าคือพระพุทธรูปในห้องนอนพ่อแท่น
ระเบิดตกลงมาหลายลูก เต็มลานหน้าค่าย ใจเดินหลบหลีก สวนกับชาวค่ายที่กำลังวิ่งหนี
เขาถูกชน ล้มลง กำลังจะลุก ก็ถูกกระแทก จนกลิ้งไป ใจที่ตาลายเพราะอดข้าวจนไม่มีแรง เห็นคนวิ่งเข้ามาประคอง ใจเงยมองเห็นเป็นพ่อทองเหม็น ถือขวานคู่กายมา
"ไอ้ใจ เอ็งจะไปไหน พวกข้าศึกมันระดมยิงใส่หน้าค่ายเราเต็มไปหมดแล้ว"
ใจไม่มีแรงตอบ ทองเหม็นมองสภาพอิดโรยของใจ
"ทำไมเมียเอ็งถึงปล่อยให้เอ็งวิ่งหลงทางมา ไม่ดูแลเอ็งเลย"
ทองเหม็นหันไปทางนักรบ 2 คนที่ติดตาม
"พามันไปอยู่ที่หลังค่ายก่อน เร็ว"
ใจบอก "ไม่"
"ไปซะไม่งั้นเอ็งจะโดนลูกหลง เดี๋ยวข้านี่แหละจะออกไปฟันคอไอ้คนยิงปืนใหญ่เอง"
"อย่า ..ออก .. ไป"
ทองเหม็นไม่ฟังจะไป ใจคว้าขานายทองเหม็นไว้อย่างหมดแรง ทองเหม็นก้มลงประคองใจขึ้น

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 21 วันที่ 3 ก.พ. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ