อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 21/3 วันที่ 5 ก.พ. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 21/3 วันที่ 5 ก.พ. 58

พวกคนเฒ่าคนแก่ได้ยินพากันร้องไห้เสียงดัง ไปทั้งศาลา โชติวิ่งกระหืดกระหอบมาจากหน้าค่ายด้วยความตกใจ ลงกราบพระอาจารย์
"พระอาจารย์ พ่อแท่นอาการทรุดหนักแล้วขอรับ อยากนิมนต์พระอาจารย์ไปทำพิธีสืบชะตาให้ด้วยขอรับ"

ทุกคนได้ยินก็เสียใจหนัก ร้องไห้ระงม พระอาจารย์หันมามองหน้าพ่อค่ายทุกคนแล้วเดินออกไปไม่พูดอะไร พ่อค่ายรีบลุกตามออกไป
แฟงนั่งพนมมือสั่น...น้ำตาไหล


"พ่อแท่น"
ในเรือนพ่อค่าย โยงสายสิญจน์ผ่านพระพุทธรูปไปที่พระอาจารย์ธรรมโชติ แล้วโยงเข้าไปในห้องพ่อแท่นทางด้านหลัง

หลวงพ่อธรรมโชติกำลังสวดสะเดาะเคราะห์ให้แท่น เอิบ-ช่วงคอยช่วยจัดของ พันเรือง-ทองแสงใหญ่-จันเขียว-ขุนสรรค์ และ ชายฉกรรจ์ชาวค่ายนั่งอยู่รายรอบ
ฟัวแท่นที่นอนอยู่ที่มีสายสิญจน์ครอบอยู่ แท่นนอนสีหน้าขาวซีด ที่เข่ามีบาดแผลถูกยิงเน่าแฟะ มีอิน-เมือง-โชติ-ทองแก้ว-ดอกไม้ คอยดูแล เสียงสวดของหลวงพ่อธรรมโชติดังก้อง มาถึงในเรือน
แท่นฟังแล้วสะเทือนใจ น้ำตาไหลลงจากหางตา มองทุกคนแล้วเอ่ยสั่งเสีย
"พระเสื้อเมืองทรงเมืองช่วยรักษาข้าให้หายทีเถิด ข้าจะได้ออกไปช่วยปกป้องพ่อแม่พี่น้องข้า ข้านอนฟังเสียงปืนใหญ่แล้วอยากจะจับดาบออกไปสู้กับมันจริงๆ"
"พี่แท่นต้องได้สู้กับมันแน่ ขอเพียงรักษาตัวให้ดีก่อน"
แท่นส่งมือควานหามืออิน อินจับมือแท่นไว้
"อิน...เอ็งกับข้าร่วมตายกันมาหลายศึก เอ็งอย่ากลัวมันนะ" แท่นบอก
"ข้าไม่เคยกลัวมัน ขอพี่แท่นรักษาตัวให้หายเร็วๆเถอะ ข้ารอจับดาบยืนข้างพี่แท่น"
โชติ เมือง เอื้อมมือมาจับมือแท่น ทั้งสี่ประสานมือกัน
"ถ้าพ่ออินยืนข้างซ้าย ข้าจะจับดาบยืนข้างขวาเอง" โชติบอก
เมืองบอก
"เราสี่คนไม่เคยทิ้งกัน เราจะรบเพื่อพี่น้องเรา"
"พี่น้องข้า เราหนีร้อนจากศรีบัวทองมาที่บ้านระจัน เพราะหวังที่จะรวมกันรักษาแผ่นดินนี้ไว้ให้คนไท เราอย่าทิ้งกัน...จงสามัคคีกัน เพื่อรักษาค่ายระจันนี้ไว้ด้วยชีวิต"
ทองแก้ว กับดอกไม้ อดร้องไห้ตามไม่ได้ มองแท่นที่พยายามพูด
"รักษาที่มั่นไว้ จนลมหายใจสุดท้าย รักษาค่ายนี้ไว้ ...ด้วยเลือดเนื้อของเรา"
แท่นมองหน้าทุกคนอย่างฝากฝัง แล้วค่อยหมดแรงลงไปเรื่อยๆ แต่มือที่ทั้งสี่จับกุมกันไว้ ยังมั่นคง

ที่เรือนแฟง จันทร์ เฟี้ยม นำสวด กับ เฟื่อง แฟง จวงอีกแรง ให้พ่อแท่นหายจากอาการบาดเจ็บ ด้วยความหวังอย่า งริบหรี่ สังข์ ขาบ เดินร้องไห้มา ทัพเดินตามหลัง
สังข์ ขาบ ลงทรุดนั่งที่แคร่หน้าบ้าน ทัพยืนร้องอยู่ห่างๆ จันทร์ เฟี้ยมหันมามองอย่างเฉลียวใจ
"ไอ้สังข์ ไอ้ขาบ"
ทั้งหมดรีบวิ่งลงมาหาสังข์ ขาบ ด้วยใจสังหรณ์
"เอ็งมาร้องไห้ทำไมกัน" เฟี้ยมถาม
จันทร์ถาม
"พ่อแท่นเป็นอย่างไรบ้าง"
"พ่อแท่น...จากเราไปแล้วจ๊ะแม่" ขาบบอก
เฟี้ยมถึงกับทรุด เฟืองรีบประคองแม่ลง
จันทร์เข่าอ่อน จวงรีบจับไว้
"คุณพระคุณเจ้า"
"โธ่พ่อ...มาตายเพราะพยายามช่วยพวกเราให้พ้นภัยแท้q"จันทร์ว่า
ชาวบ้านที่เข้ามาฟังเพราะอยากรู้ข่าวถึงกับร้องไห้โฮ ต่างแยกย้ายกันไปนั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจ
แฟงหันมาเห็นทัพ เดินเข้ามาหา ต่างมองหน้ากันด้วยความเสียใจ
"พี่แท่น จากเราไปแล้วจริงๆหรือ พี่แท่นที่ช่วยชีวิตฉันไว้ สิ้นบุญแล้วจริงๆหรือ"
ทัพพูดไม่ออก รีบกอดแฟงไว้แน่น เพราะรู้ว่าแฟงเคารพพ่อแท่นมาก อาจทำอะไรที่ร้ายแรง
แฟงปล่อยโฮอย่างสุดจะเก็บอารมณ์ได้
"ไม่...ไม่ พ่อแท่นต้องอยู่ช่วยเราฆ่าไอ้พวกอังวะ พ่อแท่นต้องช่วยเรารบ...พ่อแท่นต้องไม่ตาย พี่ทัพบอกฉันซิว่าพ่อแท่นจะอยู่ช่วยพวกเราฆ่าพวกอังวะ"

ทัพพูดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะปลอบแฟงอย่างไร ได้แต่กอดแฟงไว้แน่นน้ำตาไหลพราก
พระจันทร์ครึ่งดวง....วันนี้เป็นสีส้มแดง น่าวังเวงใจ ทัพนั่งมองไปไกล เครียด แฟงเข้ามาโอบกอดทัพไว้จากด้านหลัง

" วันนี้ทั้งค่ายมีแต่เสียงร่ำไห้ พ่อทองเหม็น พ่อค่ายคนสำคัญมาจากเราไป"
ทัพดึงร่างแฟงมากอดไว้ในอก แฟงมองผัวด้วยความเห็นใจ
"วันหน้าคงถึงตาพี่"
ทัพมองแฟงที่มีสีหน้าตระหนก แต่แววตากลับเปี่ยมไปด้วยเข้มแข็ง
"ตายเพื่อไท ไม่มีอะไรต้องเสียดาย"
ทัพปลื้มกับหัวใจคนรัก ก้มลงจูบหน้าผากแฟง แล้วมองด้วยสายตาห่วงใย
"แฟง พวกข้าศึกเอาปืนใหญ่มายิงเกือบถึงกำแพงค่ายเราแล้วนะ"
แฟงมองสายตาทัพแล้วอ่านใจคนรักออก
"พี่อย่าบอกให้ฉันหนี"
"พี่"
"พี่ทัพ พี่ก็รู้ว่าฉันจะไม่หนี"
"พี่เห็นแก่ตัวใช่มั้ยแฟง พี่ทนไม่ได้..ถ้าเห็นแฟงต้องเป็นอะไรไป"
ทัพประคองใบหน้าเมียรักไว้ด้วยความเป็นห่วง
"พี่รักแฟงเหลือเกิน"
"ฉันก็รักพี่จ้ะพี่ทัพ ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพี่ พี่ทัพจ๋า เราต้องชนะศึก เราจะได้กลับไปอยู่บ้านคำหยาดของเรา"
ทัพมองแววตาสุกใส มีแต่ความหวังของแฟง แล้วดึงเมียรักเข้ามาแนบอก
"นอนเถิดแฟง นอนในอกพี่"
ทัพประคองแฟงลงกอดในอกแล้วโอบไว้แน่น แฟงยิ้มมองไปไกลในความมืด มีดวงระยิบระยับอยู่บนฟ้า
"ชีวิตพี่มีความสุขเหลือเกิน ชื่นใจนักที่ได้กอดแฟงไว้ในอกทุกคืนทุกวันอย่างนี้"
แฟงยิ้มปลื้ม เบียดชิดซุกลงในอกทัพ
"พวกเราสู้ศึกด้วยกตัญญูแผ่นดิน เสียดายนักถ้าแผ่นดินนี้ต้องตกเป็นของคนอื่น ผีปู่ผีย่าคงอยากให้พวกเรารักษาบ้านรักษาเมือง เหมือนที่พวกท่านรักษาไว้ให้พวกเรา ผีค่ายผีเมืองต้องคุ้มครองรักษาพวกเราที่ทำเพื่อแผ่นดินนะจ๊ะ"
"แฟงอยู่ใกล้พี่ไว้นะ พี่จะป้องกันแฟงของพี่ พี่ต้องตายก่อน แฟงเอ๋ย ให้ข้าศึกล้นฟ้ามานับหมื่น พี่ก็จะผลาญมันให้ย่อยยับ มิให้ล้ำมาถึงแฟง ดาบสองเล่มพี่ไม่หัก ก็อย่าหมายเลยที่ศัตรูหน้าไหนจะได้ล่วงเข้ามาใกล้แฟงของพี่"

แฟงฟังแล้วชื่นใจ ขยับมาหอมที่แก้มผัว ทัพกอดแฟงไว้แน่น สองคนสบตาและยิ้มให้กันอย่างเปี่ยมกำลังใจ
ในเต้นท์จอกยีโบ ค่ายวิเศษไชยชาญ ใจลืมตาฟื้นขึ้นมามองไปรอบๆเห็นทหารอังวะยืนเฝ้าอยู่

ใจพยุงร่างขึ้น จอกยีโบที่ก้าวเข้ามาใกล้ที่นอน
"ข้านึกว่าเอ็งตายไปแล้ว เอ็งไปช่วยพวกระจันทำไม"
จอกยีโบตะคอกถาม ใจยังไม่ทันตอบ จอกยีโบตบหน้าใจอย่างแรง ใจหน้าสะบัด
"เพราะสไบ ผู้หญิงโยเดียที่เปลี่ยนใจเอ็งใช่ไม๊"
"ข้าช่วยพวกบ้านระจันเพราะพวกเขาช่วยข้า พวกเขาไว้ชีวิตข้า"
จอกยีโบตบหน้าใจอีกสองฉาด เลือดซึมออกจากปากใจ
"ข้าอยากจะตัดหัวเอ็ง ไอ้คนทรยศ"
"สยายิงข้าไปแล้ว"
"ทำไมเอ็งไม่ตายเสียตอนนั้น"
ใจเงยมองจอกยีโบ ประสานสายตาตรงๆ
"ถ้าอยากให้ตาย ทำไมถึงพาข้ากลับมา"
"ข้าเลี้ยงเอ็งมากับอูทิน เห็นเป็นลูกคนนึง"
"สยาไม่เคยเห็นข้าเป็นลูก สยาเห็นข้าเป็นเหมือนสัตว์เลี้ยง ให้ข้าวให้น้ำ ฝึกให้ข้าแกร่ง...เพื่อไว้ใช้งาน"
จอกยีโบชักดาบขึ้นมาจ่อคอ แต่ใจมองนิ่งไม่สะทกสะท้าน
"บุญคุณสยายิ่งใหญ่ท่วมหัวเด็กกำพร้าอย่างข้า ฟันเถอะสยา ข้าดีใจที่ได้กลับมาตายด้วยมือคนที่ป้อนข้าวป้อนน้ำ"
ใจมองจอกยีโบด้วยสายตายอมตาย ใจนิ่ง จอกยีโบฟันขวับลงเฉียดร่างใจ
"ข้าให้คนลากเอ็งกลับมา เพราะทุกอย่างที่เอ็งรู้จะทำให้เราวางแผนหักค่ายบ้านระจันได้"
ใจมองจอกยีโบที่สั่งเด็ดขาด
"ชุกคยีนายกองมอญ กำลังเดินหน้าป้อมปืนใหญ่เข้าใกล้ค่ายระจันแล้ว...ค่ายบ้านระจันมันต้องแหลกสิ้นชื่อ ในอีกไม่กี่วันนี้แน่นอน"
จอกยีโบหันหลังเดินออกไป ใจฟังแล้วนั่งนิ่ง ตัวชา

ขาบที่กำลังงัดเชือกที่เคยผูกใจหลุดออก สไบกับเฟื่องยืนมองอยู่ด้านหลังขาบ
"ฉันจะถือว่าฉันกับพี่ใจตายจาก สิ้นวาสนากันแค่ชาตินี้"
"ดีแล้วสไบ ...ใจ มันเป็นศัตรู ทุกอย่างที่ทำ..ก็เพื่อพวกมัน" ขาบบอก
"แต่ฉันรู้ ... พี่ใจรักสไบด้วยใจจริง" เฟื่องบอก
สไบมอง เฟื่องเดินเข้ามากุมมือให้กำลังใจ
"ถ้าทำเพราะหน้าที่ พี่ใจคงเผาค่ายนี้ไปเสียตั้งนานแล้ว แต่หัวใจเขาอยู่ที่สไบ พี่ใจถึงรั้งรอ ไม่กล้าจะลงมือ"
สไบยืนยัน
"เรารักกันไม่ได้อีกแล้ว"
"รักเถิด สไบ"
สไบมองเฟื่องที่ยิ้มให้กำลังใจ
"หัวใจรักใช่บังคับด้วยเหตุด้วยผล รักก็คือรัก พี่ใจเองก็รู้ข้อนี้ดี"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 21/3 วันที่ 5 ก.พ. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ