อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 21/5 วันที่ 7 ก.พ. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 21/5 วันที่ 7 ก.พ. 58

"ข้าอยากไปกับพวกเอ็งจริงๆ แต่กลัวไปหมดแรงกลางทางเสียก่อน"
"คนเราต้องกล้าเสี่ยง อยู่ก็ตาย ไป..อาจจะรอด"
"บุญรักษานะแม่รุ่ง" ปลวกบอก
ปริก ปลวก โปรยได้แต่อวยพรมองตามด้วยสายตาเศร้าๆ รุ่ง ชาวบ้านพากันออกไป

รุ่งนำชาวบ้านหอบข้าวของ จูงลูกหอบหลาน เล็ดรอดมาในความมืด ตรงไปที่สะพาน สไบนั่งเหงาๆอยู่มุมหนึ่งเห็น รีบลุกมาหา
"พี่รุ่งจ๊ะ จะไปไหนกัน"


รุ่งสะดุ้งหันมามองสไบ ไม่ตอบ
"นี่พวกเราจะไปไหนกัน"
"ฉัน...ไม่อยู่นี่กันแล้ว"
"นี่พี่รุ่งจะออกไปจากค่ายระจันหรือ พี่รุ่งจะหนีไปอยู่ที่ไหน พวกอังวะมันเต็มทุ่งไปหมด"
"ก็ยังดีกว่างอมืองอตีนอยู่ในค่าย จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้"
"เรายังมีพ่อค่ายอีกตั้งหลายนายคอยปกป้องเราอยู่ อย่าออกไปเสี่ยงเลย"
"ฉันไม่เอาด้วยดอก พ่อแท่นก็ตาย พ่อทองเหม็นก็ตาย ไป..ไป พวกเราเดี๋ยวจะสางเสียก่อน"
รุ่งดึงคนอื่นๆตามตัวเองไป สไบพยายามรั้งไว้
"อย่าไปเลยพี่รุ่ง นอกค่ายยิ่งอันตราย อยู่ที่นี่กันก่อน"
รุ่งสะบัดสไบจนกระเด็น
"เอ็งก็รู้อยู่แก่ใจนะสไบว่า เรามิมีวันเอาชนะพวกอังวะได้ เอ็งจะให้พวกข้าอยู่สู้เพื่ออะไร ยศถาบรรดาศักดิ์อื่นใดข้ามิเคยอยากได้ จะอังวะหรือไทข้าก็เป็นแค่ไพร่ เอ็งจะให้พวกข้าอยู่รอให้มันเข้ามาฆ่า มันคุ้มหรือ"

รุ่งรีบพาพวกผู้หญิงออกไป สไบได้แต่มอง เข้าใจในเหตุผลของรุ่งดี
รุ่งลุยน้ำนำคนอื่นๆ 4-5 คน มาขึ้นฝั่งที่ห่างจากค่ายพอสมควร

"เราทวนน้ำขึ้นเหนือมาไกลแล้ว ขึ้นฝั่งตรงนี้เถอะ"
ทุกคนตามรุ่งขึ้นน้ำมา รุ่งพาทั้งหมดลุยป่าต่อ
"เดินเร็วๆ ถึงแถวนี้จะไม่มีพวกอังวะเราก็จะได้พ้นป่านี่ก่อนรุ่งสาง มา..เร็ว"
รุ่งเดินนำมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาเจอดาบอังวะปักขวางทางอยู่ รุ่งเดินมาหยิบดู สงสัย
"ดาบใครนี่ ดาบไทหรืออังวะ ดูทีซิ"
รุ่งยื่นให้ชายแก่ที่ตามมาดู
เสียงทหารอังวะดังขึ้น
"ดาบข้าเอง"
รุ่งหันไปตามเสียง เห็นทหารอังวะ 2-3 คน เดินออกมาจากข้างทาง รุ่งตกใจ หันหลังกลับ วิ่งหนีกระเจิง
"พวกอังวะ....ว้าย"
รุ่งวิ่งมาเจอกับทหารอังวะอีกกลุ่มใหญ่ ตกใจไม่รู้จะทำอย่างไร
"นายกองสุกี้บอก...ถ้าเจอพวกระจัน ให้ฆ่าให้หมด อย่าให้เหลือ"
"ฉัน...ไม่ใช่คนระจัน อย่า...อย่า อยากได้อะไรเอาไปให้หมด"
ทหารอังวะไม่ฟัง ตรงเข้าฟันอย่างไม่ปรานีปราศรัย รุ่งกลัว ร้องไห้วิ่งหนีไม่คิดชีวิต ทหารอังวะตามไป 3 คน รุ่งวิ่งหนีไม่คิดชีวิต ไม่สนว่าจะเป็นพงหนาม พงไม้ วิ่งฝ่าไปจนเป็นแผลขีดข่วนเต็มตัว
รุ่งวิ่งมาติดพงหนามแหลมไปต่อไม่ได้ พยายามดิ้น แต่ไม่หลุด ทหารอังวะวิ่งตามมา หยุดมองชอบใจ ถือดาบตรงเข้าหา รุ่งร้องขอชีวิตสุดฤทธิ์
"อย่าฆ่าฉันเลย ฉันกลัวแล้ว อย่าฆ่าฉัน อย่าเข้ามา"
"ตัดหัวมันส่งไปให้ไอ้พวกระจันดู"
รุ่งร้องไห้ ตัวสั่นจนน่าสงสาร แต่ไม่อาจหนีไปได้ ยิ่งดิ้นก็ยิ่งเจ็บ ทหารอังวะตรงเข้าตัดหัวรุ่ง ขาดกระเด็น.....

พ่อค่ายทั้งหมด นั่งประชุมลับ
พันเรือง บอก
“สุกี้นายกองมันฉลาดนัก ตั้งค่ายบัญชาการอยู่ที่ทุ่งขุนโลก แล้วสร้างหอปืนใหญ่ปืนไฟ เดินหน้ามายิงใส่ค่ายเราทุกวัน คนเราก็เจ็บตายมากขึ้น”
“ยิ่งเสียพ่อแท่น พ่อทองเหม็น ขวัญชาวค่ายก็กระเจิดกระเจิง” จันเขียวว่า
“ทุกวันนี้พวกเราคิดแต่จะอพยพพากันไปตายเอาดาบหน้า ไม่มีใครคิดจะอยู่ในค่ายเราอีกแล้ว”ทองแสงใหญ่บอก
ขุนสรรค์ออกความเห็นน
“เรามีแค่ดาบ มีดไม้ ปืนไม่กี่กระบอก เห็นจะทานปืนใหญ่ไว้ได้ไม่นาน ทางเดียวคือเราต้องมีปืนใหญ่ ยิงสู้กับมัน”
ทุกคนมองขุนสรรค์
“แล้วค่ายที่ทุ่งขุนโลกของพวกมัน ก็สร้างแน่นหนา ยากที่จะเข้าตีชิงเอาปืนใหญ่” โชติว่า
ทองแก้วบอก
“บุกไปชิงเอาปืนใหญ่พวกมัน ก็มีแต่จะเสียกำลังคน หากได้ปืนจากกรุงศรีมาช่วยศึกนี้ก็ไม่ยากที่จะชนะ”
ดอกไม้ถาม
“แล้วกรุงศรีเขาจะให้ปืนใหญ่เราหรือ”
เมืองบอก
“อย่าหวังว่าเขาจะให้ แค่จะเข้าไปอาศัยอยู่ในกำแพงเมืองเขายังไม่ยอม ข้าสงสารแต่คนเฒ่าคนแก่ลูกเด็กเล็กแดง แล้วก็พวกผู้หญิงในค่ายนี้เท่านั้น ถ้าอังวะมันเข้ามาถึงในค่ายได้ เราจะป้องกันเขาอย่างไร”
ทุกคนมองที่เมืองอย่างหนักใจ
อินเสนอความเห็น
“ต้องมีคนพาเขาหนี...ก่อนที่พวกมันจะบุกมา”
“”พูดเช่นนี้ หมายความเราจะแพ้เช่นนั้นหรือ” จันเขียวว่า
โชติบอก
“ฉันจะสู้ตายอยู่ที่นี่..ไม่หนี ใครตาขาวจะเป็นคนพาหนีก็พาไป”

ทุกคนต่างมองหน้ากันว่าใครจะเป็นคนพาหนี
ทุกคนกำลังเถียงกันอยู่กลางลาน หน้าเรือนพ่อค่าย

ปลิวบอก
“ฉันไม่อยู่...ขืนอยู่ก็ตายซิ พวกแกดูสังขารฉันซิ จะไปจับดาบจับเคียวสู้มันได้ยังไง”
“พวกอังวะซุ่มอยู่ล้อมรอบค่ายเรา ออกไปก็ตาย”ดอกไม้ว่า
“แต่ค่ายเรากำลังจะแตก เราสู้มันไม่ได้ เราไม่มีปืนใหญ่”
“ใช่...แค่ดาบ จะสู้อะไรมัน” ปลวกว่า
ขุนสรรค์บอก
“เรากำลังคิดจะหาปืนใหญ่สู้กับมันอยู่”
“ปืนใหญ่...ปืนใหญ่ที่ไหนมี อย่ามาหลอกให้ฉันอยู่ต่อเลย ฉันไม่อยู่” โปรยว่า
เสียงชาวบ้านดังขึ้นเซ็งแซ่
“อย่ามาหลอกกัน ปืนไฟกระบอกเท่าวายังมีไม่ถึงสิบ จะเอาปืนใหญ่ที่ไหน แล้วใครจะยิง เรายิงกันไม่เป็นดอก ไม่เคยฝึก....ฉันไม่อยู่ดอก พ่อแม่ฉันแก่แล้ว”
“ขอพ่อแม่พี่ป้าน้าอาใจเย็นๆลงก่อน เอาอย่างนี้ ใครที่คิดจะไม่อยู่บอกมา”
ทุกคนเงียบ
โชติบอก
“ว่าไง...ใครจะไม่อยู่ ฉันจะพาหลบพวกอังวะมันขึ้นไปที่ป่าชัยนาทเองW
ทุกคนดีใจ หันมายิ้มให้กัน....
ปริกถาม
“แล้วถ้าเจอพวกอังวะละ”
ทุกคนหน้าเสีย
“ก็นั่นนะซิ....พ่อโชติคนเดียวคงสู้ไม่ได้ดอก เพราะพวกฉันจะรบอยู่ที่นี่”
โชติบอก
“แต่ฉันยอมตาย ฉันจะนำพ่อแม่พี่น้องขึ้นไปป่าชัยนาทเอง แต่ฉันไม่รับปากนะว่าพวกเราจะรอดไปถึงชัยนาท”
ทุกคนหันมาถามกันเซ็งแซ่ เพราะกลัวตาย
“พ่อโชติพูดอย่างนี้ได้อย่างไร พาหนีหรือพาไปตาย...ออกไปตายใครจะไป”
เมืองถามอีก
“ว่าไง..ใครจะไป”
คนอื่นๆยังตัดสินใจไม่ถูก แต่ปลิวเดินออกมา...
“ฉัน...แม่ฉันแก่แล้ว ลูกฉันก็ยังเล็ก ฉันไม่อยู่ที่นี่””
“เอ๊า..หนึ่งล่ะ ใครอีก ใครจะไม่อยู่” เมืองว่า
“ฉัน” ปริกว่า
ปลวกรับอีกคน
“ฉันก็ไม่อยู่”
โปรยบอก
“พวกฉันไม่ใช่คนระจัน ฉันไม่ตายที่นี่ดอก”
ชาวบ้านอีกเป็นสิบคนยกมือไม่อยู่ พวกพ่อค่ายต่างยืนนิ่ง เสียใจ
พวกทัพ แฟง มองอย่างเสียใจเหมือนกัน
“พวกนี้ไม่รักแผ่นดิน ถึงเวลาเข้าตาจนก็คิดแต่เอาตัวรอด นึกถึงตอนที่พวกพ่อๆเขาออกรบเอาชนะอังวะมาตั้งหกเจ็ดศึกซิ พ่อแท่นตายเพราะใคร พ่อทองเหม็นตายเพราะใคร ทำไมเวลานี้ถึงจะมาทิ้งเขาไป ทำไมไม่ช่วยกันรบ” แฟงบอก
ทัพเสียใจนิ่ง ไม่คิดห้ามแฟง

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 21/5 วันที่ 7 ก.พ. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ