อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 22 วันที่ 8 ก.พ. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 22 วันที่ 8 ก.พ. 58

“พวกนี้ไม่รักแผ่นดิน ถึงเวลาเข้าตาจนก็คิดแต่เอาตัวรอด นึกถึงตอนที่พวกพ่อๆเขาออกรบเอาชนะอังวะมาตั้งหกเจ็ดศึกซิ พ่อแท่นตายเพราะใคร พ่อทองเหม็นตายเพราะใคร ทำไมเวลานี้ถึงจะมาทิ้งเขาไป ทำไมไม่ช่วยกันรบ” แฟงบอก

ทัพเสียใจนิ่ง ไม่คิดห้ามแฟง
ปลิวบอก
“ก็พวกฉันรบไม่เป็น”
“ใครจะอยู่ดูแลพ่อแม่ฉัน....ใครจะเลี้ยงลูกฉัน...ผัวฉันฉันก็ไม่ให้อยู่รบ”


แฟงบอก
“งั้นก็ไป จะไปตายที่ไหนก็ไป ไอ้คนไม่รู้คุณข้าวแดงแกงร้อน ไม่รู้คุณคน”
เฟื่องกับเฟี้ยมเข้ามาจับแฟงไว้
เฟี้ยมบอก
“พอแล้วแฟง ใครจะอยู่ใครจะไปก็เป็นความเต็มใจเขา เราต้องนึกถึงหัวอกเขาบ้าง”
แฟงทำอะไรไม่ได้ยืนร้องไห้
เสียงชาวค่ายเรียก
“พ่อค่าย...พ่อค่าย”
ทุกคนหันไปมอง....เงียบกริบ
พวกชายฉกรรจ์แบกแคร่ศพรุ่ง ที่มีแต่ร่างเข้าประตูรั้วมา มีศพอื่นๆอีก 2-3 ศพ มาวางกลางลาน
ทองแสงใหญ่และพ่อค่ายวิ่งออกมาดู...เห็นสภาพศพแล้วตกใจ ไม่มีศพไหนมีหัวติดร่างเลย
ทองแสงถาม
“อะไรกัน...ไอ้บุญ ทำไมศพถึงเป็นอย่างนี้”
“พวกอังวะ มันฆ่าตัดคอแม่รุ่งกับพวกที่แอบหนีออกจากค่ายไปเมื่อคืนนี้”
ทุกคนตกใจ กอดกันร้องไห้กลัว สไบตกใจเดินออกมาดูศพ
ทุกคนหันมามองสไบเป็นตาเดียว
ปลิวบอก
“ผัวนังนี่แหละ ผัวนังสไบมันเป็นใส้ศึก ไปบอกพวกมันให้มาฆ่าเรา”
สไบรู้สึกผิด ร้องไห้เสียใจ
“จวง..พาสไบกลับไปก่อน” สังข์บอก
จวงรีบเข้าไปประคองสไบออกไป
“เอาซิ...ทีนี้ใครอยากจะออกไปจากค่ายก็ไป ออกไปเลย ไปให้มันตัดหัวอย่างแม่รุ่งให้หมดเลย” แฟงบอก
ทุกคนเงียบ
“ที่นี้จะทำยังไงออกไปก็ตาย อยู่ในนี้ก็ตาย โธ่...พวกเรามารวมตัวกันตายแท้ๆ” ปริกบอก
ทุกคนพากันร้องไห้โฮ เสียงดังระงม
ทัพเดินออกมากลางลาน เสียใจมาก
“ฉันขออาสาไปขอปืนใหญ่ที่กรุงศรีเอง”
ทุกคนมองทัพ
“ฉันเคยเป็นทหารอาทมาตของจหมื่นศรีสรรักษ์ พ่อฉันเคยเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันในสมเด็จเจ้าฟ้าอุทุมพร ฉันจะไปขอปืนใหญ่พระองค์ที่กรุงศรีอยุธยาเอง”
จันทร์ กับจวงตกใจวิ่งเข้าหาทัพ
“ทัพ..ทัพจะฝ่ากองทัพอังวะออกไปถึงกรุงศรีได้อย่างไร กองทัพหลวงมันเต็มทุ่งล้อมกรุงอยู่เป็นแสนเลยนะลูก”
“ฉันจะไปจ๊ะแม่...ฉันต้องไป ไม่งั้นค่ายบางระจันเรายับแน่”
“พี่ทัพ...ถ้าพี่ไปไม่ถึงกรุงศรีล่ะ” จวงถาม
“ก็ถือว่าวาสนาชีวิตพี่ ได้ตอบแทนคุณแผ่นดินได้เพียงแค่นี้ พี่ฝากแฟงด้วยนะจวง”
แฟงยืนร้องไห้ ไม่เข้ามาหาทัพ ต่างคนต่างมองกันด้วยความรักและห่วงใยกัน...อย่างที่สุด
ทองแสงใหญ่ พันเรือง จันหนวดเขี้ยว และพ่อค่ายคนอื่นๆเดินเข้ามาหา
ทองแสงบอก
“พวกข้าขอบน้ำใจเอ็งนักไอ้ทัพ...ถ้าพวกเรามีบุญ เอ็งคงได้ปืนใหญ่มา”

ชาวบ้านทุกคนร้องไห้ ไม่มีใครคิดจะออกไปจากค่ายอีก
สังข์ ขาบมองทัพที่กำลังเตรียมอ้ายเลา

“เอ็งจะฝ่าค่ายของพวกมันที่ตั้งอยู่รายทาง ลงไปถึงกรุงศรีเชียวหรือ ไอ้ทัพ” สังข์ถาม
“ข้าต้องไป ปืนใหญ่จากกรุงศรีเท่านั้นที่จะช่วยให้ค่ายเราทานกำลังมันได้”
“ข้าจะไปกับเอ็ง” ขาบบอก
“ไม่ต้อง พวกเอ็งสองคนต้องช่วยพ่อค่ายดูที่นี่ ไอ้ใจมันหนีไปได้ พวกเรายิ่งต้องระวัง”
สังข์กับขาบยังสีหน้าไม่ดี
“ข้ากับอ้ายเลาจะเอาปืนใหญ่กับทหารกรุงมาช่วยพวกเราที่นี่ แต่ตอนไม่อยู่ ข้าอยากจะฝากแฟง”
“เอ็งไม่ต้องห่วง แฟงก็เหมือนน้องสาวข้าคนนึง” สังข์บอก
“เพลานี้มีแต่คนอยากหนีออกจากค่ายไปทุกวัน”
ทัพเอ่ยขึ้น สังข์มองอย่างเข้าใจ
“เอ็งอยากให้แฟงมันออกไปจากค่ายรึ แต่ข้าเดาไม่ผิดหรอก แฟงมันไม่ยอมไป”
“ถ้าแฟง เฟื่อง จวง สไบจะพาพวกผู้หญิงออกจากค่ายเสียก่อน ข้าอาจจะห่วงน้อยกว่านี้”
ขาบถาม
“เอ็งทนได้จริงๆหรือ ทัพ ที่จะต้องห่างแฟง”
“ไม่ได้”
“ข้าก็ทนไม่ได้ที่จะปล่อยเฟื่องห่างตัว เป็นตายร้ายดีอย่างไร ก็ขอให้ได้อยู่ใกล้ๆ ได้เห็นหน้ากัน” ขาบบอก
“ข้ารู้ว่าจากเป็นมันทุกข์แค่ไหน ตอนที่ข้ายอมไปอยู่ในค่ายอังวะ ให้มันทรมานข้าหนักหนาแค่ไหน ใบหน้าเดียวที่ข้านึกถึงทุกลมหายใจคือ จวง”
“เอ็งไปเอาปืนใหญ่มาให้ได้เถอะไอ้ทัพ ไม่ต้องห่วงทางนี้ ข้าสองคนจะช่วยดูแลแฟง รอข่าวดีจากเอ็งกลับมา”
ทัพยิ้มมองขาบกับสังข์ที่ให้สัญญา

พวกพ่อค่าย และทุกคนยืนรอทัพอยู่กลางลาน ทัพเดินเข้ามาไหว้พวกพ่อค่าย มีสังข์จูงม้า ขาบถือดาบตามมา ทุกคนรู้ว่าทัพจะออกไปขอปืนใหญ่ที่กรุงศรี ต่างมองด้วยสายตาห่วงใย
“ความกล้าของเอ็ง จะเล่าขาน จะจดจำไปชั่วลูกชั่วหลานไอ้ทัพ” พันเรืองว่า
“ฉันไม่ต้องการคำสรรเสริญใดใดเลยจ้ะ พ่อค่าย ขอแค่ให้ได้ปืนใหญ่จากกรุงศรีกลับมาช่วยต้านศึก”
ทองแสงใหญ่บอก
“กรุงศรีคงเห็นใจชาวบ้านอย่างเรา เอ็งไปบอกท่าน ท่านก็คงให้กองทหารมาช่วยรบด้วย”
ทุกคนฟังด้วยสีหน้ามีความหวัง
เฟี้ยมบอก
“พวกเราไม่ได้ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่งเลย ที่อดทนสู้ศึก หลบระเบิดกันไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งหมดนี่...ก็เพื่อแผ่นดินของเรา”
นางจันทร์มองแล้วกอดทัพไว้
“คนดีพระต้องคุ้มครอง ไปเถิดลูกแม่ เกิดมาชีวิตเดียว ได้ทำดีตอบแทนแผ่นดินนับว่าสมชาติเกิดแล้ว เอ็งเกิดมาเป็นลูกแม่...แม่เลี้ยงเอ็งมา ลมหายใจนี้มีค่าเหลือเกินแล้ว”
ทัพมองแม่ด้วยสายตาปลาบปลื้มใจ ก้มลงกราบที่เท้า แล้วเดินมาที่ม้า ขาบ ยื่นดาบให้
ทัพรับมาสะพาย จะขึ้นม้า...หันมามองแฟง
แฟงผวาเข้ามากอด...ไม่ร้องไห้ ไม่มีน้ำตาสักหยด เหมือนแฟงกลั้นไว้
“ขอให้พี่รอดปลอดภัย แฟงจะคอย”
ทัพพยายามไม่แสดงความห่วงใยให้แฟงเห็น จูบที่หน้าผาก ยิ้มให้ แล้วกระโดดขึ้นม้า
พันเรืองสั่ง

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 22 วันที่ 8 ก.พ. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ