อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 22/2 วันที่ 8 ก.พ. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 22/2 วันที่ 8 ก.พ. 58

ทัพพยายามไม่แสดงความห่วงใยให้แฟงเห็น จูบที่หน้าผาก ยิ้มให้ แล้วกระโดดขึ้นม้า
พันเรืองสั่ง
“เปิดประตูค่าย”
ประตูค่ายเปิดออก ทัพควบม้าวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนมองตามอย่างเอาใจช่วย จนเมื่อทัพควบออกไปไกลลิบตาแล้ว ประตูค่ายก็ปิดลง

ทัพควบม้าออกจากประตุ มุ่งสู่กรุงศรีไปอย่างรวดเร็ว
แฟงเดินเข้ามากับเฟื่อง แล้วรู้สึกเวียนหัว โลกหมุนติ้ว จนโงนเงน เซไปชนรั้วบ้าน


“แฟง”
แฟงฝืนยิ้ม
“ไม่มีอะไรจ้ะ”
“หน้าเอ็งซีดๆนะ แฟง” เฟื่องว่า
“ฉันไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันก็คงหาย”
แฟงเดินเร็วมาหยุดลงหน้าเรือน แล้วยืนโก่งคอ อาเจียน เฟื่องเดินตามมาด้านหลังลูบหลังให้น้องสาว แฟงหันมามอง
“ระดูขาดใช่มั้ย แฟง”
“จ้ะ ฉันเวียนหัว”
เฟื่องอมยิ้ม แฟงมองสงสัย
“พี่เฟื่องยิ้มทำไม ฉันไม่ได้ปดนะ ใจฉันมันหวิวๆ แต่ไม่ใช่ว่าฉันกลัวศึก”
“พี่รู้ว่าแฟงเป็นอะไร”
แฟงมองพี่สาว เฟื่องยิ้ม
“แม่กับพี่กำลังจะมีหลานตัวเล็กๆ”
เฟื่องเอามือแตะลงไปที่ท้องแฟง
“อยู่ในนี้”
แฟงยิ้มตื่นเต้น
“จริงหรือจ๊ะ จริงหรือพี่เฟื่อง”
เฟื่องโอบกอดน้องไว้ด้วยความดีใจ
“นี่พี่ทัพยังไม่รู้ใช่มั้ย”
แฟงนิ่งลง ส่ายหน้า
“ถ้าพี่ทัพนำปืนใหญ่กลับมารู้เข้า...ต้องดีใจมากเลย”
แฟงกลับรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง

สไบนั่งแกะห่อดาบของพ่อ ร้องไห้อยู่ที่ชานเรือน
“ต่อไปนี้ ฉันจะฆ่าพวกอังวะทุกคนที่เข้ามาเหยียบแผ่นดินเรา ฉันจะขอตาย ล้างคำว่าผัวฉันฆ่าคนไท จะขอตายอยู่ที่ค่ายนี้”
“ชาวบ้านพวกนั้นมันขี้ขลาด มันก็พูดไปตามปาก พี่สไบอย่างเก็บมาคิดให้รกหัว” จวงบอก
“ฉันไม่เคยเข้าใจเลยว่า...ทำไมคนเราถึงได้เกลียดชังกันจนฆ่าแกงกันได้ แต่เวลานี้ ฉันรู้แล้วว่าทำไมคนเราต้องฆ่ากัน”
“ทำไมหรือ”
สไ”เราต้องฆ่ากันเพราะคนอื่น เราเกลียดคนอังวะเพราะเขาฆ่าพ่อแม่พี่น้องเรา ฉันต้องฆ่าคนอังวะเพราะพี่ใจทรยศต่อคนบางระจัน ทำไมเราต้องฆ่ากันด้วยจวง”
สไบสุดจะทน ยิ่งร้องไห้หนัก จวงต้องเข้ามากอด
“จวง...ต่อไปนี้ฉันต้องจับดาบฆ่าคนแล้ว ฉันต้องฆ่าคนโดยที่ไม่เคยคุย ไม่เคยรู้จัก ฉันต้องฆ่าเขาเพราะเขาเกิดมาเป็นคนอังวะ”
“ถ้าเราไม่ฆ่าเขา เขาก็จะฆ่าเรานะ”
“พี่ใจไม่เคยคิดฆ่าฉัน แต่ฉันจะฆ่าเขาเอง...ฉันจะฆ่าพี่ใจด้วยมือฉันเอง จวง”

จวงรู้สึกขนลุก หนาวไปทั้งตัวอย่างบอกไม่ถูก
ใจเดินมาหยุดยืนมองไปทางค่ายระจันอย่างครุ่นคิด จอกยีโบเดินมาด้านหลัง

“อย่าพยายามคิดช่วยพวกบางระจัน อย่าใจอ่อน อองนาย”
“สยาสอนข้ากับชุกคยีให้เชื่อมั่นแต่การฆ่า เชื่อในวิถีแห่งชัยชนะ แพ้ใครไม่ได้ แต่ข้า...ค้นพบสิ่งหนึ่งที่สยาไม่เคยสอน”
“อะไร”
“การให้อภัย”
“อองนาย แกคิดจะเปลี่ยนคำสั่งข้า”
“สยา...อย่าให้ข้าเข้าไปช่วยวางแผนอะไรอีก ยิ่งข้ารู้มาก ข้ายิ่งมั่นใจ...คนบางระจันนั้นประเสริฐนัก ข้าอยู่ที่นั่น ข้ารู้จักพวกระจันทุกคน รู้จักมันทั้งความคิด ทั้งหัวใจ ถึงเราจะชนะ...แต่เรามีแต่จะเสียใจ”
“อองนาย แกเปลี่ยนไปแล้ว ข้าไม่น่าส่งแกเข้าไปอยู่กับพวกมันเลย มันกล่อมแกจนกลายเป็นพวกมัน แกจะไม่ช่วยข้าก็ได้ แต่แกห้ามทรยศต่อแผ่นดินอังวะ..ของเรา”
จอกยีโบโกรธ หันหลังเดินออกไป ใจหันกลับมาสีหน้าครุ่นคิดกับตัวเอง
“สไบ ค่ายบ้านระจันคงไม่รอดน้ำมือสยากับชุกคยีในอีกไม่กี่มื้อวันนี้แน่ พี่ต้องพาสไบออกมาให้ได้”

จวงวิ่งถือพวงมะยมที่เพิ่งสอยมาใหม่ๆ แฟงกำลังอาเจียนลงกระโถน มีเฟื่องคอยลูบหลัง
จวงรีบคลุกเกลือ พริกในถ้วย แล้วยื่นให้
แฟงหยิบมะยมกัดกิน สีหน้าอร่อย เฟื่อง จวง มองแบบขนลุกกับความเปรี้ยว แต่แฟงกินหน้าตาเฉย
“หลานฉันจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง” จวงถาม
“มาพนันกันมั้ย ฉันว่า อีหนู”
“พี่ว่าไอ้หนู” เฟื่องว่า
จวงถาม
“แฟง แฟงอยากได้ลูกสาวหรือ”
แฟงยังไม่ทันตอบ ก็อาเจียนอีก เฟื่อง จวงพากันลูบหลัง ตักน้ำให้ล้างปาก เฟื่องประคองแฟงนั่ง
จวงคอยบีบนวด ช่วยกันดูแลแฟงกันแบบประคบประหงม

ทัพควบอ้ายเลา บึ่งเร็วทะยานไปข้างหน้า
“หากนักรบบ้านระจันจะสิ้นชีวิต วอดวายจนหมดค่าย ข้าก็หาน้อยใจไม่ ขอให้ได้สู้กัน ให้มีปืนใหญ่..ได้ตั้งกราดยิงตอบโต้ให้สมหน้าเท่านั้น “

กองทหารอังวะกำลังช่วยกันเคลื่อนย้ายปืนใหญ่ 4-5 กระบอก มีทหารกำลังสับเวรยามกันไปมาคึกคัก สุกี้พระนายกองบนหลังม้า มีใจร่วมขบวนมากับจอกยีโบ ควบออกจากค่ายมาหยุดลงที่หน้าหอสูง ซึ่งมีปืนใหญ่ตั้งอยู่บนหอปืนหลายกระบอก
จอกยีโบบอก
“พรุ่งนี้..หอปืนใหญ่เราก็จะเคลื่อนเข้าในระยะยิงแล้ว”
“ดี...ข้าจะรอให้หอปืนเคลื่อนมาพร้อมกันทั้งสามค่าย แล้วจะระดมยิงทีเดียวให้มันแหลกสมใจท่านแม่ทัพเนเมียวสีหบดี”
ใจมองปืนใหญ่หลายกระบอกที่หันหน้ายิงไปทางค่ายบ้านระจัน ด้วยสีหน้าวิตก

ทัพควบอ้ายเลาวิ่งลัดเลาะป่าอย่างเร็ว ไม่มีหยุดพัก
“ค่ายระจัน...มันเป็นแค่บางบ้านนอกที่ไร้สมบัติ อาวุธก็หากันตามมีตามได้ พวกอพยพหนีร้อนก็มีแต่ผ้าพันกายมากับพร้าเล่มเดียว เพลานี้จำต้องนั่งให้เขายิงนั่งคอยวันตาย แต่ไม่มีหนี ไม่มีทิ้งค่าย คงต้องกลายเป็นซากศพเกลื่อนค่ายดังว่า.. หากต้องตาย ข้าขอยึดค่ายระจันนี้เป็นป่าช้าฝังผีเสียจะดีกว่า”

ชาวค่ายบางระจันกำลังทำงาน และนั่งหงอยเหงา ทุกคนดูไร้เรี่ยวแรงที่จะสู้
ลูกปืนใหญ่ตกตูมลงมากลางค่าย เปลวไฟลุกวาบ ไฟไหม้ติดเรือนชาวค่าย เสียงหวีดร้อง เสียงชาวบ้านวิ่งหนีตายดังอลหม่าน กรีดดังในความมืด เปลวไฟโหมลุกติดแดงวาบ ลมพัดแรง ชาวค่ายพากันวิ่งหนีตายท่ามกลางเปลวเพลิง

ลูกปืนใหญ่อีกลูกลอยเข้ามาซ้ำ ตกลงพื้น ระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
แฟงสะดุ้งพรวดลุกขึ้น

“ไฟไหม้ ไฟไหม้ค่าย”
เฟื่องที่นอนอยู่ข้างๆ ลุกขึ้นมองแฟงที่เหงื่อกาฬเต็มหน้า
“แฟง .. ไม่มีอะไร ไม่มีไฟไหม้”
“”ฉันฝัน พี่เฟื่อง ฝันร้าย ..ฉันเห็นแสงไฟลุกไปทั้งค่าย”
แฟงมองพี่สาวสีหน้าตระหนกสุดขีด

เฟื่องส่งขันน้ำให้แฟงล้างหน้า แฟงเอาน้ำเย็นลูบหน้า เฟื่องมองแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“ฝันร้ายจะกลายเป็นดีนะ แฟง”
“ป่านนี้ ไม่รู้พี่ทัพจะถึงกรุงศรีรึยัง” แฟงยกมือไหว้ฟ้าดิน “เจ้าประคุณ เจ้าป่าเจ้าเขา ขอเมตตาปกป้องคุ้มครองพี่ทัพให้แคล้วคลาดจากพวกอังวะด้วยเถิด”

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 22/2 วันที่ 8 ก.พ. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ