อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 22/3 วันที่ 9 ก.พ. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 22/3 วันที่ 9 ก.พ. 58

“ป่านนี้ ไม่รู้พี่ทัพจะถึงกรุงศรีรึยัง” แฟงยกมือไหว้ฟ้าดิน “เจ้าประคุณ เจ้าป่าเจ้าเขา ขอเมตตาปกป้องคุ้มครองพี่ทัพให้แคล้วคลาดจากพวกอังวะด้วยเถิด”
เฟื่องยกมือไหว้ตาม

“ขอให้พี่ทัพได้ปืนใหญ่มาคุ้มครองพวกเรา และชาวบางระจันด้วย”
แฟงมองพี่สาวสีหน้ามีหวัง



ทัพควบอ้ายเลามาอย่างรวดเร็ว
“เร่งฝีเท้าอีกหน่อยเถิดอ้ายเลาเกลอยาก ข้ารู้ว่าเอ็งล้ามาก แต่เราต้องไปให้ถึงกรุงศรี เราต้องได้ปืนใหญ่ไปให้ค่ายระจัน”
ฝีเท้าอ้ายที่พยายามเร่งเต็มที่ ทัพควบอ้ายเลาต่อมาอีกหน่อย ก็เห็นทหารอังวะกรูกันออกมาจากสองข้างทางเต็มไปหมด ทัพดึงอ้ายเลาหยุดเกือบไม่ทัน ทัพชักดาบออกมาทันที
“เราอย่ายอมตายนะอ้ายเลา...เราต้องฝ่าไปให้ถึงกรุงศรีให้ได้”
อีกด้านหนึ่ง กองทหารอังวะก็กรูกันออกมาอีก ทัพไม่รอช้า ควบอ้ายเลาพุ่งไปข้างหน้าทันที
ทัพฟันตะลุยกองทหารอังวะจำนวนมากมายมหาศาล...ตรงไปข้างหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว
นายทหารม้าคนหนึ่งชักปืนออกมายิง กระสุนเฉียดทัพไปนิดเดียว...ทัพรีบเร่งอ้ายเลาตรงไปจนหลุดฝูงทหารทั้งหมด กองทหารม้าอังวะควบตามออกไปทันที

ทัพควบม้าวิ่งมาอย่างรวดเร็ว กองทหารม้าอังวะยังติดตามมาอย่างไม่ลดละ ระดมยิงปืนเข้าหาทัพหลายกระบอก ทัพหมอบแนบตัวลงกับหลังอ้ายเลา
"พาข้าไปให้รอดนะอ้ายเลาเกลอร่วมตาย ขอข้าไปให้ถึงกรุงศรีเท่านั้น"
กองทหารอังวะควบม้าตามมา พร้อมกับระดมยิงมาไม่ยั้ง ทัพกับอ้ายเลากำลังจะหมดแรง ทหารอังวะควบม้าตามมาเต็มด้านหลัง
เสียงปืนใหญ่ ระดมยิงมา แต่ไปตกลงในกลุ่มทหารอังวะที่ตามมา ...หลายลูก ทัพตกใจ หันรีหันขวาง มองไปทางปืนใหญ่ เห็น...กองปืนใหญ่เจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ ตั้งอยู่บนเนิน กำลังยิงใส่ทหารอังวะไม่ยั้ง เจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ ยืนบัญชาการอยู่ ท่าทางสง่างาม
"ยิงสกัด ไล่มันไปให้หมด"
คราวนี้ทั้งปืนใหญ่ และปืนยาวคาบศิลา ต่างระดมยิงไปไม่ยั้ง จนนายทหารม้าอังวะ รีบสั่งทหารถอย
"ถอย...ทหาร ถอยกลับค่าย"
ทหารอังวะที่โดนปืนใหญ่ระดมยิง พากันควบม้าหนีเอาชีวิตรอดกันจ้าละหวั่น
กองทหารม้ากรุงศรีฯควบนำเจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ มาหาทัพที่ยังตกใจอยู่
เจ้าพระยารัตนาธิเบศร์มองทัพนิ่ง พิจารณา ทัพโดดลงม้า ก้มกราบด้วยความดีใจ
"เป็นความกรุณาท่านเจ้าคุณเป็นล้นพ้น...ที่ช่วยชีวิตเกล้ากระผมไว้"
"เอ็งรู้จักข้าหรือ"
"ท่านเจ้าคุณ...เจ้าพระยารัตนาธิเบศร์"

เจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ จ้องมองทัพอย่างอยากรู้ว่า...เป็นใคร
ทางด้านใจนั่งอยู่ในกลุ่มนายกองที่กำลังฟังการวางแผนของสุกี้พระนายกอง

"พวกหอปืนใหญ่ด้านหน้าค่ายให้ระดมยิงเข้าไปในค่ายมัน ไม่ต้องเลือกว่าตรงไหน ยิงทุกวัน วันละสามเวลา พวกมันก็จะแห่มารักษาที่หน้าค่ายด้านเดียว ทีนี้ก็ให้ทหารอีกพวกหนึ่งเร่งประชิดด้านหลังค่าย จู่โจมพังเข้าไป..ฆ่ามันให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่ชีวิตเดียว"
ใจนั่งฟังด้วยความหนักใจ ยิ่งเป็นห่วงพวกบางระจันยิ่งขึ้น

ณ ศาลาลูกขุน ในกำแพงกรุงศรีอยุธยา ทหารกรุงศรีฯ กำลังให้น้ำให้อาหารอ้ายเลาอยู่ ทัพถูกมัดมือนั่งอยู่ต่อหน้าเจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ และคุณพระนายอยู่ที่ศาลาลูกขุน
คุณพระนายบอก
"มันเป็นทหารหนีทัพ มันคือขบถแผ่นดิน ข้าพเจ้าไม่เชื่อใจมันดอก อยู่ๆจะมาขอปืนใหญ่ไปสู้กับอังวะ มันอาจเป็นแผนของพวกอังวะมาลวงเรา"
"เกล้ากระผมมาจากค่ายบางระจันจริงๆคุณพระนาย นายกองสังข์กับหมู่ขาบก็อยู่กับเกล้ากระผมในค่าย"
เจ้าพระยารัตนาธิเบศร์บอก
"ข้าได้ยินกิตติศัพท์พวกค่ายระจันมาหนาหูอยู่ ฟังเขาก่อนเถอะจหมื่นศรี"
คุณพระนายฮึดฮัด ไม่สบายใจ
"เพลานี้พวกอังวะมันระดมยิงปืนใหญ่ใส่ค่ายระจันไม่เว้นแต่ละวัน หากไม่ได้ปืนใหญ่ หรือกำลังทหารกรุงไปช่วย ค่ายบางระจันคงแหลก คนในค่ายจะไม่มีใครเหลือ"
"คนน้อยแค่นั้น จะไปสู้อะไรมันได้ ทำไมไม่หนีเข้าป่าไป"
ทัพบอก
"แผ่นดินนี้เป็นของปู่ย่าตายายเขา คุณพระนายจะให้พวกเขาหนีไปอยู่ไหน"
"คิดโง่ๆอย่างชาวบ้าน กองทัพกรุงศรียังต้านมันไม่อยู่ ชาวบ้านแค่หยิบมือเดียวจะหาญไปสู้มัน"
"แต่เขาก็สู้ต้านมันมาถึงเจ็ดทัพแล้ว ถ้าได้ทหารกรุงศรีไปช่วย มีปืนใหญ่ยิงสู้ เกล้ากระผมคิดว่าสู้ได้"
"ไม่มีใครส่งกองทหารออกไปไกลถึงบางระจันดอก ขืนเอาปืนใหญ่ออกไป มีหวังถูกพวกอังวะมันปล้นกลางทางแน่ ทหารอังวะล้อมกรุงอยู่เป็นแสน เอ็งฝ่าหนีมันมาได้ก็นับว่าบุญหัวแล้ว อยู่ช่วยข้ารบอยู่ในกรุงนี่แหละ ไม่ต้องกลับไปบางระจันแล้ว"
ทัพไม่พอใจ ลุกขึ้นพูดเสียงดัง
"คุณพระนายเห็นแก่ตัว เอะอะอะไรก็เอาแต่สั่งถอย เพราะมีนายทหารอย่างคุณพระนายนี่ซิ พวกเกล้ากระผมถึงเข้าตาจน หนีออกมาเป็นโจร ศึกนครสวรรค์แตกเพราะคุณพระนายสั่งถอย ไม่ยอมสู้"
คุณพระนายโกรธ
"ไอ้ทัพ ไอ้ขบถ ทหารเอามันไปขัง มันเป็นสายพวกอังวะ"
ทหารวังกรูกันเข้ามาจับทัพ จะลากตัวทัพไป ทัพจ้องหน้าคุณพระนายนิ่ง ไม่กลัวตาย
"เอาซิ...เอาเกล้ากระผมไปตัดหัวที่ไหนก็เอาเลย เกล้ากระผมยินดีตาย ดีกว่าอยู่อย่างคนขี้ขลาด"
คุณพระนายโกรธ ลุกขึ้นจะชักดาบ
เจาพระยารัตนาธิเบศร์บอก
"ใจเย็นก่อนดีไม๊จหมื่นศรี "
"มันเป็นทหารในบังคับบัญชาของข้าพเจ้า มันหนีทัพ ท่านเจ้าคุณให้ข้าพเจ้าลงโทษมันเองเถอะ"
พระยารัตนาธิเบศร์สงบ เงียบ
"ลากตัวมันไป"
ทหารลากตัวทัพออกไป คุณพระนายหันมาพูดกับพระยารัตนาธิเบศร์อย่างไม่พอใจ
"ท่านเจ้าคุณอย่าหลงไปเมตตาไอ้คนขบถ ถ้าพวกอังวะส่งมันเข้ามาสืบข่าวเราจะแย่ กลศึกเช่นนี้พวกหงสาวดีเคยทำกับเรามาแล้วแต่ครั้งเสียกรุงคราวก่อน ปล่อยให้ข้าพเจ้าเค้นความมันเอง ทหารอังวะเป็นแสนมันฝ่ามาได้ ท่านเจ้าคุณไม่สงสัยมันหรือ"

คุณพระนายยกมือไหว้พระยารัตนาธิเบศร์อย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะออกไป เจ้าพระยารัตนาธิเบศร์รู้สึกสับสน ไม่แน่ใจในตัวทัพ
ลานบ้านทัพยามเช้า... แสงเช้าสาดมาดูอบอุ่น งดงาม แฟงกำลังหุงข้าว ทำอาหารอยู่ เฟื่องเดินออกมาเห็นรีบเข้าไปช่วย

"ทำไมไม่ปลุกพี่ แฟงยังไม่สบายอยู่นะ"
"หายแล้ว ฉันอยากจะทำไปถวายพระอาจารย์ธรรมโชตินะพี่เฟื่อง"
"อย่างนี้พี่ต้องยิ่งช่วย พี่ก็อยากได้บุญด้วย"
เฟื่อง แฟงต่างรีบช่วยกันทำอาหาร โดยต่างคนต่างเก็บความกังวลไว้ในใจ

ทัพถูกลากมาโยนเข้าไปในคุก พัศดีไขกุญแจแล้วเดินออกไป ทัพนั่งนิ่งอย่างหมดอาลัยในชีวิต น้ำตาค่อยๆไหลออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างที่สุด
"ข้าทำดีที่สุดแล้ว..พี่น้องบางระจันของข้า บุญข้าได้ตอบแทนพ่อแม่พี่น้องได้แค่นี้ แฟง..พี่อยากจะบอกเอ็งว่าพี่รักเอ็งที่สุดในชีวิต เกิดชาติหน้าฉันท์ใด ขอเอ็งเกิดมาเป็นเมียพี่ทุกชาติๆ"
ทัพหมดหวังอย่างที่สุด

ลูกปืนใหญ่ตกลงที่ลาน ฝุ่นไฟแตกกระจาย สังข์ ขาบกำลังต้อนชาวบ้านหนี ลูกปืนใหญ่ตกลงเฉียดเข้ามาใกล้อีกลูก สังข์ ขาบพุ่งตัวกระเด็นไปอีกทาง ฟัก เคลิ้ม เอิบ ช่วง วิ่งเข้ามาลากสังข์กับขาบให้รีบหลบออกไป ปืนใหญ่อีกลูกตกลงที่สังข์กับขาบเพิ่งถูกพาออกไป เสียงระเบิดดัง ฝุ่นดินปลิวว่อน ไฟลุกติดต้นไม้ บ้านเรือนทันที ชาวค่ายรีบช่วยกันดับ

แฟง เฟื่อง วิ่งเข้ามาช่วยชาวบ้านคนอื่นๆ สาดน้ำดับไฟที่ลุกติดเรือน ชาวบ้านหลายคนมาช่วยกันสาดน้ำดับไฟให้เรือนที่ติดไฟลุกไปทั่วจากแรงระเบิดของกระสุนปืนใหญ่
แฟง เฟื่อง ทุกคน พากันสาดน้ำมือเป็นระวิง แฟงรู้สึกเสียดท้องจนต้องยืนพิง เฟื่องรีบวิ่งเข้ามาประคองน้อง
"นั่งก่อน แฟง"
"ฉันไหวจ้ะ"
"แฟง อย่าดื้อ .. ไม่ห่วงตัวเอง ก็ต้องห่วงอีกชีวิตนึง"
เฟื่องมองดุ แฟงจำต้องนั่งลง มองสภาพค่ายที่กำลังถูกโจมตีอย่างหนัก
"พี่เฟื่อง .. พวกมันคิดจะตีเราให้แหลก มันมีปืนใหญ่ มันขี้ขลาด แต่เราจะทำให้มันรู้ว่าเราไม่กลัวตาย มันไม่มีทางเอาชนะหัวใจคนบ้านระจันได้"
แฟงน้ำตาคลอด้วยความคับแค้นใจ

ระเบิดปืนใหญ่ลงที่ลานซ้อมอาวุธอีกหลายลูก เสียงดังสนั่น จันหนวดเขี้ยว ขุนสรรค์ที่ยืนอยู่ท่ามกลางพ่อค่ายที่เหลือและนักรบจำนวนหนึ่ง
จันเขี้ยวบอก
"ยกไปตีมันเถอะ จะเป็นจะตายพ่ายแพ้ ก็ขอให้ยกออกไปสู้อวดหัวใจมัน อย่าให้มันมาเย้ยว่าคนระจันกลัวปืน เหมือนกาขลาดตาขาว ชั่วเห็นโก่งธนูก็ร้องว่ายิงถูกเป็นบุญมือเขา คิดแต่จะแล่นเข้าค่ายให้อลหม่าน เราอย่าเป็นเช่นนั้นเลย หากจะจับเป็นเชลยก็ขอให้ได้แต่ศพไปเท่านั้น"
นักรบหลายคนโห่ร้องเห็นด้วย ขุนสรรค์เดินมาข้างจันเขี้ยว ตะโกนร้องต่อ
"คำพ่อจันเขียวถูกหัวใจข้านัก ถึงจะนิ่งอยู่ก็ไม่พ้นตาย ได้รบ..มันก็แค่ตายเร็ววันขึ้น แต่ก็ยังแลกชีวิตกันได้มั่ง กองอาสาตายของเราจะเรียงหน้าผลัดเวรออกไปให้มัน ฆ่าเสียคนแพ้คนน่ะอย่าอยู่เลย เขาจะเยาะเอาเสียเปล่า...ออกไปให้มันล้างสิ้นคนระจันเถอะ"
นักรบหลายคนยกดาบขึ้นเฮ
จันหนวดเขี้ยว ขุนสรรค์เดินนำนักรบระจันออกไป

โชติ อิน เมือง ดอกไม้ ทองแก้ว ทุกคนมองแววตาเด็ดเดี่ยวยอมตายของสองผู้นำและนักรบระจันอย่างชื่นชม รู้สึกอาลัยน้ำตาคลอ
จันหนวดเขี้ยว ขุนสรรค์ เดินนำนักรบทั้งหมด ฝ่าระเบิดตรงไปที่ประตูค่ายอย่างไม่หวาดเกรงใดใด พันเรือง ทองแสงใหญ่ และทหารบนระเนียดค่ายหมอบหลบกระสุนปืนใหญ่อยู่มองลงมาอย่างเข้าใจ

แต่ละคนเดินมาอย่างเด็ดเดี่ยวเกือบถึงประตูค่าย ขณะที่ระเบิดปืนใหญ่ยังตกมาเรื่อยๆ
จันหนวดเขี้ยวสั่งเสียงเข้ม
"เปิดประตูค่าย"
ทหารที่หลบข้างประตูหันขึ้นไปมองทองแสงใหญ่...รอคำสั่ง ทองแสงใหญ่พยายามกลั้นน้ำตา ตะโกนต่อ...

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 22/3 วันที่ 9 ก.พ. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ