อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 22/5 วันที่ 11 ก.พ. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 22/5 วันที่ 11 ก.พ. 58

"ท่านเจ้าคุณ บางระจันนี้ก็คือคนไทร่วมแผ่นดิน อาตมาทิ้งเขาไม่ลงจริงๆ ไปช่วยพี่น้องไทด้วยกันเถิด ด้านพระเจ้าอยู่หัวนี้อาตมาจะนำความขึ้นกราบบังคมทูลเอง....แต่ท่านเจ้าคุณจงรีบกลับมารักษากำแพงพระนครให้ทัน ก่อนจะถูกทัพอังวะปิดเส้นทางทั้งสิ้น"

พระยารัตนาธิเบศร์ก้มกราบลาสามหน
ทัพยังกำชายจีวรนิ่ง
"ไปเถิด...เพลานี้ ไม่ว่าพระเจ้าอยู่หัวหรือราษฎร ต่างก็มีภาระหนักเท่ากันทั้งสิ้นว่า จะรักษาแผ่นดินนี้ให้คงอยู่สืบไปถึงลูกหลานไทยได้อย่างไร"



ทัพยังคงซบหน้าร้องไห้อยู่แทบพระบาท ไม่อาจขยับไปไหนได้
สังข์ ขาบ ฟัก เคลิ้ม เอิบ ช่วง และชาวค่ายระจัน ช่วยกันซ่อมแซมซากปรักหักพังจากลูกระเบิดอังวะ ทุกคนเศร้าสลด ปลิว ปริก ปลวก โปรยนั่งร้องไห้ ไม่เป็นอันทำอะไร

ทองแสงใหญ่เข้ามาปลอบ ตักน้ำให้กิน
ปริกบอก
"ฉันไม่กิน ไหนละปืนใหญ่ ไหนละพวกที่ออกไปรบ ทำไมไม่เห็นกลับมาสักคน"
"ป่านนี้คงตายกันหมดแล้ว ต่อไปก็คงเป็นพวกฉันนี่แหละที่ต้องออกไปตาย" ปลิวบอก
พวกสังข์ ขาบ มองอย่างอ่อนใจ เอิบ ช่วงทนไม่ไหวเดินเข้ามาหา
เอิบบอก
"ทำไมพี่ปลิวพูดเยี่ยงนี้เล่า พวกพ่อจัน พ่อขุนสรรค์ พวกนักรบระจัน เขาออกไปรบ ก็รบเพื่อพวกพี่ ถ้าเขาตายก็ตายเพื่อพวกพี่ ใยไม่สำนึกบุญคุณเขาเล่า"
ช่วงบอก
"คนเราคิดแต่งอมืองอตีน ร้องขอแต่ความช่วยเหลือ หวังแต่รอให้คนอื่นมาช่วย ทำไมไม่คิดช่วยตัวเองบ้าง"
ทองแสงระงับ
"ไม่เอา..พ่อเอิบ พ่อช่วง เพลานี้มิใช่เพลาที่พวกเราจะมาทะเลาะกัน ไป..เหนื่อยก็ไปพักเถอะแม่ปลิว เดี๋ยวทางนี้พวกฉันจะซ่อมแซมกันเอง"
"พ่อยังไม่เห็นตอบพวกฉันเลยว่าเมื่อไหร่เราจะได้ปืนใหญ่มา"
ทองแสงใหญ่ หนักใจ ตอบไม่ได้ เอิบโมโห
"เราก็ติดอยู่ในค่ายนี้ด้วยกัน จะมีใครรู้เล่าว่าเมื่อไหร่พี่ทัพจะไปเอาปืนใหญ่มา" ช่วงบอก
"หรือไม่ก็ถูกอังวะฆ่าตายไปแล้ว" โปรยบอก
"เอ๊ะ..พวกนี้นี่ ข้าชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ" เอิบบอก
ฟัก เคลิ้ม เห็นท่าไม่ดีรีบมาฉุดเอิบ ช่วง ออกไป
"ไม่เอาเอิบ ช่วง อย่ามาโกรธเคืองยามน่าสิ่วหน้าขวาน มานี่ มาช่วยฉันซ่อมนี่"
ฟัก เคลิ้ม ดึงเอิบ ช่วงออกไปช่วยงาน ปลิว ปริก ปลวก โปรย พากันลุกเดินออกไป สไบ จวง เฟื่อง แฟง ช่วยกันยกกระชุน้ำเข้ามาเพื่อเลี้ยงชาวค่าย สวนกับพวกปลิว พวกปลิวไม่พอใจ เดินเข้าไปต่อว่า
"นี่..ดูซินี่ ผัวเอ็งทำกับพวกข้ายังไง ดูซิยิงปืนใหญ่มาจนค่ายพังพินาศหมดแล้ว" ปลวกบอก
โปรยเสริม
"เอ็งยังมีหน้ามาอยู่ในค่ายระจันนี้อีกหรือ ทำไมไม่ออกไปอยู่กับผัวเอ็ง"
สไบโกรธจนทนไม่ไหว
"พวกพี่พูดอย่างนี้ก็ไม่ถูกนะ ฉันก็เป็นคนไทคนหนึ่ง แผ่นดินนี้ก็เป็นที่เกิดฉัน ฉันอยู่ที่บ้านระจันนี่ก็เพื่อต้องการให้พวกพี่รู้ว่าฉันจะตายอยู่กับพวกพี่ ไม่หนีไปไหน"
จวงสนับสนุน
"ใช่...พวกพี่เสียอีกที่ทำเป็นรักแผ่นดิน แต่คิดแค่จะเอาตัวรอด ร่ำร้องแต่จะออกไปจากค่ายนี้ นี่หรือคนไทย"
"แต่ฉันก็ไม่ได้มีผัวเป็นอังวะ เอาปืนใหญ่มายิงใส่ค่ายนี้" ปลิวบอก
"อย่ามาเรียกพวกอังวะว่าผัวฉันอีก คนที่มันเอาปืนมายิง เอาดาบฟันคอคนไทย มันก็คือศัตรูฉันเหมือนกัน ใครที่ได้ชื่อว่าเป็นอังวะ เข้ามาแย่งแผ่นดินนี้อยู่ ฉันฆ่าได้ทั้งนั้น...แม้พี่ใจ...ถ้าฉันเห็นพี่ใจเมื่อไหร่ แล้วฉันไม่ตัดคอเขา พวกพี่อย่ามาเรียกฉันว่าคนไท"
ทุกคนเงียบ
"แล้วฉันจะคอยดู" ปลิวบอก
ปริก ปลวก โปรย รีบสะกิดปลิวออกไป
สไบยังยืนเสียใจ ทำอะไรต่อไม่ได้ สังข์ ขาบเข้ามาช่วยยกน้ำเอาไปกิน สร้างบรรยากาศให้ดีขึ้น
"แหมพี่กำลังหิวน้ำคอแห้งอยู่พอดี" ขาบบอก
แฟงตักน้ำให้สังข์ สีหน้ายังไม่สบายใจ
"พี่สังข์จ๊ะ พี่สังข์ว่าพี่ทัพจะได้ปืนใหญ่มามั้ยจ๊ะ"
สังข์แทบจะกลืนน้ำไม่ลง มองแฟงอย่างเห็นใจ
"แฟง...ไอ้ทัพมันคือเพื่อนตายพี่ มันเคยใช้พี่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเข้าไปสืบความถึงในค่ายอังวะ พี่ก็ยอมทำตามมันทุกอย่าง ถ้ามันจะได้หรือไม่ได้ปืนใหญ่มา พี่ก็ว่ามันได้ทำสุดชีวิตมันแล้ว แฟงเข้าใจพี่ใช่ไม๊"
แฟงพยายามกลั้นน้ำตาไว้ หันไปมองสไบ
"เราจะมีปืนใหญ่หรือไม่มี มันไม่สำคัญแล้วนะแฟง เรามีแค่หน้าที่...ค่ายระจันนี้ แม้จะเล็กสักแค่ไหน เราก็ยินดีสละชีวิตแลกมัน....พี่ทัพก็คงคิดอย่างนั้น"

แฟงยิ้มให้สไบอย่างอาจหาญ
ทัพขี่ไอ้เลา พร้อมด้วยพระยารัตนาธิเบศร์ พระศักดิ์สงคราม และคณะหล่อปืนใหญ่อีก 3 คนผ่านป่า ทุ่งกว้างอย่างรวดเร็ว สง่างามมุ่งตรงมายังค่ายระจัน

ยามค่ายมองไปที่นอกค่าย เพ่งมองอย่างไม่แน่ใจ
"มีคนมา...พ่อทองแสง มีคนมาที่หน้าค่าย"
พันเรือง และทองแสงใหญ่กำลังดูแลลูกค่ายอยู่ที่ลาน รีบวิ่งขึ้นไปดู ด้วยความตื่นเต้น
ทองแสงใหญ่บอก
"ไอ้ทัพนี่พ่อเรือง ไอ้ทัพกลับมาแล้ว เปิดประตูค่าย"
พันเรืองถาม
"แล้ว..แล้วปืนใหญ่ละอยู่ไหน"

บริเวณชานเรือนทัพ แฟงกำลังปอกมะม่วง เฟื่องเอากะปิวางลงให้ แฟงหยิบชิ้นมะม่วงจิ้มกะปิกินอย่างเอร็ดอร่อย เฟื้องกินบ้าง
"อุ้ย...เปรี้ยว"
"ไม่เห็นเปรี้ยว อร่อย" แฟงบอก
"อุ้ย..ไม่ไหว ปวดกรามหมดแล้ว"
"ฉันว่าพี่เฟื่องรีบบอกพี่ขาบสิ มีไอ้หนู อีหนูมาเป็นเพื่อนลูกฉัน"
"แฟงนี่ พูดจาเป็นเด็กๆไปได้"
เฟื่องอาย จวงวิ่งหน้าตั้งเข้ามา
"มากันแล้ว พี่ทัพพาทหารจากกรุงศรีมาช่วยพวกเราแล้ว"
"พี่ทัพ"
แฟงลุกขึ้นพรวด จะก้าวลงบันได แต่เกิดหน้ามืดทรุดลง
"แฟง"
เฟื่องเข้าไปคว้าร่างแฟงไว้ทันที ก่อนที่แฟงจะร่วงลงพื้น จวงรีบเข้ามาช่วยพยุงแฟงไว้
"พี่ทัพกลับมาแล้ว พาพระน้ำพระยามาจากกรุงศรีด้วย"
"แล้วปืนใหญ่ล่ะ พี่ทัพได้ปืนใหญ่มาหรือไม่"

จวงเงียบ หน้าเจื่อนไป
ทัพกับพ่อค่ายทุกคนมองไปที่พระยารัตนาธิเบศร์อย่างมีความหวัง

พระยารัตนาธิเบศร์นั่งบนตั่งเป็นประธานอยู่กลางห้อง มองนักรบบ้านระจันทุกคนแล้วเอ่ยขึ้น
"ข้า พระยารัตนาธิเบศร์ เจอกับไอ้ทัพที่แม่น้ำเจ้าพระยา ได้ฟังความที่มันเล่าว่า พวกเอ็ง 11 คน ต้านศึกอังวะไว้ได้หลายครั้ง"
พันเรืองบอก
"เหลือกันเท่านี้แล้วท่านเจ้าคุณ พ่อแท่นกับนายทองเหม็นสิ้นไป ก่อนท่านเจ้าคุณจะมาถึง ขุนสรรค์กรมการเมืองชัยนาท กับพ่อจันเขียว ก็เพิ่งจะนำนักรบระจันไปรบกับพวกอังวะที่บ้านขุนโลก ไปทั้งๆที่รู้ว่าจะไม่ได้กลับค่าย เพราะไม่รอให้มันยิงปืนใหญ่มาเข่นฆ่าเอาชีวิตเล่นไปวันๆ"
พระยารัตนาธิเบศร์ฟังแล้วถอนใจหนักๆ
"หัวใจพวกเอ็งน่านับถือ"
ทองแสงใหญ่บอก
"เราถึงให้ไอ้ทัพไปขอปืนใหญ่จากกรุงศรี มาต้านไม่ให้ข้าศึกยกทัพเข้าทลายค่ายระจันได้"
พระยารัตนาธิเบศร์นิ่งไป ทุกคนมอง ทัพก้มหน้านิ่งรู้คำตอบมาก่อนแล้วแต่ก็ยังอดใจหายไม่ได้
"ข้าปรึกษาหารือกับเสนาบดีหลายคน อยากจะช่วยพวกเอ็ง แต่ได้ข้อสรุปว่า หากนำปืนใหญ่ขึ้นมาถึงบ้านระจันนี่ คงถูกข้าศึกยึด เอาย้อนกลับไปยิงกำแพงกรุงศรีเสียเองเป็นแน่"
พ่อค่ายทุกคนนิ่งอึ้งกับเหตุผล ทองแก้วถามขึ้นอย่างโผงผาง
"ท่านเจ้าคุณจะปล่อยให้พวกเราตายลงไปจนไม่เหลือใครอย่างนั้นใช่มั้ยขอรับ"
อินบอก
"อย่าเพิ่งคิดว่าพวกเรากลัวตายเลยนะขอรับ พวกเราตั้งใจแล้วว่าเอาร่างเป็นกำแพงให้คนในค่ายเรา ถึงตายก็ไม่เสียดายชีวิต"
"ท่านเจ้าคุณก็น่าจะคิดสักนิด ค่ายบ้านระจันตั้งมั่นอยู่อย่างนี้ มีนักรบเพียงแค่พันเศษ ถ้าอังวะยกพลมาสักสองพัน เราก็หมดกำลังสู้ กรุงศรีจะไม่เวทนาพวกเราสักนิดเชียวหรือ เด็กเล็ก ผู้หญิง คนเฒ่าคนแก่ก็มาก จะปล่อยให้เขาตายอย่างไม่เหลียวแลเชียวหรือ" โชติว่า
ดอกไม้บอก
"กรุงศรีควรจะช่วยเสริมกำลังค่ายบ้านระจันให้แข็งแกร่งต้านทานข้าศึกได้บ้าง"
"ไม่ใช่ปล่อยให้เรารบกันเอง ลอยแพพวกเราอย่างนี้" เมืองว่า
"ข้าเพียงคนเดียวทัดทานเสียงเสนาบดีหลายคนไม่ได้ แต่ข้ารู้ว่าที่นี่สำคัญมาก ถึงเป็นเพียงชาวบ้าน แต่จิตใจพวกเอ็งนั้นรักแผ่นดิน รักไม่น้อยกว่าแม่ทัพสู้ศึกคนไหนของอยุธยา ... ที่ข้ามาที่นี่ได้ก็เพราะพระบารมีของขุนหลวงวัดประดู่ สมเด็จพระอนุชา พระองค์ทรงห่วงใยชาวระจันมาก จึงส่งข้ามา"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 22/5 วันที่ 11 ก.พ. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ