อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 23/2 วันที่ 13 ก.พ. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 23/2 วันที่ 13 ก.พ. 58

พ่อค่ายบางคนกับพระศักดิ์สงคราม คอยอำนวยการควบคุมให้ช่างออกแบบทำพิมพ์ปืนใหญ่อยู่
สไบเดินถือห่อผ้ามาส่งให้จวง สไบส่งห่อทองและทรัพย์สินของพ่อมีอยู่เพียงเล็กน้อยให้จวง
"ฉันเหลือเพียงแผ่นดิน...คิดแต่ว่าทำอย่างไรจะไล่ข้าศึกไปให้พ้น แล้วกลับไปอยู่สามโก้ ทำไร่ทำนาเป็นปกติ"

สไบยิ้มอย่างภาคภูมิใจในความเป็นคนไท



พระอาจารย์ธรรมโชติที่คงยืนสงบนิ่งอยู่บนศาลาการเปรียญ เหมือนท่านกำลังกังวลอะไรบางอย่าง
ทางฝ่ายอังวะ ทหารกำลังสับเปลี่ยนเวร ใจนั่งเหม่อลอย คิดถึงสไบ อยากไปหา ทหารกลุ่มที่สองเป็นทหารม้า มีนายกองควบเข้ามาอย่างรวดเร็ว ตรงไปหาสุกี้และจอกยีโบที่ยืนอยู่ที่พลับพลา

นายทหารรีบโดดลงจากหลังม้า เข้าทำความเคารพจอกยีโบและสุกี้
ใจตัดสินใจทำเป็นเดินเข้าไปใกล้
จอกยีโบยืนนิ่งฟังอย่างหนักใจ สุกี้นายกองเดินเข้ามาหา
"มีเรื่องอะไร"
"นายทหารข้ามาแจ้งว่า..เพลานี้พวกบางระจันมันกำลังหล่อปืนใหญ่ขึ้นมาเอง"
"ไอ้พวกนี้มันไม่ยอมถอยจริงๆ ดี..พวกกล้าไม่กลัวตายอย่างนี้ข้าชอบ สยา..เร่งป้อมปืนใหญ่เคลื่อนเข้าหาค่ายมันเร็วขึ้น ครั้งนี้..ถึงเพลาที่ข้าจะยิงถล่มค่ายมันให้พินาศเสียที"
ใจยืนฟังอยู่ด้วยความตกใจ ทำอะไรไม่ถูก

สไบกำลังช่วยชาวค่ายหญิง 4-5 คนตักน้ำไปใช้หล่อปืนอยู่ ความมืดกำลังคืบคลาน สไบคิดถึงวันเวลาที่เคยอยู่กับใจ สไบกลั้นน้ำตาไว้ไมได้ ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาด้วยความเศร้า
"พี่ใจ ฉันไม่เคยหมดรักพี่เลย ทำไมเราต้องเกิดมาเป็นศัตรูกัน"
สไบรีบสลัดความรู้สึกออก แล้วหาบน้ำออกไป

ใจเตรียมอาวุธออกมาจากเต้นท์ตัวเอง จอกยีโบยืนมองอยู่
"จะไปไหน อองนาย"
"ไป...สำรวจเส้นทางเคลื่อนปืนใหญ่เข้าประชิดค่ายระจัน"
"ไม่ใช่งานของเอ็ง"
"ข้ารู้จักหนทางไปค่ายระจันดี ข้าแอบออกมาตอนเดือนมืดเสมอ"
"ถ้าเจ้าอยากทรยศต่ออังวะ ก็จงไปบอกให้พวกมันทิ้งค่ายหนีเสีย"

ใจไม่ตอบเดินเลยไป ไม่สนใจ จอกยีโบมองตามอย่างไม่พอใจ
แฟงกำลังเก็บของที่ลานเตรียมไปช่วยเขาหล่อปืนที่วิหาร ทัพออกมาจากในห้องกอดแฟง เอาหูแนบท้องแฟงไว้

"ไอ้หนู ไอ้หนูลูกพ่อ"
แฟงหัวเราะ
"ถ้าเป็นนังหนูละจ๊ะ"
"ก็ขอให้สวยเหมือนแม่ซิจ๊ะ"
"อีกหลายเดือนนะกว่าลูกจะออกมาให้เห็นหน้า"
"ขอให้ออกมาตอนศึกสงบแล้วนะจ๊ะ ลูกพ่อจะได้ไม่ลำบาก"
แฟงฟังแล้วน้ำตาซึม ลูบผมทัพที่กำลังคุยกับลูก
"เสร็จศึก หนูก็จะออกมาให้พ่ออุ้ม พ่อกับแม่จะเลี้ยงหนู ..เลี้ยงน้องของหนู"
แฟงทำเสียงในคอ ทัพหัวเราะ
"สักสี่ห้าคน"
"มากไปหรือไม่พี่ทัพ"
"พี่อยากมีสักห้าคน นะแฟงนะ ... พี่ขอ เดี๋ยวไม่มีใครช่วยพี่ทำนาปลูกข้าว"
ทัพกุมมือแฟงมาจูบ แฟงอาย ทัพกอดเมีย มองไปไกลในความมืดที่มีดาวบนฟ้า
"เรากำลังจะหล่อปืนใหญ่สู้กับพวกอังวะ พวกมันจะต้องพ่าย ยกทัพกลับไปเหมือนคราวก่อน เราจะกลับบ้าน แล้วก็มีไอ้เสือน้อยบ้านคำหยาดวิ่งเล่นอีกสักสี่ห้าคน"
ทั้งคู่มองไปไกล ยิ้มด้วยความหวังเต็มเปี่ยมถึงชัยชนะ
"อย่ามัวร่ำไรเลยพี่ทัพ รีบไปช่วยพวกเราที่วิหารพระอาจารย์เถิด"
ทัพยังทำเชือนแช กอดแฟงไม่ยอมปล่อย

"เดี๋ยว...ขอพี่กอดลูกให้ชื่นใจก่อน"
สไบกับพวกชาวค่ายหญิง หาบน้ำเข้ามาเทในตุ่ม แล้วกลับออกไปตักมาอีก

สังข์ ขาบ พวกผู้ชายกำลังช่วยพ่อค่าย เมืองคัดเลือกโลหะแยกนับจำนวนอยู่ มีพระยารัตนาธิ
เบศร์คุม หลวงพ่อธรรมโชติสวดมนต์ บริกรรมคาถาอยู่บนศาลาการเปรียญ มีพันเรืองกับทองแสงใหญ่นั่งอยู่ใกล้ๆ ฟัก / เคลิ้ม / เอิบ / ช่วง / นางจันทร์ / นางเฟี้ยม กำลังช่วยกันก่อเตาอยู่กับชาวบ้านหญิงชายอื่นๆ อิน / โชติ / ดอกไม้ ตั้งนั่งร้านสำหรับแม่พิมพ์หล่ออยู่ มีพระศักดิ์สงครามดูแล
บางพวกช่วยกันทำเตาเผาหลอมเหล็ก ทองแก้วช่วย บ้างคนก็ขนฟืนมาให้ เฟื่อง / จวง / พวกผู้หญิงช่วยส่งน้ำดื่ม อาหาร และงานเบาๆตามที่ช่วยได้
พระยารัตนาธิเบศร์หันไปมองพระศักดิ์สงครามอย่างขอความเห็น
"ถ้านวโลหะมีเท่านี้ เราคงหล่อปืนใหญ่ได้เพียงสองกระบอก"
สังข์กับขาบมองหน้ากันอย่างหนักใจ
"พวกมันขนปืนใหญ่มาเป็นสิบๆกระบอก เรามีแค่สองจะสู้มันไหวหรือขอรับ" ขาบว่า
พระยารัตนาธิเบศร์นิ่ง ตอบไม่ถูกเหมือนกัน
"ข้าแปลกใจนักว่าหัวใจพวกบางระจันทำด้วยอะไร ทำไมถึงไม่เหมือนคนในกรุงศรีสักนิด ถ้าเรารวมหัวใจกันได้แบบนี้ก่อนอังวะยกลงมาถึงชานพระนคร กรุงศรีเราคงไม่เลือดตากระเด็นถึงเพียงนี้"
พระยารัตนาธิเบศร์เหมือนกลืนอะไรบางอย่างลงคออย่างยากเย็นก่อนเดินไปกราบพระอาจารย์ธรรมโชติ
พระอาจารย์ธรรมโชติลืมตาขึ้นช้าๆ มองพระยารัตนาธิเบศร์อย่างเข้าใจ
"เกิดและดับ เป็นธรรมชาตินะโยม โยมตั้งใจมาหล่อปืนก็จงทำตามปณิธานเถิด นับว่าได้ทำให้คนระจันเป็นสุขแล้ว"
พระยารัตนาธิเบศร์ไม่แน่ใจว่าท่านหมายถึงอะไร แต่ก็เหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่ท่านพูด

พระยารัตนาธิเบศร์ ก้มกราบสามหน พระอาจารย์ธรรมโชติค่อยๆหลับตาลง บริกรรมต่อเหมือนจะรู้อนาคตดี
จันทร์ เฟี้ยม เฟื่อง แฟง และเหล่าผู้หญิงช่วยกันขนดาบมาขัดล้างกันชุลมุน สไบนำพวกสาวๆตักน้ำมาเทใส่ตุ่ม อย่างเหงาๆ

จวงเดินถือดาบพ่อใหญ่แสงเข้ามาเงียบๆด้านหลัง....ก่อนจะเรียกเบาๆ
"พี่สไบจ๊ะ"
สไบหันมา...เห็นจวงถือดาบพ่ออยู่งงๆ
"ดาบพ่อใหญ่แสงจ๊ะ"
"ทำไมยังอยู่."
"ฉันไม่กล้าหลอมมัน...อยากจะให้พี่สไบเก็บไว้ คิดว่าถ้าพี่สไบมีดาบพ่อใหญ่แสงอยู่จะทำให้พี่สไบอุ่นใจ"
สไบพยายามกลั้นน้ำตา
"ขอบน้ำใจนะจวง แต่ถ้าจำเป็นก็หลอมมันไปเถอะ"
"หลวงยุทธสุรเดชแจ้งว่าเพลานี้นวโลหะพอแล้ว พี่สไบเก็บไว้เถอะจ๊ะ"
สไบยิ้มให้อย่างเข้าใจจวง...ก่อนจะขอตัว
"พี่ฝากจวงไว้ก่อนนะ ขอไปตักน้ำต่อ"

สไบเดินออกไป จวงมองตามอย่างสงสาร
สไบกับชาวบ้านหญิงหาบกระชุเปล่ากลับมาตักน้ำต่ออีก ต่างช่วยกันเต็มที่ บางคนเสร็จก่อนรออยู่ สไบรีบเร่ง

"รีบไปก่อนได้เลยจ๊ะ พวกพ่อค่ายกำลังเร่งพิธีอยู่"
ชาวค่ายหญิงรีบพากันหาบออกไปก่อน ปล่อยสไบให้ตักน้ำอยู่คนเดียว
สไบตักเสร็จรีบเดินกลับ....แล้วชะงัก นึกไม่ถึง

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 23/2 วันที่ 13 ก.พ. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ