อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 23/3 วันที่ 15 ก.พ. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 23/3 วันที่ 15 ก.พ. 58

"รีบไปก่อนได้เลยจ๊ะ พวกพ่อค่ายกำลังเร่งพิธีอยู่"
ชาวค่ายหญิงรีบพากันหาบออกไปก่อน ปล่อยสไบให้ตักน้ำอยู่คนเดียว
สไบตักเสร็จรีบเดินกลับ....แล้วชะงัก นึกไม่ถึง
"พี่ใจ"

ใจนิ่งยืนมองไม่ไหวติง สไบรีบทิ้งหาบลง ใช้ไม้คานหวดเข้าตีใจอย่างแรง ใจไวกว่า หลบรวบตัวสไบไว้
"ไปกับพี่เถิดสไบ อย่าร้องเลย"


ใจเอามือปิดปากสไบไว้ ดึงสไบไปที่ทางสะพาน
ใจใช้กำลังดึงสไบข้ามสะพานมาในที่เปลี่ยวมุมที่ห่างจากทุกคน

"แกเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?"
"สไบ เดวฟังพี่ก่อน"
สไบโมโหตบหน้าใจเข้าอย่างแรง ใจอึ้ง
"บอกข้ามาว่าแกลอบเข้ามาี่ถึงทีี่่นี่ได้ยังไง ไอ้ไส้ศึก ไอ้เจ้าคนทรยศ"
ใจบีบแขนสไบไว้แน่นเรียกสติ มองหน้าสไบด้วยสายตาจริงจัง
"ฟังพี่ดีๆน่ะ สไบ ไม่ใช่แค่ในค่ายแห่งนี้ ในกรุงศรีก็มีไส้ศึกอังวะอยู่เต็มไปหมด แม่ทัพอังวะถูกสั่งให้ลบชื่อกรุงศรีอยุธยาลงให้ได้ในครานี้"
สไบหันหน้าหนี ส่ายหน้าไม่อยากฟังที่ใจพูด แต่ใจจับไหล่สไบมาเผชิญหน้าอีกครั้ง
"ทัพอังวะเตรียมการศึกครั้งนี้มาเป็นอย่างดี จะไม่มีวันถอยเหมือนศึกครั้งที่แล้ว ต่อให้เป็นหน้าน้ำ น้ำหลากท่วมเต็มนอกกำแพงกรุงศรี ก็จะไม่มีวันถอย เห็นทีกรุงศรีอยุธยาคงจะต้องสิ้นท่าไปจากสุวรรณภูมิแน่ในครานี้"
สไบตั้งใจฟังด้วยความตกตะลึง
"เพลานี้ กรุงศรีกำลังจะเข้าตาจน ทัพอังวะล้อมรอบกำแพงกรุงศรีใว้หมดแล้วทุกด้าน คนในกำแพงเมืองกำลังจะอดตายกันหมด"
"ไม่จริง แผนของพวกแกจะไม่มีวันเป็นจริง"
"สไบเชื่อพี่เถิด ไม่ใช่แค่ค่ายบ้านระจัน แม้แต่กรุงศรีอยุธยาก็ต้องแตก แผ่นดินอยุธยาจะต้องเสียให้แก่อังวะ"
ใจพูดด้วยเสียงเชื่อมั่น แต่สไบฟังแล้วหมดแรงแทบทรุด ถึงกับทรงตัวไว้ไม่อยู่
"ไม่...ไม่จริง"
"หนีไปกับพี่ เพลานี้ค่ายระจันกำลังจะถูกยิงถล่มจากปืนใหญ่ ค่ายระจันไม่มีทางรอดแล้ว เชื่อพี่"
สไบเสียใจ ร้องไห้สะอึกสะอื้น ใจพยายามดึงสไบลุยน้ำไป

ทัพกับทุกคนพนมมือ ตั้งใจฟังเสียงสวดมนต์ของหลวงพ่อธรรมโชติในพิธีหล่อปืนใหญ่ พระอาจารย์ธรรมโชติถือสายสิญจน์ที่ผูกโยงกับแม่พิมพ์ปืนใหญ่ เพ่งสมาธิสวดปลุกเสกดังไปทั่วศาลา พ่อค่ายและคนอื่นๆนั่งพนมมือ ตั้งจิตอยู่รายรอบ

พระศักดิ์สงครามให้พนักงานยกเบ้าหลอมที่เหล็กละลายแดงฉาน ปีนขึ้นไปบนนั่งร้านเทใส่พิมพ์ปืนใหญ่
จู่ๆท้องฟ้าก็เกิดแสงสว่างวาบจนแสบตา เสียงฟ้าคำรามร้องดังขึ้นสนั่นหวันไหว
ทุกคนตกใจ บางคนหันไปมองตามแสง ทันใดนั้น สายฟ้าก็ผ่าลงที่ต้นไม้ใกล้ๆลานหล่อปืน เสียงกึกก้องกัมปนาท ทุกคนตกใจ เห็นต้นไม้ไฟลุกไหม้ในพริบตา
ทัพกับทุกคนสายตาประหวั่น พระยารัตนาธิเบศร์ถึงกับลุกขึ้นด้วยไม่เคยเห็นอาเพศเช่นนี้มาก่อน
หลวงพ่อธรรมโชตินิ่งสงบ หยุดสวดไปชั่วขณะ ลืมตามองเหล็กที่ไหลลงเบ้าหลอมปืนใหญ่ ประหวั่นใจ
"อยู่ๆฟ้าผ่าอะไรกัน ลมฝนก็ไม่มี"
สิ้นเสียงพระยารัตนาธิเบศร์ แสงฟ้าก็สว่างวาบขึ้นอีก สายฟ้าฟาดลงที่ต้นไม้ใกล้ๆกันอีกต้น
แฟง เฟื่อง จวงกับชาวบ้านหญิงที่นั่งอยู่ ตกใจพากันปิดหู หวีดร้อง กอดกันด้วยความตกใจ
กาน้ำพระยารัตนาธิเบศร์กระเด็นตกจากตั่ง แตกกระจาย เพราะแรงสั่นสะเทือน
พระยารัตนาธิเบศร์ตกใจ แต่พยายามระงับสติ ทัพใจหาย

ใจดึงสไบข้ามน้ำมาขึ้นอีกฝั่งหนึ่ง สไบตกใจเสียงฟ้าผ่าตัวสั่น หันไปมองหน้าค่าย ใจใช้กำลังกระชากแขนสไบให้เดินต่อ
"สไบ เชื่อพี่ หนีไปกับพี่เดี๋ยวนี้ พี่มีอุโมงค์ลับ พาสไบหนีได้"

ทัพลุกขึ้นมองฟ้า ฟ้าแลบ ฟ้าผ่าหายไป ไม่มีท่าทีจะผ่าลงมาอีก พระยารัตนาธิเบศร์มองไปที่หลวงพ่อธรรมโชติที่นั่งสงบนิ่ง
"นิมนต์ทำพิธีกันต่อเถอะ หลวงพ่อ"
หลวงพ่อธรรมโชติมองไปที่ทัพและนักรบทุกคน
สังข์ดึงทัพนั่งลงแล้วพูดให้ได้ยินกันสองคน
" ข้าว่าฤกษ์ไม่ดีเสียแล้ว เอ็งดูหน้าหลวงพ่อธรรมโชติซี"
"ไม่มีอะไรหรอก"
"เร่งพิธีเถิดหลวงพ่อ อย่างไรเราก็ต้องหล่อปืนใหญ่ให้ชาวค่ายระจันให้ได้" พระยารัตนาธิเบศร์บอก
พระอาจารย์ธรรมโชติหลับตาลง ตั้งจิต แต่ยังไม่สวด
พระยาศักดิ์สงครามเร่งให้พนักงานไปยกเบ้าหลอมเบ้าใหม่ขึ้นมา แล้วเดินมาหาทัพ ทัพทรุดลงกับพื้น
"หากหล่อปืนใหญ่ครั้งนี้สำเร็จ นับว่าเป็นความสามารถของเจ้าโดยแท้นะพ่อทัพ และยิ่งถ้าชาวระจันรบชนะศึกอีก เอ็งจะได้ความดีความชอบไม่น้อยทีเดียว"
"กระผมมิได้หวังความดีความชอบอันใดเลยขอรับ คุณพระ"

พระศักดิ์สงคราม มองทัพอย่างเอ็นดู
"ที่ทำลงไป เพราะไม่อยากเห็นแผ่นดินเราต้องถูกย่ำยีจากคนเมืองอื่น ภาษาอื่น ที่นี่เป็นผืนดินเกิด ได้อยู่ ได้ทำนาปลูกข้าวหาเลี้ยงตัวมาตั้งแต่บรรพบุรุษ จะปล่อยให้คนชาติอื่นเมืองอื่นมาฉกฉวยแย่งแผ่นดินไป ก็เหมือนลูกหลานเนรคุณ ปู่ย่าตาทวดจะสาปแช่งให้ตกนรกหมกไหม้มิรู้กี่ขุม"
พระศักดิ์สงครามรู้สึกปรานี เอามือลูบหัวทัพเบาๆ แล้วเดินไปสั่งการต่อ
พระยารัตนาธิเบศร์ถอนใจหนักๆ ทัพกับผู้ชายทุกคนพนมมือ หลวงพ่อธรรมโชติ เริ่มสวดต่อ
ทัพมองไปที่เบ้าหลอมปืนใหญ่ด้วยแววตาเชื่อมั่นว่าครั้งนี้จะมีชัยชนะ แฟง เฟื่อง จวงกับชาวบ้านหญิงคนอื่นๆ พอได้ยินเสียงสวดของหลวงพ่อธรรมโชติก็สีหน้าดีขึ้น
"พระอาจารย์เริ่มพิธีต่อแล้ว ไม่มีอะไรแล้ว" เฟื่องบอก
จวงยังมองระแวง
" เมื่อกี้เหมือนฟ้าจะถล่ม"
" สไบหายไปไหน ป่านนี้ยังไม่มา"
เฟื่องถามขึ้น แฟงมองแล้วสังหรณ์ใจ
"ฉันไปตามพี่สไบเอง"
"ฉันไปด้วย"
แฟงเดินเร็วออกไป จวงตาม
เฟื่องมองตามไม่ทันระแวง แล้วหันมาพนมมือเข้าพิธีต่อ

สไบถูกใจลากตัวมาจนพ้นแนวคลองหลังค่าย บริเวณอุโมงค์
"พี่ขุดอุโมงค์ไว้เพื่อพาสไบหนี ไป..กับพี่นะ"
"ไม่ ปล่อย ปล่อยฉัน"

สไบขัดขืน ดิ้นแรง ใจไม่ยอมปล่อย แต่ก็ไม่อาจไปเร็วได้
แฟง จวง เดินมามองหาสไบ เห็นกระชุตักน้ำของสไบตกอยู่ ก็เอะใจ

"กระชุพี่สไบนี่ น่าจะเกิดเรื่องไม่ดีแล้ว" จวงบอก
"พี่สไบ....พี่สไบ"
"รอยเปียกเป็นทางไปทางโน้น "
จวง แฟงรีบตามรอยเปียกน้ำไป เห็นไม้คานสไบตกอยู่ ทั้งคู่ตกใจ
"พี่สไบ พี่สไบอยู่ไหน"
"พี่สไบ พี่สไบเป็นอะไรหรือเปล่า"
แฟงรีบวิ่งข้ามสะพานไปทันที

ทัพและคนอื่นๆ นั่งพนมมือเฝ้าดูพิธีอย่างสงบ พระศักดิ์สงคราม คุมการเท นวโลหะที่หลอมเหลวแล้ว ลงพิมพ์อย่างระมัดระวัง
ใจลากตัวสไบมา แฟง จวง วิ่งตามมาอย่างรวดเร็ว

"พี่สไบ พี่สไบอยู่แถวนี้หรือเปล่า"
"พี่สไบ พี่สไบอยู่ไหน"
ใจพอได้ยินเสียงแฟง ก็กระชากสไบหลบลงหลังพุ่มไม้ สไบจะร้อง ใจปิดปากสไบ อีกมือดึงมีดที่เหน็บซ่อนเอวออกมา แฟง จวง เดินร้องหามาใกล้
แฟงร้องเรียก
"พี่สไบ พี่สไบ"
ใจมองสไบ สไบส่ายหน้า ใจลดเสียงให้ได้ยินสองคน
"พี่ไม่ทำอะไรแฟงกับจวง สไบต้องเงียบ"
สไบต้องหยุดร้อง หยุดดิ้น เพราะห่วงเพื่อน
"อย่าทำแฟง แฟงท้อง"
ใจสีหน้าตกใจ สไบขยับตัวพุ่งออกไป แฟง จวง ได้ยินเสียงด้านหลังก็หันกลับไป

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 23/3 วันที่ 15 ก.พ. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ