อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 10 วันที่ 29 เม.ย. 58

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 10 วันที่ 29 เม.ย. 58

ทางเดินกลหน้าห้องโฮชิโนโอจิ โฮชิโนโอจิ อาคิระและย่ามิกิหยุดนิ่งไปเหมือนกัน อาคิระกับโฮชิโนโอจิมองหน้ากัน ส่วนมิกิก็จะพยายามเข้าไปห้ามอาคิระ ทุกคนต่างนิ่งงันไม่ขยับ เพราะเวลาได้หยุดลงเช่นกัน
ในห้องโฮชิโนโอจิ รินดารา ค่อยๆหันมาที่เมียวโจโอจิน เทพธิดาดาวเดือนเจ็ดในชุดกิโมโนสีทองสวยงาม อลังการ ท่ามกลางเวลาที่หยุดลง ใบหน้าของเมียวโจโอจินเหมือนกับใบหน้าของรินดาราราวเป็นใบหน้าเดียวกัน

“คุณ…คุณคือ…”
“ใช่แล้วจ้ะรินดารา..ชั้นคือเมียวโจ เทพธิดาดาวเดือนเจ็ด และเธอก็คือร่างอวตารบนโลกนี้ของชั้น”
รินดาราชะงัก “ชั้นคือร่างอวตารของคุณ ก็หมายความว่า” รินดาราไม่ทันพูดต่อ ปานรูปดาวที่ด้านหลังก็เปล่งแสงระเรื่อออกมาให้รินดารารู้สึก แต่ไม่เจ็บ


“ใช่แล้วจ้ะ..ตั้งแต่วันที่เธอเกิดขึ้นมา ในวันที่เจ็ดเดือนเจ็ด ส่วนหนึ่งของชั้นก็อยู่กับเธอมาตลอด เหมือนกับว่าเราคือคนคนเดียวกัน เพียงแต่เธอยังไม่รู้ว่าเธอมีหน้าที่อะไร จนวันนี้มาถึง..วันที่โฮชิปกป้องเธอด้วยชีวิต”
“หน้าที่?” รินดารายังรู้สึกงุนงง
เมียวโจโอจินจึงเดินเข้าไปใกล้รินดารา แล้วยิ้มด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น “ความทุกข์ทรมานของโฮชิ ทำให้ชั้นไม่สามารถทนรอให้เธอพร้อมไปกว่านี้ได้อีกแล้ว เราต้องช่วยเขานะรินดารา..โฮชิผู้แสนดี เทพเจ้าที่รักมนุษย์มากกว่าชีวิตตัวเอง”
“หน้าที่ของชั้นคือช่วยท่านชายเหรอคะ?”
“ใช่แล้วจ้ะ..มาสิ..ชั้นจะทำให้เธอรู้ว่า โฮชิมีความรักที่ยิ่งใหญ่มากแค่ไหน”
เมียวโจโอจินค่อยๆเข้าไปใกล่รินดารา ยื่นสองมือออกไปแตะขมับของรินดารา ทั้งคู่ค่อยๆหลับตาเป็นการถ่ายทอด ความรู้สึกจากเมียวโจโอจินไปสู่รินดารา
บนสวรรค์ก่อนที่โฮชิจะลงมาโลกมนุษย์ โฮชิโนโอจิมีความสุขและความรักล้นปรี่อยู่กับเมียวโจโอจิน
โฮชิโนโอจิเทพเจ้านกกระเรียนอยู่ท่ามกลางพายุหิมะและศพชาวบ้าน โฮชิโนโอจิช่วยฮานะไว้
โฮชิโนโอจิกรีดเลือดผสมน้ำให้ชาวบ้านดื่มแล้วประตูสวรรค์ปิด
รินดาราค่อยๆลืมตาพร้อมเมียวโจโอจินที่ปล่อยมืออกจากขมับ น้ำตาของรินดาราไหลออกมาอย่างเศร้าโศกเสียใจ
“โฮชิ...ฮือๆๆ”
“ใช่แล้วจ่ะรินดารา..ชั้นก็คือเธอ เธอก็คือชั้น..ความรู้สึกของชั้นที่มีต่อโฮชิอยู่ในตัวเธอแล้ว...เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยโฮชิ”
รินดาราพยักหน้ารับทั้งๆที่น้ำตายังอาบแก้ม เมียวโจโอจินยิ้มให้ ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ

ห้องนอนอายูมิ หนังสือนิทานกำลังตกพื้น แต่ไอคว้าหนังสือเอาไว้ได้ทัน
“ระวังหน่อยสิคะคุณอา..หนังสือนิทานเล่มโปรดของอายูมิเลยนะคะ”
ไอหยิกแก้มแบบหยอก "น้อยหน่อยนะเรา..ดุอาเลยเหรอ เดี๋ยวก็ไม่เล่านิทานให้ฟังเลย”
อายูมิยิ้มแห้ง “แหะๆๆ..อายูมิขอโทษค่ะ เล่าให้อายูมิฟังนะคะ..นะคะ” ไอพยักหน้ารับ

โฮชิโนโอจิกับอาคิระ และย่ามิกิ ทั้งสามชะงักค้างอยู่ ย่ามิกิไม่พอใจที่อาคิระพูดจาไม่ดีกับท่านชาย ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ
“เกินไปแล้วนะอาคิระ ย่าจะไม่ปล่อยให้อาคิระทำเสียมารยาทกับท่านชายแบบนี้อีกเด็ดขาด ออกไปจากที่นี่กับย่าเดี๋ยวนี้”
“ไม่ครับ”
“ย่าสั่ง อาคิระต้องทำตาม !!!”
“พอได้แล้วมิกิ ถ้าอาคิระอยากรู้ความจริง ชั้นก็จะเล่าความจริงให้อาคิระฟังเอง”
ย่ามิกิตกใจ “ท่านชาย….”
โฮชิโนโอจิมองอาคิระจริงจัง แต่ยังไม่ทันจะเริ่มพูดอะไร ระหว่างนั้นประตูบานเลื่อนห้องโฮชิโนโอจิเปิดออก ทุกคนหันไปมองที่รินดาราตรงประตู และโดยไม่มีใครคาดคิดรินดาราเดินเข้ามาหาโฮชิโนโอจิอย่างตั้งใจ สองมือจับมือโฮชิโนโอจิมากุม เอาไว้ด้วยน้ำตาของความตื้นตันพร้อมกับสวมกอดโฮชิโนโอจิแน่น
“ท่านชายคะ..ชั้นจำได้แล้วว่า ชั้นคิดถึงท่านชายมากแค่ไหน มันช่างนานเหลือเกิน นานจนหัวใจแทบสลาย” รินดารากอดโฮชิโนโอจิแน่น ทำเอาโฮชิโนโอจิอึ้งไปไม่ต่างจากอาคิระและมิกิ
“ฮิคาริ..นี่..นี่เธอ..เธอจำได้แล้วว่าตัวเองเป็นใคร”
“ค่ะท่านชาย ชั้นจำได้แล้วว่าชั้นเกิดมาเพื่อใคร..และหน้าที่ของชั้นที่ถูกกำหนดเอาไว้ ตั้งแต่วันที่ชั้นเกิดมาคืออะไร”
อาคิระงง “รินดารา..นี่มันอะไรกัน? หน้าที่อะไรของเธอ”
รินดารานิ่งไปมองหน้าอาคิระด้วยสีหน้าหนักใจ “อาคิระ...คือว่า...”
“เอาล่ะ...นี่คือความจริงที่เธออยากรู้ไงล่ะอาคิระ มากับชั้นสิอาคิระ ถึงเวลาแล้วที่เธอจะได้รู้ความลับของชั้นและกิโมโนโฮชิ ว่ามันเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลมิยาคาวะ และเกี่ยวอะไรกับฮิคาริ”
โฮชิโนโอจิบอกอาคิระ แล้วเดินไปที่ห้องเก็บกิโมโนโฮชิ

อาคิระตามโฮชิโนโอจิกับย่ามิกิเข้ามาที่ห้องเก็บกิโมโนโฮชิ กิโมโนโฮชิสีน้ำเงินเข้มที่แขวนอยู่ตรงหน้า ทำให้อาคิระนิ่งอึ้งไป
“นี่ไงล่ะ..กิโมโนโฮชิ กิโมโนผืนสำคัญที่ลูกหลานมิยาคาวะต้องปกป้องด้วยชีวิต”
“กิโมโนโฮชิ” อาคิระเหมือนถูกต้องมนต์ เดินเข้าไปหยุดดูกิโมโนโฮชิตรงหน้า อาคิระมองลวดลายนกกระเรียนปักด้วยไหมสีทองบนกิโมโนด้วยสีหน้าอดทึ่งไม่ได้ในความงาม
ย่ามิกิเริ่มเล่าเรื่อง “กิโนโฮชิ ก็คือกิโมโนของเทพเจ้านกกระเรียนที่ถูกทอและปักลวดลายโดยเมียวโจ เทพธิดาดาวเดือนเจ็ดคนรักของเทพเจ้านกกระเรียน ก่อนที่เทพเจ้านกกระเรียนจะลงมาที่เมืองสึกิ แล้วถูกนางปีศาจหิมะเล่นงานจนทำให้ไม่สามารถกลับไปสวรรค์ได้”
“คุณย่าล้อผมเล่นรึเปล่า นั่นมันคือนิทานไม่ใช่เหรอครับ
“ไม่ใช่นิทานหรอก แต่เป็นเรื่องจริง ทุกวันชั้นจะบรรเลงเพลงโกโตะเพื่อให้คนรักของชั้นได้ยิน จนวันนี้เวลาที่ชั้นรอคอยก็มาถึง รินดาราคือส่วนหนึ่งของเมียวโจที่เกิดมาเพื่อช่วยให้ชั้นได้กลับสวรรค์” โฮชิโนโอจิบอกแล้วขยับเข้าไปใกล้อาคิระ จ้องมองด้วยใบหน้านิ่งแล้วหลับตา เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งดวงตาของโฮชิโนโอจิ เปลี่ยนเป็นสีเขียวของเทพเจ้า อาคิระถึงกับผงะตกใจ
“ใช่แล้วล่ะอาคิระ ชั้นเองก็เพิ่งรู้ตัวตอนนี้เองว่า ชั้นเกิดมาเพื่อหน้าที่อะไร ปานดาวที่หลังของชั้นคือสิ่งที่บอกว่าชั้นคือส่วนหนึ่งของเทพธิดาดาวเดือนเจ็ด ชั้นเกิดมาบนโลกนี้ เพื่อช่วยทำให้โฮชิได้กลับสู่สวรรค์ ซึ่งนั่นก็คือการช่วยตามหาขนนกกระเรียนทองคำที่จะนำมาปักลวดลายบนกิโมโนโฮชิให้สำเร็จ” รินดาราอธิบายให้อาคิระฟังแล้วหันไปจับมือโฮชิขึ้นมากุม “ชั้นจะอยู่เคียงข้างท่านชาย และทำหน้าที่ของชั้นให้สำเร็จค่ะ”
โฮชิโนโอจิยิ้มรับด้วยความดีใจ “ชั้นดีใจที่ได้อยู่ใกล้เธออีกครั้งนะเมียวโจ” โฮชิโนโอจิลูบแก้มของรินดารา แล้วดึงรินดารามาสวมกอดเอาไว้ต่อหน้าต่อตาอาคิระที่ได้เห็นภาพของความผูกพันของโฮชิโนโอจิกับรินดารา ทำให้อาคิระมีแววตาเศร้าขึ้นมาทันที..ย่ามิกิแอบสังเกตเห็นแววตาของหลานชาย

ยูกิดวงตาเป็นสีฟ้า ปากแดงจัด จิกหน้าไม่พอใจส่งเสียงกรีดร้องลั่น จนมาโกโตะกับริเอะ ต้องรีบเข้ามาด้วยความสงสัย “ยูกิ เกิดอะไรขึ้น”
“ชั้นทำพลาด !! ชั้นใช้ให้นังมิกิจัดการกับนังรินดาราไม่ได้ แล้วยังไปช่วยให้ความจริงเปิดเผยจนนังรินดารารู้ตัวว่ามันคือเมียวโจที่อวตารลงมาช่วยให้โฮชิได้กลับสวรรค์”
ริเอะถามย้ำ “ว่าไงนะ..รินดาราคือร่างอวตารของเมียวโจ เทพธิดาดาวเดือนเจ็ดคนรักของเทพเจ้านกกระเรียนในนิทานของเมืองสึกิน่ะเหรอ”
“นังเมียวโจ มันไม่มีหน้าที่ลงมาบนโลก มันถึงได้แบ่งภาคอวตารมาแฝงอยู่ในตัวมนุษย์เจ้าเล่ห์จริงๆนังเมียวโจ”
ริเอะแอบเยาะเย้ย “จะไปว่าเขาอย่างเดียวก็ไม่ถูกนักหรอกยูกิ ในเมื่อเธอทำพลาดช่วยให้คนรักเขาได้มาเจอกัน โธ่..น่าสงสาร แต่ก็ดีไปอย่าง ถ้ารู้อย่างนี้ชั้นก็สบายใจได้ว่านังรินดาราจะไม่มาแย่งอาคิระของชั้นไป”
ยูกิจิกหน้าไม่พอใจ พุ่งตัวเข้าไปจ้องหน้าเขม็งบีบคอริเอะ “กล้าดียังไงมาสมน้ำหน้าชั้น..นังมนุษย์ชั้นต่ำ !!!” ยูกิออกแรงบีบ จนริเอะหน้าดำหน้าแดง
มาโกโตะตกใจ “ยูกิ..อย่าทำลูกชั้นเลย..ริเอะพูดอะไรไม่ทันคิด..ปล่อยริเอะเถอะ..ชั้นขอร้อง” ยูกิค่อยๆปล่อยมือ ริเอะหน้าดำหน้าแดงสำลักไอไม่หยุด “ขอโทษยูกิสิริเอะ ขอโทษเธอ !!”
“ชั้น..ชั้นขอโทษ”
“ไปซะ !!!” ริเอะรีบวิ่งออกไป ยูกิหันมาที่มาโกโตะดวงตาร้ายกาจด้วยเช่นกัน “แกก็ด้วย !!!” มาโกโตะรีบออกไป ยูกิจิกหน้าเจ็บใจอยู่คนเดียวดวงตาฉายแววอาฆาตแค้น

วันต่อมา ที่ศาลเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอก คฤหาสน์โคสึกะ
ไอมาพบกับฮิเดโนริ “ตั้งแต่ชั้นเข้ามาอยู่กับพวกเขา เมื่อคืนนี้เป็นคืนที่มีแต่เรื่องแปลกที่สุดแล้วล่ะฮิเดะอยู่ๆ ท่านชายก็พารินดาราหายขึ้นไปด้วยกันบนหอคอย แล้วท่าทางอาคิระก็ไม่พอใจมาก หุนหันขึ้นไปด้วยอีกคน ทั้งๆที่คุณย่าห้ามเด็ดขาด”
ฮิเดโนริฟังอยู่ตลอดอย่างสนใจ นิ่วหน้าครุ่นคิดจนเข้าใจพึมพำอยู่คนเดียว “แสดงว่านางปีศาจหิมะทำพลาด ฆ่ารินดาราไม่ได้”
ไอได้ยินไม่ถนัด “เมื่อกี้เธอว่ายังไงนะฮิเดะ”
“เปล่า..ไม่มีอะไร”
“แต่ชั้นว่าเธอกำลังปกปิดอะไรชั้นด้วยอีกคน เหมือนกับที่พวกบ้านมิยาคาวะพยายามปิดชั้นอยู่”
“ชั้นว่าเธอกลับไปได้แล้วล่ะ ไว้ว่างเมื่อไหร่ชั้นจะติดต่อไปเอง” ฮิเดโนริบอกแล้วจะเดินเข้าบ้าน
แต่ไอรีบตามไปขวางอย่างไม่พอใจ “เดี๋ยวสิ !! ทำไมพูดเหมือนไล่ส่งชั้นแบบนี้ ชั้นอยากรู้อะไรก็ไม่ยอมบอก”
“ชั้นว่าเธออย่าทำตัวน่ารำคาญ ถ้าชั้นบอกให้กลับก็ต้องกลับ !!” ฮิเดโนริพูดเน้นเสียงหนักและจ้องหน้าไอด้วยท่าทางไม่พอใจ วูบนั้นเองดวงตาของฮิเดโนริเป็นสีส้มของดวงตาสัตว์
ไอเผลอเห็นเข้าก็ตกใจผงะถอย “ฮิเดะ..ตา..ตาของเธอ”
ฮิเดโนริหน้าตาขึงขังใส่ไม่พูดอะไรต่อ แล้วเดินเข้าบ้านไป ไอได้แต่ยืนอึ้งๆมองตามสงสัยไม่หยุดความอยากรู้

คฤหาสน์มิยาคาวะ อาคิระฟาดดาบไม้ลงกลางอากาศ ซ้อมเคนโด้ฟันดาบไม้อย่างรุนแรง หนักหน่วงด้วยสีหน้าครุ่นคิดเจ็บปวด นึกถึงตอนที่รินดารากับโฮชิโนโอจิจดจำกันได้เมื่อคืนนี้
“ท่านชายคะ..ชั้นจำได้แล้วว่าชั้นคิดถึงท่านชายมากแค่ไหน มันช่างนานเหลือเกิน นานจนหัวใจแทบสลาย
รินดารากอดโฮชิโนโอจิแน่น ทำเอาโฮชิอึ้งไปไม่ต่างจากอาคิระและมิกิ
“ฮิคาริ..นี่..นี่เธอ..เธอจำได้แล้วว่าตัวเองเป็นใคร”
“ค่ะท่านชาย ชั้นจำได้แล้วว่าชั้นเกิดมาเพื่อใคร..และหน้าที่ของชั้นที่ถูกกำหนดเอาไว้ ตั้งแต่วันที่ชั้นเกิดมาคืออะไร”
อาคิระกำดาบเคนโด้แน่น แล้วพุ่งตัวเข้าไปฟันหุ่นไม้ตรงหน้า...ย๊ากกกกกกก ผั๊ว !!!!! ดาบไม้ไม้ในมืออาคิระแตกเป็นเสี่ยงๆ อาคิระยืนนิ่งหายใจหอบถี่
ย่ามิกิเข้ามาเห็นอาการของอาคิระอดเป็นห่วงไม่ได้ อาคิระหันมาเห็นย่ามิกิก็นิ่งไปเช่นกัน

ย่ามิกิเดินตามอาคิระมาทันที่ทางเดิน “อาคิระ..คุยกับย่าก่อน..ย่าอยากคุยเรื่องเมื่อคืนนี้”
“ไว้ผมจะเข้าไปคุยกับคุณย่าที่ห้องดีกว่าครับ ตรงนี้คงไม่สะดวกที่จะคุยเรื่องสำคัญของตระกูลเรา”
“ย่าไม่ได้หมายความถึงเรื่องความลับ แต่ย่าเป็นห่วงความรู้สึกของอาคิระต่างหาก”
อาคิระชะงักไปครู่ “ย่าไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ ความจริงเปิดเผยออกมาแบบนี้ก็ดี ผมจะได้หยุดความรู้สึกของผมไว้ก่อนที่จะปล่อยให้คิดไปไกลมากกว่านี้ เพราะยังไงหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของลูกหลานมิยาคาวะก็คือต้องตอบแทนบุญคุณของเทพเจ้านกกระเรียน”
ระหว่างนั้นโฮชิโนโอจิเข้ามาพอดี ทั้งอาคิระกับมิกิชะงักกันไป “ท่านชาย”
อาคิระโค้งให้ “จากเรื่องที่ทราบเมื่อคืน ผมมาคิดดูแล้ว ผมจะช่วยตามสืบหาว่านางปีศาจหิมะอยู่ที่ไหน เพราะถ้ามันใช้เวทย์มนต์สะกดให้คุณย่าทำร้ายรินดาราได้ ต่อไปมันก็คงไม่หยุดแค่นี้”
“ขอบใจมากนะอาคิระ แต่นางปีศาจหิมะเป็นปีศาจ ชั้นกลัวว่าเธอจะได้รับอันตราย” โฮชิโนโอจิยื่นเซมาโมริรูปนกกระเรียนให้ “เซมาโมริจะช่วยปกป้องเธอจากอันตรายได้”
อาคิระนิ่งมองเหรียญเซมาโมริอยู่ครู่แล้วปฏิเสธ “ขอบคุณครับท่านชาย แต่ผมคงไม่รับ เพราะฝีมือดาบของผมจะปกป้องผมและทุกคนในมิยาคาวะได้” อาคิระพูดแค่นั้นก็เดินออกไป
ย่ามิกิมองตามถอนใจ “ดิชั้นต้องขอโทษท่านชายด้วยนะคะที่อาคิระแสดงกิริยาแบบนั้น”
“ไม่เป็นไร หรอกมิกิ..ชั้นเข้าใจว่าตอนนี้อาคิระกำลังรู้สึกยังไง”

ในห้องอายูมิ รินดารากำลังช่วยพยุงอายูมิให้เริ่มหัดเดินอย่างระมัดระวัง จนอายูมิเริ่มเดินได้สองสามก้าว ด้วยความมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิม อายูมินับก้าว “หนึ่ง...สอง...สาม”
อายูมิเดินได้ 3 ก้าวก็เริ่มจะฝืน รินดาราสังเกตเห็นก็บอกให้พอ “ได้ตั้ง 3 ก้าวแล้ว..อายูมิเก่งมากจ้ะ..พอแค่นี้ก่อนแล้วกันนะ”
“ก็ได้ค่ะพี่รินดารา..ในเมื่ออายูมิทำได้ดีแบบนี้ พี่รินดาราก็ต้องบอกอายูมิได้แล้วใช่มั้ยคะ ว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมทุกคนต้องขึ้นไปบนหอคอย แล้วบนนั้นมีอะไรทำไมย่าต้องห้ามไม่ให้ขึ้นไป”
“ข้างบนเป็นห้องของท่านชาย มีแค่โกโตะกับกิโมโนที่ตระกูลมิยาคาวะทอให้ท่านชายแค่นั้นเองจ้ะ”
“เหรอคะ..แล้วกิโมโนของท่านชายสวยมากมั้ยคะ อายูมิยังไม่เคยเห็นเลย เคยได้ยินแต่คุณย่าบอกว่าถ้าอายูมิโตพอ อายูมิจะได้ขึ้นไปเห็นกับตา และจะได้รับหน้าที่ช่วยดูแลกิโมโนผืนนี้ต่อจากคุณย่าด้วย”
“สวยสิจ๊ะ..กิโมโนโฮชิของท่านชายเป็นกิโมโนที่สวยมากที่สุด แต่จะบอกว่าสวยยังไงบ้าง ก็คงต้องแลกกับที่อายูมิต้องบอกพี่มาก่อนว่า อายูมิรู้ได้ยังไงว่าเมื่อคืนนี้จะเกิดอันตรายกับพี่”
“เอ่อคือ”
อาคิระเข้ามาขัดจังหวะพอดี เพราะได้ยินคุยกันจากข้างนอก “นั่นสิ..อาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า ใครเป็นคนมาเตือนอายูมิ”
“คุณอา”
“ว่าไงล่ะอายูมิ” อาคิระคาดคั้น
“อายูมิบอกไม่ได้ค่ะ เพื่อนหนูเขาไม่ให้บอก”
“เพื่อนเหรอ?..รู้สึกว่าเพื่อนคนนี้เขาช่วยเตือนเรามาหลายครั้งแล้ว งั้นอาต้องรู้จักเขาซะที”
“ไม่ได้จริงๆค่ะคุณอา..เขาไม่อยากให้ใครเจอเขา เพราะเดี๋ยวเขาจะโดนคนที่โคสึกะลงโทษ นะคะคุณอาอย่าบังคับอายูมิเลย อายูมิไม่อยากผิดสัญญากับเพื่อน”
“ทำไมอายูมิไม่ไว้ใจอาล่ะครับ บางทีอาอาจจะช่วยเพื่อนของอายูมิก็ได้นะ”
อายุมิมีสีหน้ากังวลและหนักใจ เอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาอาคิระ จนน้ำตาคลอ รินดาราจึงแตะแขนอาคิระ “ชั้นว่าคุณอย่าเพิ่งไปคาดคั้นแกเลยค่ะ รอให้แกพร้อมกว่านี้ดีกว่า”
อาคิระนิ่งไปมองมือรินดาราที่แตะแขน อาคิระปัดมือรินดาราออกเบาๆแล้วเดินไปเลย รินดาราชะงักกับท่าทางของอาคิระ
อาคิระเดินหน้าตาจริงจังผ่านมาที่หน้าศาลเทพเจ้านกกระเรียน
รินดาราตามอาคิระเข้ามาและเรียกให้หยุด “เดี๋ยวสิคะคุณอาคิระ...คุณจะไปไหน”
“ผมรับปากท่านชาย ว่าจะไปสืบเรื่องนางปีศาจหิมะ”
“แล้วคุณจะเริ่มต้นสืบยังไง”
“เมื่อกี้นี้อายูมิพูดถึง พวกโคสึกะทำให้ผมคิดนึกถึงตำนาน ว่าพวกที่ปลุกนางปีศาจหิมะก็คือพวกโคสึกะ บางทีผมอาจจะได้เรื่องจากพวกนั้น”
“แต่ชั้นว่าคุณไม่ควรเข้าไปยุ่งกับพวกนั้น เพราะอาจจะเป็นอันตรายกับชีวิตคุณได้ ปล่อยให้ชั้นทำหน้าที่ของชั้นดีกว่า”
อาคิระยิ่งฟังแล้วก็ยิ่งเจ็บข้างในเลยถามแกมประชด “ตกลงตอนนี้ผมกำลังคุยกับใครอยู่ รินดาราหรือว่าเทพธิดาดาวเดือนเจ็ด…ผมจะได้ทำตัวถูก”
รินดาราชะงัก “คุยกับคนที่คุณรู้จักอยู่นั่นแหละ เคยคุยกันยังไงก็คุยกันแบบนั้น”
“จะเหมือนเดิมได้ยังไง ก็ในเมื่อตอนนี้คุณคือเมียวโจ คุณเกิดมาเพื่อท่านชาย” รินดาราผงะไป “ไปทำหน้าที่ของคุณเถอะ..ผมเองก็มีหน้าที่ของผมเหมือนกัน” อาคิระเดินออกไป ทิ้งให้รินดารารู้สึกวูบไหวกับคำพูดอาคิระ

โรงฝึกเคนโด้ พวกนักกีฬาซ้อมเคนโด้ดุดัน อาคิระเข้ามาพยายามองหาฮิเดโนริ แต่ไม่เห็นตัว เจอแต่อัตสึโอะอยู่กับพวกนักกีฬาเคนโด้ที่เป็นพรรคพวกของฮิเดโนริ พวกนั้นเห็นอาคิระก็หยุดซ้อม
อาคิระเข้าไปหาอัตสึโอะ “เจ้านายแกอยู่ไหน”
“ทำไมชั้นต้องบอกแกด้วย”
“เพราะถ้าแกไม่บอกชั้นดีๆ..ก็เท่ากับว่าแกอยากให้ชั้นออกแรงคุย”
อัตสึโอะยิ้มกวนๆ “หึๆๆ..แกนี่มันกล้าจริงๆนะอาคิระ มาถึงถิ่นของพวกชั้นแล้วยังอวดเก่งได้อีก ได้..ถ้าอยากออกแรงคุย..ชั้นก็อยากออกแรงด้วยเหมือนกัน” พูดเสร็จพวกนักกีฬาในโรงฝึกเคนโด้ก็ลุกยึ้นมายืนเป็นแผงข้างหลัง อัตสึโอะไม่ต่ำกว่า 4 คน อัตสึโอะโยนดาบ ซามูไรให้อาคิระ “เข้ามาเลยอาคิระ”
อาคิระหยิบดาบซามูไรขึ้นมาจ้องหน้าอัตสึโอะกับพรรคพวก

ที่หน้าร้านนวด ฮิเดโนริเดินเข้าไปในร้านได้ครู่ ไอก็เดินตามหลังเข้ามาหยุดยืนมองด้วยความสงสัย “ฮิเดะมาทำอะไรที่นี่ ?”
ในร้านฮิเดโนริเข้ามา ขณะที่แป้งร่ำกับเกียวเพิ่งนวดให้ลูกค้าเสร็จและมาส่งลูกค้า
“ขอบคุณมากนะคะ..ไว้แวะมาอีกนะคะ”

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 10 วันที่ 29 เม.ย. 58

ละครเรื่อง กลกิโมโน บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กลกิโมโน บทโทรทัศน์โดย ณัชภีม - สุธิสา
ละครเรื่อง กลกิโมโน กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง กลกิโมโน โดยผู้จัด หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์
ละครเรื่อง กลกิโมโน ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กลกิโมโน ละครแนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ลึกลับ
ละครเรื่อง กลกิโมโน เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 16 เม.ย.58 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 วัน
ละครเรื่อง กลกิโมโน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น
ที่มา ไทยรัฐ