อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 10/3 วันที่ 30 เม.ย. 58

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 10/3 วันที่ 30 เม.ย. 58

“จริงเหรออายูมิ”
“จริงสิ..เชื่ออายูมิเถอะ ไม่มีใครกลัว ฮิโตชิหรอก” อายูมิยิ้มสดใสยืนยันกับฮิโตชิ ทำให้ฮิโตชิเริ่มสนใจ
แต่ระหว่างนั้นเสียงเรียกของนานะดังแว่วเข้ามา “คุณหนูคะ..คุณหนู”
“อายูมิต้องกลับแล้ว..ฮิโตชิว่าลองคิดดูนะ ถ้ายอมให้ทุกคนเห็นฮิโตชิ บางทีเราอาจจะได้อยู่ด้วยกัน” อายูมิบอกแล้วออกไป ฮิโตชิครุ่นคิดบางอย่าง

ที่บริเวณศาลเทพเจ้า กลางคืนจันทร์เสี้ยววังเวง นานะเกาะหลังนารูตะที่ถือไฟฉายส่องเข้ามา “หาเจอรึยัง”
“เพิ่งจะเดินออกมาหาเองนะนานะ”


“ชั้นว่ามันก็อยู่แถวๆนี้แหละ”
“ตกลงกระเป๋าสตางค์ใครที่หายกันแน่ เอาแต่ชี้นิ้วสั่งแบบนี้ หาเองแล้วกัน”
“เดี๋ยวสิ...ช่วยชั้นหาหน่อยไม่ได้เหรอไง”
“กับอีแค่กระเป๋าสตางค์ใบเดียวยังรักษาไว้ไม่ได้”
“แหม..วันนี้ชั้นวุ่นตามคุณหนูจะไปทันระวังได้ยังไง ไม่เหมือนแกนี่มีหน้าที่แค่ขับรถอย่างเดียว”
“ก็ได้ๆ..แต่ชั้นว่าไม่น่าอยู่แถวนี้หรอก..หาจนทั่วหมดแล้วแบบนี้ ลองคิดดูดีๆว่าไปตกอยู่ที่อื่นรึเปล่า”
นานะคิดอยู่ครู่ “วันนี้ชั้นไปตามคุณหนูที่บ่อน้ำกับป้าเคโกะ”
“งั้นไปหาที่นั่นกัน”
นานะชะงัก “จะดีเหรอ ชั้นยังขวัญหายเรื่องคุณรินดาราเจอผีแถวนั้นอยู่เลยนะ”
“มากันสองคนจะกลัวอะไร” แล้วนารูตะก็เดินนำไปทางบ่อน้ำทันที นานะสีหน้าหวาดๆแต่ก็รีบเดินตาม

นารูตะส่องไฟฉายพานานะเข้ามาหากระเป๋าสตางค์ตรงบริเวณบ่อน้ำ ระหว่างนั้นทั้งคู่ได้ยินเสียงเด็ก ร้องเพลงกล่อมเด็กดังแว่วๆ “คิรา คิรา ฮิคารุ โอโซรา โน โฮชิโย มาบาทาคิ ชิเตวา มินน่า โว มิเตรู คิรา คิรา ฮิคารุ โอโซรา โน โฮชิโย”
“นารูตะ..แก..แกได้ยินเสียงอะไรรึเปล่า”
“ได้ยิน..เสียงเด็กร้องเพลง ดังมาจากแถวๆนี้”
นารูตะกับนานะช่วยกันสอดส่ายตามองหา
ระหว่างนั้นฮิโตชิค่อยๆปีนขึ้นมาจากบ่อน้ำแล้วนั่งแกว่งขา “หาอะไรกันอยู่เหรอครับ”
นารูตะกับนานะชะงักหันมาเห็นก็ตกใจ “ไอ้หนู...ไปนั่งทำอะไรตรงนั้น เดี๋ยวก็ตกลงไปหรอก..ลงมานี่”
“ผมมาเล่นที่นี่บ่อยๆ ไม่ตกลงไปหรอกครับ”
“แล้วมาจากไหนเนี่ย..อยู่ๆโผล่เข้ามาที่นี่ได้ยังไง”
ฮิโตชิชี้ไปในบ่อ “ผมมาจากในนั้นครับ”
“ในบ่อน้ำนั่นน่ะเหรอ..เอาแล้วไง..เจอเด็กกวนตีนเข้าให้แล้ว” นารูตะเข้าไปเขกกะบาลฮิโตชิทันที “นี่แน่ะ..เพื่อนเล่นเหรอไงไอ้เด็กบ้า แอบเข้ามาเล่นในที่ของคนอื่นแล้วยังกวนตีน แบบนี้มันต้องพาไปส่งบ้าน”
“ไม่ต้องพาไปส่งหรอก ก็บ้านของผมอยู่ที่นี่..ในนี้ไง” ฮิโตชิยังชี้ไปในบ่อน้ำ นารูตะเริ่มปรี๊ดหัวเสียมากขึ้น “ผมไม่ได้โกหกนะ..นี่ไงกระเป๋าสตางค์ของพี่ผู้หญิง ผมเจอตกอยู่ในบ่อน้ำ” ฮิโตชิยื่นกระเป๋าสตางค์ให้ดู
นานะรับไปดูแล้วชะงักกึก “ใช่กระเป๋าสตางค์ของเธอรึเปล่า”
“ใช่..ใช่จริงๆด้วย” นานะเริ่มสงสัยมองหน้าฮิโตชิอย่างจริงๆจังๆแล้วคิด..ก่อนจะอึ้งไปเมื่อนึกถึงภาพผีเด็กใต้โต๊ะอาหาร นานะเริ่มมือสั่นเหงื่อตกกระซิบบอกนารูตะ “นี่..นี่..นี่มัน..ไม่..ไม่..ไม่ใช่คน..แต่..แต่เป็น”
“เป็นอะไร”
“ผีเด็ก !!!”
“ผีเด็กเนี่ยนะหน้าตาแบบนี้..ไม่เชื่อหรอก” นารูตะหันไปที่ฮิโตชิคว้าข้อมือมาบีบ “บอกมาซะดีๆ ว่าบ้านอยู่ไหน ไม่งั้นจะพาไปหาตำรวจ”
“ผมไม่ไป..บ้านผมอยู่นี่”
“ทำไมดื้ออย่างนี้วะ..ไอ้เด็กพ่อแม่ไม่สั่งสอน..ต้องให้ลงมือใช่มั้ย..ได้” นารูตะจับฮิโตชิพลิกตัวมาแล้วตีก้นไปแรงๆทีหนึ่ง ฮิโตชิเลยโกรธเปลี่ยนหน้ากลายเป็นผีเด็กน่ากลัวให้เห็นจะๆ
นานะเหวอสุดฤทธิ์ “นั่น..นั่นไง..ชั้นบอกแกแล้ว...ช่วย..ช่วยด้วยผีหลอกค่ะ” นานะวิ่งหนีไปทันที
นารูตะยังยืนเหวอๆตาโตอึ้งถอยหนี “ผะ..ผะ..ผีจริงๆด้วย” นารูตะคว้าได้ก้อนหินที่พื้นก็ปาใส่ทันที..โป๊ก !!!! แล้ววิ่งหนีเตลิด ก้อนหินโดนเข้าที่หัวฮิโตชิทำให้เลือดสีดำไหลลงมาเป็นทาง ฮิโตชิไม่เจ็บแต่หน้าเศร้าเสียใจ “อายูมิโกหก ไม่มีใครชอบฮิโตชิจริงๆ ซะหน่อย..ฮือๆๆๆๆ”

ที่ออฟฟิศโรงงานทอผ้า อาคิระกำลังเก็บแฟ้มงานบนโต๊ะทำงานและเตรียมจะกลับไปที่คฤหาสน์ แต่ระหว่างนั้นรินดาราเข้ามาเคาะประตู อาคิระชะงักแปลกใจเมื่อเห็นว่าเป็นรินดารา “คุณมาที่นี่ทำไม”
“ชั้นได้ยินจากท่านชายว่าคุณไปมีเรื่องกับพวกโคสึกะมา”
“ผมไปทำหน้าที่ของผมต่างหาก”
“แต่คุณควรจะฟังคำเตือนของท่านชายนะ”
“ผมบอกท่านชายไปแล้วว่าไม่ต้องห่วงผม เพราะถ้าผมดูแลตัวเองไม่ได้ แล้วผมจะดูแลคนในตระกูลมิยาคาวะได้ยังไง ถ้าคุณไม่มีอะไรแล้วก็กลับไปหาท่านชายเถอะ”
อาคิระพูดเหมือนตัดพ้อ จนรินดาราต้องยืนขวางไม่ให้ออกจากห้อง “ชั้นไม่ให้คุณไปจนกว่าเราจะคุยกันให้จบ..ชั้นขอล่ะ ช่วยทำตัวกับชั้นให้เหมือนเดิมได้มั้ย ถึงตอนนี้หน้าที่ของเมียวโจในตัวชั้นคือช่วยท่านชาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหน้าที่ของรินดาราลูกจ้างคุณจะต้องเลิกไป”
“แต่คุณว่าไม่แปลกเหรอ ที่ผมมีลูกจ้างเป็นถึงร่างอวตารของเทพธิดาดาวเดือนเจ็ด”
“นี่คุณ”
“ผมว่าแปลกนะ..เพราะถ้าเกิดวันไหนผมพูดจาไม่เข้าหูคุณขึ้นมา ผมอาจจะโดนคุณลงโทษสาปให้เป็นหมูเป็นหมาก็ได้”
“ชั้นทำอะไรแบบนั้นไม่ได้หรอก เพราะความสามารถพิเศษอย่างเดียวที่เมียวโจมอบให้ชั้นมาตั้งแต่เกิด ใช้สาปคนปากเสียให้เป็นสัตว์ไม่ได้” รินดาราเชิดหน้าประชดกลับแล้วเดินออกไปอย่างหัวเสีย อาคิระมองตาม

อาคิระเดินตามหลังรินดาราแล้วเข้าไปคว้าแขนเอาไว้ “เดี๋ยวสิ..เวลาผมกลับมาเป็นอาคิระคนเดิมแล้ว ทำไมคุณต้องมาโกรธผมด้วย ก็คุณเองไม่ใช่เหรอที่ขอให้ผมกลับมาพูดจากับคุณเหมือนเดิม” รินดาราชะงักมองหน้า อาคิระจึงปล่อยมือ
“นั่นสินะ อาคิระที่ชอบกวนประสาทชั้น จนบางทีชั้นก็อยากจะมีพลังพิเศษ จัดการให้คุณหุบปากไม่ต้องพูดอะไรให้ชั้นหัวเสียอีก”
“แต่เทพธิดาดาวเจ็ด ก็ไม่ได้มอบพลังแบบนั้นมาให้คุณ”
“นี่คุณ !!”
“เอาล่ะๆ ผมเข้าใจแล้วว่าหน้าที่ของคุณคืออะไร ส่วนหน้าที่ของผมคืออะไร จากนี้ไปเราก็จะทำตัวกันเหมือนเดิม..โอเคมั้ย”
“ก็ได้”
“งั้นคุณช่วยบอกผมได้มั้ยว่าพลังพิเศษที่เทพธิดาดาวเจ็ดมอบให้คุณมา เพื่อช่วยให้คุณพาท่านชายกลับสวรรค์คืออะไร”
“เอาไว้ถึงเวลาคุณก็จะรู้เอง เพราะมันเกี่ยวข้องกับการตามหานกกระเรียนทองคำ”
“คุณรู้แล้วเหรอว่านกกระเรียนทองคำอยู่ที่ไหน”
“ชั้นยังไม่รู้หรอก แต่ก็มีคนรู้จักที่ชั้นพอจะไปขอความช่วยเหลือจากเขาได้”
“ใคร?”

บรรยากาศในร้านกาแฟร้านหนึ่งในเมืองที่ผู้คนเดินขวักไขว่ รินดารากับอาคิระนั่งรออยู่ที่เก้าอี้นอกร้าน อาคิระรู้สึกว่าเลยเวลาที่เพื่อนของรินดารานัดไว้แล้ว “เพื่อนคุณเขาลืมนัดรึเปล่า นี่มันเลยเวลานัดไปมากแล้วนะ”
“เคนจิไม่ใช่คนขี้ลืม อยู่ๆชั้นก็ขอให้เขามาพบชั้น ทั้งๆที่เขากำลังยุ่งอยู่ บินมาจากเนปาล ไม่ใช่นั่งรถไฟมาจากโตเกียวนะคุณอาคิระ”
“งั้นที่เขามาช้าก็อาจจะพาตัวเยติมนุษย์หิมะมาด้วยก็ได้”
รินดารามองหน้าอย่างเคืองๆ “คุณอาคิระ”
“ผมก็แค่ล้อเล่น..อยากรู้ว่าคุณกับนายเคนจิสนิทกันมากแค่ไหน เพราะเรื่องที่เราจะขอให้เขาช่วยข้อมูล มันเป็นเรื่องสำคัญ”
“คุณไว้ใจเคนจิได้..เพราะเขากับชั้นเคยคบกันมาก่อน”
อาคิระชะงักอึ้งๆ ระหว่างนั้นเคนจิเข้ามาในร้าน เห็นรินดาราก็เข้ามาทักอย่างสนิทสนม “รินจัง !!!”
“เคนจัง !!” สองคนเดินเข้าไปทักทายกัน
เคนจิคิดถึงรินดารามากเลยดึงเข้ามาสวมกอด “ขอโทษนะที่ต้องให้รินจังรอนาน”
“ไม่เป็นไรหรอก..ชั้นต่างหากที่ต้องรบกวนเคนจัง”
“ผมบอกแล้วไงตั้งแต่ที่เรายังคบกัน”
รินดารายิ้มรู้ทันเลยพูดแทน “ถ้าชั้นต้องการความช่วยเหลืออะไรเธอก็จะมาทันที ชั้นจำได้จ้ะขอบใจมากนะเคนจัง”
เคนจิยิ้มรับแล้วยกมือลูบแก้มรินดาราอย่างเป็นห่วง “ว่าแต่..รินจังผอมลงไปเยอะนะ”
อาคิระเห็นท่าทางสนิทสนมกันมากแบบนั้นก็ชักไม่ค่อยพอใจ เริ่มรู้สึกเป็นส่วนเกิน อาคิระกระแอม “คุณจะไม่แนะนำผมให้รู้จัก..เพื่อน..ของคุณเลยเหรอ”
“เคนจัง..นี่คุณอาคิระ จากตระกูลมิยาคาวะ ที่ชั้นอีเมล์ไปเล่าให้เธอฟัง”
เคนจิยิ้มให้อย่างสุภาพและโน้มศีรษะทักทาย “ผมยินดีช่วยอย่างเต็มที่ครับคุณอาคิระ”
อาคิระโค้งรับการทักทายจากเคนจิ แล้วเหลือบไปมองรินดาราที่มองเคนจิอย่างชื่นชม อาคิระรู้สึกหวงๆ

อาคิระไปซื้อกาแฟกลับเข้ามาแล้วยื่นให้ทั้งคู่หลังจากที่รินดาราคุยกับเคนจิเสร็จ “ขอบคุณครับคุณอาคิระ”
อาคิระพยักหน้ารับเคนจิแล้วหันไปที่รินดารา “ตกลงได้เรื่องอะไรเพิ่มเติมรึเปล่า”
“ได้ค่ะ เคนจังสนใจและเคยติดตามศึกษาเรื่องราวของนกกระเรียนทองคำมาพอสมควร ที่บ้านเขามีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ เขาเลยอยากขอเวลาไปค้นคว้าข้อมูลเก่าๆมาเพิ่ม แล้วจะรีบติดต่อเราทันที”
“ขอบคุณมากครับคุณเคนจิ” อาคิระยื่นนามบัตรให้ “นี่เป็นนามบัตรผม..ถ้าคุณได้ข้อมูลมาเมื่อไหร่ ติดต่อผมได้ตามเบอร์โทรในนี้ตลอดเวลา”
เคนจิรับนามบัตรอาคิระมาแล้วโค้งให้ “ครับ...แล้วผมจะไปพบคุณที่เมืองสึกิ”อาคิระชะงัก
“เมื่อกี้ชั้นเล่าเรื่องเมืองสึกิให้เขาฟัง เขายังไม่เคยไป ชั้นก็เลยชวนให้เขาไปเที่ยวที่นั่น จะได้พบกับท่านชายด้วย”
“ก็ดีครับ..ผมในฐานะชาวเมืองสึกิยินดีต้อนรับ”
เคนจิยิ้มรับแล้วนึกขึ้นได้ “รินจัง..ผมมีของฝากจากเนปาลมาให้ด้วยนะ” เคนจิเปิดกระเป๋าเป้ แล้วหยิบเอาผ้าพันคอผืนสวยของพื้นเมืองจากเนปาล มาพันคอให้รินดาราอย่างสนิทสนม ใกล้ชิด
รินดารารู้สึกชอบ “สวยจังเลยเคนจัง..ขอบใจมากนะ ชั้นชอบจังเลย”
เคนจิยิ้มดีใจที่รินดาราชอบ ทั้งคู่ดูสนิทสนมกันมากจนอาคิระได้แต่เหลือบตามอง ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มเซ็งๆ

คฤหาสน์โคสึกะ ไดซุเกะกับยูกินั่งหลับตาทำสมาธิอยู่ตรงข้ามกันภายในวงล้อมของแท่งเทียนสีแดง มือทั้งสองจับกันไว้ ไดซุเกะทำปากขมุบขมิบท่องคาถา...ไดซุเกะกำลังทำพิธีถ่ายทอดพลังให้กับยูกิ จู่ๆ ไดซุเกะสำลักไอออกมาอย่างผู้ที่อ่อนแรงเหลือเกิน...ไดซุเกะปล่อยมือจากยูกิ ยูกิมองสำรวจมือ แขนและร่างกาย ตัวเองที่เปล่งปลั่งสมบูรณ์อย่างพึงพอใจ
ไดซุเกะไอเสร็จ ยูกิ "แกล้ง" ทำเป็นห่วงใยไดซุเกะอย่างแนบเนียน ความจริงแล้วยูกิแอบดูดพลังของไดซุเกะมาเยอะกว่าที่ไดซุเกะจะรู้ตัว “พอเถอะ แค่นี้พลังชีวิตของท่านก็ทำให้ชั้นรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว ถ้าท่านให้ชั้นมากกว่านี้ ท่านจะแย่” ยูกิลุกขึ้นยืน
“แกจะไปไหน”
ยูกิหันมายิ้มอย่างร้ายกาจ “ไปตอบแทนบุญคุณของโคสึกะ”รอยยิ้มของยูกิดูน่าหวาดหวั่น

ห้องนอนนานะ นานะกรี๊ดดัง...นานะผมเผ้ายุ่งเหยิงกำลัง หลับตาละเมอดิ้นปัดป่ายมือ ไปมาในอากาศ ร้องกรี๊ด
“ไปให้พ้น ! ไปให้พ้น ! ชั้นกลัวแล้ว ฮือๆๆ”
เคโกะพยายามจับตัวนานะ และหันไปบอกย่ามิกิกับโฮชิโนโอจิที่ยืนอยู่ในห้อง
“นานะกับนารูตะเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ เอาแต่ละเมอทั้งคืน ตัวก็ร้อนอย่างกับไฟ ปลุกยังไงก็ไม่ยอมรู้สึกตัวค่ะ”
“ขอชั้นดูนานะหน่อย” เคโกะถอยออกไป โฮชิโนโอจิย่อตัวนั่งลงข้างฟูกของนานะที่ยังละเมอ โฮชิโนโอจิจับมือนานะมากุมไว้น้ำเสียงอ่อนโยน “นานะ...นี่ชั้นเองนะ ตั้งสติให้ดี...ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องกลัว”
นานะค่อยๆ นิ่งสงบลงอย่างน่าเหลือเชื่อ เคโกะชื่นชมกับย่ามิกิ “ท่านชายเก่งจังเลยนะคะ”
ย่ามิกิแค่ยิ้มไม่ตอบอะไร แล้วนานะก็รู้สึกตัวขึ้นมาอย่างงงๆ “ท่านชาย คุณย่ามิกิ เกิดอะไรขึ้นคะ”
“ชั้นต่างหากที่ต้องถามเธอว่าเกิดอะไรขึ้น เธอกับนารูตะไปเจออะไรกันมาถึงนอนจับไข้กันอย่างกับถูกผีหลอกมา”
“ผี! มีผีเด็กผู้ชายอยู่ที่บ่อน้ำ”
“ผีเด็กผู้ชาย ?!!”
“ค่ะ มันใส่ชุดยูกาตะ มันอยู่ใต้โต๊ะด้วย มันน่าเกลียดน่ากลัวมากเลยนะคะ”
โฮชิโนโอจินิ่วหน้าไม่สบายใจ ขณะที่ย่ามิกิก็มองโฮชิโนโอจิอย่างรู้ทันได้ทันทีว่าต้องรู้เรื่องนี้

ที่บ่อน้ำร้าง ฮิโตชิยืนแหงนหน้าคุยกับโฮชิโนโอจิด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
“พวกเขาทำฮิโตชิก่อน พี่รินดาราสอนอายูมิว่า ถ้าอยากให้คนรักต้องรู้จักช่วยเหลือคนอื่น ฮิโตชิช่วยพวกเขาเก็บของ แต่ทำไมพวกเขาก็ยังทำร้ายฮิโตชิ”
โฮชิโนโอจิแปลกใจ “พวกเขาทำอะไรเธอ”
ฮิโตชิทำให้โฮชิโนโอจิรู้คำตอบ ด้วยการทำให้มีเลือดไหลสดๆ จากการโดนก้อนหินปาใส่ไหลลงมาจากหัว โฮชิโนโอจิอึ้งไปแล้วสงสารฮิโตชิจับใจ “โถ...เจ้าหนู คงจะเจ็บมากสินะ” ฮิโตชิพยักหน้ารับ น้ำตาไหลอาบแก้ม โฮชิโนโอจิย่อตัวลงนั่งตรงหน้าฮิโตชิ แล้วยื่นหน้าเข้าไปจูบเบาๆ บนหน้าผากของฮิโตชิ พอโฮชิโนโอจิถอยหน้าออกมา เลือด สดๆ ที่หัวฮิโตชิก็หายไป “หายเจ็บหรือยัง”
ฮิโตชิพยักหน้ารับ โฮชิโนโอจิลูบหัวฮิโตชิ “เชื่อชั้นนะฮิโตชิพวกเขาเป็นคนดี พวกเขาไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเธอหรอก แต่ที่เขาทำไปเพราะพวกเขายังไม่รู้จักฮิโตชิดีพอ อย่าโกรธพวกเขาเลย”
“ครับ..ฮิโตชิไม่โกรธ เพราะพวกเขารักอายูมิ”
“ดีมาก แล้วคราวหลัง เธอต้องระวังตัวอย่าให้ใครเห็นได้อีกนะ เดี๋ยวเขาเป็นไข้กันหมดบ้าน จะไม่มีใครดูแลอายูมิ”
ฮิโตชิพยักหน้ารับและยิ้มนิดๆ เริ่มผ่อนคลายขึ้นแล้ว ทันใดนั้นเสียงย่ามิกิดังขึ้น “ท่านชายคุยกับใครคะ”

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 10/3 วันที่ 30 เม.ย. 58

ละครเรื่อง กลกิโมโน บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กลกิโมโน บทโทรทัศน์โดย ณัชภีม - สุธิสา
ละครเรื่อง กลกิโมโน กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง กลกิโมโน โดยผู้จัด หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์
ละครเรื่อง กลกิโมโน ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กลกิโมโน ละครแนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ลึกลับ
ละครเรื่อง กลกิโมโน เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 16 เม.ย.58 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 วัน
ละครเรื่อง กลกิโมโน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น
ที่มา ไทยรัฐ