อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 11/2 วันที่ 1 พ.ค. 58

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 11/2 วันที่ 1 พ.ค. 58

“ขอบคุณมากนะเคนจัง” รินดารายิ้มให้เคนจิแล้วเดินออกไป ทิ้งให้เคนจินั่งกินราเม็งอยู่คนเดียว
ฮิเดโนริที่แอบดูอยู่ จึงเดินเข้ามา ทำทีว่าเดินชนเคนจิกระเป๋าตกพื้น “ขอโทษด้วยครับ..ผมนี่ซุ่มซ่ามจริงๆ”
“ไม่เป็นไรครับ”
ฮิเดโนริทำทีช่วยเก็บกระเป๋าให้แล้วฉวยโอกาสตอนเคนจิเผลอ จ้องตาเคนจิเขม็งจนเคนจิชะงักตัวเกร็งแข็งเหมือน ถูกสะกดจิต ดวงตาของฮิเดโนริเป็นสีส้มของสุนัขจิ้งจอก แล้วยิ้มร้ายอย่างเจ้าเล่ห์

ไดซุเกะอยู่กับยูกิและรับรู้ทุกอย่างจากฮิเดโนริ
“ว่าไงนะ..รินดารากับอาคิระน่ะเหรอกำลังจะเดินทางไปเมืองไทย”
“ครับคุณปู่ ผมอยากรู้ว่าพวกนั้นไปทำอะไรกัน ก็เลยสะกดรอยตามเพื่อนของรินดารา แล้วสะกดจิตมันจนรู้ว่าพวกนั้นไปเมืองไทยกันเพราะอะไร”


สีหน้ายูกิสนใจ ขยับเข้ามาใกล้ฮิเดโนริ “โฮชิไม่มีทางปล่อยให้ร่างอวตารของเมียวโจไปกับอาคิระตามลำพังแน่ ถ้านั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ”
“ใช่..พวกนั้นกำลังตามหาเส้นไหมจากขนนกกระเรียนทองคำ เพื่อนำมาปักกิโมโนโฮชิ”
ยูกิชักสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที ดวงตากร้าวแข็งอย่างเจ็บใจ “เป็นอย่างที่ชั้นคิดไว้ไม่ผิด ที่นังเมียวโจมันอวตารมาอยู่ในร่างของรินดารา ก็เพราะต้องการใช้ให้นังนั่นช่วยหาทางให้โฮชิได้กลับสวรรค์”
“งั้นเราต้องหาทางหยุดพวกมัน”
“ผมจะตามไปหยุดพวกนั้นที่เมืองไทยเองครับคุณปู่”
ยูกิจ้องหน้าฮิเดโนริอย่างอยากรู้ “ชั้นจะมั่นใจได้ยังไงว่าชั้นไว้ใจแกได้..เจ้าลูกครึ่งจิ้งจอก”
“ฮิเดะมีสัญชาติญาณของการสะกดรอยและเล่นงานเหยื่ออย่างไม่ให้รู้ตัว ชั้นรับประกันแทนหลานชายว่าเขาต้องไม่ทำให้เราผิดหวัง”
ยูกินิ่งไปแล้วคิดอยู่ครู่ “งั้นชั้นจะรอฟังข่าวดีอยู่ทางนี้ หวังว่าแกจะทำลายเส้นไหมทองคำได้นะฮิเดะ”
ฮิเดโนริพยักหน้ารับสีหน้ามั่นใจ

สวนญี่ปุ่น คฤหาสน์มิยาคาวะ รินดารากับโฮชิโนโอจิเดินจูงมือกันภายใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว
โฮชิโนโอจิแหงนหน้ามองดวงดาว “คืนพรุ่งนี้ชั้นจะต้องมองดูดาวอยู่ที่นี่คนเดียว เธอจะคิดถึงชั้นไหมฮิคาริ”
“ค่ะ ชั้นจะคิดถึงท่านชาย”
โฮชิโนโอจิค่อยๆ กุมมือรินดาราขึ้นมาวางแนบใบหน้าตัวเอง ดวงตาที่มองรินดารานั้นช่างอาลัยอาวรณ์
“เธอสัญญากับชั้นได้ไหมฮิคาริ ว่านี่จะไม่ใช่การล่ำลาจากกันไปนานแสนนานเหมือนครั้งที่แล้ว เราจะห่างกันแค่ไม่กี่วัน แล้วเธอจะกลับมาหาชั้น”
“ชั้นสัญญาค่ะ ชั้นจะกลับมา” ใบหน้าของทั้งๆคู่ค่อยๆเข้าหากัน รินดาราหลับตาพริ้ม แล้วนึกถึงตอนที่เป็นเมียวโจโอจินก็ปรากฏขึ้นในหัว

เมียวโจโอจินกับโฮชิโนโอจิแสดงความรักต่อกัน ก่อนจะล่ำลาด้วยการที่เมียวโจโอจินค่อยๆ เข้าไปใกล้ริมฝีปากของโอชิโนโอจิ แต่ไม่สัมผัสโดนกัน เมียวโจโอจินเลื่อนริมฝากไปที่แก้มและทั่วใบหน้าเพื่อต้องการส่งผ่านความรัก

รินดารารับรู้ถึงความรู้สึกของเมียวโจเมื่อครั้งนั้นจึงแสดงความรู้สึกแบบนั้นออกมา รินดาราเลื่อนริมฝีปากไปทั่วหน้าของโฮชิโนโอจิเช่นเดียวกับที่เมียวโจโอจินทำ โฮชิโนโอจิหลับตารับความรู้สึกนั้น สักพักรินดาราก็ถอยหน้าออกจากหน้าโฮชิโนโอจิ โฮชิโนโอจิลืมตาแล้ว แต่รินดารายังไม่ลืมตาเพราะยังอยู่ในภวังค์ของการเป็นเมียวโจโอจิน
เมียวโจถอนหน้าออกมาแล้วเอ่ยว่า “ขอบใจนะโฮชิ..เมื่อไหร่ที่เราอยู่ห่างกันและไม่ได้สัมผัสกันแบบนี้”
รินดารากำลังพูดตามเมียวโจโอจิน ขณะที่ยังหลับตาอยู่ “ขอให้เธอจำไว้ด้วยว่า... “
แต่โฮชิโนโอจิโผเข้าประกบปากรินดารา รินดาราตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ แล้วไออุ่นจากโฮชิโนโอจิก็ทำให้รินดาราค่อยๆ หลับตาพริ้มลงรับสัมผัสนั้นของโฮชิโนโอจิ
อาคิระยืนใต้ต้นไม้มองภาพตรงหน้าอย่างบาดใจ มือกำแน่นเดินเลี่ยงออกมาน้ำตาคลอๆ โฮชิโนโอจิถอนปากออกจากริมฝีปากของรินดารา แล้วโผกอดรินดาราแน่นด้วยความรักและอาลัยอาวรณ์ แต่สีหน้าของรินดารากลับอึดอัด ไม่ได้อบอุ่นมีความสุขอย่างที่โฮชิโนโอจิเป็น

อาคิระเศร้าๆมาตามทางเดิน ระหว่างนั้นเจอย่ามิกิเดินเข้ามา
“ไปไหนมาเหรออาคิระ ย่าไปตามที่ห้องไม่เจอ”
“ผมลืมเอกสารไว้ที่โรงงานครับคุณย่า” ย่ามิกิมองอาการอาคิระแล้วสงสัยว่าจะโกหก อาคิระรีบเปลี่ยนเรื่อง “คุณย่ามีธุระอะไรกับผมเหรอครับ”
“คุยตรงนี้ไม่สะดวก ไปคุยกันที่ห้องของย่าดีกว่า เพราะย่าอยากคุยก่อนที่อาคิระจะบินไปเมืองไทยกับรินดาราพรุ่งนี้” ย่ามิกิบอกแล้วเดินนำไป อาคิระแปลกใจสงสัย

บ้านรินดาราที่เมืองไทย เสียงเรืองนภาดัง “แม่..บอกพี่ดาราด้วยว่าอย่าลืมของฝากหนู”
ดวงดาวกำลังคุยโทรศัพท์กับรินดารา “นภา..เรานี่..แม่กำลังคุยธุระกับพี่เขาอยู่นะ”
รินดารายิ้มกับโทรศัพท์ รู้สึกดีใจที่จะได้กลับไปเยี่ยมบ้าน “ไม่เป็นไรค่ะแม่..บอกน้องๆว่าไม่ต้องห่วง พี่แวะซื้อมาให้เรียบร้อยแล้ว”
“ไม่ต้องไปตามใจน้องมากนักหรอกนะดารา ที่ต้องกลับมากะทันหันเพราะต้องมาทำธุระกับเจ้านายไม่ใช่เหรอ”
เรืองนภาสะกิดอยากรู้ “แม่..แม่..ฝากถามพี่ดาราด้วยสิ เจ้านายที่พี่รินดาราบอกว่าจะมาด้วย ใช่ผู้ชายที่พี่รินดาราชอบโทรมาปรึกษาแม่บ่อยๆ รึเปล่า”
“นภา แม่ว่าเราชักจะเสียมารยาทมากไปแล้วนะ” ดวงดาวตีแขนเรืองนภา “นี่แน่ะ...นิสัยเสียแอบฟังผู้ใหญ่เขาคุยกัน ทีหลังอย่าทำ”
“โธ่เอ้ย..แม่ก็..ก็หนูอยากรู้นี่ ว่าหนูจะได้มีพี่เขยเป็นคนญี่ปุ่นรึเปล่า” เรืองนภาเสียงดังใส่โทรศัพท์ “หนูเชียร์อยู่นะจ๊ะพี่ดารา..หนูอยากเห็นพี่ดาราใส่ชุดเจ้าสาวญี่ปุ่น”
“แม่คะ..บอกน้องด้วย..เค้าเป็นเจ้านาย อย่าไปพูดให้เขาได้ยินเชียว”
“แม่รู้แล้วจ้ะ..ไว้เจอกันแล้วกันนะดารา เดินทางปลอดภัย เดี๋ยวแม่จะจัดการกับนภาแล้วจะไปบอกพ่อเขาให้”ดวงดาวตัดสายไป แล้วจิกหน้าดุๆใส่เรืองนภาที่ยิ้มแหะๆ

ดวงดาวลงมาที่ใต้ถุนเรือนเห็นเรืองตะวันกำลังช่วยพ่อซ่อมกี่ทอผ้า ดวงดาวสงสัย“พ่อจ๊ะ..ทำไมมาซ่อมกี่ทอผ้าเอามืดๆค่ำๆล่ะ”
“พ่อได้ยินเสียงแม่คุยโทรศัพท์แล้วครับ ก็เลยชวนผมให้มาช่วยซ่อมกี่ทอผ้าไหม ที่แม่ทอเอาไว้แล้วยังไม่เสร็จซะที จะได้ไว้เป็นของขวัญติดไม้ติดมือให้ดาราเอากลับไป”
“ลูกเราไปอาศัยเขาอยู่ก็เกรงใจเขา ฐานะอย่างเราไม่มีอะไรจะให้เป็นของตอบแทนน้ำใจ เห็นดาราบอกว่าเขาเป็นตระกูลทำกิโมโนเก่าแก่ของญี่ปุ่น แม่เองก็มีฝีมือทอผ้าไหมสวยๆอยู่ น่าจะเป็นของขวัญที่เขาถูกใจ”
“แสดงว่าแอบฟังชั้นคุยโทรศัพท์กันทั้งพ่อทั้งลูก เห่อลูกสาวจะกลับมาเยี่ยมบ้านล่ะสิ”
“ไม่เจอหน้าตั้งหลายปี..จะไม่คิดถึงลูกสาวได้ยังไงล่ะแม่” สุรินทร์ยิ้มรับ แล้วก้มหน้าก้มตาซ่อมกี่ทอผ้าต่อ แต่จังหวะลุกขึ้นกลับมีอาการหน้ามืดวิงเวียนปวดหัวแล้วล้มตึง หมดสติ
ดวงดาวกับเริงตะวันตกใจร้องเสียงหลง “พ่อ !!!!!!!”
หน้าคฤหาสน์มิยาคาวะ ทุกคนยกเว้นไอออกมาส่งรินดารากับอาคิระไปเมืองไทย นานะ เคโกะ นารูตะช่วยกันขนของเข้าหลังรถ อายูมิจับมือรินดารา “อย่าลืมซื้อขนมที่เมืองไทยมาฝากอายูมินะคะ”
“ได้จ้ะ แต่อายูมิต้องสัญญานะว่าจะทำตามโปรแกรมกายภาพที่พี่เขียนเป็นตารางให้ทำ แล้วพี่จะขนขนมไทยอร่อยๆมาให้ทั้งตลาดเลย”
“สัญญาค่ะ”
โฮชิโนโอจิยิ้มให้รินดารากับอายูมิ แล้วหันมาพูดกับอาคิระที่มีอาการแววตาเศร้าๆผลจากการคุยกับมิกิเมื่อคืน
“ฝากดูแลฮิคาริด้วยนะอาคิระ”
“ไม่ต้องเป็นห่วงครับท่านชาย ผมจะพารินดารากลับมาหาท่านชายเหมือนเดิม”
“ส่วนทางนี้อาคิระก็ไม่ต้องห่วง ชั้นจะดูแลทุกคนที่นี่ให้เอง”
“ขอบคุณครับ ผมไปนะครับคุณย่า” อาคิระมองย่ามิกิด้วยแววตาแฝงความเจ็บปวด แต่พยายามกลบเกลื่อนมันสุดฤทธิ์ด้วยการกอดย่ามิกิ
ย่ามิกิกอดตอบ แล้วกระซิบบอกอาคิระ สายตามองไปที่รินดารากับโฮชิโนโอจิ “อย่าลืมเตือนตัวเองเสมอว่าหน้าที่ของอาคิระคืออะไร และคุณรินดาราเป็นใคร”
อาคิระรับปากอย่างเจ็บปวด “ครับ...ผมจะไม่มีวันลืมครับคุณย่า” ย่ามิกิกับอาคิระถอนกอดออกจากกัน
ย่ามิกิเร่ง “ออกเดินทางได้แล้ว เดี๋ยวจะไปไม่ทันเวลาขึ้นเครื่อง”
อาคิระกับรินดาราพากันเดินไป นารูตะช่วยถือกระเป๋า โฮชิโนโอจิมองตามด้วยสีหน้าครุ่นคิด มีลางสังหรณ์บางอย่างที่ ทำให้โฮชิโนโอจิรู้สึกเป็นกังวล
ย่ามิกิเหลือบมองสีหน้านั้นด้วยความสงสัยและพลอยไม่สบายใจไปด้วย “มีอะไรเหรอคะท่านชาย”
โฮชิโนโอจิมองย่ามิกิหน้าเครียด

ที่โรงพยาบาลจังหวัดอุดรธานี สุรินทร์นอนอยู่ในห้องไอซียู สภาพของสุรินทร์มีเครื่องช่วยหายใจอยู่ภายใต้ การดูแลของหมอเพราะอาการเส้นเลือดในสมองแตก ดวงดาวกับลูกๆยืนอยู่นอกห้อง ดวงดาวกับเรืองนภาสะอื้นไห้เป็นห่วง เริงตะวันได้แต่โอบกอดแม่กับน้องเอาไว้ เพื่อช่วยปลอบใจ

รถของตระกูลมิยาคาวะวิ่งไปตามถนน เสียงอาคิระถาม “แล้วเคนจิล่ะ จะตามไปพบกับเราที่เมืองไทยเมื่อไหร่”
นารุตะทำหน้าที่ขับรถพารินดารากับอาคิระมุ่งหน้าไปสนามบินผ่านถนนในหุบเขาสึกิ
“เคนจังเขามีธุระต้องไปจัดการที่โตเกียว แล้วจะบินตามไปพบเราให้เร็วที่สุด”
อาคิระพยักหน้ารับ ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของรินดาราดัง
“สวัสดีค่ะแม่..มีอะไรเหรอคะ หนูกำลังจะเดินไปทางสนามบินแล้วค่ะ” รินดาราตกใจ “ว่าไงนะคะแม่…พ่ออยู่ไอซียู !!! เกิดอะไรขึ้นกับพ่อ..พ่อเป็นอะไรคะแม่”
อาคิระเห็นท่าทางรินดาราดูตกใจมากก็เป็นห่วง
ภายในเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสรินดารานั่งสีหน้าเป็นกังวล เครียดเรื่องอาการของพ่อจนไม่ยอมแตะอาหารที่แอร์ฯ เอาเข้ามาเสิร์ฟให้ อาคิระเฝ้ามองอย่างเป็นห่วงจนต้องลุกจากที่นั่งเข้าไปปลอบใจ “อีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึง คุณควรทานอะไรรองท้องก่อน อาหารของเขารสชาติดีเลยนะ”
“แต่ชั้นกินอะไรไม่ลงหรอกค่ะ..ชั้น..ชั้นเป็นห่วงพ่อ” รินดาราพูดไปก็น้ำตาซึม
“แต่คุณเป็นพี่สาวคนโต ถ้าไปถึงแล้วเกิดไม่สบายเป็นลมไปเพราะไม่ได้พักผ่อน คุณจะทำให้แม่กับน้องๆขวัญเสีย” อาคิระพูดพร้อมกุมมือรินดาราอย่างให้กำลังใจ
น้ำตารินดาราเลยเอ่อไหลออกมาอย่างเสียใจ “ชั้นไม่อยากให้พ่อเป็นอะไรเลย..คุณอาคิระ..ฮือๆๆๆ”
อาคิระดึงรินดารามาซบอก “เชื่อผมนะ…ทุกอย่างจะต้องผ่านไปด้วยดี เพราะอะไรรู้มั้ย เพราะคุณกับครอบครัวคุณเป็นคนดี เทพธิดาดาวเดือนเจ็ดถึงเลือกคุณไง..รินดารา”
รินดารามองอาคิระ อาคิระช่วยปาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

โฮชิโนโอจิยืนสีหน้าเคร่งเครียดอยู่หน้ากิโมโนโฮชิ
ครู่หนึ่งย่ามิกิก็เลื่อนประตูเข้ามา “ท่านชายคะ ก่อนอาคิระขึ้นเครื่องดิชั้นได้โทรศัพท์ไปคุยแล้ว จริงอย่างที่ท่านชายมีลางสังหรณ์ค่ะ พ่อของรินดาราความดันขึ้นจนทำให้เส้นเลือดในสมองแตก ตอนนี้กำลังรอดูอาการอยู่ในไอซียู”
“สภาพจิตใจของเธอตอนนี้คงกำลังกังวลและเสียขวัญมาก ชั้นควรจะอยู่ข้างๆคอยเป็นกำลังใจให้”
“อาคิระบอกว่าจะช่วยดูแลอย่างเต็มที่ ดิชั้นกำชับไปด้วยว่าให้ช่วยเหลือครอบครัวของรินดาราทุกอย่าง”
“แต่หน้าที่ดูแลคนที่ชั้นรัก มันควรต้องเป็นชั้นไม่ใช่เหรอมิกิ”
ย่ามิกิชะงัก “ท่านชาย...ดิชั้นขอโทษค่ะ ดิชั้นก็ว่าจะคุยเรื่องนี้กับท่านชายอยู่เหมือนกัน” โฮชิโนโอจิมองย่ามิกิอย่างสงสัย “ก็เรื่องระหว่างท่านชาย อาคิระและรินดารา เมื่อคืนก่อนที่อาคิระจะเดินทาง ดิชั้นได้คุยกับอาคิระไว้แล้ว”

ภายในเครื่องบิน อาคิระมองรินดารานอนหลับพักผ่อน แอร์โฮสเตสจะช่วยห่มผ้าให้แต่อาคิระขยับว่าจะทำเอง
อาคิระเอาผ้าห่มมาช่วยห่มตัวให้รินดาราอย่างเป็นห่วง ไรผมของรินดาราปรกหน้า อาคิระเอื้อมมือไปปัดให้อย่าง อ่อนโยน แต่ก็หยุดฉุกคิดถึงเรื่องที่คุยไว้กับมิกิก่อนเดินทางมาเมืองไทย

อาคิระตามย่ามิกิเข้ามาหาในห้อง ท่าทางของย่ามิกิดูเคร่งขรึม “เก็บกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้วเหรอ”
“ครับคุณย่า”
“เรื่องที่ย่าอยากคุยด้วย เป็นเรื่องที่ย่าอยากจะเตือนอาคิระที่ต้องเดินทางไปเมืองไทยกับรินดาราตามลำพัง”
“เตือนผม?”
“ใช่..ย่าเลี้ยงอาคิระมาตั้งแต่เล็กๆ เฝ้าดูอาคิระเติบโตมาตลอด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ย่าเห็น ไม่ว่าอาคิระจะปกปิดยังไง อาคิระก็ปิดย่าไม่ได้”
“ผมไม่ได้มีอะไรปกปิดคุณย่า”
“แต่สายตาของอาคิระมันปิดความลับไม่ได้ เวลาที่อาคิระมองรินดารา ทำไมย่าจะไม่รู้ว่าอาคิระกำลังคิดอะไรอยู่..มันไม่ใช่เรื่องสมควรเลย ที่อาคิระจะรู้สึกกับรินดาราแบบนั้น” อาคิระก้มหน้านิ่งมือเริ่มกำแน่นอย่างเจ็บปวด “ลืมไปแล้วเหรอไงว่าเทพเจ้านกกระเรียนมีบุญคุณกับตระกูลของเรามากแค่ไหน”
“ผม..ผม” อาคิระน้ำตาคลอ “ผมไม่เคยลืมครับคุณย่า”
ย่ามิกิเห็นอาคิระเสียใจก็สงสารแต่ก็ต้องฝืนเหมือนกัน “ถ้าไม่เคยลืม งั้นอาคิระก็ต้องรับปากย่าว่าลูกหลานของมิยาคาวะจะต้องไม่ทำให้บรรพบุรุษเสียใจ” ย่ามิกิขอร้องอาคิระไปก็น้ำตาคลอๆเหมือนกันเพราะสงสารแต่ก็ต้องฝืน
อาคิระตัดสินใจก้มหัวจนจรดหน้าผากกับพื้นเสื่อทาทามิ “ผมรับปากครับคุณย่า..ผมจะทำหน้าที่ของลูกหลานมิยาคาวะอย่างดีที่สุด” อาคิระค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา กลั้นน้ำตาเอาไว้สุดฤทธิ์ ก่อนจะคลานเข่าออกจากห้องไป
ย่ามิกิมองตามอาคิระด้วยความเวทนาสงสาร แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะหน้าที่ “อาคิระ….”

ที่ห้องกิโมโนโฮชิ ย่ามิกิพูดกับโฮชิโนโอจิ “อาคิระเขารับปากดิชั้นแล้ว เพราะฉะนั้นเขาจะไม่ทำอะไร ที่ทำให้ท่านชายไม่สบายใจเด็ดขาดค่ะ”
โฮชิโนโอจิหันมาตำหนิ “มิกิทำอย่างนี้ไม่ถูก”
“ทำไมคะท่านชาย”
“รินดาราอาจจะเป็นร่างอวตารของเมียวโจ มีความรู้สึกนึกคิดของเมียวโจทุกอย่าง แต่รินดาราก็ยังต้องมีชีวิตของตัวเองด้วยเหมือนกัน”
“ค่ะดิชั้นเข้าใจ แต่เท่าที่สังเกต ดิชั้นเห็นว่ารินดาราเองก็มีความรักให้ท่านชายเหมือนกับที่เมียวโจมี”
“ใช่..เธอพูดกับชั้น..เธอแสดงท่าทีว่ารักชั้นเหมือนกับที่เมียวโจมีต่อชั้นทุกอย่าง..แต่ว่า” โฮชิโนโอจิรู้ว่า ในแววตารินดาราก็ยังมีความลังเล
“ทำไมเหรอคะท่านชาย”
โฮชิโนโอจิไม่อยากพูดออกมาให้เจ็บปวด “ไม่มีอะไรหรอก..เอาเป็นว่าเรื่องลางสังหรณ์ที่ชั้นมี ไม่ใช่มีแค่เรื่องอาการป่วยของพ่อรินดาราอย่างเดียว แต่ชั้นยังมีลางสังหรณ์ ถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับอาคิระและรินดาราด้วย”
“อันตรายอะไรเหรอคะ”
“นางปีศาจหิมะกำลังจ้องจับตาชั้นอยู่..เพราะฉะนั้นมันต้องพยายามหาทางขัดขวางไม่ให้ชั้นได้กลับสวรรค์แน่”

ภายในห้องทำงานริเอะ มาโกโตะสีหน้าสงสัยเมื่อรู้จากริเอะ “ว่าไงนะ..อาคิระกับรินดาราไปเมืองไทย”
“ก็ใช่น่ะสิ..เรื่องสำคัญขนาดนี้นังยูกิมันไม่คิดจะมาบอกเราเลยสักนิด ต้องให้ริเอะไปรู้มาจากบ้านนั้นเอง”
มาโกโตะหน้าเสีย กังวล “เบาๆหน่อยริเอะ ถ้ายูกิไม่พอใจลูกก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
ริเอะชะงักไป นึกถึงความน่ากลัวของยูกิแล้วก็นิ่งไป แต่ยังมีท่าทางไม่พอใจอยู่ “แต่จะให้ริเอะอยู่เฉยๆ ริเอะทนไม่ไหวนะพ่อ”

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 11/2 วันที่ 1 พ.ค. 58

ละครเรื่อง กลกิโมโน บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กลกิโมโน บทโทรทัศน์โดย ณัชภีม - สุธิสา
ละครเรื่อง กลกิโมโน กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง กลกิโมโน โดยผู้จัด หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์
ละครเรื่อง กลกิโมโน ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กลกิโมโน ละครแนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ลึกลับ
ละครเรื่อง กลกิโมโน เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 16 เม.ย.58 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 วัน
ละครเรื่อง กลกิโมโน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น
ที่มา ไทยรัฐ