อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 11/3 วันที่ 1 พ.ค. 58

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 11/3 วันที่ 1 พ.ค. 58

ริเอะชะงักไป นึกถึงความน่ากลัวของยูกิแล้วก็นิ่งไป แต่ยังมีท่าทางไม่พอใจอยู่ “แต่จะให้ริเอะอยู่เฉยๆ ริเอะทนไม่ไหวนะพ่อ”
“พ่อรู้..เรื่องนี้พ่อก็กำลังกังวลอยู่ ที่ผ่านมายูกิต้องพึ่งเราเพื่อให้หาเหยื่อมาเติมพลังชีวิตให้มันกลับคืนมาเป็นเหมือนเดิม แต่ตอนนี้มันไปร่วมมือกับพวกโคสึกะ”
“พ่อหมายความว่ายังไง”

“ก็หมายความว่าเรากำลังจะหมดประโยชน์น่ะสิ เวลาที่พ่อเลี้ยงลูกน้อง ถ้าคนไหนมันหมดประโยน์ พ่อก็ไม่เลี้ยงมันเอาไว้ นังยูกิมันก็คงคิดไม่ต่างกัน”


“มิน่าล่ะ นังยูกิมันถึงไม่ได้คิดตั้งใจอยากจะช่วยริเอะจริงๆ มันก็แค่อยากใช้อาคิระเป็นตัวขัดขวางไม่ให้รินดารามีโอกาสใกล้ชิดท่านชายโฮชิมากกว่า”
มาโกโตะโมโห “นี่แกยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ตอนนี้แกควรจะห่วงชีวิตตัวเองมากกว่าจะห่วงแต่เรื่องอาคิระ”
“มันก็เรื่องเดียวกันนั่นแหละ ริเอะจะไม่อยู่ให้มันทำอะไรได้หรอก” ริเอะฉุนเฉียวเดินออกไป
มาโกโตะห่วงความคิดลูกสาวจะตามไป “ริเอะ..เดี๋ยว” แต่มาโกโตะต้องชะงักไป เมื่ออยู่ๆยูกิก็เดินเข้ามาขวางทาง
ยูกิเสียงเยือกเย็นน่ากลัว “มีอะไรกันเหรอ...มาโกโตะ”
มาโกโตะผงะหน้าเครียด เห็นรอยยิ้มเย็นยะเยือกของยูกิแล้วกลัว

ที่ห้องนอนริเอะ ริเอะกำลังเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางอย่างลวกๆ แล้วอยู่ๆก็รู้สึกได้ถึงความหนาวเหน็บ เมื่อหันไปที่แก้วน้ำบนโต๊ะก็ต้องตะลึงเพราะน้ำในแก้วกลายเป็นน้ำแข็ง !!! ทันใดนั้นประตูห้องเปิดผ่าง !!!
ยูกิยืนแสยะยิ้ม “เก็บกระเป๋าซะริเอะ เธอไม่มีหน้าที่ที่ต้องตามไปจุ้นจ้านอาคิระกับรินดาราถึงเมืองไทย”
“ยูกิ..ก็..ก็ในเมื่อเธอไม่คิดจะช่วยชั้นจริงๆ ชั้น..ชั้นก็ต้องหาทางช่วยตัวเอง”
“อยากจะช่วยเหลือตัวเอง..คิดว่ามนุษย์อย่างเธอจะฉลาดกว่าปีศาจอย่างชั้นเหรอ!!” น้ำเสียงของยูกิไล่ขึ้นจนกลายเป็นเสียงดัง พร้อมกับดวงตาเปลี่ยนเป็นสีฟ้าวาบ ภายในห้องอากาศหนาวเย็นจัดขึ้นมาทันที จนริเอะหายใจออกมาเป็นไอ ยูกิยิ้มร้ายเคลื่อนตัวเข้าหาอย่างน่ากลัว ริเอะผงะพยายามถอยแต่ไปติดเตียง “ชั้นวางแผนการทุกอย่างเอาไว้แล้ว ถ้าเธอไปทำให้แผนการของชั้นเสียหาย..พวกที่หมดประโยชน์ก็ไม่จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่อีกต่อไป !!”
ริเอะหน้าเสีย ยูกิยื่นมือมาที่คอเธอ ริเอะรีบปัดมือแล้ววิ่งหนีออกไปจากห้องทันที “พ่อ..พ่อ !! ช่วยริเอะด้วย”
ยูกิมองตามยิ้มร้าย “หึๆๆๆ”

ริเอะวิ่งเข้ามาที่ห้องทำงานเรียกหามาโกโตะให้ช่วย “พ่อ..ช่วยริเอะด้วย..พ่อ !!!”
แต่ริเอะกลับพบมาโกโตะนอนคุดคู้อยู่ที่พื้นในสภาพกำลังหนาวสั่น หน้าซีดปากซีดแทบจะไม่มีสีเลือด มีเกล็ด น้ำแข็งเกาะอยู่ตามตัวและบนผม มาโกโตะสั่น “ริ..ริ..ริเอะ”
“พ่อ !!!” ริเอะพยายามตั้งสตินึกถึงปืนที่พ่อเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานก็รีบเข้าไปหยิบออกมา ทันทีที่ยูกิตามเข้ามา ริเอะก็หลับตาปี๋ลั่นไกใส่..เปรี้ยงๆๆๆ แต่กระสุนปืนทำอะไรไม่ได้ กลายเป็นลูกปืนน้ำแข็งตกพื้นหมด ริเอะตกใจ ยูกิยิ้มร้ายเย็นยะเยือกยื่นมือออกไป ริเอะก็ถูกดึงเข้าไปหาแล้วเริ่มจะกลายเป็นน้ำแข็งในมือยูกิ “พ่อ..พ่อ..ช่วย..ช่วยริ..ริเอะด้วย”
มาโกโตะพยายามขืนตัวลุก “อย่า..อย่าทำร้ายริเอะ..ชั้น..ชั้นขอร้องล่ะ..ยูกิ..ชั้นช่วยเธอมาตลอด ชั้นจงรักภัคดีกับเธอ..ได้..ได้โปรดให้พวกชั้นเป็นทาสของเธอต่อด้วย..ยูกิ..ชั้นขอร้อง” มาโกโตะกระเสือกกระสนคลานเข้ามาเกาะขายูกิ ในขณะที่ริเอะกำลังจะหมดลมหายใจ
ยูกิมองหางตาไปที่สองพ่อลูก แล้วนิ่งไปครู่ก่อนจะยอมปล่อยมือจากคอริเอะ “จำเอาไว้ทั้งสองคน..นี่คือการสั่งสอน..มนุษย์อย่างพวกแกเป็นได้แค่ทาสของชั้นเท่านั้น” มาโกโตะกับริเอะกลัวจนต้องไปกองอยู่รวมกันแล้วพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ “และที่ชั้นไม่บอกพวกแกให้รู้เรื่องอาคิระกับรินดารา ก็เพราะชั้นกำลังส่งคนไปขัดขวางไม่ให้พวกมันตามหาเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำ...เข้าใจมั้ยริเอะ !!!”
ริเอะกลัว “เข้า..เข้าใจ”
ยูกิจับคางริเอะเชยขึ้น “ไม่ต้องห่วงว่าชั้นจะลืมเรื่องอาคิระที่รับปากไว้ ถ้าเธอรู้จักอดทนรอเหมือนอย่างที่ชั้นอดทนรอโฮชิมาถึงสี่ร้อยปี วันนึงเธอก็จะได้อย่างที่หวังแน่ ส่วนแกมาโกโตะ แกก็ไม่ต้องกลัวว่าชั้นจะกำจัดแกทิ้งหลังจากที่แกหมดประโยชน์ เพราะถ้าแกกับลูกสาวยังทำตัวเป็นทาสรับใช้ที่ซื่อสัตย์…ชั้นก็ยังไว้ชีวิตพวกแก..จำไว้ !!!”

เครื่องบินลงแตะรันเวย์ ที่บริเวณเคาน์เตอร์การบินไทย รินดาราเพิ่งจะวางสายโทรศัพท์มือถือ อาคิระก็ลากกระเป๋าเดินเข้ามา“ผมจัดการเรื่องเปลี่ยนเครื่องต่อไปบ้านคุณเรียบร้อยแล้ว อาการพ่อคุณเป็นยังไงบ้าง”
“พ่อยังไม่รู้สึกตัวเลยค่ะ”
อาคิระจับมือรินดารามาบีบปลอบใจ “อีกนิดเดียวก็จะถึงบ้านคุณแล้ว อย่าลืมนะว่าคุณต้องเข้มแข็งเข้าไว้ ทุกคนรวมทั้งพ่อของคุณ เขากำลังรอคุณอยู่”
“ค่ะคุณอาคิระ” รินดาราพยักหน้ารับแล้วพยายามตั้งสติให้ตัวเองเข้มแข็งอย่างที่อาคิระบอก

คฤหาสน์มิยาคาวะกลางคืน ในห้องโถงไอพยายามโทรศัพท์หาฮิเดโนริแต่ติดต่อไม่ได้ ไอบ่น “ฮิเดะ...มัวทำอะไรอยู่..โทรไปกี่ทีก็ไม่รับเลย” ไอเริ่มหงุดหงิดหัวเสีย ก่อนจะตกใจเมื่อมองไปที่เท้า พบหมาตัวหนึ่งเข้ามาคลอเคลียที่ขาครางหงิงๆ “หมาจากไหนเนี่ย..ชิ้ว..ไปให้พ้นเลย..ชั้นเกลียดหมา..ไป..ไปสิ !!!” ไอพยายามไล่ตะเพิดเป็นจังหวะที่นารูตะกับนานะวิ่งเข้ามาพอดี
“โมโม่..โมโม่..มานี่เร็ว” นานะเข้าไปอุ้มเจ้าโมโม่ขึ้นมา
ไอชักสีหน้าไม่พอใจ “นี่หมาของเธอเหรอนานะ”
นานะมองนารุตะ “เอ่อคือ...นารุตะเขาซื้อมาให้นานะเลี้ยงค่ะคุณไอ เพราะว่าตั้งแต่นานะเจอผีหลอก นานะก็ไม่กล้านอนคนเดียว อย่างน้อยมีหมาอยู่เป็นเพื่อนก็ยังช่วยให้อุ่นใจบ้าง”
“ครับ..หมาเป็นสัตว์มีประสาทไวเวลาพวกภูติผีปีศาจโผล่มาจะได้ช่วยหอนเตือน”
“แต่ชั้นไม่ให้เลี้ยง เพราะถ้าหลุดเข้าไปในโรงงาน ไปทำกิโมโนเสียหาย ใครจะรับผิดชอบ”
นานะกับนารุตะก้มหน้าจ๋อยๆ มองเจ้าโมโม่อย่างสงสาร
อายูมิเข้ามา “งั้นถ้าอายูมิขอเลี้ยงเองล่ะคะคุณอา”
“จะอายูมิหรือใครก็ไม่ให้เลี้ยง”
“แต่ว่าตอนนี้ที่บ้านไม่มีใครอยู่เลย อายูมิเหงาอยากมีเพื่อนเล่น”
“ก็นานะกับนารูตะไง”
“คุณอาขา…”
“ยังไงก็ไม่ได้จ้ะ..” ไอหันไปที่นานะกับนารุตะ “เอาไปปล่อย..ไปสิ !!” ทุกคนหน้าจ๋อย

นารูตะกับนานะเอาเจ้าโมโม่มาปล่อยที่บริเวณศาลเทพเจ้านกกระเรียน
“น่าสงสารแกจังเลยโมโม่ มาอยู่ไม่ถึงวันก็โดนทิ้งซะแล้ว” นานะหันไปดุนารุตะ “เพราะแกคนเดียวเลย บอกแล้วว่าเจ้านายเขาไม่ให้เลี้ยงก็ยังดันทุรังเอามาให้เขาว่า”
“ก็ชั้นเป็นห่วงนานะนี่ ถ้าไปนอนเป็นเพื่อนได้ก็คงไม่ต้องเอาหมามาให้หรอก”
นานะเขินอายหน้าแดง “บ้า..พูดอะไร ชั้นอายนะ”
“แล้วตกลงไปนอนเป็นเพื่อนได้รึเปล่าล่ะ”
“ไม่รู้..ประตูห้องไม่ได้ล็อก” นานะหน้าแดงทำคิกขุเหนียมแล้วรีบเดินออกไป นารุตะยิ้มแก้มปริมีหวังแล้วกรูก่อนจะรีบตามนานะไป
โมโม่เดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวศาลเทพเจ้านกกระเรียนอยู่ครู่ก็เดินออกไป
สักพักอายูมิก็เข็นรถเข็นเข้ามาตาม “โมโม่..อยู่ไหน..โมโม่” อายูมิได้ยินเสียงครางหงิงๆจากทางด้านหลังศาลก็หันไปมอง

ที่บริเวณบ่อน้ำเจ้าโมโม่มายืนเห่าไล่โฮ่งๆๆ อยู่ตรงบ่อน้ำที่ฮิโตชินั่งอยู่ที่ขอบบ่อ
“ไป !! ชิ้วๆๆ..อย่ามายุ่งกับชั้นนะ..ไป !!! บอกให้ไป !!!” ฮิโตชิพยายามไล่ แต่เจ้าโมโม่ก็ยังเห่าใส่ไม่เลิก
เสียงอายูมิเรียกหาเจ้าโมโม่ดังแว่วๆเข้ามา “โมโม่...โมโม่”
ฮิโตชิตกใจ “อายูมิ !! แกรีบๆไปเลยนะ ถ้าอายูมิมาเห็นแกเอาแต่ขู่ชั้นแบบนี้ เดี๋ยวอายูมิจะสงสัย..ไปสิ..บอกให้ไป”
แต่เจ้าโมโม่ก็ยังไม่ไปไหน เอาแต่แยกเขี้ยวขู่เพราะสัญชาตญาณสัตว์ที่เห็นสิ่งเร้นลับ
เสียงอายูมิใกล้เข้ามา “โมโม่..อยู่แถวนี้รึเปล่า”
ฮิโตชิเริ่มโกรธไ”ม่ไปใช่มั้ย..งั้นอย่าหาว่าไม่เตือนนะ” ฮิโตชิจ้องโมโม่เขม็งแล้วหน้าก็ค่อยๆเปลี่ยนกลายเป็นผีน่ากลัว “แฮ่ !!!!!”
ได้ผล..เจ้าโมโม่ตกใจรีบวิ่งหางลู่หนีเตลิดไป ระหว่างนั้นอายูมิเข้ามาฮิโตชิรีบเปลี่ยนหน้ากลับคืนเป็นเด็ก
“ฮิโตชิมาอยู่นี่เอง..เห็นเจ้าโมโม่รึเปล่า”
“หมาน่ะเหรอ..เห็นสิ..อยู่แถวนี้เมื่อกี้นี้ แต่ชั้นไล่ไปแล้ว คงหนีเข้าไปในป่าสนข้างหลัง”
“ฮิโตชิใจร้าย ไปไล่มันทำไม..อายูมิจะเอามันไปเลี้ยง”
“อย่าไปเลี้ยงมันเลย ฮิโตชิไม่ชอบหมา ไม่เห็นจะน่ารักน่าเลี้ยงตรงไหน”
“แต่อายูมิชอบหมา อยากเลี้ยงหมามาตั้งนานแล้วนะ อายูมิจะไปตามมันกลับมา” อายูมิเข็นรถจะไปตามเจ้าโมโม่
ฮิโตชิเลยไปจับรถเข็นเอาไว้ไม่ให้ไป “แต่ฮิโตชิไม่ให้ไป..ถ้าอายูมิจะเอาหมาตัวนั้นมาเลี้ยง ฮิโตชิก็จะไม่อยู่ที่นี่”
“ฮิโตชิ !! ทำไมทำนิสัยแบบนี้ จะมาบังคับให้อายูมิทำตามที่ฮิโตชิพอใจไม่ได้นะ”
“ก็ฮิโตชิไม่ชอบมัน อายูมิก็ต้องห้ามเลี้ยง”
“ฮิโตชิ !!! เดี๋ยวนี้ดุอายูมิแล้วเหรอ”
“ไม่ได้ดุ แต่พูดดีๆแล้วอายูมิไม่ฟัง ก็เลยต้องพูดดังๆ”
อายูมิเสียใจน้ำตาคลอ “ฮิโตชิแกล้งอายูมิ..ฮิโตชิใจร้าย” อายูมิน้ำตาเอ่อแล้วรีบเข็นรถเข็นออกไป ฮิโตชิมองตาม แต่ไม่รู้สึกว่าตัวเองผิด

ห้องโฮชิโนโอจิ ฮาโตชินั่งลงที่พื้นข้างๆโฮชิโนโอจิ ฮิโตชิปั้นหน้างอนๆเคือง “ก็อายูมิมาดื้อกับฮิโตชิก่อนนี่ครับท่านชาย”
โฮชิโนโอจิยิ้มขำ “แต่ชั้นว่าทั้งอายูมิทั้งฮิโตชิก็ดื้อด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ”
“ผมไม่ได้ดื้อ แต่ผมให้อายูมิเลี้ยงเจ้าโมโม่ไว้ไม่ได้จริงๆ เพราะหมามันเห็นฮิโตชิเป็นผี มันต้องไม่ชอบฮิโตชิ”
“แต่ที่ฮิโตชิไปห้ามอายูมิเลยแบบนั้น เด็กผู้หญิงเขาก็ต้องงอนเป็นธรรมดา ฮิโตชิควรจะค่อยๆพูดด้วยเหตุผลมากกว่า”
ฮิโตชินิ่งไปสีหน้าเริ่มเข้าใจแล้วเศร้ากังวล “แล้วอายูมิจะเกลียดฮิโตชิรึเปล่าครับท่านชาย”
“ไม่หรอก เดี๋ยวอายูมิก็ลืม เป็นเพื่อนกันเรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้เอง”
“งั้นพรุ่งนี้ ฮิโตชิจะไปง้ออายูมิ ท่านชายช่วยบอกวิธีหน่อยได้มั้ย ฮิโตชิไม่เคยง้อผู้หญิง”
โฮชิโนโอจิยิ้มแล้วลูบหัวฮิโตชิอย่างเอ็นดู “ได้สิ..ผู้หญิงเวลาโกรธก็เหมือนพายุ เราต้องรอจังหวะพายุสงบก่อน แล้วเข้าไปคุย ไม่งั้นเราเองนี่แหละที่จะโดนพายุเล่นงาน”
ฮิโตชิฟังแล้วหัวเราะคิกคักชอบใจ ก่อนจะนึกขึ้นได้เรื่องนางปีศาจหิมะ “เวลาผู้หญิงโกรธก็เหมือนพายุของนางปีศาจหิมะใช่มั้ยครับ”
“ก็ทำนองนั้น”
“ท่านชายครับ..ผมเคยได้ยินท่านชายคุยกับคุณย่าเรื่องที่นางปีศาจหิมะพยายามเล่นงานท่านชาย ผมเลยมีเรื่องอยากสารภาพกับท่านชาย”
โฮชิโนโอจิมองสงสัย “สารภาพ?”
“ครับ..ความจริงแล้วที่ปีศาจหิมะหลุดออกมาเป็นเพราะ..เอ่อ..เป็นเพราะผมเอง..ผมขอโทษครับ”
“ไม่เป็นไรหรอกฮิโตชิ..ช้าหรือเร็วสักวันชั้นก็ต้องเจอกับนางปีศาจหิมะอีก เพราะความเคียดแค้นที่เธอมีต่อชั้นยังไม่ถูกกำจัดให้หมดไป”
ฮิโตชินึกอะไรขึ้นได้ “งั้นท่านชายให้ผมช่วยตามหานางปีศาจหิมะให้มั้ยครับ..ผมช่วยได้นะ”
“เธอช่วยชั้นได้จริงๆเหรอฮิโตชิ”
ฮิโตชิพยักหน้า ดูฉลาดๆ

โรงพยาบาลจังหวัด ที่หน้าห้องไอซียูอาคิระกับรินดาราเดินทางมาถึง “แม่คะ”
“ดารา…”
รินดารารีบเข้าไปกอดดวงดาวทันที เริงตะวันกับเรืองนภาก็เข้ามาห้อมล้อม บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าสลด
“พี่ดารา..ผมขอโทษครับที่ผมช่วยดูแลพ่อไม่ดี”
“หนูก็ด้วยค่ะพี่ดารา..หนูขอโทษ”
“ตะวัน..นภา..ไม่ใช่ความผิดของพวกเราเลยนะ น้องต่างหากที่ช่วยพี่ดูแลพ่อมาตลอด”
“พ่อเขาอยากเจอลูกมากนะดารา..เขาตื่นเต้นมาก..แต่ว่าพอลูกมาถึง..เขาก็” ดวงดาวน้ำตารื้นสะอื้น
รินดาราต้องบีบมือแม่ให้กำลังใจ “แม่คะ..พ่อจะต้องไม่เป็นอะไร ตอนนี้หนูกลับมาแล้ว พ่อจะต้องดีใจหายเร็วๆแล้วได้เห็นพวกเราอยู่พร้อมหน้ากัน” ดวงดาวพยักหน้ารับกับลูกสาวแล้วเหลือบไปมองที่อาคิระ รินดาราแนะนำ “นี่คุณมิยาคาวะ อาคิระค่ะแม่”
อาคิระขยับเข้าไปโค้งให้ดวงดาวอย่างสุภาพนอบน้อม อาคิระบอกกับรินดารา “เข้าไปหาพ่อคุณเถอะ”
รินดาราพยักหน้ารับ

ห้องไอซียู ดวงดาวพารินดารากับอาคิระเข้ามาดูอาการสุรินทร์ที่ยังนอนนิ่งอยู่บนเตียง
“ตลอดเวลาที่หนูอยู่ญี่ปุ่น ทำไมแม่ถึงไม่ยอมบอกหนูเลย ว่าพ่อเป็นโรคความดัน”
“พ่อเขาไม่ให้แม่บอก เขากลัวลูกจะเป็นห่วงเพราะตอนที่เริ่มมีความดันสูงเป็นช่วงที่ดารากำลังมีปัญหาเรื่องทุนเรียน”
“โธ่พ่อ” รินดาราเข้าไปกุมมือพ่อน้ำตาคลอๆ
“ตอนนั้นหมอให้ยาลดความดันมากิน และกำชับให้กินต่อเนื่อง แต่พ่อเขาประมาท พอความดันลดก็ไม่กินยาต่อ มาวันนี้ความดันเลยไปทำให้เส้นเลือดในสมองแตก แต่โชคดีที่ไม่ใช่เส้นเลือดใหญ่และปริมาณเลือดก็ไม่ได้มาก เลยไม่ต้องผ่าตัดแค่ให้ยาสลายลิ่มเลือด แล้วรอให้อาการของพ่อดีขึ้นเอง”
รินดาราฟังแล้วน้ำตาคลอบีบพ่อ กระซิบบอก “หนูกลับมาแล้วนะคะ...พ่อต้องสู้นะ..อย่ายอมแพ้นะคะพ่อ”
อาคิระเห็นความเสียใจของรินดาราก็อดเป็นห่วงและสงสารไม่ได้

ที่ห้องนอนที่ใช้รับรองอาคิระ เรืองนภาพาอาคิระเข้ามาจัดที่นอน “แม่กลัวว่าคุณอาคิระจะร้อนเลยจัดห้องนี้ให้นอน เพราะห้องนี้เย็นที่สุดในบ้าน มีลมโกรกตลอดเวลาค่ะ”
“ขอบคุณมากครับ”
“งั้นคุณอาคิระพักผ่อนนะคะ หนูขอตัว” เรืองนภาขอตัวออกไป อาคิระนิ่งสีหน้าครุ่นคิด
รินดาราอยู่ในห้องนอนของพ่อ รินดาราเอาภาพถ่ายของพ่อที่เคยถ่ายกับเธอก่อนไปเรียนญี่ปุ่นขึ้นมาดู แล้วน้ำตาคลอๆ “ขอให้คุณงามความดีที่ชั้นทำมาทั้งหมด ช่วยทำให้พ่อพ้นเคราะห์ครั้งนี้ด้วยนะคะ เทพธิดาดาวเดือนเจ็ด”
รินดาราปาดน้ำตาที่คลอเบ้าแล้วชะงักไป เพราะได้ยินเสียงบางอย่าง “นั่นใคร ??”

รินดาราถือไฟฉายเดินลงมาที่ใต้ถุนตรงบริเวณกี่ทอผ้าด้วยความสงสัย รินดาราสาดไฟฉายส่องหา “ใครอยู่ตรงนั้น..ออกมานะ”
ฮิเดโนริยืนหลบมุมอยู่ แล้วหลับตาข่มจิตไม่ให้ส่งเสียงความคิดออกไปให้รินดาราได้ยิน รินดารารู้สึกว่าเสียงเงียบไป ก็พยายามจะเงี่ยหูฟังแล้วเดินเข้าไปดูให้แน่ใจ แต่อาคิระเข้ามาตามพอดี “รินดารา..คุณกำลังหาอะไร”
“คุณอาคิระ..ชั้นได้ยินเสียงคนอยู่ข้างล่างนี้ค่ะ”
“ใครเหรอ”
“ไม่ใช่เสียงคนในครอบครัวชั้น แต่เป็นเสียงของคนที่” รินดารา คิดอยู่ครู่ “คนที่ชั้นเคยได้ยินเสียงความคิดเขา”

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 11/3 วันที่ 1 พ.ค. 58

ละครเรื่อง กลกิโมโน บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กลกิโมโน บทโทรทัศน์โดย ณัชภีม - สุธิสา
ละครเรื่อง กลกิโมโน กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง กลกิโมโน โดยผู้จัด หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์
ละครเรื่อง กลกิโมโน ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กลกิโมโน ละครแนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ลึกลับ
ละครเรื่อง กลกิโมโน เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 16 เม.ย.58 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 วัน
ละครเรื่อง กลกิโมโน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น
ที่มา ไทยรัฐ