อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 11/4 วันที่ 1 พ.ค. 58

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 11/4 วันที่ 1 พ.ค. 58

“ไม่ใช่เสียงคนในครอบครัวชั้น แต่เป็นเสียงของคนที่” รินดารา คิดอยู่ครู่ “คนที่ชั้นเคยได้ยินเสียงความคิดเขา”
อาคิระสงสัย “เสียงความคิด ?”
รินดาราอธิบาย “ความสามารถพิเศษที่เมียวโจมอบให้ชั้นมาตั้งแต่เกิด คือการได้ยินเสียงความคิดของสัตว์ค่ะ ชั้นคิดว่าเธอคงอยากให้ชั้นใช้ช่วยตามหาเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำ”
“เสียงพูดคุยของสัตว์ทุกชนิดเลยเหรอ”

“ใช่ค่ะ..รวมทั้งครึ่งคนครึ่งสุนัขจิ้งจอกอย่างฮิเดะด้วย”
“คุณกำลังจะบอกว่าคุณได้ยินเสียงความคิดของฮิเดะที่นี่..มันจะเป็นได้ยังไง เรื่องที่เรามาเมืองไทยมีแค่ไม่กี่คนที่รู้”


รินดาราเริ่มไม่แน่ใจ “ชั้นก็ไม่แน่ใจค่ะ แค่รู้สึกว่าเสียงที่แว่วมาเมื่อกี้นี้ คล้ายเสียงของฮิเดะ”
“งั้นเพื่อให้แน่ใจ ผมจะไปตรวจดูให้เอง ถ้าฮิเดะตามเรามาจริงๆ ผมจะจัดการกับเขาเอง”
อาคิระจะไปตรวจดู แต่รินดารารีบแตะแขนเขาไว้อย่างเป็นห่วง “ชั้นว่าอย่าเลยค่ะ..ฮิเดะเป็นลูกครึ่งปีศาจจิ้งจอกเขามีอันตรายมาก ถ้าเขาตามเรามาจริงๆ เขาคงออกมาทำร้ายเราไปแล้ว”
อาคิระหันมาจับมือรินดาราบีบเบาๆ “หน้าที่ของผมคือปกป้องคุณนะรินดารา จะไม่มีใครมาทำร้ายคุณเด็ดขาด..ผมสัญญา” อาคิระบีบมือรินดาราแน่น จนทำให้รินดารารู้สึกได้ถึงความจริงจังของอาคิระ แต่อาคิระกลับชะงักฉุกคิดขึ้นมาเองดึงมือ กลับแล้วกลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเอง “ท่านชายสั่งให้ผมคอยดูแลคุณ..ผมก็ต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนบุญคุณของท่านชายที่มีต่อตระกูลมิยาคาวะ คุณขึ้นบ้านไปพักผ่อนเถอะ”
อาคิระพูดอย่างพยายามหลบไม่สบตารินดารา จนทำให้รินดารารู้สึกถึงความเจ็บปวดของอาคิระ ทำให้รินดาราเองก็แอบเศร้าไปเหมือนกัน รินดาราเดินขึ้นบ้านไป อาคิระจึงมองสำรวจไปรอบๆอีกครั้งเมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรก็ตาม รินดาราขึ้นบ้าน คล้อยหลังทั้งคู่ขึ้นบ้านไปได้ครู่ ฮิเดโนริจึงค่อยๆโผล่ออกมาจากมุมมืดด้วยดวงตาของจิ้งจอก กัดกรามอย่างเจ็บใจ

ไดซุเกะตั้งจิตอธิษฐานอยู่หน้าโต๊ะบูชาเทพเจ้าจิ้งจอก...สีหน้าของเขาซีดเซียวและไอค่อกแค่กเบาๆ เพราะถูกนางปีศาจหิมะดูดพลังไปโดยที่ไดซุเกะไม่รู้ตัว “ท่านเทพเจ้าจิ้งจอก ช่วยฮิเดะให้ทำหน้าที่แก้แค้นแทนโคสึกะทุกคนให้สำเร็จด้วยเถอะ” ไดซุเกะก้มโค้งคำนับตามธรรมเนียมญี่ปุ่น
ระหว่างนั้นมีสายตาลึกลับจาก "ใครบางคน" แอบมองไปที่ไดซุเกะมา จากมุมห้อง ไดซุเกะรับรู้ได้ถึงสายตานั้นจึงหันขวับไปมองพร้อมกับที่ "เจ้าของสายตา" รีบหลบออกไปทำให้ยังไม่เห็นใคร
จังหวะนั้นอัตซุโอะเลื่อนประตูเปิดเข้ามาพร้อมถือมือถือในมือ “ท่านครับ...คุณฮิเดะโทรมาครับ” อัตซุโอะเห็นสีหน้าไดซุเกะกำลังสงสัย “มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ไม่มี..ชั้นคงคิดมากไปเอง” ไดซุกะรับมือถือไปถามทันที “ฮิเดะ เป็นยังไงบ้าง”
ไดซุเกะพูดและเดินออกไปนอกห้อง อัตซุโอะตามออกไป พอประตูเลื่อนปิดสนิท ฮิโตชิก็ค่อยๆ โผล่หน้าออกมาจากในมุมมืดแล้วมองไปที่ประตูให้แน่ใจว่าไม่มีใครเข้ามา แล้วย่องไปยืนที่หน้าชั้นวางตุ๊กตาฮินะ มองไปที่รูปปั้นฮินะรูปนางปีศาจหิมะที่ตั้งอยู่บนหิ้ง นึกถึงตอนที่ทำตุ๊กตาฮินะหล่นพื้น เสียงหัวเราะแหลมของนางปีศาจหิมะดังลั่น
ฮิโตชิมองตุ๊กตาฮินะด้วยสีหน้ามั่นใจ

ตุ๊กตาฮินะที่เคยขังนางปีศาจหิมะวางอยู่บนมือของโฮชิโนโอจิและยื่นให้มิกิดู
“ตระกูลโคสึกะเคยขังนางปีศาจหิมะไว้ในตุ๊กตาฮินะตัวนี้เหรอคะ” โฮชิโนโอจิพยักหน้ารับ
“แล้วท่านชายได้ตุ๊กตามาได้ยังไงคะ”
โฮชิโนโอจิเหลือบมองฮิโตชิที่ยืนหลบอยู่ในมุมห้อง ฮิโตชิยิ้มสดใสแล้วหายตัวไป โฮชิโนโอจิจึงหันกลับไปบอกย่ามิกิ “ชั้นได้มายังไงไม่สำคัญหรอก สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่านางปีศาจหิมะถูกขังมานานถึงสี่ร้อยปี นางจะไม่มีวันแข็งแรงได้มากถึงขนาดสะกดจิตมิกิให้มาทำร้ายฮิคาริ ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือจากตระกูลโคสึกะ”
“พวกโคสึกะตั้งใจส่งนางปีศาจหิมะมาทำร้ายรินดารา แสดงว่าพวกเขารู้ว่ารินดาราเป็นใคร”
ย่ามิกิสงสัย “พวกเขารู้ได้ยังไงคะท่านชาย!”
“ความลับไม่มีในโลกหรอกมิกิ มีก็แค่รู้ช้าหรือรู้เร็ว”
“ถ้าอย่างนั้นเรื่องที่คุณรินดารากับอาคิระไปเมืองไทยเพื่อตามหาเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำ ก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากที่พวกโคสึกะจะรู้”
โฮชิโนโอจิไม่สบายใจ “และพวกเขาก็จะทำทุกอย่างเพื่อขัดขวางไม่ให้ชั้นได้กลับสวรรค์”
“ท่านชายไม่ต้องกังวลนะคะ ดิชั้นมั่นใจว่า ถ้าอาคิระได้พบเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำ อาคิระจะเก็บรักษามันมามอบให้ท่านชายด้วยชีวิตของเขา”
“สิ่งที่ชั้นต้องการให้อาคิระกับรินดารารักษาให้ดี ไม่ใช่เส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำ แต่เป็นชีวิตของทุกคนที่เกี่ยวข้อง เพราะชั้นไม่ต้องการให้มีใครต้องตายเพื่อแลกกับอิสรภาพของชั้นแม้แต่คนเดียว” แววตาโฮชิโนโอจิมีความกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด

ชานหน้าบ้าน รินดาราเดินคุยโทรศัพท์มือถือออกมาจากในบ้าน “หนูจะรีบไปทำธุระให้เสร็จ แล้วจะรีบไปเฝ้าพ่อแทนแม่นะคะ แม่จะได้กลับมาพักผ่อน แต่ถ้ามีอะไรแม่โทรหาหนูได้ตลอดเวลาเลยนะคะ” รินดาราฟังแล้วตอบ “ค่ะแม่”
รินดาราวางสายแล้ว ถึงเห็นอาคิระยืนคุยโทรศัพท์อยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ครับคุณย่า ฝากบอกท่านชายด้วยนะครับว่าไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะทำตามที่ท่านชายสั่งให้ดีที่สุด แล้วผมจะส่งข่าวไปนะครับ” อาคิระวางสาย
รินดาราเดินเข้าไปถาม “มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ท่านชายฝากบอกให้เราดูแลชีวิตของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพราะท่านชายกำลังสงสัยว่าพวกโคสึกะจะรู้เรื่องที่เรามาตามหาเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำที่นี่ พวกนั้นอาจจะตามมาขัดขวางเรา”
“พวกโคสึกะจะรู้ว่าเรามาที่นี่ได้ยังไงคะ”
“โคสึกะร้ายกาจกว่าที่คุณคิด ผมเริ่มมั่นใจแล้วว่าที่คุณได้ยินเสียงฮิเดะเมื่อคืนนี้ คุณไม่ได้คิดไปเองแน่ เพราะฉะนั้นเราต้องรีบไปหาคุณป้าอังให้เร็วที่สุด ก่อนที่ฮิเดะจะไปถึงก่อนเรา”
ขาดคำเสียงแตรรถดังขึ้น อาคิระกับรินดาราหันไปเห็นเคนจิโบกมือมาทางพวกเขาอยู่บนรถเก๋ง

รถยนต์ของเคนจิขับเรื่อยๆ ไปบนถนนเรียบทุ่งนา ภายในรถ..เคนจิเป็นคนขับรถ อาคิระนั่งหน้าคู่กับเคนจิ รินดารานั่งข้างหลัง แต่ยื่นตัวออกมาอยู่ตรงกลาง อาคิระกับรินดารามีอาการร้อนรนตื่นเต้น
“เคนจิ...ถนนไม่มีรถสักคัน ขับเร็วกว่านี้ได้ไหม”
“ไปถึงเร็วก็ยังไม่เจอ วันนี้ป้าอังไปหาหมอในเมือง น่าจะยังไม่กลับ”
“แล้วอีกไกลไหมกว่าจะถึง”
เคนจิชี้ไปที่หลังคาบ้านสองชั้นโผล่พ้นแมกไม้ที่อยู่ห่างไปประมาณครึ่งกิโลเมตร “บ้านหลังนั้น”
รินดารากับอาคิระมองตามไปที่หลังคาบ้านอย่างมีความหวัง ส่วนเคนจิชี้เสร็จแล้วหันกลับไปมองที่ถนน ทันใดนั้นก็มีเงาดำๆ ลักษณะเหมือนสุนัขวิ่งตัดหน้ารถในระยะประชิด “เฮ้ย !!!!” เคนจิหักรถหลบกะทันหัน ทำให้รถพุ่งลงทุ่งนาข้างทาง ทั้งสามตกใจสุดขีด เคนจิเหยียบเบรกมิดเท้า ทั้งสามหัวทิ่ม
รถหยุดได้ทัน ก่อนที่จะพุ่งลงไปในคันนา

อาคิระกับเคนจิรีบลงจากรถ เคนจิไปก้มดูล้อรถ ส่วนอาคิระเปิดประตูหลังไปดูรินดาราอย่างห่วงใย “รินดารา! คุณเป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนไหม”
“ไม่ค่ะ ชั้นไม่เป็นอะไรค่ะ” แววตารินดาราอ่อนโยน “ขอบคุณนะคะ”
อาคิระพยักหน้ารับและมองรินดาราตอบ ด้วยแววตาอ่อนโยนเช่นกัน แล้วรินดาราก็ขยับตัวลงจากรถ อาคิระถอยให้รินดาราออกมา จึงเห็นว่าเคนจิกำลังก้มตัวดูยางล้อรถแบนแฟ่บติดพื้น
“เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น เคนจิหักรถหลบอะไร”
“สุนัข” เคนจิมองไปที่ทุ่งนาตรงตำแหน่งที่เห็นสุนัขวิ่งตัดหน้าไป “แต่มันคงวิ่งหนีไปแล้ว”
“สุนัข ? ผมไม่เห็นเลยนะ”
“นั่นสิ..ชั้นก็ไม่เห็น เคนจิตาฝาดหรือเปล่า”
เคนจิส่ายหน้ามั่นใจว่าไม่ได้ตาฝาดกนที่สายตาจะเหลือบไปมองบนพื้น “นี่ไง..รอยเท้าของมัน ยังใหม่ๆอยู่เลย”
เคนจิย่อตัวลงดูรอยเท้าบนดินชื้น เป็นรอยเท้าสุนัขที่มีช่วงเล็บแหลมเรียวกว่ารอยเท้าสุนัขทั่วไป อาคิระช่วยดู
“รอยปลายเล็บเท้าแหลมเรียวแบบนี้ ไม่ใช่สุนัขธรรมดาแล้ว เหมือนรอยเท้าสุนัขจิ้งจอกมากกว่า”
“สุนัขจิ้งจอก ?!” อาคิระพยักหน้ากับรินดาราอย่างหวั่นใจ “ฮิเดะ!”
อาคิระเริ่มหน้าเครียดมองไปที่ยางรถยนต์แบนแฟ่บ แล้วตัดสินใจมุ่งหน้าวิ่งไปที่บ้านป้าอังทันที รินดาราวิ่งตาม
“รินจัง ! คุณอาคิระ !”

บ้านป้าอัง ประตูบ้านเปิดผ่างออก..ฮิเดโนริยืนอยู่หน้าประตูบ้านและยิ้มร้ายสมใจ
อาคิระกับรินดาราวิ่งไปที่บ้านป้าอังอย่างเร็วที่สุด

ฮิเดโนริรื้อค้นหาผ้าไหมที่ปักด้วยเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำไปตามตู้เสื้อผ้าลิ้นชักโต๊ะเตียง “อยู่ไหนวะ!”
เมื่อไม่เจอฮิเดโนริก็เคลื่อนย้ายไปค้นอีกจุดได้อย่างว่องไวเกินมนุษย์ปกติ

อาคิระ รินดาราวิ่งเข้ามาในเขตบ้านของป้าอังซึ่งเป็นบ้านไม้สองชั้น...ไม่มีรั้วแบบบ้านชนบททั่วไป ทั้งคู่หยุดที่ประตูรั้วหน้านิ่วสงสัย เคนจิตามมาจนทัน
“รินดารา..คุณได้ยินเสียงความคิดของฮิเดะรึเปล่า”
รินดาราพยายามเงี่ยหูฟัง “ไม่ค่ะ..ถ้าเป็นเขาจริงๆ ชั้นว่าเขาคงจะบังคับจิตตัวเองไม่ให้ชั้นได้ยินเสียงความคิดเขาอีก”
“งั้นระวังตัวด้วย..ผมมั่นใจว่าต้องเป็นฮิเดะแน่” อาคิระหันไปพยักหน้าให้รินดารากับเคนจิระวังตัว

ภายในบ้านป้าอัง ฮิเดโนริกำลังค้นของในลิ้นชัก หันขวับไปทางหน้าบ้าน เพราะได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาของพวกอาคิระ ฮิเดโนริกัดฟันกรอดอย่างไม่พอใจ
รินดารากับอาคิระและเคนจิเข้ามาภายในบ้าน พบสภาพข้าวของถูกรื้อค้นกระจัดกระจายเต็มพื้นก็อึ้งไป อาคิระกัดฟันกรอด “ฝีมือฮิเดะแน่!”
เคนจิหันไปที่ข้างฝาซึ่งมีภาพถ่ายของป้าอังกับสามีซึ่งเป็นทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลก ข้าวล่างภาพถ่ายมีดาบ ซามูไร 2 เล่มตั้งโชว์อยู่ เคนจิรีบไปหยิบมาให้อาคิระเล่มหนึ่ง ส่วนตัวเองก็ถือเอาไว้อีกเล่มหนึ่งคอยระวังตัวกัน
ระหว่างนั้นฮิเดโนริแอบยืนซุ่มอยู่ ดวงตาเป็นสีส้มของจิ้งจอกพร้อมลงมือถ้าสองคนนั้นเข้าใกล้ อาคิระจ้องเขม็งไปตรงบริเวณที่ฮิเดโนริแอบซุ่มอยู่ อาคิระหันไปพยักหน้ากับเคนจิวางแผนบุกจู่โจมพร้อมกัน แต่รินดาราเป็นห่วงแตะแขนอาคิระเอาไว้เพื่อเตือน
รินดารากระซิบ “ระวังนะคะคุณอาคิระ เคนจิบอกชั้นว่าป้าอังไม่ได้เก็บผ้าไหมผืนนั้นไว้ที่บ้าน ชั้นว่า..ฮิเดะคงยังไม่ได้มันไป”
อาคิระดันรินดาราให้ถอยไปหลบห่างๆ อาคิระกับเคนจิเตรียมพร้อมกำดาบซามูไรแน่นแล้วพุ่งไปพร้อมกัน
ตึ่ง !!! ปลายดาบซามูไรของเคนจิกับอาคิระชี้ไปที่หลังเสา แต่ทว่ากลับไม่พบอะไร เคนจิกับอาคิระมองหน้ากัน ได้ครู่ เสียงรถจอดที่หน้าบ้านก็ดังขึ้น ทุกคนหันไปมอง เคนจิออกไปมองที่หน้าต่าง

ที่หน้าบ้าน รินดารา อาคิระ เคนจิออกมาจากในบ้าน เล็กลงจากรถจากฝั่งคนขับแล้วหันมาทักทายเคนจิ อย่างดีใจ “เคนจิ..มาถึงนานหรือยัง”
“เพิ่งมาถึงครับพี่เล็ก นี่รินจังกับคุณอาคิระเพื่อนของผมที่เล่าให้ฟัง”
อาคิระโค้งเคารพส่วนรินดารายกมือไหว้สวัสดี แต่พี่เล็กเห็นอาคิระกับเคนจิถือดาบซามูไรอยู่ในมือก็สงสัย “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ เอ๊ะ..แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นเหรอ เอาดาบของพ่อพี่ออกมาทำไม”
“ต้องขอโทษด้วยครับ พาคุณป้าอังเข้าไปในบ้านกันก่อนแล้วผมจะอธิบายให้ฟัง”
“นั่นคุณ !!!” ป้าอังเปิดประตูลงมาจากในรถ อุทานอย่างตื่นเต้นตะลึงเมื่อได้เห็นใบหน้าของรินดารา อาคิระกับเคนจิหันไปมองที่ป้าอังซึ่งค่อยๆเดินเข้ามาหารินดาราอย่างแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง “คุณ..ใบหน้าแบบนี้ ใช่คุณจริงๆด้วย” รินดารายืนงุนงง ป้าอังปราดเข้าไปแตะตัวรินดารา ดวงตาเหี่ยวย่นจับจ้องไปบนใบหน้าสวยของรินดารา แล้วน้ำในตาก็คลอเบ้าด้วยความยินดี ป้าอังจับมือรินดารา “เล็ก..เชื่อแม่หรือยังว่าคุณจะต้องมาหาแม่..คุณมาแล้ว..คุณมาแล้ว”
รินดารา อาคิระ เคนจิอดแปลกใจกับปฎิกิริยาที่ป้าอังมีต่อรินดาราไม่ได้

ป้าอังนั่งอยู่บนเตียงนอนแล้วยื่นม้วนกระดาษสีขาวส่งให้รินดารา ส่วนอาคิระ เคนจินั่งอยู่บนพื้นใกล้เตียงนอน
“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ หลายปีมาแล้วที่แม่พูดถึงมาตลอดว่าสักวันผู้หญิงในรูปนี้ ผู้หญิงที่แกฝันถึงจะมาหา แต่ชั้นก็ไม่เคยเชื่อ”
รินดาราคลี่ม้วนกระดาษออก อาคิระ เคนจิมองลงไปที่บนกระดาษ ภาพบนกระดาษเป็นรูปวาดรินดาราในชุดกิโมโนวาดด้วยดินสอแบบง่ายๆ รินดารา อาคิระ และเคนจิอึ้ง

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 11/4 วันที่ 1 พ.ค. 58

ละครเรื่อง กลกิโมโน บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กลกิโมโน บทโทรทัศน์โดย ณัชภีม - สุธิสา
ละครเรื่อง กลกิโมโน กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง กลกิโมโน โดยผู้จัด หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์
ละครเรื่อง กลกิโมโน ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กลกิโมโน ละครแนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ลึกลับ
ละครเรื่อง กลกิโมโน เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 16 เม.ย.58 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 วัน
ละครเรื่อง กลกิโมโน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น
ที่มา ไทยรัฐ