อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 2 วันที่ 14 เม.ย. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 2 วันที่ 14 เม.ย. 58

“พวกมึงเลี้ยงควายกันยังไง ข้าวกูฉิบหายหมดแล้ว เห็นไหม”

นางอ่ำมองควายตัวเองงงๆว่ามันหลุดไปได้ยังไง บอกอุไรว่าแม่ผูกมันดีแล้วนะ นางแย้มก็แผดเสียงมาทันที

“ไม่รู้ล่ะ งานนี้ต้องจ่ายค่าเสียหายให้กู มึงจงใจทำลายนาข้าวของกู” อุไรสวนไปว่าใครจงใจ พูดให้มันดีๆนะ ถูกนางแย้มฉะทันที “ชะ! อีเด็กยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ไม่รู้จักหัวหงอกหัวดำ”


“แล้วหัวหงอกมันทำตัวน่านับถือไหมล่ะ” อุไรโต้ไม่ลดละ นางอ่ำพยายามปราม แต่อุไรเลือดขึ้นหน้าแล้ว บอกแม่ว่า “ไม่นะแม่ เรายอมมันไม่ได้หรอก แม่คงไม่ลืมผูกเชือกควายหรอก แต่ฉันว่ายัยแย้มนี่แหละเป็นคนแก้เชือกให้ควายมันไปเพ่นพ่าน” นางแย้มตวาดปราม แต่อุไรไม่สนใจถามว่า “แล้วถามจริงๆเหอะ ทำไมควายมันถึงได้ฉลาด จงใจกินแต่เฉพาะข้าวในนาของป้า นาฉันข้าวสวยกว่า ดีกว่า ทำไมมันไม่ข้ามมากิน”

“กูจะไปรู้ควายมันเรอะ”

“คนมันฉลาดกว่าควาย แต่มันทำเรื่องโง่กว่าควาย คิดเหรอว่าคนอื่นเขารู้ไม่ทัน”

นางแย้มเถียงไม่ออก ตัดบทว่าแล้วจะว่ายังไง อุไรย้อนถามว่าแล้วป้าจะเอาไง นางแย้มบอกว่าให้ดูว่าควายตัวเองมากินข้าวของตนเท่าไร อุไรคะเนว่าสองงาน นางแย้มบอกว่าสามงาน อุไรยืนยันว่าสองงาน ถามว่าแล้วป้าจะเอาอย่างไร

“พวกมึงต้องชดใช้ ข้าวเกี่ยวได้เมื่อไรกูก็ข้ามไปเกี่ยวข้าวในนามึงสองงาน” อุไรไม่ยอม “แล้วมึงจะเอายังไง?”

“วัดที่กัน ควายฉันกินข้าวป้าไปเท่าไรป้าก็ให้ควายป้ามากินฝั่งนี้เท่านั้น แล้วต้องไม่เกินสี่โมงห้าโมงด้วย ถ้ามันกินได้แค่ไหนก็แค่นั้น เอาไหมล่ะ แต่ป้าต้องเอาแล้วงานนี้ต้องให้ผู้ใหญ่บ้าน ให้กำนัน ให้คนทั้งหนองนมวัวมาร่วมรับรู้ด้วย เอาไหม”

“ได้...เอาไงเอากันสิวะ” นางแย้มออกท่านักเลงเต็มที่

ตกเย็น ประยงค์แวะมาที่บ้านนางอ่ำ อุไรตักแกงคั่วฟักทองใส่หม้ออวย พลางเล่าให้ประยงค์ฟัง นางอ่ำพูดแทรกว่าตนอาจผูกเชือกควายไม่แน่นจริงๆก็ได้

“แม่อย่ามองโลกแง่ดีนักเลย โดยเฉพาะกับยัย

แย้มเนี่ย แม่พี่คงอยากให้เรื่องนี้มันดังเป็นตำนานคู่หนองนมวัวละมั้ง แกคงสาแก่ใจมาก ถ้าเอาชนะพวกฉันได้” พูดแล้วอุไรเอาหม้ออวยใส่แกงคั่วฟักทองส่งให้ประยงค์

“พี่จะคุยกับแม่แกเอง เรื่องเล็กๆแค่นี้ เลิกแล้ว ต่อกันเสียได้ก็ดี ยังไงก็คนกันเองต้องเห็นหน้ากันไปอีกนาน”

ooooooo

ฝ่ายนางแย้มจะลากพะยอมให้เป็นเพื่อนไปบ้านผู้ใหญ่ สั่งให้พะยอมไปเปลี่ยนเสื้อให้มันสวยกว่านี้ พะยอมถามว่าทำไมต้องเปลี่ยนเสื้อด้วย ไปบ้านผู้ใหญ่แค่นี้เอง “อุวะ...กูบอกให้เปลี่ยนก็เปลี่ยนสิวะ อีลูกคนนี้...ไวๆ”

ประยงค์กลับมาพอดีถามแม่ว่าจะไปไหนกัน นางแย้มบอกว่าไปธุระ พอประยงค์พูดว่าเรื่องควายบ้านนั้น...นางแย้มก็ตัดบททันที

“ไอ้ทิด มึงอย่ามาห้ามแม่เลย ไม่สำเร็จหรอก” ประยงค์บอกว่ามันเป็นเรื่องขายขี้หน้าชาวบ้านเขาเปล่าๆ นางแย้มเสียงดังกว่าเก่าว่า “แต่กูอยากขาย อยากมากด้วย มึงขึ้นไปดูลูกเมียมึงไป ข้าวปลาไม่รู้ลุกออกมาหุงหากินรึเปล่า เลี้ยงเมียเป็นคุณนาย นอนฟังแต่วิทยุทั้งวัน ผ้าอ้อมลูกก็ซักไม่เป็น สักวันเหอะมึงจะรู้สึก อียอม เสร็จรึยัง ชักช้าอืดอาดจริงโว้ย”

นางแย้มด่าไม่หายใจจนประยงค์พูดไม่ออก พอดีพะยอมบอกว่าตนเสร็จแล้ว นางแย้มก็เดินนำลิ่วไปเลย

ooooooo

มาถึงบ้านผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่บ้านฟังนางแย้มแล้วหว่านล้อมว่าเรื่องแบบนี้ค่อยพูดค่อยจากันดีกว่า อย่าให้เป็นคดีความเลยมันไม่จบสิ้นกันเปล่าๆ

“จะให้ฉันยอมความมันน่ะเหรอ ไม่มีทางหรอก อีอ่ำมันหาเรื่องฉันก่อน มันแกล้งฉันชัดๆ” ผู้ใหญ่บ้านถามว่าชดใช้ด้วยวิธีอื่นไม่ดีกว่าหรือ “ไม่ได้ พรุ่งนี้ยังไงฉันก็ต้องเอาควายฉันไปกินข้าวนามันให้ได้ แล้วผู้ใหญ่ก็ต้องไปเป็นพยานด้วย”

ผู้ใหญ่บ้านพยายามหว่านล้อมอีก แต่นางแย้มยืนกระต่ายขาเดียวจะเอาเรื่องให้ได้ จนชาวบ้านเริ่มมามุงฟังกัน นางแย้มก็หันไปบอกชาวบ้านว่า พรุ่งนี้ไปดูกันให้ได้ ให้เห็นกับตาว่าเวรกรรมมันมีจริง ระหว่างเดินทางกลับเจอใครนางแย้มก็ชักชวนให้ไปดูของดี ชักชวนกันไปดูให้หมดบ้านเลย ลูกเล็กเด็กแดงจูงไปให้หมด

พะยอมถามแม่ว่าค่ำแล้วจะกลับกันรึยัง นางแย้มบอกว่ายัง ธุระยังไม่เสร็จ พะยอมถามว่ามีธุระอะไรอีก

“ธุระของมึงน่ะแหละอียอม” ว่าแล้วก็นำลิ่วไป พะยอมงงๆ แต่ก็เดินตามแม่ไป

นางแย้มไปที่บ้านโกตาพ่อของโกพงษ์หรือลือพงษ์นั่นเอง นกเล็กเมียโกตาชวนอยู่กินข้าวด้วยกัน นางแย้มพาพะยอมเข้าบ้านกวาดตามองถามว่า ลือพงษ์กลับมาหรือยัง โกตาบอกว่ายังกำลังวิ่งรถเที่ยวสุดท้าย ระหว่างนั้นพะยอมเห็นรูปของลือพงษ์แขวนอยู่ที่ข้างฝา เห็นแค่รูปคนที่ตนแอบมีใจให้พะยอมก็เขินจนรีบก้มหน้า

นกเล็กส่งขันน้ำให้ นางแย้มรับไปดื่มอั้กๆแล้วส่งต่อให้พะยอม เธอรับไปจิบพอเป็นพิธี แล้วนางแย้มก็พูดธุระทันที

นางแย้มสาธยายยืดยาว แล้วบอกว่าถ้าพะยอมเรียนตัดเสื้อจบแล้วก็อยากมาเปิดร้านที่นี่ ตึกแถวตนก็ไม่มีทำเลดีๆอย่างนี้ จะเปิดที่บ้านก็ธรรมดาไป จะทำอะไรก็อยากทำให้มีหน้ามีตา ให้คนที่ผ่านไปผ่านมาได้รู้จักบ้าง แล้วเอ่ยปากขอจองห้องไว้ให้พะยอมสักห้อง อีกสี่ห้าเดือนพอเรียนจบ ตนก็จะมาเช่า พูดอ้อมแอ้มว่า “คือ...ฉันจะมัดจำไว้ก่อนเลย” พลางก็ควักเงินปึกหนึ่งมาวางตรงหน้านกเล็ก

นกเล็กบอกว่าไม่ต้อง นางแย้มไม่ยอมให้รับมัดจำไว้ก่อนแต่ตนก็มีข้อแม้ว่า

“ตอนนี้ยังไม่มีร้านตัดผ้าที่ห้องแถวของโก คือ... อย่าให้ใครมาเช่าเปิดร้านตัดเสื้ออีกก็พอ” นกเล็กยังลังเล นางแย้มบอกโกว่า “ฉันยอมจ่ายค่าเช่าเพิ่มอีกนิดก็ได้นะ คนอื่นโกคิดเดือนละเท่าไหร่ล่ะ”

โกตาขอรับปากไว้ก็แล้วกันว่าจะให้พะยอมเปิดร้านตัดเสื้อแต่ผู้เดียว ขอให้กำหนดเดือนที่แน่นอนที่จะมาทำก็แล้วกัน นางแย้มปากหวานปานน้ำผึ้งทันที ชมว่าโกตากับนกเล็กใจคอกว้างขวางอย่างกับแม่น้ำจริงๆ

นกเล็กถามพะยอมว่าตัดเสื้อได้กี่แบบ พะยอมยังไม่ทันตอบ นางแย้มก็คุยโวว่าลูกสาวตนเก่ง ตัดได้ทุกแบบ หัวไวขนาดครูที่สอนยังชมไม่ขาดปากว่าอย่างพะยอม นี่เปิดร้านที่กรุงเทพฯได้สบายเลย แล้วบอกพะยอมว่า

“วันหลังก็ตัดเสื้อให้ป้านกเล็กใส่สักตัวสิลูก ป้าเขาจะได้เห็นฝีมือ” พะยอมอึกอักก็แอบหยิกแขน พะยอมเลยรับปาก

นางแย้มยังเที่ยวโพนทะนาให้คนเกลียดนางอ่ำกับอุไร ผ่านบ้านสำลีเพื่อนรัก สำลีออกมาดักเพื่อจะเม้าท์เรื่องนางแย้มทะเลาะกับอุไร พอเจอกันต่างก็ก่นด่านินทาอุไรกันอย่างเมามันจนพะยอมอึดอัดที่กลับไม่ถึงบ้านเสียที

ooooooo

ค่ำนี้ อัมพรกลับไปที่บ้านแม่โดยฝากลูกให้ประยงค์เลี้ยง บอกนางอ่ำว่าได้ยินเรื่องวันนี้เลยรีบมา

อัมพรมาหว่านล้อมให้อุไรเปลี่ยนใจเรื่องวิธีชดใช้ค่าเสียหายที่ควายไปกินข้าวนานางแย้ม เพราะวิธีแบบนั้นชาวบ้านจะหัวเราะเยาะเอา พูดแกมขอร้องว่า อย่าลืมว่าตนเป็นคนกลาง ทำไมเราไม่ให้เขามาเกี่ยวข้าวในนาเราเมื่อหน้าเกี่ยว หรือไม่ก็วัดที่ชดใช้กันไป สองงานก็คงได้สักยี่สิบถังก็ให้เขามาโกยข้าวในยุ้งไป

“ไม่ พี่คิดเหรอว่าน้ำมันจะไม่ไหลมาอีก ถ้าข้าวมันยังอยู่ ฝนตกหนักอีก อีตรงนั้นมันอาจจะไม่ได้ข้าวก็ได้ ให้จูงควายมากินข้าวคืนนะดีแล้วจะได้รู้ว่าอีแย้มมันก็บ้าไม่ต่างกับเราหรอก หัวหงอกแล้วยังสิ้นคิด ฉันบอกแล้วนะ...กับมัน เมื่อก่อนฉันอยากจะให้อภัยเพราะเห็นแก่พี่ เห็นแก่พี่ทิดยงศ์แต่ตอนนี้ฉันเกลียดมันจนเข้าไส้เข้าพุงเข้ากระดูกดำไปแล้ว”

“แต่เรามีแต่ผู้หญิงนะ อย่าลืม”

“ฉันไม่กลัวหรอก ตายเป็นตายสิ” อุไรฮึดสู้สุดชีวิต อัมพรได้แต่ถอนใจ

นางอ่ำบอกอัมพรว่าถ้าอยู่บ้านโน้นไม่ไหวก็กลับมาอยู่บ้านเราเสีย อัมพรบอกว่าประยงค์คงไม่ยอม บอกแม่ว่าตนไม่ได้กลัวพรากจากผัวแต่กลัวถูกพรากจากลูก นางอ่ำบอกว่าตนเป็นห่วงมากดูแลตัวเองให้ดีด้วยก็แล้วกัน

“เขาคงไม่ฆ่าไม่แกงฉันหรอกแม่”

“คนอย่างอีแย้มน่ะไม่ฆ่าพี่ด้วยอาวุธหรอก แต่ปากมันก็ฆ่าคนมานักต่อนักแล้วพี่อัมพร” อุไรพูดอย่างรู้ไส้นางแย้มดี

อัมพรกลับถึงบ้านก็เจอนางแย้มอุ้มยงยุทธอยู่ พอรู้ว่าอัมพรไปบ้านแม่มาก็ระแวง ถามว่าแอบขนอะไรกลับไปบำรุงบำเรอกันล่ะ อัมพรสะอึกแต่อดกลั้นไว้ตอบเรียบๆว่าเปล่าแล้วขอยงยุทธไปอุ้ม ถามว่าประยงค์ไปไหนนางแย้มบอกว่าให้ไปตามตานากมาพ่นยาให้ยงยุทธเพราะท้องอืดร้องไห้ไม่หยุด แล้วบอกอัมพรว่ามาก็ดีแล้ว ไปเก็บกะเพรากับไปซื้อปูนกินหมากที่ร้านยายฉิมให้หน่อย

อัมพรรับคำไปหยิบไฟฉายลงเรือนไป

ooooooo

ประยงค์ไปตามตานากปรากฏว่าทั้งตานากและนางสำลีไปวัด เจอแต่สุดาลูกสาวที่แอบพอใจ

ประยงค์อยู่ สุดาถือโอกาสอ่อยประยงค์ เมื่อประยงค์จะไปตามตานากที่วัด สุดาก็ขอซ้อนจักรยานไปด้วย บอกให้รอประเดี๋ยว

สุดาขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแกล้งทำตะเกียงตกแตกร้องกรี๊ด ประยงค์ตกใจถามว่าเป็นอะไร สุดาก็โผกอดประยงค์เอาอกสีไม่ยอมปล่อย พอสำลีกับตานากกลับมาเห็นบ้านมืดๆ เข้าบ้านไปเจอประยงค์อยู่กับสุดาก็ถามว่าทำไมอยู่กันมืดๆอย่างนี้ สำลีถามสุดาว่า “เอ็งไม่ได้เสียหายอะไรนะ”

ประยงค์รีบพูดธุระของตนบอกตานากให้ช่วยไปพ่นท้องให้ยงยุทธหน่อยร้องไห้จ้ามาหลายคืนแล้ว บอกให้ตานากซ้อนท้ายรถตนไปเดี๋ยวจะปั่นกลับมาส่ง ตานากขอเอารถตัวเองไปสะดวกกว่า สุดาได้ทีขอซ้อนรถประยงค์ไปร้านค้าด้วย ประยงค์อึดอัดแต่ก็เลี่ยงไม่ได้ สุดาดีใจกระโดดซ้อนรถกอดเอวประยงค์แน่น

ระหว่างทางประยงค์เจออัมพรถือไฟฉายจะไปซื้อปูนกินหมากให้นางแย้ม พอเห็นสุดาซ้อนท้ายรถประยงค์มาก็งอนบอกว่าตนเดินไปเองได้แล้วเดินลิ่วไปเลย พออัมพรซื้อปูนเสร็จออกจากร้าน เจอประยงค์นั่งคล่อมจักรยานรออยู่ อัมพรขึ้นรถแล้วหยิกที่เอวประยงค์อย่างหมั่นไส้หึงหวงเพราะรู้อยู่ว่าสุดาแอบชอบประยงค์มานานแล้วยังมานั่งซ้อนรถกอดกันกลมอีก

พอกลับถึงบ้านก็ถูกนางแย้มกระแนะกระแหนทันทีว่า มีความสุขกันจริงร้องกรี๊ดกร๊าดกันราวกับหนุ่มสาว พอทั้งสองขึ้นบ้านนางแย้มก็ยื่นยงยุทธให้อุ้มทันที แต่พออัมพรเอื้อมมือไปรับก็ด่าทันควัน

“มือร้อนไปจับลูก เดี๋ยวก็ได้ผื่นขึ้น หล่อนนี่มันจริงๆ เลยไม่รู้ประสาอะไรเล้ย...พ่อแม่คงไม่ได้สั่งสอน น่าเบื่อจริงๆ ไปล้างมือล้างไม้ซะก่อนไป๊”

ประยงค์ตามไปตักน้ำให้อัมพรล้างมือ นางแย้มจิกตามองอย่างหมั่นไส้ ชิงชัง

เช้าวันรุ่งขึ้น ประยงค์ขอแม่ว่าอยากให้เปลี่ยนใจตนขอเป็นคนชดใช้ค่าเสียหายแทนอุไรกับน้าอ่ำเองได้ไหม แม่จะให้ทำอะไรตนก็จะทำให้ นางแย้มจ้องหน้าถามว่า แน่นะ! ทุกอย่างนะ! พอประยงค์รับคำ นางแย้มถามทันทีว่า

“แล้วถ้ากูขอให้มึงเลิกกับอีอัมพรล่ะ ได้ไหม” ประยงค์ตกใจอุทานเรียกแม่! นางแย้มตัดบทว่า “เมื่อไม่ได้ ทุกอย่างก็เป็นไปตามเดิม” แล้วเดินเชิดไปเลย ทิ้งประยงค์ให้ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น

ooooooo

นางแย้มดำเนินแผนต่อ เห็นอัมพรกำลังตากผ้าอ้อมอยู่ก็เร่เข้าไปถามว่ารู้อะไรมาบ้าง พออัมพรถามว่าเรื่องอะไร ก็เข้าทางนางแย้มทันที เล่าฉอดๆว่า

เมื่อคืนประยงค์ไปทำเรื่องงามหน้าเอาไว้ เมื่อเช้าตนไปตลาดเจอสำลีมากระซิบบอกว่า เมื่อคืนประยงค์กับสุดาอยู่บนเรือนกันสองคนมืดๆ ไฟฟืนก็ไม่จุด พูดแล้วเห็นอัมพรยืนอึ้ง ก็เป่าหูต่อ

“นี่น่ะ อีสำลีมันเห็นแก่กู มันก็เลยไม่อยากป่าว ประกาศให้เป็นเรื่อง แต่มันบอกว่า ถ้าลูกสาวมันเกิดท้องไส้ขึ้นมาละก็มันคงไม่โทษใครหรอกนอกจากผัวมึง แต่งานนี้กูยังไม่ได้บอกไอ้ยงค์มันหรอก อยากจะมาบอกกับมึงไว้ให้คอยจับพิรุธผัวมึงให้ดี ปากมันว่ารักมึง แต่รู้ไว้ด้วยว่ามันนอกใจมึงขึ้นมา กูก็ช่วยอะไรมึงไม่ได้ มึงต้องระแวดระวังกันเอาเอง”

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 2 วันที่ 14 เม.ย. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ