อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 2 วันที่ 15 เม.ย. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 2 วันที่ 15 เม.ย. 58

“นี่น่ะ อีสำลีมันเห็นแก่กู มันก็เลยไม่อยากป่าว ประกาศให้เป็นเรื่อง แต่มันบอกว่า ถ้าลูกสาวมันเกิดท้องไส้ขึ้นมาละก็มันคงไม่โทษใครหรอกนอกจากผัวมึง แต่งานนี้กูยังไม่ได้บอกไอ้ยงค์มันหรอก อยากจะมาบอกกับมึงไว้ให้คอยจับพิรุธผัวมึงให้ดี ปากมันว่ารักมึง แต่รู้ไว้ด้วยว่ามันนอกใจมึงขึ้นมา กูก็ช่วยอะไรมึงไม่ได้ มึงต้องระแวดระวังกันเอาเอง”

“จ้ะ...ฉันขอบใจแม่มาก” อัมพรตอบไปเหมือนจิตใจไม่อยู่กับตัว นางแย้มเหยียดยิ้มสะใจขณะเดินออกไปอัมพรใจร้อนผ่าว เฝ้าคิดคำพูดของนางแย้ม ทนไม่ได้อุ้มยงยุทธลงเรือนไป นางแย้มถามว่าจะอุ้มลูกไปไหน พออัมพรบอกว่าจะพาไปบ้านแม่ก็สั่งให้กลับมา ลูกยังไม่ครบเดือนจะพาไปเที่ยวแล้ว อัมพรเดินไปไม่สนใจก็ตะโกนลั่น


“กลับมาเลยนะ...กูบอกให้กลับมา!”

อัมพรอ้างว่ายงยุทธตัวร้อน นางแย้มถามประชดว่า “แล้วแม่มึงช่วยอะไรได้ เห็นกูเป็นหัวหลักหัวตอใช่ไหม หลานอยู่กับกู แต่มึงคิดอุ้มไปถามแม่มึง จะให้ชาวบ้านด่ากูว่าเป็นแม่ผัวใจดำใช่ไหม มึงนะมึงร้ายกว่าที่กูคิดไว้เยอะเลย”

อัมพรอัดอั้นตันใจน้ำตาร่วง อุ้มลูกเดินหนีไป ยังถูกนางแย้มด่าตามหลังปาวๆ...

“อีอัมพร อีเวร เอาลูกกับมาเลยนะ มึงเอาอะไรแต้มหน้าผากลูกมึงรึยัง เดี๋ยวขวัญหนีเป็นบ้าปัญญาอ่อนขึ้นมา กูไม่โทษใครหรอกนะนอกจากมึง อีอัมพร! อีบ้า!!” นางแย้มเท้าสะเอวด่าลั่นดังไปสามบ้านแปดบ้าน

ooooooo

ประยงค์กลับจากนาหิ้วข้องปลาขึ้นเรือน ร้องบอกอัมพรอย่างดีใจ

“อัมพร พี่ได้ปลาช่อนปลาหมอมาเต็มเลย ปลาช่อนเอาไว้ต้มยำดีไหม” ไม่ได้ยินเสียงตอบจากอัมพร ขึ้นไปมองหาก็ไม่เจอ เห็นพะยอมนั่งสอยผ้าอยู่ในห้อง ถามว่าอัมพรกับลูกหายไปไหน พะยอมโบ้ยให้ไปถามแม่เอาเอง ประยงค์รู้ทันทีว่าต้องมีปัญหาอะไรอีกแน่ๆ

ไม่นานนางแย้มก็ทำเสียงอ่อนเสียงอ้อนถามประยงค์ว่ากินข้าวหรือยัง ประยงค์บอกว่ายังถามว่าแม่มีอะไรไหม

“ช่วยเอาหม้ออวยนี่ไปบ้านตานากที ทำแกงบวดฟักทองเต็มหม้อเลย แบ่งปันกันไปลูก เขามีน้ำใจมาเราก็ต้องมีน้ำใจตอบ” ประยงค์เกี่ยงให้พะยอมเอาไป นางแย้มเสียงเข้มเรียกปราม ประยงค์ชะงัก นางแย้มเอาหม้ออวยยื่นให้เชิงบังคับ สั่งว่า “รอถ่ายหม้อกลับมาด้วยเลยนะ” เห็นประยงค์หน้าบึ้งก็ปราม “นี่กับแม่กับเชื้อนะไอ้ยงค์”

ประยงค์รับหม้ออวยไปแขวนไว้ที่แฮนด์รถ ขี่จักรยานออกไป นางแย้มยืนมองอย่างสมใจ

ooooooo

อัมพรอุ้มยงยุทธไปถึงบ้านน้ำตาเปียกแก้ม ทั้งอุไรและนางอ่ำตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น พออัมพรเล่าให้ฟัง อุไรเป็นเดือดเป็นแค้นด่านางแย้ม...

“อีนี่มันเป็นบ้าอะไร ผัวเมียเขาอยู่กันดีๆมายุให้แตกกัน พี่ไม่ต้องไปสนใจฟังมันหรอก คิดซะว่าหมาเห่าใบตองแห้ง” อัมพรถามทั้งน้ำตาว่าถ้ามันเป็นเรื่องจริงล่ะ? นางอ่ำหว่านล้อมลูกว่า

“อัมพรเอ๊ย...เอ็งพูดเหมือนไม่รู้จักนิสัยแท้ๆของผัวเอ็ง ยงค์มันเป็นคนหนักแน่นไม่ว่อกแว่กอะไรง่ายๆหรอก ขืนเอ็งวูบวาบตามคำอีแย้มมัน ครอบครัวเอ็งจะพังนะลูกนะ”

นางแย้มวางแผนให้ประยงค์เอาฟักทองแกงบวดไปให้สุดาและให้รอถ่ายหม้อกลับมาด้วย สุดาอ้อยอิ่งบอกให้รอเดี๋ยว อ่อยว่าไม่ลงมากินน้ำกินท่าหน่อยหรือ ประยงค์ส่ายหน้าอย่างไร้อารมณ์เพราะใจพะวงอยู่กับเรื่องอัมพร

สุดามารยาตามเคย เมื่อเอาหม้ออวยมาคืน ก็ทำเป็นตกบันไดลงมากองกับพื้น ประยงค์รู้ว่าสุดาทำจริตก็ไม่สนใจ แต่แม่นั่นก็ออดอ้อนเสียราวกับจะตายไปตรงนั้น ประยงค์หลงเชื่อนึกว่าจริง รีบอุ้มไปวางที่แคร่ แล้วเอาผ้าขาวม้าตัวเองชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้ สุดาหลับตาพริ้มแอบมองประยงค์เคลิ้ม คว้ามือไปกุมถามว่าตนเป็นอะไร

“คงเป็นลม” ประยงค์ผละออกจะไปตามคนมาช่วย สุดาอ้อนว่าตนคงหิวเลยเป็นลมให้ประยงค์ไปคดข้าวให้แล้วชวนกินด้วยกัน

นางอ่ำหว่านล้อมให้อัมพรกลับไปเสียเดี๋ยวประยงค์กลับมาไม่เห็นก็จะเป็นห่วง ย้ำกับอัมพรว่า

“เอ็งจำคำแม่ไว้ ถ้าเอ็งรักกันจริง ใครหน้าไหนก็ไม่มีทางมาพรากเอ็งสองคนออกจากกันได้หรอก”

อัมพรรู้สึกดีขึ้น อุ้มลูกจะกลับ ก็พอดีชาวบ้านผ่านมาถามนางอ่ำว่าวันนี้แกงอะไรกิน นางอ่ำบอกว่าแกงหมูเทโพ

“รสมือเอ็งมันเบาไปรึไงวะอัมพร ผัวเอ็งถึงไปนั่งกินข้าวอยู่ใต้ถุนบ้านคนอื่นโน่นแน่ะ

นางอ่ำกับอุไรมองหน้ากันงงๆ อัมพรอุ้มลูกหน้าเจื่อนอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ประยงค์ปั่นจักรยานมาที่บ้านนางอ่ำ ถามอุไรว่าอัมพรล่ะ อุไรบอกว่ากลับบ้านไปแล้ว ให้เขารีบกลับไปมีเรื่องต้องคุยกันอีกเยอะ ประยงค์ถามว่ามีเรื่องอะไรหรือ?

“มีคนเห็นว่าพี่นั่งกินข้าวอยู่กับยัยสุดาที่ใต้ถุนเรือน” ประยงค์หน้าเสียจะถีบรถกลับ “ดูแลพี่ฉันให้ดีๆด้วยนะ แม่พี่ทั้งเหน็บทั้งด่าจนพี่เขาทนไม่ไหว ร้องห่มร้องไห้อุ้มลูกมาที่นี่ พี่ยงค์ ฉันขอพูดอะไรหน่อยเถอะ พี่ก็รู้ว่าแม่พี่ เกลียดคนบ้านฉันมาก ฉันไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมแกถึงได้ด่าทอพี่อัมพรมากมาย ฉันเข้าใจว่าแค้นมันต้องชำระ แต่ถ้าแม่พี่ไม่รู้จักให้อภัยกัน ไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก เห็นทีพี่สาวฉันคงตกที่นั่งลำบากไปอีกนาน พี่ควรตัดสินใจ”

“ตัดสินใจอะไร”

“ฉันอยากให้พี่กับพี่อัมพรย้ายมาอยู่ที่นี่ ฉันสงสารพี่สาวฉัน แม่เองก็พลอยเป็นทุกข์เป็นร้อนไปด้วย กลางคืนก็นอนไม่หลับเพราะห่วงพี่อัมพร ไหนจะต้องคอยคิดแก้ลำกับความร้ายกาจของแม่พี่อีก”

“ทำไม...แม่พี่เลวร้ายถึงขนาดนั้นเลยเหรอ”

“พี่กลับไปถามเมียพี่ดูสิ”

ประยงค์รีบกลับไป พบว่าประตูห้องปิด ทุบประตูเรียกเบาๆ เกรงเสียงดังเอิกเกริกนางแย้มรู้เข้าเป็นเรื่องอีกแน่ๆ

เมื่อเรียกแล้วไม่เปิดประตู ประยงค์ยกบันได

ไม้ไผ่พาดกับหน้าต่างห้องนอนแล้วปีนเข้าห้อง ประยงค์ตกใจผงะเมื่อเห็นอัมพรนอนเมายาดองอยู่ข้างเบาะลูก ปลุกเรียกก็มีแต่เสียงตอบอือๆ เมาๆ ประยงค์อุ้มลูกไปใส่เปล ถามอัมพรว่าทำไมเมาอย่างนี้ นอนทับลูกขึ้นมาจะทำยังไง!

“ลุกขึ้นนั่งไหวไหม เดี๋ยวพี่จะเช็ดตัวให้”

ประยงค์ประคองอัมพรให้ลุกนั่ง แล้วตัวเองเดินไปเปิดประตูห้อง

ooooooo

นางแย้มกับพะยอมเปิดประตูเดินตัดนอกชานมาที่เรือนประยงค์ เขาไม่อยากเจอแม่ตอนนี้ ไม่อยากให้แม่เห็นสภาพของอัมพรตอนนี้ แต่หลบไม่ทันแล้ว เพราะนางแย้มเดินพรวดเข้ามา พอเห็นสภาพในห้องก็โวยทันที

“ต๊าย...นี่มันเกิดอะไรขึ้นนี่” ประยงค์บอกว่าอัมพรเมายาดองนิดหน่อย “เขาให้กินขับเลือดเสียออก บำรุงเลือดให้ดีขึ้น แม่นี่เล่นกินเอาเป็นเอาตาย มันคนหรือควายเนี่ย กูล่ะเหนื่อยกับมึงจริงๆ”

อัมพรกำลังเมากอปรกับความกดดันเลยถามไปว่า “ใครคนใครควาย” นางแย้มหาว่าอัมพรด่าว่าตนเป็นควายหาว่าอัมพรถูกผีสิงผีตายโหงผีอัปรีย์จัญไร พ่อมันเข้าสิงไล่ให้ออกจากบ้านตนไปเดี๋ยวนี้

นางแย้มด่าอัมพรเลยไปถึงพ่อแม่ว่าไม่สั่งไม่สอน อัมพรหมดความอดทนประกาศว่าตนทนมามากแล้ว จะไม่ทนอีกแล้ว พอนางแย้มไล่ตะเพิดอีก เลยสวนไปว่า “เออ...กูไปแน่!”

ยงยุทธร้องไห้จ้าขึ้น นางแย้มสั่งประยงค์ให้พาอัมพรไปส่งบ้าน ให้เวลาถึงเย็นนี้เท่านั้น ถ้าตนกลับจากเอาควายไปกินข้าวในนานางอ่ำกลับมายังไม่ไสหัวไปจะเอาข้าวของโยนออกจากบ้านให้ดู ประยงค์ถามว่าแม่ไม่ถามตนก่อนหรือว่าตนจะเป็นอย่างไรถ้าแม่ทำอย่างนั้น นางแย้มบอกว่าตนไม้ได้โกรธไม่ได้เกลียดเขาแต่ถ้าเขายังอยากเอาเมียไว้เราก็ขาดกันประกาศว่า

“กูจะได้ถือว่าไม่มีมึงเป็นลูก ไม่เคยเบ่งมึงออกมา มึงจะเอายังงั้นไหม สมบัติพัสถานที่กูมี มึงก็อย่าหวังจะได้ มึงต้องการอย่างนั้นไหม”

“แม่อย่าขู่ฉันนะ”

“เออ...กูจะขู่ แต่ถ้ามึงทำได้จริง มึงก็ไม่ใช่คน คนไม่ใช่คนมันจะเอาดีได้ยังไง ชาตินี้ทั้งชาติก็เอาดีไม่ได้ มึงอยากเป็นยังงั้นเรอะ ลูกคนไหนพ่อแม่สาปแช่งมันไม่มีวันเจริญหรอกโว้ย ถ้ามึงคิดจะไปอยู่กับมัน บอกไว้เลย มึงก็จะเหลือแต่ตัว วาจาแม่ศักดิ์สิทธิ์แค่ไหนมึงก็เห็นพ่อมันถูกฟ้าผ่าตายดับดิ้นทันใจ ไม่ใช่เพราะคำสาปแช่งของกูเรอะ”

ชาวบ้านที่รู้เรื่องนี้ไปบอกนางอ่ำให้รีบไปดูอัมพรเร็ว อุไรถามว่าอัมพรเป็นอะไร

“ก็อีแย้มน่ะสิ”

พอได้ยิน “อีแย้ม” เท่านั้น อุไรก็พรวดขึ้น ทั้งนางอ่ำและอุไรวิ่งอ้าวไปทันที ไปถึงเห็นนางแย้มกำลังขว้างปาข้าวของของอัมพรลงไปข้างล่าง พอเห็นนางอ่ำกับอุไร นางแย้มตวาดว่ามากันทำไม ใครเชิญ

“กูมาช่วยพี่กูน่ะสิ ไม่ต้องรอให้มึงเชิญหรอก” อุไรตะโกนใส่ อัมพรบอกแม่ว่าตนไม่ทนแล้ว ตนจะกลับบ้าน คราวนี้นางอ่ำไม่หว่านล้อมให้อยู่แต่กลับบอกว่า “กลับก็กลับ!”

นางแย้มสั่งพะยอมให้ไปอุ้มยงยุทธทันที อัมพรจะไปคว้าลูกแต่ไม่ทัน นางแย้มกันพะยอมไว้เต็มที่ไม่ยอมให้ใครเข้าไปแย่งยงยุทธ ตะโกนใส่หน้าอัมพรว่ามาแต่ตัวก็ไปแต่ตัว เด็กเกิดที่นี่ก็ต้องเป็นสมบัติของที่นี่ใครก็เอาไปไม่ได้

อุไรโกรธสุดขีดจากที่เคยเรียกนางแย้มว่าป้า ก็เรียกอีแย้ม แล้วจะลุยไปชิงหลาน นางแย้มขวางไว้ท้าว่าแน่จริงก็ไปฟ้องเอา

“กูไม่ไปฟ้องให้เสียเวลาหรอกโว้ย” อุไรแผดเสียงลั่นแล้วถลันเข้าหาพะยอม นางแย้มสั่งพะยอมให้อุ้มหลานเข้าบ้านแล้วจิกหัวอุไรกระชากอย่างแรง นางอ่ำถลันเข้าไปช่วยอุไรก็ถูกนางแย้มถีบล้ม

“แม่...อีแย้ม มึงทำแม่กู” อุไรเข้าประคองนางอ่ำ ส่วนนางแย้มก็หันกลับเข้าบ้านปิดประตูปัง

“เอาลูกกูคืนมา...อีแย้ม...อีสารเลว...เอาลูกกูคืนมา... เอาลูกกูคืนมา...” อัมพรไขว่คว้าคร่ำครวญแทบขาดใจ

ประยงค์ก็ได้แต่บอกให้อัมพรหุบปากสงบสติอารมณ์ อุไรฟิวส์ขาดประกาศกร้าวว่า

“เล่นกันยังงี้ก็เอา พวกมึงรู้จักคนอย่างอีไรน้อยไปแล้ว” อุไรแหวกชาวบ้านที่มามุงลงจากเรือนตรงไปหลังบ้านนางแย้ม จุดไฟใส่กาบมะพร้าวโยนใส่กองฟางที่เก็บไว้เลี้ยงควายควันโขมงทันที ชาวบ้านตะโกนว่าไฟไหม้หลังบ้าน บางคนก็ตะโกนบอกประยงค์ว่า “อีไรมันเผาเรือนมึงแล้ว”
วงแตกทันที! ความวุ่นวายเกิดขึ้นบนเรือนร้องกันโหวกเหวกโวยวายจนฟังไม่ได้ศัพท์

ooooooo

เรื่องถึงผู้ใหญ่บ้านตามเคย ผู้ใหญ่ไกล่เกลี่ยว่าคนบ้านหนองนมวัวด้วยกันมีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากัน

อุไรกับนางแย้มปะทะฝีปากกันอีก อุไรบอกผู้ใหญ่ว่าพูดอะไรนางแย้มฟังที่ไหน ส่วนนางแย้มก็หาว่าอุไรเผาบ้านตน ผู้ใหญ่ไกล่เกลี่ยว่าบ้านช่องก็ไม่ได้เสียหาย นางแย้มโต้ว่าถ้าวันหลังอุไรมาเผาอีกจะว่ายังไง

“กูเผาแน่ถ้ามึงไม่คืนหลานกูมา” อุไรตะโกนสวนไปอย่างโกรธแค้น

ประยงค์ถูกกดดันจนระเบิดอารมณ์ออกมาให้พอกันเสียทีเรื่องแค่นี้ก็ยอมกันไม่ได้ นางแย้มตวาดเสียงดัง

ยิ่งกว่าให้ประยงค์หุบปาก ตอกย้ำอีกว่า “อีคนบ้านนี้มันฆ่าพ่อมึงตายทั้งคน มึงจะให้กูยอมมันได้ยังไง!”

“แล้วเมื่อไหร่มันจะจบจะสิ้นเสียที ฉันเบื่อเต็มทนแล้วนะแม่” ประยงค์แหวกผู้คนไปคว้าจักรยานขี่ออกไปทันที

นางแย้มตะโกนให้ประยงค์กลับมา อัมพรตะโกนทวงลูกคืน นางอ่ำบอกให้อัมพรกลับบ้าน เสียงอึงอล ไปหมด อัมพรบอกแม่ว่าตนจะเอาลูกกลับไปด้วย นางแย้มเย้ยว่าฝันไปเถอะ ตั้งแต่นี้ไปแม้แต่หน้าลูกก็อย่าหวังจะได้เห็น

นางอ่ำขอแรงชาวบ้านให้ช่วยพาอัมพรกลับบ้านที อุไรยังยืนด่านางแย้มปาวๆ แล้วจะพุ่งเข้าไปเล่นงาน

ถูกชาวบ้านช่วยกันรั้งไว้ก็ยังยกเท้าหมายถีบยอดอกนางแย้ม นางแย้มได้ทีป่าวร้องประจานกับชาวบ้านว่า

“ดูเอาเถอะ อีเด็กเมื่อวานซืน ไม่รู้จักหัวหงอกหัวดำ พ่อแม่มันไม่รู้จักสั่งสอน” นางแย้มจิกหัวด่าถึงโคตรเหง้าเหล่ากอ

ooooooo

กลับถึงบ้านแล้วอุไรยังอารมณ์ค้างด่านางแย้มและหาทางที่จะเอาหลานคืน นางอ่ำบอกให้ใจเย็นๆ แล้วค่อยกลับไปคุยกันใหม่ บ่นอุไรว่าใจร้อนถึงกับจะเผาเรือนเขา ดีที่เขาไม่เอาเข้าตะรางไม่งั้นจะวุ่นกว่านี้

อุไรยังอารมณ์เสียบอกแม่ว่าตะรางก็ตะรางไม่เห็นจะกลัวให้มันรู้ฤทธิ์กันเสียบ้าง ถูกนางอ่ำถามว่าแค่นี้ยังทุกข์กันไม่พอหรือ อุไรเห็นอัมพรยังร้องไห้ก็พาลบ่นพี่สาวว่าร้องไห้แล้วได้อะไรขึ้นมา พอนางอ่ำเรียกปรามก็โมโหเดินขึ้นเรือนไป

ฝ่ายนางแย้มกะการว่าถ้าประยงค์กลับมาก็จะให้มาผูกเปลกับขื่อในห้องให้ยงยุทธนอน วางแผนให้พะยอมเป็นคนเลี้ยงยงยุทธ พอพะยอมทำท่าจะแย้งก็ชิงปรามว่า

“มึงไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะไม่มีเวลาหาผัว กูสั่งให้ทำอะไรก็ทำไป เดี๋ยวถ้ามันตื่นขึ้นมาร้องอีก มึงก็ชงนมให้มันกิน นมวัวคงดีกว่านมแม่มัน” นางแย้มไม่วายแขวะอัมพรทั้งที่เจ้าตัวไม่อยู่

นกเล็กไม่ชอบอุไรที่ก๋ากั่นไม่ยอมใครอยู่แล้ว พอรู้เรื่องอุไรทะเลาะกับนางแย้มก็เล่าให้ลือพงษ์ฟัง ลือพงษ์ติงว่านางแย้มก็ใช่ย่อยปากยิ่งกว่าตะไกร

“แต่มันก็น่าจะรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่บ้าง นี่ไม่มีลดราวาศอกเลย แถมเผาบ้านเขาเสียอีก แม่บอกตามตรงนะ แม่ไม่สบายใจเลย” ลือพงษ์ถามว่าไม่สบายใจเรื่องอะไร “ก็เอ็งชอบพอกับอุไรมันอยู่ไม่ใช่เรอะ”

ลือพงษ์หัวเราะบอกแม่ว่าใครร้ายมาเราก็ร้ายตอบคนแบบนี้แหละตนชอบ นกเล็กบอกว่าตนไม่ชอบกลัวว่าสักวันตนจะถูกถอนหงอกไปด้วย ลือพงษ์ติงว่าแม่คิดมากไม่เข้าเรื่อง

“ไม่รู้ล่ะ ผู้หญิงอย่างนี้แม่ไม่อยากได้มาเป็นสะใภ้หรอกนะ” พูดแล้วเดินหนี ลือพงษ์ถึงกับกร่อยไป

ooooooo

วันนี้อุไรจะเอาควายไปเลี้ยงกลางทุ่งและเอาผ้าไปซักที่ชายคลองด้วย จะได้ไม่ต้องไปเกี่ยวหญ้าให้ควายกิน และไม่ต้องหาบน้ำมาซักที่บ้าน

พออุไรขึ้นหลังควายออกไป นางอ่ำก็หันมองอัมพรที่นั่งกอดเข่าเจ่าจุกอยู่ บอกอัมพรว่าเดี๋ยวประยงค์ก็มา มาแล้วก็คุยกันให้รู้เรื่องว่าจะเอายังไง

“แล้วถ้าพี่ยงค์เขาอยู่ข้างแม่เขาล่ะแม่” อัมพรถาม นางอ่ำได้แต่นิ่งพูดไม่ออก

อุไรเอาควายไปผูกให้เล็มหญ้าแล้วเอาผ้าไปซักที่ริมคลอง ลือพงษ์ย่องมาหากระแซะเข้าไปบอกว่าจะช่วยซัก

ถึงอุไรจะปากกล้าก๋ากั่น แต่พออยู่กับคนรักก็หวานเป็นเหมือนกัน ทั้งสองหยอกล้อกันประสาคนรักจนลือพงษ์ถูกผลักตกน้ำ เขาแอบมาดึงอุไรลงน้ำไปด้วย หยอกล้อกันในน้ำ ลือพงษ์กอดรัดนัวเนีย อุไรผลักไสอย่างไรก็ไม่พ้น ลือพงษ์ปากหวานออดอ้อนจนอุไร

ใจละลายอ่อนระทวย

นางแย้มตั้งใจจะมาแอบดู แล้วก็ได้ดูจริงๆ เห็นควายเล็มหญ้าอยู่สองตัว เห็นเสื้อผ้าที่เอามาซักกองอยู่ที่ท่า นางแย้มยิ้มร้ายว่าวันนี้ได้ดูของดีแน่ๆ

เมื่ออุไรตกเป็นของลือพงษ์แล้ว เธอห้ามเขาไปยุ่งกับหญิงอื่นอีก ขณะกำลังเว้าวอนกันอยู่นั่นเอง นางแย้มแกล้งกระแอมกระไอขึ้น ทั้งสองตกใจผละจากกัน นางแย้มเดินยิ้มเยาะมาพูดอย่างสาแก่ใจว่า

“ของมันอยู่ใต้น้ำนะ พ่อลือพงษ์ดูไม่ออกหรอกว่ามันของสดหรือของที่เขาใส่ตะกร้าล้างน้ำมา”

ลือพงษ์ถามว่าป้าพูดอะไร ตนกับอุไรไม่ได้ทำอะไรกัน นางแย้มแสยะยิ้มประชดว่า

“จะบอกป้าว่างมหอยขม หอยกาบกันอยู่ ป้าก็เชื่อนะ” เห็นอุไรนิ่งเงียบก็เย้ย “โถ...เงียบเลย อีสาวใจง่าย” หางตาใส่อุไร บอกลือพงษ์ก่อนไปว่า “ป้ากลับก่อนดีกว่า แจกการ์ดแจกซองเลี้ยงขนมสามสี่ถ้วยเมื่อไหร่ก็บอกป้าด้วยแล้วกัน”

อุไรเจ็บใจตัวเองที่พลาดท่านางแย้มจนได้ บอกลือพงษ์พรุ่งนี้ให้ส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอเสีย ลือพงษ์ติงว่าพ่อตายยังไม่ครบร้อยวันเลย อุไรบอกไม่เป็นไร แต่ลือพงษ์บอกว่าพ่อแม่ตนก็คงไม่ยอม ที่บ้านก็ถือเหมือนกัน อุไรถามว่าเกิดตนท้องขึ้นมาล่ะ ลือพงษ์บอกว่าตนรับผิดชอบอยู่แล้ว สามเดือนพ้นจากนี้ท้องยังไม่โตนัก ตอนนั้นเราค่อยแต่งกันก็ได้

อุไรไม่สบายใจขอให้เขาส่งพ่อแม่มาสู่ขอไว้ก่อนก็แล้วกัน ลือพงษ์รับคำทำให้อุไรสบายใจขึ้นบ้าง

ooooooo

นางแย้มให้พะยอมเลี้ยงดูยงยุทธ ทั้งป้อนนมเปลี่ยนผ้าอ้อม พะยอมพะอืดพะอมกับผ้าอ้อมเปื้อนอึ ถามแม่ว่าเมื่อไรจะเอาไปคืนอัมพรเสียที นางแย้มบอกว่าไม่คืนตนอยากเห็นแม่มันอกกลัดหนองตายตามพ่อไปด้วยซ้ำ

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 2 วันที่ 15 เม.ย. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ