อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 3 วันที่ 14 เม.ย. 58

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 3 วันที่ 14 เม.ย. 58

ระหว่างนั้น ในคฤหาสน์มิยาคาวะ ไอถือสมุดบัญชีเดินหามิกิ นานะบอกว่าเห็นอยู่กับอายูมิในสวน หรือไม่ก็บนหอคอย ด้วยความที่ไออยากรู้เรื่องบนหอคอยจึงเดินขึ้นไป...ก็พอดีริเอะมาที่บ้าน เห็นมิกิคุยกับอายูมิในสวนจึงเข้ามาทักทาย มิกิบอกริเอะว่าอาคิระคงกลับค่ำๆ ทันใดได้ยินเสียงกระดิ่งบนหอคอย มิกิรีบบอกทุกคนห้ามตามขึ้นไปเด็ดขาด เคโกะจึงคอยกันไม่ให้ริเอะตามไป

มิกิมาถึงเห็นไอกำลังหวาดกลัวที่มีเสียงกระดิ่งดังขณะเหยียบพื้นไม้ เธอทรุดนั่งชนประตูห้องที่เก็บชุดกิโมโนของโฮชิ แสงสีน้ำเงินส่องผ่านออกมา ไม่ทันที่ไอจะมองเห็นว่าเป็นอะไร มิกิก็มาถึงมองไออย่างโกรธๆ...ไอหน้าซีด เดินตามมิกิลงมา พยายามขอโทษและสัญญาจะไม่ขึ้นไปบนนั้นอีก ริเอะยังงงๆกับเรื่องนี้ทำไมต้องห้ามขึ้นไปบนหอคอย จึงทำทีอยู่ทานของว่างด้วย


นานะยกถ้วยชาและของว่างมาวางให้ริเอะ ได้กลิ่นน้ำหอมก็ชมว่าหอมดี ริเอะได้ทีเข้าตีสนิทนานะยกขวดน้ำหอมที่พกมาให้ แล้วเลียบเคียงถามถึงเรื่องบนหอคอย นานะเล่าเกือบหมด พอดีมิกิเข้ามาขัดจังหวะริเอะหันมาถามมิกิว่าจะมีพี่เลี้ยงอายูมิคนใหม่มาหรือ

“จ้ะ อาคิระต้องเดินทางไปรับถึงที่พักด้วยตัวเอง จะได้รู้จักบ้าน รู้จักที่มาที่ไปกันไว้ กว่าเราจะรับใครเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย ต้องดูให้ดี เพราะคนสมัยนี้ไว้ใจยาก ภายนอกดูใสซื่อแต่ข้างในดำมืด เข้ามาอยู่กับเราเพราะหวังผลประโยชน์ของตัวเอง” มิกิพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉียบแต่คมกริบ จนริเอะสะอึกเหมือนโดนด่า

ooooooo

ตกดึก รินดาราเดินทางมาถึง อายูมิตื่นเต้นดีใจ มาก มอบดอกไม้ที่เก็บในสวนให้เป็นการต้อนรับ

รินดาราให้ของเล่นที่ซื้อจากชาวบ้าน เป็นเคนดามะสีชมพู ลักษณะเป็นลูกกลมๆร้อยเชือกเสียบอยู่บนแท่นไม้เหมือนค้อนบอกว่าโฮชิเป็นคนบอกว่าเธอชอบสีชมพู

รินดารามองหา โฮชิหายไปแล้ว มิกิบอกว่าเขากลับ ไปพักผ่อนแล้ว อาคิระแนะนำให้รินดารารู้จักทุกคน “นี่คุณย่ามิกิ เป็นคุณย่าของผม และนี่ไอ เป็นลูกพี่ลูกน้องของผม...นี่เคโกะกับนานะเป็นแม่บ้านประจำที่นี่”

รินดาราค้อมศีรษะทักทายทุกคนและฝากเนื้อ ฝากตัว มิกิให้ไอพารินดาราไปพักผ่อน นานะช่วยถือสัมภาระเดินตาม...ห้องที่จัดเตรียมไว้อยู่ติดกับสวน ทำให้รินดาราเห็นเงาแสงสว่างจากหอคอย จึงถามนานะ นานะพลั้งปากบอกว่านั่นเป็นที่อยู่ของท่านชาย เคโกะปรามให้หยุด

“ไม่เป็นไรค่ะ มีเรื่องที่ฉันไม่ควรรู้ ฉันไม่รู้ดีกว่า เพื่อความสบายใจของทุกคน”

“คุณคิดได้แบบนี้ก็ดีค่ะ เอาเป็นว่าสิ่งที่คุณควรรู้มากที่สุดก็คือ ที่นี่มีกฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติตามทุกคน รับประทานอาหารเช้าตอนแปดโมง อาหารกลางวันตอน เที่ยง อาหารว่างทานเวลาบ่ายสาม อาหารเย็นตอนหนึ่งทุ่ม และกลางคืนห้ามเดินเพ่นพ่านเด็ดขาด” เคโกะเน้นย้ำ

รินดารารับคำแต่อดเหลือบมองไปที่หอคอยอย่างสนใจไม่ได้...ระหว่างนั้น มิกิยกน้ำชาขึ้นมาให้โฮชิ เห็นเขานั่งเล่นของเล่นเคนดามะดูมีความสุข ทำให้เธอพลอยยิ้มสุขใจไปด้วย โฮชิมอบของเล่นนั้นให้แก่มิกิ เธอค่อนขอดว่าพ้นวัยที่จะเล่นแล้ว

“ฮิคาริบอกว่า ของเล่นจะช่วยทำให้มีความสุข ไม่ว่าอายุจะมากหรือน้อย ทุกคนก็ควรจะมีความสุข”

“ค่ะท่านชาย...เอ๊ะ!เมื่อกี้ท่านชายเรียกใครว่าฮิคาริคะ” มิกิแปลกใจ

“ฮิคาริเป็นชื่อเล่นของเมียวโจโอจิน มีแค่ฉันกับเธอเท่านั้นที่รู้กันสองคน วันนี้ฉันก็เลยลองเรียกรินดาราว่า...ฮิคาริ”

มิกิรีบถามเธอจำได้ไหม โฮชิส่ายหน้า เธอจำไม่ได้แต่มีหลายอย่างที่เธอพูดออกมาทำให้น่าเชื่อว่าเป็นเมียวโจ...

“ถ้าเธอจะใช่คนรักของท่านจริงๆดิฉันก็ดีใจด้วย แต่ขอดิฉันพูดอะไรสักอย่างได้ไหมคะ”

“พูดเยอะๆก็ได้ ปกติมิกิก็ชอบขัดฉันอยู่บ่อยๆนี่” เห็นมิกิค้อนขวับ โฮชิรีบบอกว่าล้อเล่น

“ดิฉันว่าตอนนี้ท่านชายกำลังเหมือนคนที่กำลังตกหลุมรัก มองทุกอย่างเข้าข้างตัวเอง คิดทุกอย่างไปตาม ที่ใจเรียกร้อง ดิฉันเลยอยากให้ท่านชายเผื่อใจไว้บ้าง”

คำเตือนของมิกิทำให้โฮชินำมาครุ่นคิด...ขณะเดียวกัน ฮิเดโนริกำลังดูภาพถ่ายที่คนของเขาส่งมาให้ แต่เสียหมดทุกภาพ ทำให้ไม่เห็นหน้าโฮชิและรินดารา ฮิเดโนริโกรธไม่กล้ารายงานไดซูเกะ คงต้องลงมือใหม่อีกครั้ง เขาร้องเรียกฮิโตชิ แต่ทุกอย่างเงียบกริบ

ฮิโตชิมาหาอายูมิ เห็นเล่นของเล่นที่รินดาราซื้อมาฝาก ก็ส่งเสียงเบาๆ...มาเล่นกันเถอะ มาเล่นกันเถอะ...

อายูมิแปลกใจที่เขาเข้ามาในห้องได้อย่างไร

“เราเหงา เราอยากเล่น มาเล่นกันเถอะ มาเล่นกันเถอะ”

อายูมิถามอยากเล่นอะไร เขาส่ายหน้า เธอจึงส่งของเล่นเคนดามะให้เขาไปเล่น เสียงอาคิระเปิดประตูเข้ามาถามยังไม่นอนอีกหรือ ฮิโตชิหายวับไป อายูมิแปลกใจเขาหายไปไหน อาคิระกล่อมหลานสาวให้นอนด้วยรักและเอ็นดู

ฮิโตชิออกมาร้องไห้อยู่ในสวน เพราะไม่มีใครเล่นด้วย รินดาราได้ยินเสียงคร่ำครวญ มองออกมาเห็นเด็กชายในชุดยูกาตะสีน้ำเงิน ยืนร้องไห้ใต้ต้นไม้ ตัดสินใจวิ่งออกมาดู แต่เด็กกลับหายไป เธอยืนอยู่ใต้ต้นไม้ได้ยินเสียงร้องไห้แว่วๆ จู่ๆก็มีเลือดหยดลงมาถูกแขน เธอแตะดูแล้วตกใจจะเงยหน้ามอง...เสียงโฮชิเรียก ฮิคาริ...เธอสะดุ้งหันขวับไปมอง

“ท่านชาย! ฉันเห็นเด็กผู้ชายยืนร้องไห้อยู่แถวนี้ค่ะ ฉันก็เลยลงมาดู”

“ผมขอทายว่าก่อนนอนคุณอ่านนิทานญี่ปุ่นของคุณพ่อคุณใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ ฉันต้องอ่านนิทานของพ่อก่อนนอนทุกคืน... คุณชายกำลังจะบอกว่าฉันอ่านนิทานก่อนนอน ก็เลยละเมอคิดไปเองหรือคะ”

โฮชิไม่ตอบ กลับเดินนำรินดาราไปอีกทางของสวน เหมือนรู้ว่ามีบางอย่างไม่ดีบนต้นไม้นั่น เธอจึงเดินตามไปอย่างงอนๆ

ooooooo

ภายในคฤหาสน์มิยาคาวะ รินดาราเดินตามโฮชิเข้ามาเพื่ออธิบายว่าตนไม่ได้อ่านนิทานก่อนนอนจนละเมอเห็นเด็กในสวน เพราะตนได้ยินเสียงเด็กและมีหยดเลือดจริงๆ

“ที่นี่มีเรื่องผีใช่ไหมคะท่านชาย”

โฮชิไม่ตอบแต่จับมือเธอขึ้นมาแล้ววางเซโมริไว้ในมือเธอ...เซโมริเป็นเครื่องรางของขลังกันภูตผีปีศาจของชาวญี่ปุ่น มีลักษณะเป็นทรงกลมเท่าเหรียญ ด้านบนเป็นลวดลายนกกระเรียนปักด้วยไหมสีทอง ด้านหลังเป็นสีดำสนิท รินดารามองอย่างตื่นเต้น

“เซโมริ สวยจังเลย ตอนมาญี่ปุ่นใหม่ๆ ซาเอะเพื่อนของฉันเคยให้เซโมริกับฉัน ฉันก็เลยให้ตะกรุดของพ่อตอบแทนไป” โฮชิทำหน้าฉงน “ตะกรุดค่ะ เป็นเครื่องรางของขลังของคนไทยเหมือนเซโมรินี่แหละค่ะ มีไว้ป้องกันภูตผีปีศาจและอันตรายจากสิ่งชั่วร้ายเหมือนกัน”

โฮชิยิ้มรับ “เซโมรินี้จะปัดเป่าอันตรายทั้งปวงไม่ให้เข้ามาใกล้คุณ ผมให้คุณ...ฮิคาริ”

หญิงสาวก้มหัวขอบคุณ แต่พอเงยหน้าขึ้น โฮชิได้หายไปแล้ว เธอแปลกใจเหลียวมองหา ก็พอดีเคโกะเดินมาต่อว่าที่เดินเพ่นพ่านตอนกลางคืน รินดาราบอกว่าคุยกับท่านชายอยู่ เคโกะไม่เชื่อว่าท่านชายจะลงมาคุยด้วย หาว่าโกหก ไล่ให้กลับห้อง...รินดารากลับเข้าห้องนั่งครุ่นคิดว่า ตัวเองหูแว่วตาฝาดเห็นเด็กจริงหรือ แต่ก็ยิ้มขอบคุณที่โฮชิมอบเซโมริให้

ในขณะเดียวกัน ฮิโตชิถูกฮิเดโนริตะคอกใส่ที่หายไปอีก ฮิโตชิบอกว่าไปเล่นกับอายูมิ

“อายูมิ...หลานไอ้อาคิระน่ะเหรอ” ฮิโตชิพยักหน้า “งั้นแกก็ต้องได้เจอนังผู้หญิงที่มาดูแลนังเด็กอายูมิน่ะสิ มันเป็นยังไง”

ฮิโตชิตอบว่า ใจดีให้ของเล่น และพูดย้ำอยู่แบบนั้นจนฮิเดโนริโมโห รู้ว่าอยากให้ตนให้บ้าง ฮิโตชิพยักหน้าหงึกๆ เขาตวาดลั่น...ฝันไปเถอะแล้วไล่ให้ไปพ้นหน้า ฮิโตชิกลัวลานคลานหายเข้ากำแพง ไปโผล่ในห้องมืดห้องหนึ่ง ผีน้อยกอดเข่าร้องไห้อยู่มุมห้อง

พอเงยหน้าขึ้นมามองรอบห้อง เห็นตุ๊กตาตัวเล็กๆ วางเรียงรายบนชั้นมากมาย เขาคลานไปหยิบดูแล้วสะดุดตากับตุ๊กตาฮินะตัวหนึ่ง เพราะหน้าตาคล้ายอายูมิ จึงเอามาเล่น ไม่คาดฝัน ริมฝีปากแดงของตุ๊กตาคลี่ยิ้มออก เขาตกใจ พอดีกับเสียงไอค่อกแค่กของไดซูเกะดังขึ้น

ฮิโตชิสะดุ้งทำตุ๊กตาตกกระแทกพื้น ผ้ายันต์เล็กที่ติดอยู่ใต้ฐานตุ๊กตาหลุดออก ส่งผลให้มีควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากตุ๊กตา พร้อมเสียงหัวเราะเล็กแหลมของผู้หญิงดังเย็นยะเยือก ฮิโตชิเย็นวาบที่ปลายเท้า แหงนหน้าขึ้นมอง ต้องตาโตกับอะไรบางอย่าง เขาหวาดกลัวตัวสั่นเทาหายตัววับไป

ไดซูเกะเดินผ่านหน้าห้อง รับรู้ถึงสิ่งผิดปกติ รีบเลื่อนประตูเข้าไปดู เปิดไฟมองรอบห้อง ทุกอย่างอยู่ในสภาพปกติ จึงปิดไฟปิดประตูตามเดิม เสียงหัวเราะเย็นยะเยือกยังดังแว่ว

ooooooo

ในร้านอาหารหนึ่งยามค่ำคืน ยูกิ เกอิชาสาวสวยแต่งหน้าขาวโพลน ทาปากแดงครึ่งปาก กำลังร่ายรำอย่างสวยสดงดงาม มาโกโตะพ่อของริเอะนั่งดื่มกับเพื่อนนักธุรกิจ และชมการแสดงอย่างเพลิดเพลิน ยูกิมักจะชายตาสบกับมาโกโตะแสดงถึงความคุ้นเคยส่วนตัว

หลังจากนั้น ยูกิก็มาชงชาด้วยท่วงท่างดงามตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่นให้แก่กลุ่มของมาโกโตะ เพื่อนๆต่างชื่นชมเธอ “คุณเป็นเกอิชาที่ชงชาได้รสชาติดีที่สุดเท่าที่เคยพบเจอมา”

ยูกิยิ้มหวานเอื้อนเอ่ย “ชาหนึ่งจิบเปี่ยมด้วยความยินดีที่จะต้อนรับแขก จะซึมซับเข้าสู่จิตใจของผู้ดื่ม ทำให้เกิดจิตแห่งความขอบคุณและยังช่วยเสริมให้เกิดการสนทนาค่ะ”

“มิน่าตอนนี้เราถึงอยากจะสนทนากับคุณยูกิ มากกว่าสนทนาเรื่องธุรกิจ”

เพื่อนคนหนึ่งบอกว่า วันหลังขอมาสนทนากับเธอโดยเฉพาะ หญิงสาวกล่าวเหนียมอาย “ดิฉันต้องขอโทษด้วย ดิฉันตั้งใจจะทำงานวันนี้เป็นวันสุดท้ายค่ะ”

มาโกโตะและเพื่อนๆชะงักแปลกใจ ยูกิยิ้มปรายตามองมาโกโตะก่อนจะกล่าวว่าตนจะออกไปดูแลคนรัก เขาทำงานหนักแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน จึงอยากไปดูแลปรนนิบัติเขาให้มากที่สุด เพื่อนๆมาโกโตะรุมถามว่าคนรักเธอเป็นใคร พวกเขาอิจฉาแต่ก็แสดงความยินดีด้วย เธอยิ้มรับ มองไปยังมาโกโตะจนเขาหน้าเสียไม่พอใจ

หลังเสร็จงาน มาโกโตะเข้ามากระชากข้อมือยูกิอย่างแรงในห้องแต่งตัว ต่อว่าที่พยายามประกาศตัวว่าเป็นผู้หญิงของเขา หญิงสาวออดอ้อน

“ฉันรู้ค่ะ เราเคยสัญญากันว่าเราจะต่างคนต่างอยู่ เราจะไม่ให้ใครรู้ว่ารักกัน แต่ฉันทนไม่ได้อีกแล้ว ฉันไม่อยากนอนคิดถึงคุณคนเดียว เฝ้ารอคอยทุกวันว่าเมื่อไหร่คุณจะมาหา แล้วก็ใจแทบขาดเวลาที่คุณไป ฉันถึงจะเลิกทำงานเพื่อไปอยู่กับคุณ คอยดูแลปรนนิบัติคุณใกล้ๆยังไงล่ะคะที่รัก” ยูกิลูบไล้ใบหน้ามาโกโตะ โน้มหน้าจะจูบ

มาโกโตะทำท่าเหมือนเคลิ้ม แล้วผลักตัวเธอออกอย่างแรง “แต่ผมไม่ต้องการ!”

ยูกิกระเด็นไปชนโต๊ะ ข้าวของกระจาย มาโกโตะชี้หน้าประกาศต่อนี้ไปเราจบกัน ยูกิตกใจถลาเข้ากอดขาเขาร่ำไห้ ถามตนทำอะไรผิด เขาตวาด ไม่ต้องการให้ใครมาผูกมัด เมื่อทำตามที่ตกลงกันไม่ได้ ก็ไปกันไม่ได้ หญิงสาวถามเสียงสั่น ที่ผ่านมาเรารักกันหรือเปล่า เขาไม่ตอบ สะบัดหน้ากลับออกไป ยูกิล้มลงร้องไห้แทบขาดใจ

คืนนั้น ยูกิเดินร้องไห้มาตามทาง เจอชายขี้เมาออกมาจากร้านเหล้า ฉุดกระชากเข้าข้างทางหมายข่มขืน เธอร้องให้คนช่วยแต่ไม่มีใครแถวนั้น จู่ๆก็เกิดควันสีขาวลอยมาตามพื้นกระทบเท้าชายหื่น เขารู้สึกเย็นวาบจับใจชะงักงัน ยูกิได้ทีเอากระเป๋าฟาดเขาแล้ววิ่งหนีไปได้ ชายหื่นงงที่เกิดหนาวขึ้นมาแบบนี้ ฉับพลันเขาก็ล้มตึงลงพร้อมกับเสียงหัวเราะแหลมเย็นยะเยือกดังก้อง

ooooooo

เช้ามืด โฮชินอนบนฟูกเหงื่อแตกกรานเพราะฝันร้ายถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ยากจะลืม มิกิเลื่อนประตูเข้ามาพอดีได้ยินเสียงรีบปลุก โฮชิลืมตาขึ้นเล่าว่าตนฝันถึงเมื่อหลายร้อยปีก่อนที่เกิดพายุหิมะรุนแรงทำให้ชาวบ้านล้มตายเป็นเบือ และเขาได้ช่วยชีวิตลูกสาวท่านโชกุนไว้ได้

“เหตุการณ์ก็ผ่านไปตั้งหลายร้อยปี ดิฉันนึกว่าท่านชายจะลืมไปแล้ว”

“มันคือความสูญเสียชีวิตของชาวเมืองสึกิที่ฉันไม่สามารถลืมมันได้หรอกมิกิ”

“แต่ความโกรธแค้นของนางปีศาจหิมะที่ออกมาทำลายล้างชีวิตผู้คน ไม่ใช่ความผิดของท่านชายนี่คะ ในเมื่อท่านชายไม่ได้รักนาง นางต่างหากที่ต้องยอมรับความจริง”

“ขอบใจนะมิกิ ฉันก็อยากให้มันเป็นแค่ฝันร้ายของฉันเท่านั้น อย่าให้มันเป็นลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเลย”

“คงไม่มีอะไรหรอกค่ะท่านชาย ถ้านางปีศาจหิมะยังไม่สูญสลายไป แล้วรู้ว่าท่านชายกลายเป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง ป่านนี้คงไม่รอดโดนนางตามจิกพาไปทำสามีแล้ว”

“เกิดเป็นโฮชิที่หล่อเลือกได้แบบนี้ก็แย่เหมือนกันนะมิกิ” โฮชิพูดติดตลก

มิกิป้องปากหัวเราะ “ค่ะ...หล่อมาก ไม่เอาแล้ว คุยกันเรื่องรินดาราดีกว่า ตกลงวันนี้ท่านชายจะให้ดิฉันจัดการตามที่คุยกันไว้เลยไหมคะ”

โฮชินิ่ง มองภาพเขียนเมียวโจอย่างครุ่นคิด...

ขณะนั้น รินดารานอนหลับอยู่บนฟูกในห้อง พลิกตัวกลับมา เจออาคิระยืนจังก้าอยู่ก็ตกใจลุกพรวดขึ้นถามเข้ามาได้อย่างไร เขาโต้ที่นี่บ้านเขา จะเข้าออกห้องไหนก็ได้ แต่ที่มาเพราะจะถามทำไมถึงออกไปเดินเพ่นพ่านกลางคืน หญิงสาวนิ่วหน้าที่รู้ข่าวไว อาคิระบอกว่าตนเป็นเจ้าของบ้านรู้ทุกเรื่องในบ้านนี้ รินดาราจึงเล่าว่าได้ยินเสียงบางอย่าง พอออกไปดูก็พบโฮชิ ท่านเป็นห่วงเอาเครื่องรางมาให้ ถ้าไม่เชื่อก็ให้ไปถามท่านเอง ว่าแล้วก็ไล่เขาออกไป ตนต้องการจะอาบน้ำ ก่อนเขาจะไป รินดาราย้ำ

“คุณ! ถึงบ้านนี้จะเป็นบ้านของคุณ แต่ตอนนี้ห้องนี้เป็นห้องส่วนตัวของฉัน คุณจะเข้าออกตามอำเภอใจ ไม่ได้...จบนะ”

จากนั้นรินดาราก็ลงมาดูแลอายูมิ ประเมินอาการของเธอ ค่อยๆยกขาเช็กกล้ามเนื้อแต่ละจุดและคอยถามว่าเจ็บไหม บางครั้งอายูมิก็ร้องออกมา อาคิระขยับจะช่วยหลาน มิกิต้องรั้งไว้ อายูมิถามรินดาราว่าตนจะกลับมาเดินได้อีกไหม

“ได้สิจ๊ะ กล้ามเนื้อของอายูมิแค่ไม่ค่อยได้ใช้งาน เลยต้องฟื้นฟูและทำการเทรนนิ่งตามขั้นตอน ถ้าอายูมิร่วมมือกับพี่ พี่สัญญาว่าหนูจะกลับมาเดินได้อีกแน่ แต่ว่าต่อไปนี้ ถ้าอายูมิรู้สึกเจ็บเวลาที่พี่ช่วยเทรนนิ่งกล้ามเนื้อให้ อายูมิต้องบอกระดับความเจ็บที่รู้สึกให้พี่รู้นะ”

ไอกระซิบอาคิระว่านักกายภาพคนนี้ท่าทางเข้าท่ากว่าคนอื่นๆ มีความเป็นมืออาชีพ อาคิระนิ่งไม่ตอบ...

อายูมิสลดลงบ่นว่าตนคงทำไม่ได้ ตนเคยลองหลายครั้งแต่ก็ทำไม่ได้ ชีวิตนี้คงเดินไม่ได้อีกแล้ว อาคิระฟังแล้วสงสารหลานจับใจ

“งั้นถ้าตอนนี้ยังทำไม่ได้ อาว่าอย่าเพิ่งไปฝืน ถึงหนูจะเดินไม่ได้อีกก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย อาจะเลี้ยงดูหนูเอง”

“เอ๊ะ! คุณพูดแบบนี้ได้ยังไง ฉันกำลังช่วยให้กำลังใจอายูมิ ไม่ใช่ช่วยสนับสนุนให้แกเลิกพยายาม” รินดาราเอ็ดเสียงเข้ม

อาคิระเถียงว่าตนไม่ชอบบังคับหลาน รินดาราย้อนก็เพราะมีอาแบบนี้ ถึงเดินไม่ได้เสียที คนอื่นหน้าเจื่อนไม่คิดว่ารินดาราจะกล้าเถียงกับอาคิระ เธอยังย้ำได้อ่านประวัติการรักษาที่ผ่านมา อายูมิน่าจะมีอาการดีขึ้น หรือไม่ก็กลับมาเดินได้แล้ว ถ้าผ่านการฝึกอย่างจริงจัง แต่เพราะเขาที่คอยทำให้เด็กไม่ช่วยเหลือตัวเอง ถ้าเขายอมปล่อยให้รักษาตามขั้นตอน อายูมิจะกลับมาเดินได้

“เดินได้หรือไม่ได้ เราก็จ่ายค่าจ้างให้คุณจนคุ้มแน่ๆ” อาคิระพาล

“อย่าดูถูกกันมากเกินไปค่ะคุณอาคิระ อย่าคิดว่าเงินของคุณจะซื้อได้ทุกอย่าง ฉันมาที่นี่ไม่ใช่เพราะเงิน แต่ต้องการช่วยอายูมิให้กลับมาเดินได้ ถ้าคุณยังอยากให้ฉันช่วยหลานคุณ กรุณาอย่ามาก้าวก่าย ปล่อยให้ฉันทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ได้ไหมคะ”

อาคิระจะแย้ง มิกิปรามและบอกรินดาราว่าตนยินยอมให้เธอรักษาตามวิธีของเธอ หญิงสาวก้มหัวขอบคุณ มิกิบอกเมื่อเสร็จเรื่องนี้แล้วให้ไปคุยกับตน อาคิระมองอย่างหงุดหงิด

หลังจากนั้น รินดารามาพบมิกิ มิกิบอกให้เธอขึ้นไปพบโฮชิบนหอคอย รินดาราแปลกใจเพราะคนในบ้านห้ามไม่ให้ขึ้นไปบนนั้น มิกิย้ำ เธอเป็นคนเดียวที่ได้รับอนุญาตแล้วผายมือชี้ทาง

ooooooo

ระหว่างนั้น อาคิระแวะไหว้ศาลเทพเจ้านกกระเรียนก่อนออกไปทำงาน โฮชิโผล่มาทัก เขาแปลกใจที่ท่านชายมาอยู่ที่นี่ โฮชิบอกว่ามาช่วยทำความสะอาดเพราะเห็นคนในบ้านวุ่นวายกับหน้าที่ของตัวเอง อาคิระติง ถ้าคุณย่ารู้ต้องต่อว่าคนในบ้านแน่

“ไม่หรอก...ฉันบอกมิกิไว้แล้ว”

“คุณย่าเชื่อฟังทุกคำที่ท่านชายขอเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหน คุณย่าก็ไม่เคยขัด”

“เพราะฉันกับมิกิรู้จักกันมานาน และให้ความเคารพนับถือซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เพราะฉันไปบังคับหรือมีอิทธิพลกับความคิดของมิกิได้อย่างที่เธอคิดหรอก...อาคิระ”

“ผมไม่ได้คิดแบบนั้นครับท่านชาย”

“ถ้าเธอไม่ได้คิดแบบนั้นฉันก็ต้องขอโทษด้วย เพราะยังไงฉันก็เป็นแค่ผู้อยู่อาศัย ส่วนเธอเป็นผู้นำของตระกูล” โฮชิยิ้มก้มหัวนิดๆ

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 3 วันที่ 14 เม.ย. 58

ละครเรื่อง กลกิโมโน บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กลกิโมโน บทโทรทัศน์โดย ณัชภีม - สุธิสา
ละครเรื่อง กลกิโมโน กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง กลกิโมโน โดยผู้จัด หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์
ละครเรื่อง กลกิโมโน ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กลกิโมโน ละครแนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ลึกลับ
ละครเรื่อง กลกิโมโน เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 16 เม.ย.58 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 วัน
ละครเรื่อง กลกิโมโน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น
ที่มา ไทยรัฐ