อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 3 วันที่ 17 เม.ย. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 3 วันที่ 17 เม.ย. 58

นางแย้มผูกพยาบาทอาฆาตครอบครัวนางอ่ำชนิดผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ ไล่อัมพรออกจากบ้าน ยึดยงยุทธไว้แล้ว ยังวางแผนที่จะทำให้อุไรกับลือพงษ์เข้าใจผิดจนเลิกกันเพื่อดึงลือพงษ์มาเป็นเขยตน

งานนี้นางแย้มจ้างประยูรด้วยรถยนต์หนึ่งคัน ให้ไปตีสนิทกับอุไรเพื่อให้ลือพงษ์เข้าใจผิด รถยนต์หนึ่งคันทำให้ประยูรรับงานนี้อย่างไร้หิริโอตตัปปะ

รุ่งขึ้นนางแย้มทำดีกับประยงค์เพราะเขารับปากว่าจะไปเอากุญแจจากอัมพรมาไขเอาสมบัติในตู้ให้ อ่อยล่อใจประยงค์ก่อนว่าเรื่องผลประโยชน์ในนาที่เคยรับปากว่าจะให้ก็ยังเหมือนเดิมไม่ต้องกลัวว่าแม่จะดึงกลับมาเป็นของกลาง เห็นประยงค์นิ่งก็ทำเป็นนึกขึ้นได้บอกว่า



“อย่าลืมไปเอากุญแจมานะ ทองหยองนั่นแม่จะเก็บไว้เอง”

“ฉันโกหกแม่” ประยงค์บอก นางแย้มทำหน้างงถามว่าอะไรนะ “เงินทองในตู้นั่นน่ะ ฉันเอาไปให้อัมพรหมดแล้ว มันเป็นของอัมพรเขา”

“ไอ้ยงค์” นางแย้มโกรธแทบจะฆ่าถ้าไม่ติดว่าเป็นลูก

ประยงค์บอกว่าเพราะตนขอลูกไว้เพื่อไม่ให้อัมพรไปแจ้งความ จึงต้องให้อะไรเขาบ้าง นางแย้มถามทันทีว่าให้อะไรไปบ้าง

“ทองของเขากับเงินก้อนนึง” นางแย้มถามว่าเท่าไหร่! พอประยงค์บอกว่าหมื่นนึง นางแย้มด่าทันทีว่า มันขายลูกกิน ประยงค์บอกว่าตนเสนอให้อัมพรเอง

แลกกับการไม่ต้องไปแจ้งความให้วุ่นวายกว่านี้ เพราะแค่นี้ตนก็อายจนไม่อยากออกไปไหนแล้ว

“ทำไมต้องอาย ไอ้อีหน้าไหนมันมานินทากาเลให้ได้ยิน ถ้ามันไม่มีจะกินเดือดร้อนมาหยิบยืมเงินทองกูเมื่อไหร่กูจะด่ามันให้”

ประยงค์ฟังแล้วได้แต่เหนื่อยล้าระอาใจ ผิดกับนางแย้ม พอประยงค์ขี่จักรยานออกไป ก็พึมพำเหี้ยม

“คิดว่ากูจะยอมแพ้ง่ายๆเหรอ ยังไงกูก็ต้องหา เมียใหม่ให้มึงให้ได้ แล้วอีอัมพรก็ไม่มีวันได้ลูกมันกลับไปด้วย!”

ooooooo

เพราะมีแผนในใจ วันนี้นางแย้มจึงเคี่ยวเข็ญให้ประยูรไปวัดทำบุญให้พ่อกับตน ระหว่างทางไปวัดผ่านบ้านนางอ่ำ อัมพรนั่งอยู่นอกชานเห็นเข้าก็นึกอะไรขึ้นมาได้

อัมพรแอบไปขอพะยอมขอเยี่ยมยงยุทธ พะยอมขอร้องอย่าเอาหลานไปไม่งั้นแม่เอาตนตายแน่

อัมพรได้อุ้มลูกก็ถึงกับน้ำตาไหล ขอร้องพะยอมว่าอย่าสอนให้หลานเกลียดตน เพราะตนไม่ได้อยากทิ้งเขาไป

“พี่ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันก็ไม่อยากมีเวรมีกรรมเรื่องพรากลูกนกลูกกาหรอกพี่ ฉันรู้ ฉันว่าฉันเข้าใจความรู้สึกของพี่นะ” พะยอมขอร้องอัมพรให้อโหสิให้แม่ตนด้วย ตนก็ภาวนาให้อะไรๆมันดีขึ้นมา บอกอัมพรว่า “ฉันสงสารพี่ยงค์เหมือนกัน ยังไงพี่ก็อย่าเพิ่งมีใหม่นะ รอสักพักเถอะ เดี๋ยวแม่แกเย็นลง อาจจะได้คืนดีกัน”

“คงยาก พะยอมเอ๊ย...” อัมพรพูดอย่างไม่มีความหวังเลยตราบที่นางแย้มยังไม่ตาย

ooooooo

นางแย้มไปถึงวัด ชาวบ้านทักว่าใส่เสื้อสวย นางแย้มอวดทันทีว่าเป็นฝีมือของพะยอม บอกว่าเรียนจบก็จะเปิดร้านอย่าลืมไปเป็นลูกค้าด้วย

อีกคนชมประยูรว่ากตัญญูมากอุตส่าห์พาแม่มาวัด ถามว่าใกล้จะจบหรือยัง ประยูรบอกว่าจบปีหน้า

“อีกหน่อยเขาก็จะได้เป็นเจ้าคนนายคน” นางแย้มภูมิใจล่วงหน้า แล้วยิ่งหน้าบานเมื่อคนนั้นชมว่า

“แม่แย้มนี่ทำบุญมามากแท้ๆ ลูกเต้าได้ดีกันทุกคน น่าชื่นใจจริงๆ”

พอขึ้นศาลาการเปรียญ นางแย้มชี้ให้ประยูรเอาหาบไปวางตรงนั้น ประยูรถามว่าตรงนั้นไม่ใช่ที่ประจำของแม่เป็นที่ของอาอ่ำเขา นางแย้มยิ้มในหน้าบอกว่าก็ไม่ใช่น่ะสิ แต่วันนี้ตนพอใจจะนั่งตรงนี้ มีอะไรไหม? พอประยูรวางหาบ นางแย้มก็บงการทันที

“ไอ้ยูร เดี๋ยวมึงคอยดูนะว่าอีอ่ำกับอีอุไรมันจะมาไหม ถ้ามันมามึงก็เริ่มแผนการได้เลย วันนี้นังนกเล็กมันมา แน่นอนเอาให้นังนกเล็กมันเห็นว่าเอ็งก้อร่อก้อติกนังอุไร แค่นั้นแหละ ทำได้ไหม” ประยูรยอแม่ว่าฉลาดเป็นกรดเลย “ไป เอาข้าวไปใส่บาตร แล้วอย่าหายหัวไปไหนล่ะ มาทำบุญให้พ่อมึงจะได้มีกินในสัมปรายภพ”

“จ้า...” ประยูรลากเสียงยาวใจคิดถึงรถที่แม่ ติดสินบนไว้ นางแย้มไปหยิบขันข้าวออกจากหาบชาวบ้านข้างๆ ถามว่าวันนี้แกงอะไรมาทำบุญ นางแย้มยิ้มสดชื่นตอบเสียงดังแจ่มใสว่า

“แกงคั่วสับปะรดจ้า ของโปรดตาเทืองเขา วันนี้มาทำบุญให้เขา”

ครู่หนึ่งนางอ่ำกับอุไรก็มาถึง อุไรบอกแม่ว่านางแย้มไปนั่งที่ประจำของเราแล้ว มันจงใจหาเรื่องกันชัดๆ

นางอ่ำปรามว่าอย่าไปสนใจเลย เราไปนั่งที่อื่นก็ได้

“มันคงนึกว่าเรากลัวมันละมั้ง”

“เรามาทำบุญนะอุไร เอ็งทำใจให้มันสงบได้ไหม สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจนะลูก”

อุไรเลยจำใจต้องไปนั่งที่มุมใหม่ตามใจแม่

ooooooo

พอสำลีกับสุดามาถึงก็ตรงไปหานางแย้มทักทายกันอย่างชื่นมื่นทั้งนางแย้มกับสำลีและสุดากับประยูร อึดใจเดียวนางแย้มก็กระเถิบเข้าหาสำลีตั้งท่าจะเม้าท์แตก

นางแย้มบอกประยูรกับสุดาให้เอาข้าวไปใส่บาตร ฝากสุดาให้คุมประยูรด้วยอย่าให้แอบลงจากศาลาไปไหน

พอประยูรกับสุดาลุกไป นางแย้มก็บอกสำลีว่าเรื่องสุดากับประยงค์คงจะยากแล้วเพราะประยงค์ไปสัญญากับอัมพรว่าถ้าแต่งงานใหม่จะคืนลูกให้ สำลีถึงกับสบถ “ปั้ดโธ่!”

“แต่ข้าไม่กลัวหรอก เอ็งบอกสุดามันด้วยแล้วกันว่าให้อดทนหน่อย ถึงยังไงถ้ากับประยงค์มันไม่ได้ผล ข้าก็ยังมีประยูรเอาไว้เกี่ยวดองอีกคนไม่ต้องห่วง” สำลีถามว่าจะดีหรือ “ดีสิ มันจะไม่ดีได้ยังไง คนรู้ใจกันเอง”

สำลีติงว่าสุดามันชอบประยงค์ไม่ใช่ประยูร นางแย้มบ่นว่าประยงค์มั่นคงกับเมียเสียจนตนหมดปัญญา อย่างน้อยสุดาก็จะได้ไม่เก้อไม่ดีเหรอ สำลีถามว่าแล้วนางแย้มบังคับประยูรได้หรือ

“อ้าว...ถึงเวลานั้น ถ้าไม่ใช่สุดา ข้าก็ไม่ขอใครให้มัน ไม่ยกนาให้มัน แล้วมันจะฟังข้าไหม เอ็งอย่าลืมนะสำลี เราน่ะเป็นแม่พวกมัน มันต้องฟังเราถึงจะถูก” สำลีเสียงอ่อยว่าตนไม่เก่งทางบังคับลูก “เราไม่ได้บังคับ เราชี้ช่องทางดีๆให้มันเท่านั้น” นางแย้มตะแบงไปจนได้

ooooooo

ประยูรเริ่มแผนทันทีที่เดินผ่านอุไร ถามว่าแกงอะไรมาทำบุญ อุไรมองหน้านิ่ง ประยูรเลยไหว้นางอ่ำ แล้วแซวอุไรว่ามาทำบุญยิ้มแย้มหน่อย ถูกอุไรเสียงเข้มใส่ว่ามาสนใจตนทำไม จะไปไหนก็ไป

“คนรู้จักกันเข้ามาทักทายกันไม่ได้รึไง อีกอย่างบอกตามตรงนะ ไอ้การกระทำแบบเด็กๆ ข้างมึงข้างกู เวลาทะเลาะกันนี่ข้าไม่ชอบเลยว่ะ มาคุยกันซะแบบนี้ให้ชาวบ้านเห็นว่าเราใจกว้างไม่ดีกว่าเหรอวะ ถ้าข้าบ้าจี้ตามแม่ข้าไปอีกคน คนจะนั่งหัวร่อกันมากกว่าชื่นชม เอ็งว่าไหมล่ะ”

“มันก็ถูกของเอ็ง แต่แม่เอ็งก็ยังประกาศสงครามอยู่โทนโท่ รึเอ็งไม่เห็น” ประยูรถามว่าสงครามอะไร “ก็ตรงนั้นมันที่นั่งประจำแม่ข้ามาก่อน แล้วไปแย่ง นี่มันหมายความว่ายังไง”

พอจนด้วยความจริง ประยูรก็ขอเปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า อุไรไม่ยอมเปลี่ยนฝากไปบอกนางแย้มด้วยว่าอย่าคิดว่าคนอื่นเขาร้ายไม่เป็น นางอ่ำพยายามบอกอุไรให้พอ แต่อุไรด่าติดลมตบท้ายว่า

“หัวหงอกหัวดำ ถ้ามันทำตัวไม่น่าเคารพ มันก็จำเป็นต้องถอนหงอกกันบ้าง” ว่าแล้วถือขันข้าวลุกไป ประยูรยิ้มแหยให้นางอ่ำแล้วตามไปตอแยอุไรอีก ทำเป็นถามเรื่องเรียนตัดเสื้อแล้วเดินตามไปตักบาตรด้วย อุไรแว้ดใส่ว่ามาเดินตามตนทำไม

“อ้าว...ข้าก็มาใส่บาตร ข้าผิดด้วยเหรอวะ”

“ขึ้นชื่อว่าลูกยัยแย้ม ข้าไว้ใจใครไม่ได้หรอก”

ไม่ว่าจะโดนด่าโดนว่าอย่างไรประยูรก็ยิ้มหน้าเป็น เพราะใจนึกถึงรถที่นางแย้มจะซื้อให้เลยตื๊อไม่เลิก

ooooooo

ลือพงษ์กับนกเล็กเพิ่งมาถึง นางแย้มกวักมือเรียกให้ไปหา เห็นลือพงษ์เหลียวมองไปรอบๆ นางแย้มถามว่ามองหาแฟนอยู่หรือ เห็นหลังไวๆอยู่ทางโน้นแน่ะ ลือพงษ์บอกนกเล็กว่าขอเอาข้าวไปใส่บาตรแล้วลุกไป

นางแย้มถามนกเล็กทันทีว่าคุยกับลูกหรือยัง นกเล็กตอบหน้าเครียดว่าคุยแล้ว

นกเล็กนึกถึงเหตุการณ์เมื่อค่ำวานนี้ที่โกตาโวยวายใส่ลือพงษ์เมื่อเขาไปขอให้เดกับแม่ไปทาบทามอุไรให้ว่าพ่อเขาผัวเขาเพิ่งตายจะให้ไปสู่ขอลูกสาว เขาได้ด่าเปิงกลับมาสิ ลือพงษ์ต่อรองว่าแค่ไปเกริ่นๆไว้ก่อน พ้นร้อยวันแล้วค่อยว่ากันอีกที พอนกเล็กถามว่าทำไมถึงใจร้อนนัก ลือพงษ์อ้างว่ากลัวอุไรจะเป็นอื่นไปเสียก่อน

“แม่ว่าเอ็งใจเย็นๆก่อนดีกว่า ให้พ้นสามเดือนห้าเดือนค่อยว่ากัน อุไรมันอาจจะไม่เหมาะกับเอ็งก็ได้ คนเรามองกันแค่ภายนอกไม่ได้หรอกนะ”

“แต่ฉันยืนยันนะว่าอุไรเป็นคนดี...ดีมากเลย ชาตินี้ถ้าฉันจะแต่งงาน ฉันจะแต่งกับอุไรคนเดียว ไม่รู้ล่ะ ยังไงแม่กับเดก็ต้องไปขออุไรให้ฉันด้วย”

โกตากับนกเล็กได้แต่มองหน้ากันแล้วถอนใจ...เฮ้ออออ

ซ้ำค่ำนั้นมีลุงขี้เมามาซื้อเหล้า ระหว่างนกเล็กไปหยิบเหล้า ลุงคนนั้นถามลือพงษ์ว่าคบกับอุไรอยู่ใช่ไหม บอกว่าเห็นอุไรซ้อนท้ายประยูรไปกลางทุ่งกลางนากันเย็นๆได้ยินเสียงหัวเราะต่อกระซิกเหมือนเป็นแฟนกัน ก็ทำเอาลือพงษ์อึ้ง ขอร้องลุงขี้เมาว่าอย่าพูดไปเขาคงไปทำธุระกันเฉยๆ แต่ตัวเองกลับเครียด

ซ้ำวันนี้ยังมาเห็นประยูรตามวอแวอุไร ลือพงษ์ เข้าไปทักประยูรแต่ไม่มองหน้าอุไรแล้วค่อยๆถอยไปอย่างน้อยใจ

อุไรเสียใจไปนั่งที่ลานวัดห่างจากศาลาน้ำตาไหล ประยูรตามมาถามว่าร้องไห้ทำไม ถูกอุไรไล่ไปให้พ้นแล้วลุกหนี ประยูรยิ้มให้กับตัวเองว่า แผนสำเร็จแล้ว

นกเล็กได้ทีถามลือพงษ์ว่า “เชื่อแม่รึยังว่าให้ดูๆ กันไปก่อน หรือเอ็งกับมันมีอะไรกันแล้ว” พอเห็นลือพงษ์ตกใจก็เดาได้ ด่าอุไรว่า “มันง่ายกับเอ็ง มันก็อาจจะง่ายกับคนอื่นได้เหมือนกัน”

นางแย้มกับสำลีและนกเล็กยังตั้งวงนินทาว่าร้ายอัมพรอย่างเผ็ดร้อนหาว่าอัมพรเอาเงินไปตั้งหมื่น ขายลูกกินชัดๆ นางแย้มก็โพนทะนาว่าอัมพรไม่สนใจลูกนมตัวเองก็ไม่ยอมให้กินกลัวเสียทรงดูแล้วเวทนาเด็ก

นางอ่ำทนฟังไม่ได้จะลุกหนี บอกชาวบ้านที่นั่งข้างๆว่า ดีที่อุไรลงไปข้างล่างแล้ว ไม่อย่างนั้นศาลาแตกแน่ ตนทนฟังไม่ได้สงสารลูก

ชาวบ้านคนนั้นบอกว่าต้องทน เพราะตอนนี้อุไรกลายเป็นเด็กก้าวร้าวไปแล้ว แว่วๆว่านกเล็กมันไม่อยากได้เป็นสะใภ้แล้ว นางอ่ำเลยนึกได้ว่า “ถึงว่าสิ ลือพงษ์มันไม่เข้ามาพูดคุยด้วยสักคำ” พอดีประยูรมาบอกนางอ่ำ ว่าอุไรฝากบอกว่าปวดหัวขอกลับไปก่อน

เมื่อประยูรกลับไปที่วงนางแย้ม สำลีถามว่าไปติดลูกสาวบ้านนั้นไม่เห็นแก่หน้าแม่เอ็งเลยรึไง ประยูรบอกว่าแม่ตนใจกว้าง ตนชอบใครแม่ก็ชอบด้วยอยู่แล้ว สำลีถามอีกว่าแล้วจะแต่งกันเมื่อไร

“ยังหรอกจ้ะ รอให้งานอยู่ตัวก่อน เผื่อเขาจะเจอคนที่ดีกว่าฉัน”

“อู๊ยยยย...ใครที่ไหนจะดีกว่าพ่อยูรล่ะ ตอนนี้ทั้งหนองนมวัวก็มีพ่อคนเดียวที่จะได้ยศได้ศักดิ์ ได้แต่งกับพ่อก็ได้เป็นคุณน้ำคุณนายไปด้วย ใครเขาจะปฏิเสธ” ประยูรพูดเหน็บลือพงษ์ที่นั่งอยู่ด้วยว่าตนไม่หล่อสู้อีกคนของเขา “วุ๊ย...พูดเข้า ถ้าพ่อไม่หล่อ หนุ่มๆทั้งหนองนมวัวนี่ก็ขี้เหร่หาดีไม่ได้สักคนหรอก”

แก๊งนางแย้มหัวเราะกันครืน ลือพงษ์ทนฟังไม่ได้ลุกออกไป นางแย้มสบตาประยูรอย่างชื่นชมฝีมือลูกชาย

ooooooo

อุไรกลับไปนั่งเซ็งที่บ้าน เห็นลือพงษ์เดินมาหยุดมองก็กรากไปหา เห็นลือพงษ์ยืนนิ่งเป็นสากกะเบือก็ถามว่าเป็นอะไรไป

ลือพงษ์ระเบิดความอัดอั้นที่ได้ฟังชาวบ้านนินทาอุไร ถามว่าเมื่อวานตอนเย็นไปไหนกับไอ้ยูร ไปไหนไปทำอะไรกันมา อุไรฉุนกึก ไม่ทันตอบ ลือพงษ์ก็ใส่ทันที

“ตอบไม่ได้ใช่ไหม หาคำพูดโกหกปลิ้นปล้อนอยู่ใช่ไหม ก็แน่ละสิ เค้ามันคนไม่มียศ ไม่มีศักดิ์ ไม่มีการศึกษา พาตัวเองเป็นคุณนายไม่ได้นี่”

“ทำไมตัวเองพูดดูถูกน้ำใจเค้าอย่างนี้”

“มันเป็นความจริงต่างหาก ดูถูกอะไรกันเห็นอยู่กับตาว่าอี๋อ๋อกันขนาดไหน ต่อหน้าต่อตาคนทั้งศาลาวัดแล้วยังจะว่าไม่มีอะไรอีก” อุไรบอกว่าประยูรมาวอแว

ตนเอง “เค้าไม่เชื่อ ถ้าตัวเองไม่ไปให้ท่ามันจะกล้าเข้ามาเรอะ แล้วมันก็รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองกับเค้ารักกันมันยังกล้า มันจงใจหยามหน้าเค้าชัดๆ แต่อย่างว่าล่ะ เมื่อวานกลางทุ่งคงจะถึงพริกถึงขิงมันถึงได้...”

อุไรตบหน้าลือพงษ์ฉาดใหญ่ พูดเสียงสั่นด้วยความโกรธจัด “ถ้าดูถูกกันขนาดนี้ก็เลิกคบกันไปเลยแล้วไม่ต้องเห็นหน้ากันอีก” ลือพงษ์กัดฟันกรอด แล้วเดินจากไป อุไรน้ำตาร่วง ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะกลั้น

ooooooo

อุไรเข้าห้องปิดประตูร้องไห้ อัมพรกลับจากไปพบประยงค์ ได้ฟังประยงค์เล่าเรื่องอุไรให้ฟัง กลับมาหาน้องบอกให้เปิดประตูหน่อย พอเปิดประตูเห็นอัมพรอุไรโผกอดร้องไห้โฮ

อุไรสารภาพกับอัมพรว่าตนพลาดไปแล้ว ตนกับลือพงษ์...มันจบแล้ว

“พี่พอจะรู้แล้วล่ะ พี่ยงค์บอกพี่ เขาว่าได้ยินไอ้ยูรกับแม่มันคุยกันเรื่องแผนทำลายเอ็งให้ย่อยยับ แต่พี่ไม่คิดว่ามันจะรวดเร็วขนาดนี้ เอ็งไม่น่าไปยอมลือพงษ์มันเลย”

“มันเองก็อาจจะไม่ได้คิดจริงใจกับฉันแต่แรกก็ได้ มันแค่หาเหตุมาอ้างจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบ”

“เอ็งใจเย็นๆก่อน พี่จะไปคุยกับลือพงษ์มันให้ ถ้ามันเข้าใจผิด อย่างน้อยมันก็ต้องตั้งสติฟังพี่บ้าง เอ็งหยุดร้องไห้ได้แล้ว เราต้องแก้ปัญหาก่อนที่แม่จะรู้ พี่ไม่อยากให้แม่ทุกข์ใจไปมากกว่านี้” อุไรบอกว่านางแย้มร้ายกาจกว่าที่ตนคิดไว้จริงๆ “มันร้ายมาเราก็ร้ายตอบ ถ้าชาตินี้มันคิดจะจองเวรจองกรรมกับเรา แล้วทำไมเราจะปล่อยให้มันจองเวรฝ่ายเดียวล่ะ ในเมื่อเราไม่มีความสุข มันเองก็อย่าหวังเลย” อัมพรประกาศจองเวรกับนางแย้มอย่างถึงที่สุด

แต่ระหว่างที่อัมพรเดินอ้าวจะไปบ้านลือพงษ์นั้น ชาวบ้านคนหนึ่งที่นอนเอกเขนกอยู่บนแคร่กวักมือเรียกอัมพรไปหาบอกว่า “เมื่อเช้าที่วัด ป้าแย้มแกเที่ยวพูดไปทั่วเลยว่าเอ็งขายลูกกิน จริงรึเปล่าวะ”

“ไม่จริง” อัมพรเสียงดังอย่างแค้นใจ ชาวบ้านคนนั้นถามว่าไม่จริงแล้วนางแย้มเอาไปพูดเป็นคุ้งเป็นแควได้ยังไง แล้วเล่าว่า “ป้าแย้มแกบอกว่าเอ็งเสนอราคา

ไปเองตั้งหมื่นนึง ไอ้ยงค์มันจำใจต้องยอมให้เอ็งทั้งที่เงินก้อนนั้นน่ะมันตั้งใจเก็บเอาไว้ทำทุน แต่มันอยากได้ลูกไว้เลยยอมตัดใจ”

“อีแย้มมันว่ายังงั้นเหรอ” อัมพรโกรธจนตัวชาใจสั่น เมื่อไปถึงบ้านลือพงษ์ อัมพรถามว่าลือพงษ์อยู่ไหน นกเล็กบอกว่าออกไปวิ่งรถแล้ว มีอะไรจะฝากไว้ไหม นางแย้มที่นั่งอยู่สอดขึ้นทันทีว่าจะฝากอะไร ก็ฝากน้องมันน่ะสิ
อัมพรพยายามอดกลั้นบอกนกเล็กว่าไม่มีอะไร นางแย้มก็ยังสอดปากมายั่วยุว่า

“เห็นไหม มันวอนมือวอนตีนยังงี้แหละ มีเรื่องจะคุยมันก็บอกว่าไม่มี” อัมพรจ้องหน้านางแย้มอย่างพยายามอดกลั้น “ทำไมมาจ้องหน้ากูยังงี้ อีบ้า!” อัมพรยังจ้องหน้านิ่งไม่ตอบ นางแย้มลุกพรวดมาถึงตัวตวาด “กูถามทำไมไม่ตอบ” แล้วผลักอกอัมพรจนเซ แต่อัมพรก็ยังพยายามสะกดใจ ได้แต่กำมือแน่น พอดีมีชาวบ้านมาซื้อของ นางแย้มก็โพนทะนาว่า “แม่นกเล็ก ดูมันเถอะ ดูมัน มันท้าทายฉันขนาดไหน” แล้วเข้าผลักอัมพรอีกครั้งแรงกว่าเดิม “มึงจะลองดีกับกูใช่ไหม”

ผลักอัมพรล้มแล้วนางแย้มปราดเข้าตบหลายฉาดก่อนที่นกเล็กจะมาแยกออกไป นางแย้มก็ยังตะโกนด่าอย่างหยาบคาย อัมพรยิ้มเข้ม ก็ถูกนางแย้มหาว่า “มันด่ากู พวกมึงเห็นไหม มันด่ากู” นกเล็กบอกให้อัมพรกลับบ้านไปเสีย แต่นางแย้มก็ยังด่าไม่หยุดสาปแช่งให้ตกนรกไม่ได้ผุดได้เกิดแล้วโถมเข้าถีบกลางท้องอัมพร

อัมพรทำเป็นล้มฟุบกุมท้องดิ้นเร่าๆ ร้องครวญครางน้ำตาไหลพราก

“โอย...ช่วยฉันด้วย...เจ็บเหลือเกิน...โอย...” ชาวบ้านอีกส่วนรีบเข้าประคองอัมพร อัมพรเปิดฉากรุกทันที

“เห็นไหม...ว่าป้าแย้มแกร้ายกาจกับฉันขนาดไหน เจอหน้าก็ด่า” อัมพรถามใครๆที่ยืนมุงอยู่ว่าเห็นความร้ายกาจของนางแย้มหรือยัง แล้วรำพึงรำพันความทุกข์ขณะอยู่บ้านนางแย้มว่า

“ฉันต้องทนกับแกมาเป็นปี ทำดีก็ไม่เคยได้ดี ฉันเป็นสะใภ้บ้านแก ฉันต้องกล้ำกลืนฝืนทน เงินทองที่ผัวฉันหามาได้ ทำนาได้เท่าไหร่ฉันกับผัวไม่เคยได้ใช้นักหรอก ป้าแย้มแกริบไปหมด เงินที่พี่ยงค์ให้ฉันมาบอกตรงๆเลย บอกให้รู้ทั่วกันตรงนี้ พี่ยงค์เขาไม่อยากให้ฉันมีผัวใหม่ พี่เขายังรักฉันมาก ฉันก็รักเขามาก แต่เรามันคนมีกรรม ฉันไม่ได้คิดจะขายลูกกิน แต่ต้องมาพรากจากลูกจากผัวก็เพราะแก พ่อฉันฆ่าพ่อเทืองก็เพราะบันดาลโทสะ พ่อฉันผิด ฉันก็รู้ แต่จะให้ฉันทำยังไงกัน

คนตายไปแล้ว แต่แกไม่แล้วด้วย เที่ยวขุดพ่อฉันขึ้นมาด่าทุกวัน ใครเป็นฉัน ใครจะทนได้ พอฉันจะออกจากบ้านมา ต่างคนต่างไป แกก็ไม่ให้ลูกฉันมา ดูกันต่อไปแล้วกันว่า เวรกรรมที่พรากลูกพรากแม่เขาเนี่ย แกจะต้องเจอกับอะไรบ้าง”

นางแย้มอึ้งที่ถูกสาวไส้จนหมดพุง พอตั้งหลักได้ก็ตวาดอัมพรให้หยุดใส่ร้ายตนเดี๋ยวนี้ อัมพรบอกว่าตนพูดความจริง ประกาศว่า “ฉันจะไปแจ้งความ พยานรู้เห็นตั้งเยอะแยะว่าฉันถูกทำร้าย” นางแย้มท้าว่าไปเลยตนไม่กลัวหรอก “ไม่ต้องท้า ฉันไปแน่ เตรียมเงินค่าปรับเอาไว้ให้ดีแล้วกัน”

นางแย้มกระโจนจะไปถีบอัมพรอีก ดีที่ชาวบ้านฉุดไว้ อัมพรกุมท้องตัวงอร้องโอดโอยว่าปวดท้องเหลือเกิน ชาวบ้านอีกส่วนช่วยประคองอัมพรออกมา อัมพรมองนางแย้มยิ้มเย้ย นางแย้มรู้ตัวว่าเสียท่าอัมพร แต่ยังตะโกนด่าปาวๆ

ooooooo

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 3 วันที่ 17 เม.ย. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ