อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 4 วันที่ 20 เม.ย. 58

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 4 วันที่ 20 เม.ย. 58

“ปู่แน่ใจได้ยังไงครับ ถ้าเกิดมันเป็นสุนัขจิ้งจอกหลงฝูงมาหาอาหาร ผมว่ามันคงหิวโซ เจอใครก็ต้องเข้าทำร้ายแน่”
“ใช่ มันเป็นจิ้งจอกหลงฝูง ที่จะไม่มีวันได้กลับเข้าฝูงของมันอีก และมันก็จะไม่ออกมาเพ่นพ่านอีก เพราะชั้นจะสั่งห้ามมันเอง” ไดซุเกะพูดไปก็ขยับเข้าไปมองหน้าฮิเดโนริสายตาจริงจัง

รินดารากับอายูมินั่งอยู่ที่ระเบียง มองออกไปเห็นสวนญี่ปุ่นสวยงาม
“พี่รินดารายังเจ็บอยู่มั้ยคะ”
รินดารามองที่ขาตัวเองแล้วเอามือแตะๆให้อายูมิดู “ไม่เจ็บเท่าไหร่แล้วล่ะจ้ะ กลัวเป็นแผลเป็นมากกว่าเดี๋ยวจะหมดสวย” รินดารายิ้มให้อายูมิคลายความเป็นห่วง


“อายูมิขอโทษค่ะที่เป็นต้นเหตุให้พี่ต้องเจอเรื่องร้ายๆ แล้วไหนจะโดนคุณอาต่อว่าอีก”
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะอายูมิ คุณย่ากับท่านชายให้สิทธิ์ในการดูแลอายูมิกับพี่แล้ว มีแต่คุณอาของหนูนี่แหละที่ไม่ยอมเข้าใจอยู่คนเดียว” อายูมิกอดอกหน้างอนๆ
“หึ..เมื่อก่อนน่ะคุณอาไม่เคยเป็นแบบนี้หรอกนะคะ แต่ตั้งแต่คุณพ่อเสียแล้วอายูมิเป็นแบบนี้ คุณอาก็เปลี่ยนไป เวลาดีก็ดี๊ดี แต่เวลาดุขึ้นมา อายูมิกลัวเลย”
รินดารานิ่งไปนึกถึงคำพูดและการแสดงความรู้สึกของอาคิระ เมื่อคืนนี้
“ผมขอโทษ..ผมไม่ได้อยากจะพูดไม่ดีกับคุณ แต่ครอบครัวของผม เราเหลือกันอยู่แค่ไม่กี่คน ถ้าต้องมีใครเป็นอะไร
ไป โดยที่ผมไม่ได้พยายามเต็มที่เพื่อปกป้องพวกเขา ผมคงมีหน้าไปกราบไหว้วิญญาณบรรพบุรุษอีกไม่ได้”
รินดาราถอนใจแล้วหันมาที่อายูมิ “พี่คิดว่าคุณอาของหนูเขาอาจจะระแวงพี่ ไม่อยากเห็นคนแปลกหน้ามาเดินเพ่นพ่านอยู่ในที่ของเขา คงกลัวใครจะมาทำร้ายคนในครอบครัวเขาอีก”
โฮชิโนโอจิเข้ามา “งั้นชั้นก็ต้องขอโทษเธอด้วยนะฮิคาริ ที่ชั้นเป็นคนพาเธอมาที่นี่ ทำให้อาคิระระแวงเธอ”
“ท่านชาย..ไม่เกี่ยวกับท่านชายหรอกค่ะ ชั้นต่างหากที่ต้องหาทางทำให้เขาเลิกระแวงชั้น แล้วเห็นว่าชั้นเป็นแค่ลูกจ้างคนหนึ่งเท่านั้น”
“แต่สำหรับตระกูลมิยาคาวะแล้ว..เธอไม่ใช่แค่ลูกจ้างธรรมดานะฮิคาริ”
รินดาราชะงักกับคำพูดที่แฝงนัยยะบางอย่างของโฮชิโนโอจิ เพราะนอกจากคำพูดแล้วแววตาที่โฮชิโนโอจิมองมาก็ยังซ่อนความหมายอื่นไว้ด้วย
อายูมินึกขึ้นได้เลยขัดขึ้นมา “รู้แล้วค่ะ..อายูมิรู้แล้ว ถ้าอายูมิกลับมาเดินได้อีกครั้งเร็วๆ เพราะการทำกายภาพบำบัดของพี่ คุณอาก็จะเลิกระแวงพี่แน่นอน”
“แต่การทำกายภาพบำบัดให้อายูมิ พี่บอกไม่ได้หรอกนะว่าต้องใช้เวลาเร็วหรือช้า”
“ต้องทำได้สิคะ..เพราะพี่รินดารามีมนต์วิเศษ จริงมั้ยคะท่านชาย”
โฮชิโนโอจิพยักหน้ารับ “ชั้นเชื่อว่ามีจ้ะอายูมิ”
“งั้นเรามาพยายามกันเถอะค่ะพี่รินดารา”
รินดาราดีใจ “พี่ดีใจจัง..งั้นเรามาพยายามด้วยกันนะจ๊ะอายูมิ..ไฟท์โตะ!!” รินดาราทำท่าไฟท์โตะกับอายูมิพร้อมกันอย่างน่ารักๆ
โฮชิโนโอจิเผลอมองความร่าเริงสดใสของรินดาราจนเพลินไม่ละ สายตา เมื่อรินดาราหันมาเห็นโฮชิโนโอจิมองก็ออกอาการเขินๆที่เผลอทำอะไรเด็กๆคิกขุไปแบบนั้น
โฮชิโนโอจิไม่อยากให้รินดาราเขินคนเดียว “งั้นถ้าชั้นจะขอพยายามไปกับอายูมิด้วยจะได้มั้ย”
“ได้สิคะท่านชาย”
“ไฟท์...โตะ" โฮชิโนโอจิทำท่าไฟท์โตะ แต่ออกมาดูแล้วยังเก้ๆกังๆ อายูมิกับรินดาราเลยขำ
“ไม่ใช่ค่ะท่านชาย..ต้องกำมือแล้วตั้งศอกพร้อมกับพูดเสียงดังๆแบบนี้ค่ะ...ไฟท์โตะ”
โฮชิโนโอจิลองทำอีกครั้งพร้อมๆกับรินดาราและอายูมิ สามคนหัวเราะสนุกสนานชอบอกชอบใจ โดยเฉพาะรินดารากับ โฮชิโนโอจิที่รู้สึกดีๆต่อกัน

ที่ศาลเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอก ฮิเดโนริโพล่งถามด้วยความตกใจ “สุนัขจิ้งจอกตัวที่ออกอาละวาดเมื่อคืน....คือผม!!!” ไดซุเกะพยักหน้ารับ ฮิเดโนริอึ้งสุดขีด “เป็นไปไม่ได้ ! คุณปู่หลอกผมใช่มั้ยครับ ผมไม่ได้เป็นสุนัขจิ้งจอก”
“ถามตัวเองให้แน่ใจว่าสิ่งที่ปู่พูด เป็นไปได้หรือไม่”
ฮิเดโนรินึกถึงเรื่องแปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
ตอนสู้กับอาคิระแล้วได้ยินเสียงเหงื่อหยดลงบนพื้น
ตอนได้ยินเสียงน้ำหยดในออนเซ็น
ตอนที่ปวดจี๊ดขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ พอเงยหน้าขึ้นมาเลือดกำเดาก็ ไหลออกจากจมูก
“ตายแล้ว..เลือดกำเกาเธอไหล”
ตอนฮิเดโนริมองแผลที่ต้นแขนอย่างสงสัย “ผมไม่รู้ครับปู่..ผมจำอะไรไม่ได้เลย”

ฮิเดโนริอึ้ง แต่ยังไม่ยอมรับความจริง “เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ผมก็แค่ไม่สบายเฉยๆ”
“ฮิเดะ แกจะแก้ปัญหาไม่ได้ ถ้าแกไม่ยอมรับความจริงซะก่อน”
ฮิเดโนริโมโห อาละวาด “มันไม่ใช่ความจริง จะให้ผมยอมรับอะไร ผมเป็นหลานแท้ๆ ของปู่ ผมจะเป็นสัตว์ประหลาดได้ยังไง!”
“ลูกชายของชั้นมันก็เป็นมนุษย์ธรรมดา แต่แม่ของแกต่างหากที่ไม่ใช่”
“แม่?”
“แม่ของแกเป็นปีศาจสุนัขจิ้งจอกปลอมตัวเป็นมนุษย์แล้วมารักกับพ่อแก พ่อแกรักแม่แกมาก ถึงขนาดยอมตามแม่ของแกกลับเข้าฝูง แต่เขาสองคนไม่ยอมให้แกไปด้วยก็เลยทิ้งแกไว้ให้ปู่เลี้ยง”
ฮิเดโนริอึ้ง “ทำไมปู่ไม่เคยบอกผม”
“บอกไปแล้วจะมีประโยชน์อะไร ที่ผ่านมาเลือดมนุษย์ในตัวแกเข้มข้นกว่าเลือดสุนัขจิ้งจอก ปู่ภาวนาขอให้มันเป็นแบบนี้ตลอดไป แต่ในเมื่อมันไม่ได้เป็นอย่างที่ปู่คิด แกก็ต้องรู้ความจริง เพื่อที่แกจะได้ระวังตัว” ไดซุเกะจับบ่าหลานชาย “จำไว้นะฮิเดะ ไม่ว่าแกจะเป็นอะไร แกก็ยังเป็นหลานปู่เหมือนเดิม ปู่จะช่วยแกเอง”
ฮิเดโนริปัดมือปู่แรงๆแล้วเดินพรวดพราดออกไป
“ฮิเดะ! แกจะไปไหน! ฮิเดะ!”

ฮิเดโนริวิ่งอย่างเร็วมาตามทางของเสาโทริ ใบหน้าของเขาตึงเครียด มือสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูด วิ่งเร็วอย่างไม่คิดชีวิต...อยากจะหนีจากความจริงว่าตัวเองไม่ใช่มนุษย์ จนกระทั่งวิ่งมาหยุดตรงบริเวณช่องเขาข้างบนสุด ลูกตาเปลี่ยนเป็นสีส้ม ตาดำเป็นเส้นบางๆ อย่างสัตว์เดรัจฉาน มือทุบกำแพงหิน ตะโกนกึกก้องว่า “ม่ายยยยยยยยยยยยยย!”

บนหอคอยคฤหาสน์ตระกูลมิยาคาวะ ที่สามารถมองเห็นภาพกว้างของเมืองสึกิ เสียงหอนโหยหวนของสุนัขจิ้งจอกดัง ลอยเข้ามาแว่วๆ โฮชิโนโอจิหันขวับไปที่หน้าต่าง หยุดนิ่งฟังเสียงประหลาดนั้น แต่เสียงเงียบไปแล้ว
ย่ามิกิเดินเข้ามาแล้วเห็นอาการของโฮชิโนโอจิก็แปลกใจ “มีอะไรหรือคะท่านชาย”
“ไม่มีอะไร อาคิระเป็นยังไงบ้าง”
“เหมือนเดิมค่ะ ทำอยู่สองอย่าง คือทำงานกับทำหน้าบึ้ง”
โฮชิโนโอจิยิ้มนิดๆ “มิกิต้องเข้าใจอาคิระนะ อาคิระต้องแบกรับภาระเอาไว้มากมาย แล้วยิ่งมีคนแปลกหน้าอย่างฮิคาริมาอยู่ด้วย เขายิ่งต้องอยู่กับความระแวง”
“ท่านชายกำลังโทษตัวเอง ว่าเป็นต้นเหตุทำให้อาคิระไม่มีความสุขใช่ไหมคะ” โฮชิโนโอจิเงียบแทนคำตอบ “ไม่ใช่ความผิดของท่านชายเลยค่ะ หลานชายของดิชั้นต่างหาก ที่ต้องรู้จักไว้ใจคนอื่นให้มากขึ้น แล้วชีวิตเขาจะมีความสุขมากกว่านี้ ถ้าอาคิระทำให้ท่านชายไม่สบายใจ ดิชั้นจะไปเตือนเขาให้เอง”
“อย่ามิกิ การไปเตือนคนอย่างอาคิระ เท่ากับไปทำให้เขาเสียหน้า”
“แล้วจะทำยังไงล่ะคะ”
“ชั้นคิดว่าเราน่าจะทำให้อาคิระได้รู้จักฮิคาริมากขึ้น อาคิระจะได้รู้เองว่าฮิคาริไม่มีพิษมีภัยอะไรเลย มิกิว่ายังไง”
“ความไว้ใจย่อมเกิดจากความใกล้ชิด..ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีค่ะท่านชาย”
โฮชิโนโอจิยิ้มที่ย่ามิกิเห็นด้วย

ย่ามิกิเปิดประตูเดินนำรินดาราเข้ามาด้านในห้องเก็บผ้ากิโมโน “เชิญจ้ะ”
รินดาราตามเข้ามาอย่างงุนงง พร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์สักชิ้น มีแต่ผ้ากิโมโนหลายชุดหลายสีถูกขึงโชว์ ลวดลายวิจิตร รินดาราตกตะลึง “กิโมโนสวยจังเลยค่ะ”
“ค่ะ กิโมโนพวกนี้เป็นของรักของหวงมิยาคาวะ ทุกตัวล้วนผ่านการทอและตัดเย็บจาก ภูมิปัญญาของเราที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี” รินดาราตั้งใจฟังพร้อมกับมองสำรวจกิโมโนด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย “คุณรินดาราชอบชุดไหน เลือกได้เลยค่ะ หรือจะเลือกเป็นแค่ชุดยูกาตะใส่ง่ายๆก็ได้”
“เลือก?”
“ค่ะ คุณรินดาราจะได้เอาไปใส่ในวันงานทานาบาตะ อายูมิชอบงานทานาบาตะมาก ดิชั้นกับท่านชายลงความเห็นกันว่าเราจะต้องพาอายูมิไปเที่ยวงานเหมือนที่เคยไปทุกปี เพื่อไม่ให้อายูมิรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติ อายูมิก็ต้องอยากให้คุณรินดาราไปด้วยแน่นอน ไปเที่ยวงานทานาบาตะด้วยกันนะคะ”
ย่ามิกิยิ้มสดใส แต่รินดารากลับมีสีหน้าหวั่นวิตก ไม่ได้สนุก ตื่นเต้นตามคำชวนของมิกิเลย “ดิชั้นขออนุญาตไม่ไปได้มั้ยคะ”
มิกิแปลกใจ “ทำไมล่ะคะ”
รินดาราอึกอัก “เอ่อ..คือ เวลาเจอคนเยอะๆ ทีไร ดิชั้นจะต้องเวียนหัวจะเป็นลมทุกที ถ้าดิชั้นไปด้วย เกรงว่าทุกคนจะต้องหมดสนุกแน่ๆ ดิชั้นขอรออยู่ที่นี่ดีกว่าค่ะ” รินดาราพยายายามยิ้มสดใส แต่หลบสายตาย่ามิกิส่อพิรุธว่าโกหก แล้วเบือนหน้าไปทางอื่นก่อนสีหน้าจะมีร่องรอยความกังวลในเรื่องอะไรบางอย่าง
ย่ามิกิมองอาการของรินดาราอย่างแปลกใจ

บริเวณทุ่งหญ้า รินดารามานั่งนิ่วหน้าคิดกลุ้มใจอยู่ตามลำพังทอดสายตาออกไปยังเบื้องหน้าที่เป็นภาพกว้างของเมือง รินดาราคิดถึงเรื่องราวของตัวเองที่เกี่ยวข้องกับวันทานาบาตะ
โฮชิโนโอจิเข้ามาหยุดยืนมองรินดาราก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแฝงความห่วงใย “มิกิบอกว่าเธอไม่อยากไปงานทานาบาตะเหรอ..ฮิคาริ” รินดาราสะดุ้งเล็กน้อย หันไปเห็นโฮชิโนโอจิยืนอยู่จึงรีบลุกขึ้นแสดงถึงความเคารพเกรงใจ “งานทานาบาตะตรงกับวันเกิดของเธอ วันเกิดปีนี้เธอได้มาอยู่ที่เมืองสิกิเมืองในฝันของเธอ แล้วทำไมเธอต้องเก็บตัวอยู่แต่ในคฤหาสน์”
“ท่านชายรู้ได้ยังไงคะว่าตรงกับวันเกิดของชั้น”
“ไม่ใช่แค่ชั้นรู้ อาคิระ มิกิก็รู้ เรามีประวัติของเธอ”
“จริงด้วย ชั้นลืมไป แต่ชั้นบอกเหตุผลกับคุณย่ามิกิไปแล้วว่าที่ชั้นไม่อยากไป เพราะว่า เวลาชั้นเจอคนเยอะๆ ชั้นอาจจะไม่สบาย”
“"อาจจะ" แสดงว่ามันอาจจะเป็นจริงหรือไม่ก็ได้” โฮชิโนโอจิหยิบซองขนมออกมาจากกระเป๋า “เธอรู้มั้ย...ถ้าชั้นกลัวที่จะกินเจ้าขนมแท่งแข็งๆ สีเขียวเหมือนแท่งไม้ ไม่ใช่ขนมก้อนกลมนุ่มสีสวยหวานเหมือนอย่างโมจิที่ชั้นคุ้นเคย ชั้นก็คงไม่รู้ว่าเจ้าขนมนี่อร่อยมาก อย่าให้ความกลัวมาขวางการหาความสุขให้ตัวเองเลยนะฮิคาริ”
“ท่านชายไม่เข้าใจชั้น”
“งั้นก็บอกให้ชั้นเข้าใจสิ ไม่ต้องห่วง ทุกเรื่องของเธอจะเป็นความลับระหว่างเราสองคน”
โฮชิโนโอจิพูดพร้อมกับมองลึกเข้าไปในดวงตาของรินดาราๆมองดวงตาของโฮชิโนโอจิกลับ ไม่อาจละจากสายตานั้น ได้ราวกับถูกต้องมนต์สะกด

รินดาราเดินขึ้นบันได มีท่านชายเดินคุยมากับเธอ
“ความจริงชั้นไม่ได้กลัวท่านชายบอกคนอื่นหรอกค่ะ แต่ชั้นกลัวท่านชายหัวเราะชั้น”
โฮชิโนโอจิยิ้มรับแล้วเอาขนมใส่ปาก “ปากชั้นไม่ว่างให้หัวเราะแล้ว”
รินดาราชะงักยิ้มขำสบายใจแล้วตัดสินใจบอกโฮชิโนโอจิ “คือทุกวันที่เจ็ดเดือนเจ็ด วันเกิดของชั้น ชั้นจะมีอาการเจ็บปวดตรงบริเวณปานรูปดาวที่หลังค่ะ”
ทั้งสองหยุดคุยกันอยู่ที่บันได “ปานรูปดาว?”
“ค่ะ”
“เธอเจ็บมากเลยเหรอ”
“เจ็บปวดมากจนทำอะไรไม่ได้ค่ะ เพราะเหตุนี้ไงคะ ชั้นถึงไม่เคยมีงานฉลองวันเกิด พ่อแม่เคยพาชั้นไปหาหมอ แต่หมอก็ไม่พบสาเหตุ เขาบอกว่าชั้นคิดไปเอง”
“แล้วเธอคิดว่าเกิดจากอะไร”
“ไม่รู้ค่ะ ชั้นไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมชีวิตชั้นถึงมีแต่เรื่องแปลกๆ เกิดขึ้น”
“สักวันเธอก็คงจะรู้คำตอบเอง”
“ท่านชายพูดเหมือนแม่ชั้นเลยค่ะ เอ๊ะ! แสดงว่าท่านชายเชื่อที่ชั้นเล่าเหรอคะ”
“ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอต้องโกหก”
รินดารายิ้มซึ้งใจ “โลกนี้นอกจากพ่อแม่แล้ว ก็ไม่มีใครเคยเชื่อชั้นเลยนอกจากท่านชาย”
“ถ้างั้นเธอก็ต้องเชื่อชั้น ทำลายความกลัว แล้วออกไปหาความสุขให้ชีวิต แล้วชั้นจะช่วยอธิษฐานกับดวงดาว ขอให้อาการประหลาดของเธอหายไป ตกลงมั้ย”
“ค่ะท่านชาย” โฮชิโนโอจิยิ้มอบอุ่นแล้วเขี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าให้รินดารา รินดารายิ้มด้วยความรู้สึกอบอุ่น “ว่าแต่ท่านชายเดินออกมาตามชั้นถึงที่นี่เลยเหรอคะ”
“ใครว่าชั้นเดินมา..ชั้นเอารถส่วนตัวมารับเธอกลับ” โฮชิโนโอจิยิ้มดูกวน รินดารามองสงสัย

บรรยากาศสวยงามของเทือกเขา โฮชิโนโอจิขี่จักรยานมีรินดารานั่งซ้อนท้ายเกาะเอว โฮชิโนโอจิหลวมๆ
“รถส่วนตัวของท่านชายสวยจังเลยค่ะ”
“เกาะแน่นๆล่ะ..ระวังตกรถ” โฮชิโนโอจิแกล้งส่ายรถไปมา รินดาราตกใจเกาะเอวแน่น โฮชิโนโอจิหัวเราะชอบใจ “ท่านชาย!!”
โฮชิโนโอจิหัวเราะแล้วขี่จักรยานไปตามทาง

บ้านมาโกะโตะกลางคืน โชจินักการเมืองผู้ชายวัยประมาณ 50 นั่งอ่านแผ่นเอกสารพลิกไปมาสีหน้าเคร่งขรึม มาโกะโตะกับริเอะนั่งอยู่ที่โซฟา สองพ่อลูกสบตาและยิ้มให้กันด้วยความมั่นใจ แต่โชจิกลับโยนแผ่นเอกสารลงบนโต๊ะอย่างไม่สนใจ “ผมยังไม่สนใจข้อเสนอของคุณ..มาโกโตะ”
มาโกะโตะกับริเอะอึ้ง
“ทำไมครับท่าน ติดขัดตรงไหนหรือว่ายังไม่พอใจเรื่องเปอร์เซ็นต์ที่เราจะแบ่งกัน เราคุยกันได้นะครับ”
“ใช่ค่ะ..ท่านแค่ใช้เส้นสายสนับสนุนให้ธุรกิจของเราไม่ต้องถูกตรวจสอบ ผลประโยชน์ที่ตามมารับรองว่าจะถึงมือท่านทุกเยนแน่นอน”
“แต่สายข่าวของผมได้ยินมาว่าธุรกิจของคุณกำลังแย่แล้วคุณจะเอาเงินทุนจากไหนมาแลกเปลี่ยนเส้นสายจากผม”
มาโกะโตะอึ้ง ทำหน้าไม่ถูก “คุณรู้เรื่องมาจากไหน”
“วงการธุรกิจไม่ได้กว้างอย่างที่คุณคิดหรอกนะ เอาเป็นว่าผมต้องขอบคุณมากที่อุตส่าห์ ยื่นข้อเสนอให้ผม แต่บังเอิญผมไม่ได้โง่” โชจิลุกจากโซฟา พอจะเดินออกไปก็พบยูกิยืนยิ้มเย็นอยูที่ประตู “เธอเป็นใคร”
“ชั้นเป็นเจ้านายของมาโกะโตะ”
ริเอะไม่พอใจ “นี่! เธอ มันจะมากเกินไปแล้วนะ”
มาโกะโตะห้าม “ริเอะ” มาโกโตะเข้าไปใกล้ริเอะ พูดเสียงแข็ง “อยู่เฉยๆ”
“พ่อ!” ริเอะกระฟัดกระเฟียดออกไปจากห้อง
โชจิมองยูกิด้วยสายตาเจ้าชู้ “มาโกะโตะมีเจ้านายทั้งสาวทั้งสวยขนาดนี้เลยเหรอ..ไม่น่าเชื่อ”

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 4 วันที่ 20 เม.ย. 58

ละครเรื่อง กลกิโมโน บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กลกิโมโน บทโทรทัศน์โดย ณัชภีม - สุธิสา
ละครเรื่อง กลกิโมโน กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง กลกิโมโน โดยผู้จัด หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์
ละครเรื่อง กลกิโมโน ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กลกิโมโน ละครแนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ลึกลับ
ละครเรื่อง กลกิโมโน เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 16 เม.ย.58 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 วัน
ละครเรื่อง กลกิโมโน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น
ที่มา ไทยรัฐ