อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 4 วันที่ 21 เม.ย. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 4 วันที่ 21 เม.ย. 58

ลือพงษ์ขับรถมาจอดหน้าบ้านนางแย้ม พะยอมอ้อยอิ่งมองเขาอย่างหยั่งท่าที ชวนว่าไม่เข้าบ้านกินน้ำกินท่าก่อนหรือ ลือพงษ์ตอบห้วนๆว่าไม่ ก็พอดีสุดาวิ่งมากวักมือหยอยๆร้องเรียกพะยอมแล้ววิ่งมาบอกว่า

“เอ็งรีบไปดูพี่ยงค์เดี๋ยวนี้เลย ท่าทางจะแย่นะ”

ลือพงษ์กับพะยอมรีบรับประยงค์ไปโรงพยาบาลในสภาพประยงค์หน้าซีดซูบเซียวอาการหนัก อุไรรออัมพรอยู่รีบลุกมาถามว่าประยงค์เป็นอะไร ลือพงษ์ตอบเสียงกระด้างว่าเป็นไข้หนักเลย พลางปรายตามองหมวดทวีที่อยู่แถวนั้นหยันๆ อุไรอยากอธิบายเรื่องที่หมวดทวีมาด้วยกัน บอกเป็นนัยว่า


“หมอกำลังตรวจพี่อัมพรอยู่ ป่วยเหมือนกัน”

พะยอมขอไปทำบัตรก่อน หมวดทวีจึงรีบเข้าไปช่วยลือพงษ์ประคองประยงค์พาไปนั่งที่เก้าอี้นั่งรอ ลือพงษ์พาประยงค์ไปนั่งโดยไม่มองหน้าอุไรแล้วเดินออกไป อุไรเลยตามออกไปหมายพูดกันให้รู้เรื่อง

อุไรถามลือพงษ์ที่ปั้นหน้าปึ่งว่าเป็นอะไร ลือพงษ์ย้อนเอาว่าตนน่าจะถามเธอมากกว่าว่าทำไมทำตัวแบบนี้ อุไรย้อนเอาบ้างว่า เมื่อเช้าไปไหนกันมา

ทั้งคู่ต่างถามตอบกันคำต่อคำอย่างอารมณ์ขุ่นมัว ลือพงษ์บอกว่าพานางแย้มไปปากน้ำโพ พออุไรถามว่าไปทำไม ลือพงษ์ไม่ตอบ จนอุไรถามใหม่ว่า “อีแย้มมันเอายงยุทธไปไว้ที่ไหนรู้ไหม”

“รู้...แต่คงบอกไม่ได้” ลือพงษ์ตอบสั้นๆแล้วเดินไปขึ้นรถ ทำให้อุไรของขึ้น ตามไปถามว่าทำไมบอกไม่ได้ “เดี๋ยวก็ตามไปแย่งกันให้ขายขี้หน้าชาวบ้านเขาอีก” ลือพงษ์ตอบไม่มองหน้า

อุไรโต้ว่าใครกันที่ผิด เพราะลูกควรเป็นของอัมพร ลือพงษ์พูดตามขี้ปากนางแย้มว่าก็ได้เงินจากประยงค์ไปตั้งหมื่นแล้วน้อยซะที่ไหน ระหว่างนั้นพะยอมกลับมามองหาลือพงษ์ หมวดทวีบอกอย่างรู้ใจว่าเดินออกไปข้างนอกแน่ะ พะยอมจึงเดินออกมามองหา

ส่วนอุไรกับลือพงษ์ต่างพูดประชดเสียดสีกันไปมา จนลือพงษ์หาว่าตนถูกสวมเขา อุไรสวนทันควันว่าใครกันแน่ที่ถูกสวมเขา แล้วต่างสะบัดหน้าใส่กัน ลือพงษ์บอกว่าไม่อยากทะเลาะด้วย อุไรเลยถามว่าแล้วเรื่องแต่งงานของเราว่ายังไง ลือพงษ์นิ่ง อุไรรู้ว่าต้องไม่ปกติ ถามเสียงดังว่า

“ทำไมไม่พูดล่ะ เงียบทำไม ใช่ซี้...เค้ามันคนใจง่าย มันก็เลยไม่มีค่าไม่มีราคาอะไรแล้ว จะไปรับผิดชอบทำไม”

ลือพงษ์บอกว่าตนก็คิดหาทางแก้ปัญหาอยู่เหมือนกันแต่เธอก็สร้างปัญหาไม่จบไม่สิ้นถามอย่างอัดอั้นว่า

“รู้ไหมว่าเดกับแม่เขาไม่เอาตัวเองแล้วจะให้เค้าไปพูดอะไรได้อีก ตัวเองร้ายแบบนี้แม่เค้ากลัว แม่กับเดเค้าไม่เอาตัวเอง”

อุไรอึ้งไปครู่หนึ่งถามว่าแล้วเขาจะแก้ปัญหาอย่างไร ลือพงษ์ตอบไม่ออก อุไรถามอีกว่ารักตนไหม พอลือพงษ์บอกว่ารัก เธอชวนหนีไปด้วยกัน ลือพงษ์นิ่งเพราะกลัวคำขู่ของเดที่ว่าถ้าทำอย่างนั้นก็ตัดพ่อตัดลูกกัน

ไม่ว่าอุไรจะถามว่ารักตนไหม บอกว่าตอนนี้ตนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้วอายคนทั้งบาง ลือพงษ์ก็บอกว่าเขาเข้าใจแต่พอชวนหนีไปด้วยกันอีก ลือพงษ์บอกว่าทำแบบนั้นไม่ได้ตนทำนาไม่เป็น ถ้าไม่ได้วิ่งรถก็อดตายกันพอดี

“งั้นมันก็คงจบใช่ไหม...” ลือพงษ์ก็ยังบอกว่าเขาไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้ แต่...แล้วนิ่งไป อุไรตัดบททันทีว่า “เข้าใจแล้ว เข้าใจทุกอย่าง ไม่ต้องอ้อมค้อม รักอนาคตตัวเองมากกว่าหน้าของเค้า เห็นแก่ตัวที่สุด!”

อุไรปิดประตูรถปังแล้วเดินไปเลย ลือพงษ์มองตาม ได้แต่ถอนใจอย่างเหนื่อยล้า

พะยอมยืนมองอยู่ เห็นอากัปกิริยาของทั้งสองแล้วก็ยิ้มสมใจ เชื่อว่าแบบนี้เลิกกันแน่!

ooooooo

อัมพรออกจากห้องหมอมองหาอุไรไม่เห็น แต่กลับเห็นประยงค์นั่งหน้าซีดอย่างอ่อนล้าอยู่ อัมพรตกใจรีบเข้าไปหา พูดอย่างรู้สึกผิดว่า

“พี่ยงค์...ฉันไม่คิดว่าพี่จะเป็นมากอย่างนี้” ประยงค์ปรือตามอง เรียก “อัมพร...เอ็งไม่โกรธพี่นะ” อัมพรกุมมือ ประยงค์ไว้ด้วยความสะเทือนใจ หมวดทวีบอกว่าท่าทางเขาแย่มาก ตนจะไปคุยกับหมอเผื่อจะลัดคิวให้ได้แล้วเดินออกไป

อัมพรออกมาหาอุไรเห็นแต่ลือพงษ์นั่งซึมอยู่ในรถเลยเดินไปถามว่าอุไรล่ะ? ลือพงษ์ไม่ตอบ อัมพรเดินเลยไปหา เจอพะยอมตะโกนเรียกบอกว่า

“พี่ยงค์ถูกหมากัดด้วย หมอเห็นแผลที่ขาก็เลยออกมาถาม หมอกลัวว่าจะเป็นหมาบ้า”

อัมพรตกใจมากเพราะถ้าหมาบ้ากัดอันตรายถึงตายได้ พะยอมเอาแต่ร้องไห้ด้วยความตกใจกลัว หมวดทวีเข้ามาปลอบว่าใจเย็นๆอาจจะไม่ใช่หมาบ้าก็ได้ อัมพรก็ปลอบว่า ทำใจดีๆไว้หมอแค่สงสัยเท่านั้น

อุไรเดินหน้าเครียดเข้ามาบอกอัมพรว่าเสร็จแล้วก็กลับกันเถอะ อัมพรบอกว่าจะรอดูประยงค์ก่อน อุไรที่กำลังเสียใจเจ็บใจเรื่องลือพงษ์ถามว่ารอทำไมไม่เกี่ยวอะไรกับเรา

“เกี่ยวสิ...” อัมพรบอก เห็นอุไรสะบัดหน้าอย่างขัดใจ อัมพรเลยบอกหมวดทวีว่า “ผู้หมวดกลับไปกับอุไรก่อนก็ได้เดี๋ยวฉันกลับกับพะยอมเอง” อุไรเลยกลับไปกับหมวดทวี

ขณะเดินออกมา อุไรเดินนำหน้าแต่พอเห็นลือพงษ์นั่งมองอยู่ในรถ อุไรก็ชะลอฝีเท้าจนหมวดทวีเดินมาทันก็เข้ากระแซะจับต้นแขนพากันเดินไปที่รถเก๋งของหมวดที่จอดไม่ห่างจากรถของลือพงษ์นัก

ลือพงษ์มองอุไรนั่งรถเก๋งของหมวดทวีออกไปด้วยหัวใจที่แตกสลาย...

ooooooo

อุไรนั่งเบือนหน้ามองไปนอกหน้าต่างรถแอบเช็ดน้ำตาไม่ให้หมวดเห็น แต่หมวดดูออกพูดให้กำลังใจว่า ปัญหาทุกอย่างมันมีทางแก้ทั้งนั้น กลับถูกอุไรที่อารมณ์เสียอยู่พูดใส่ว่า

“ไม่รู้...แล้วอย่าพูดดีกว่า” หมวดเลยเงียบเห็นอุไรปาดน้ำตาก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้บอกว่าให้แล้วให้เลยสั่งขี้มูกก็ได้

กลับมาถึงบ้าน นางอ่ำเห็นแต่อุไรกลับมาคนเดียวก็ถามว่าแล้วอัมพรล่ะ อุไรบอกว่าเขารอดูอาการผัวเขาอยู่เดี๋ยวคงกลับมากัน คงหาทางกลับมาเอง นางอ่ำถามว่าประยงค์ไปหาหมอเหมือนกันหรือ อุไรพยักหน้าให้แม่ หันไปขอบคุณหมวดทวีแล้วขอตัวเลย นางอ่ำเลยต้องรับแขกแทน ถามหมวดว่ารีบไปไหนหรือเปล่า ชวนขึ้นบ้านกินน้ำกินท่ากันก่อน

พอหมวดทวีขึ้นบ้าน นางอ่ำบอกว่าตนกำลังเข้าครัวพอดีชวนอยู่กินข้าวด้วยกัน หมวดเกรงใจบอกว่ารบกวนเปล่าๆ

“รบกวนอะไรกัน คุณน่ะช่วยเหลือพวกเราเอาไว้มาก” หมวดพูดออกตัวว่าไม่รู้ว่าช่วยเหลือหรือมาทำให้อะไรๆมันแย่ลง “อย่าคิดอย่างนั้นเลยคุณ ฉันว่าเราคงเกื้อหนุนกันมา ไม่ชาติใดก็ชาติหนึ่งล่ะ ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่มีน้ำใจกับพวกเราขนาดนี้หรอก”

ไม่นานลือพงษ์ก็ขับรถมาส่งอัมพรที่หน้าบ้านก่อนไปส่งประยงค์กับพะยอม อัมพรขอบใจลือพงษ์และฝากพะยอมให้ดูแลประยงค์ด้วย ยืนมองรถลือพงษ์พาประยงค์ไปบ้านด้วยความเป็นห่วง

พออัมพรขึ้นเรือนหมวดทวีถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง อัมพรบอกว่า

“หมอให้รอดูอาการ” แล้วอัมพรก็เล่าอย่างทุกข์ใจว่า “เรื่องหมา...จริงๆแล้วหมออยากให้ตัดหัวหมาไปตรวจ แต่ไม่รู้จะไปหาเจอรึเปล่า พี่ยงค์เขาปล่อยไว้หลายวัน แผลก็เลยอักเสบ ฉีดยากันบาดทะยักแล้วแต่ก็ต้องไปฉีดยากันหมาบ้าอีกทุกวัน...ยี่สิบกว่าเข็ม อ้าว...แล้วอุไรไปไหนไม่มานั่งคุยเป็นเพื่อนผู้หมวด”

“อุไรอยู่ในห้องครับ แม่คุณอยู่ในครัว”

อัมพรคุยกับหมวดทวีซื่อๆ อย่างเปิดเผย ถามว่าไม่รังเกียจพวกตนที่เป็นชาวไร่ชาวนาหรือ หมวดบอกว่าตนก็ลูกชาวนาเพียงแต่มีโอกาสได้เรียนหนังสือเท่านั้น อัมพรเจียมตัวว่าพวกตนการศึกษาน้อยจบแค่ประถมสี่กัน หมวดก็บอกว่าพ่อตนก็ประถมสี่ แม่ไม่ได้เรียนด้วยซ้ำ

“คุณมาวุ่นวายกับพวกเราไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย” อัมพรพูดออกตัวอีก หมวดบอกว่ามันเป็นความสุขทางใจ “พวกเราไม่ใช่คนดิบคนดีอะไรเลยนะคะ ฉันเป็นม่ายผัวทิ้ง พ่อก็ฆ่าคนตาย น้องสาวก็....ก็พาพี่สาวขึ้นโรงพักเป็นว่าเล่น”

“อยากรู้ไหมว่าผมชอบพวกคุณตรงไหน ผมว่าพวกคุณชัดเจนกันดีครับ แม้แต่ตอนนี้คุณก็ไม่อ้อมค้อมเรื่องที่คุณคาใจ จะว่าไปคุณก็เป็นห่วงผมด้วย” เห็นอัมพรทำหน้างง หมวดอธิบายว่า “ก็คุณกลัวว่าผมจะเสียชื่อไม่ใช่เหรอครับ แต่ผมบอกตามตรงนะว่า ผมไม่ได้คิดคบหาพวกคุณเพื่อหน้าตาผม แต่ผมคบเพราะความรู้สึก...

ยิ่งผมเห็นพวกคุณมีกันสามคนแม่ลูกแล้วถูกคนอื่นรังแกแบบนี้ ผมอยากช่วย อยากแบ่งเบาทุกข์สุขบ้าง”

“แบ่งเบา?”

“ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แต่เอาเป็นว่า ทางบ้านคุณไม่รังเกียจผู้ชายรูปชั่วตัวดำแบบนี้นะครับ”

อัมพรยิ้มแห้งๆ นึกในใจว่าต้องถามอุไรมากกว่ามั้ง....

ooooooo

พาประยงค์ขึ้นบ้านแล้ว ประยงค์เอาแต่เพ้อหาอัมพร พร่ำขอโทษ ขออย่าโกรธตนเลย พะยอมกับลือพงษ์เห็นแล้วได้แต่มองหน้ากัน

พะยอมขอร้องลือพงษ์อย่าเพิ่งกลับอยู่กินข้าวกันก่อน ลือพงษ์ไม่ตอบ พอพะยอมลุกไป ลือพงษ์ก็ลุกบ้าง

ลือพงษ์ไปนั่งซึมที่ห้องโถง ยามพลบค่ำเช่นนี้ ทำให้เขาคิดถึงวันที่เล่นน้ำกับอุไรและได้เสียกัน นึกถึงที่ทะเลาะกันรุนแรงที่หน้าโรงพยาบาล ภาพเหล่านั้นตามหลอนภาพแล้วภาพเล่า ลือพงษ์ได้แต่ถอนใจอย่างอัดอั้น

พะยอมเข้าครัวไปหาของทำอาหารตั้งหม้อข้าวแล้วเดินออกมา ลือพงษ์นั่งเงียบๆอยู่มืดๆพะยอมนึกว่ากลับไปแล้ว พอเรียกจึงรู้ว่ายังอยู่ ถามว่าทำไมไม่จุดตะเกียง ลือพงษ์บอกว่าตนไม่ใช่เจ้าของบ้าน พะยอมจึงไปหยิบตะเกียงมาจุดให้

ลือพงษ์ถามว่าหุงข้าวเสร็จหรือ พะยอมบอกว่าตั้งหม้อไว้แล้ว ว่าจะลงไปเก็บมะนาวมาตำน้ำพริกให้กิน พอหันไปไม่ทันดูเหยียบเอากระป๋องนมเซจะล้ม ลือพงษ์ประคองไว้เนื้อแนบเนื้อ ตาประสานกันอย่างใกล้ชิด

“ขอบใจจ้ะพี่...ฉันนี่ซุ่มซ่ามจัง” พะยอมพูดเขินๆ หลบตาลือพงษ์จะเบี่ยงตัวออก แต่ลือพงษ์ไม่ยอมปล่อย แถมยังจู่โจมจูบจนพะยอมเคลิ้มกับสัมผัสครั้งแรกจากผู้ชาย นิ่งงันไปราวกับโลกหยุดหมุน!

ลือพงษ์ปล่อยใจไปตามปรารถนาของอารมณ์เพราะผู้ใหญ่ให้ท้ายอยู่แล้ว

ทั้งคู่อยู่ในห้องนอนจนหม้อข้าวที่ตั้งไฟไว้ข้าวเดือดน้ำพุ่งจนกระทั่งไหลลงเตา...และข้าวไหม้...

ooooooo

สุดากับสำลีเดินมาหน้าบ้านเห็นไฟมืด สุดาถามแม่ว่ามืดค่ำแล้วน่าจะกลับกันแล้ว พลางร้องเรียก สำลีถามสุดาว่าได้กลิ่นอะไรไหม สุดาบอกว่าเหมือนกลิ่นข้าวไหม้

ด้วยความเป็นห่วง สองแม่ลูกขึ้นไปที่ครัว เห็นข้าวไหม้ สำลีบ่นว่าทำไมตั้งหม้อแล้วไม่ดู มันไปไหนของมัน สุดารีบหาผ้ายกหม้อลง ถามสำลีว่า

“แม่...รถที่จอดอยู่หน้าบ้านมันรถโกตาไม่ใช่เหรอ” สำลีบอกว่าใช่ สงสัยว่าสองคนอยู่เรือนโน้นกัน แล้วพากันออกจากครัว สุดาบ่นว่ามืดอย่างกับไม่มีคนอยู่ สำลีก็ตะโกนเรียกพะยอมไปด้วย สุดารีบห้ามแม่เมื่อได้ยินเสียงบางอย่างแล้วดึงแม่ออกไป

สุดากับสำลีมาหยุดที่หน้าห้องพะยอม ได้ยินเสียงพะยอมร้องไห้กระซิกๆอยู่ในห้อง สองแม่ลูกมองหน้ากันแล้วสุดาก็ทนไม่ได้ผลักประตูเข้าไปถาม

“พะยอม...เอ็งเป็นอะไร”

แล้วทั้งสุดาและสำลีก็ชะงักหน้าเสีย เมื่อเห็นพะยอมนั่งฟุบหน้าร้องไห้ และลือพงษ์นั่งกอดเข่าอยู่ไม่ไกลนัก!

ลือพงษ์กลับถึงบ้านอย่างเงียบขรึม แม่ทักก็ไม่ตอบเดบอกก็ไม่พูด จนโกตาถามนกเล็กว่ามันเป็นอะไรของมัน

ลือพงษ์เข้าห้องไปนอนก่ายหน้าผาก เจ็บใจตัวเองกับสิ่งที่ทำลงไป แต่อีกใจก็แก้ตัวให้ตัวเองว่าดีแล้ว เพราะอุไรยังมีคนใหม่ได้เลย

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นนางอ่ำใส่บาตรเสร็จ ชาวบ้านคนหนึ่งก็มาถามว่าไปตลาดมาหรือยัง นางอ่ำบอกว่าวันนี้ไม่ไปเพราะกับข้าวกับปลามีอยู่แล้ว ชาวบ้านคนนั้นถามว่ายังไม่รู้เรื่องอะไรเลยใช่ไหม นางอ่ำไม่อยากสนใจ ชาวบ้านคนนั้นเล่าจนได้ว่า

“แต่เขาลือกันว่า เมื่อวานนังแย้มมันไม่อยู่ ลูกสาวมันก็เลยถูกผู้ชายขึ้นหาน่ะ”

นางอ่ำผงะ อุไรปราดเข้ามาถามว่า “ใคร...ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใครป้า!” ชาวบ้านคนนั้นบอกว่าสำลีเล่าว่าสุดาเห็นมากับตา อุไรย้ำถามอย่างร้อนใจ “ฉันถามว่า ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร!”

“จะใครซะอีกล่ะอุไรเอ๊ย...ก็ไอ้ลือพงษ์แฟนเอ็งน่ะสิ”

อุไรช็อก มือเท้าเย็นแทบจะเป็นลม

พอขึ้นเรือนอุไรร้องไห้โฮ อัมพรปลอบน้องว่าอย่าเพิ่งไปเชื่อปากคนมันห้ามกันไม่ได้ ข่าวลือยังไงก็เป็นข่าวลือ ส่วนนางอ่ำก้มหน้าอย่างไม่รู้จะปลอบอุไรอย่างไร อุไรบอกอัมพรว่าสันดานผู้ชายมันก็เป็นอย่างนี้แหละ อัมพรบอกว่าตนจะไปเอาความจริงจากปากลือพงษ์เอง

“ไม่จำเป็นหรอกพี่อัมพร ทุกอย่างมันเข้าทางอีแย้มหมดแล้ว ฉันเห็นสันดานแท้ๆของพวกมันแล้ว...อีเพื่อน ทรยศ ชาตินี้อย่าเผาผีกันเลย” แล้วอุไรก็ลุกเข้าห้องไป

ooooooo

นางแย้มไปถึงบ้านโกตาก่อนแล้ว โกตาบอกว่าตนเพิ่งเค้นถามเอาความจริงจากลือพงษ์เมื่อเช้านี้เอง มันถึงได้ยอมรับ นางแย้มยิ้มเต็มหน้าชมเปาะว่า

“โถ...พ่อลือพงษ์นี่ช่างเป็นลูกผู้ชายอกสามศอกแท้ๆทำอะไรไว้ก็ยืดอกยอมรับ” นกเล็กถามว่าแล้วนางแย้มจะเอายังไงดี “ไหนๆมันก็มากันถึงขั้นนี้แล้ว ก็อย่าให้พะยอมมันตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเขาเลย มันจะได้อายกันเปล่าๆ ฉันน่ะสงสารลูก อีกอย่าง...ถ้าเด็กมันไม่รักกัน มันก็คงไม่เข้าหากันอย่างนี้หรอก จริงไหมล่ะแม่นกเล็ก”

โกตาเสนอว่างั้นก็หมั้นกันไว้ก่อนปลายปีค่อยแต่ง นางแย้มแย้งทันทีว่าทำไมต้องรอให้เนิ่นนานขนาดนั้น โกตาเสนอว่างั้นก็เป็นหลังเกี่ยวข้าวจะได้เร็วขึ้นหน่อย แต่ก็ยังไม่ทันใจนางแย้ม แต่อ้างว่าไม่ทันใจเด็กมันเสนอใหม่ว่า

“เย็นนี้ผูกข้อไม้ข้อมือ ตกค่ำก็ส่งตัวเข้าห้องหอกันเลยก็สิ้นเรื่อง” นกเล็กถามมึนๆว่าเอางั้นเลยหรือ

“ทำแค่เป็นพิธีเท่านั้นแหละแม่นกเล็ก ชาวบ้านจะได้เลิกปากยื่นปากยาวกันเสียที”

แต่พอนกเล็กกับโกตาพูดถึงเรื่องสินสอดทองหมั้นนางแย้มก็ทำเป็นโกรธบอกว่าไม่ต้อง บาทเดียวตนก็ไม่เอา บอกแล้วว่า “เด็กมันรักกันแค่มันได้สมหวังร่วมหอลงโรงกันหัวอกคนที่เป็นแม่อย่างฉันก็ปลื้มใจจนไม่รู้จะปลื้มยังไงแล้ว”

โกตากับนกเล็กแอบโล่งอก ส่วนนางแย้มปากพูดไปอย่างนั้นเพราะต้องการเอาชนะอุไร แต่แอบเสียดายเหมือนกัน

ooooooo

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 4 วันที่ 21 เม.ย. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ