อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 5 วันที่ 24 เม.ย. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 5 วันที่ 24 เม.ย. 58

“ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก ถึงจะได้หมายค้นมามันก็คงพาลูกฉันหลบไปซ่อนที่อื่นแล้ว สันดานมันเหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้อง ฉันขอสาปแช่งให้พวกมันต้องเจอกับความเจ็บปวด เพราะต้องพลัดพรากสูญเสียลูกมันบ้าง มันจะได้รู้ซึ้งถึงหัวอกคนอื่นเขา” อัมพรเช็ดน้ำตาอย่างพยายามตัดใจ ในขณะที่หมวดทวีนิ่งฟังอย่างเห็นใจ

กลับถึงบ้านอัมพรเล่าให้นางอ่ำฟัง นางอ่ำบอกว่าเรื่องนี้เอาไว้ก่อน ตอนนี้เอาเรื่องย้ายบ้านก่อน ถามว่าเราจะย้ายเมื่อไหร่ดี หมวดทวีถามว่าอาทิตย์หน้าทันไหมตนจะได้พาไปดูตึกที่จะเช่ากันก่อน


พออัมพรรู้จากแม่ว่า พาอุไรไปหานางแย้มเมื่อเช้า ถูกไล่ตะเพิดซ้ำยังหาว่าเด็กในท้องอุไรไม่ใช่ลูกของลือพงษ์ นางอ่ำบอกว่ากลัวอุไรจะคิดสั้น อัมพรบอกแม่ว่าอุไรไม่ใช่คนอย่างนั้นหรอก

“แม่ไม่อยากเห็นมันต้องทนตากหน้าอยู่ในหนองนมวัวให้อายใครๆเขา อยากจะย้ายไปอยู่ที่อื่นเสียวันนี้พรุ่งนี้เลย”

“ยังไงเราก็ต้องย้ายกันแน่...แม่ไม่ต้องห่วงหรอก แล้วอุไรมันก็ต้องมีคนกู้หน้าให้ด้วย” อัมพรหมายมาดมั่นใจ

“มีลูกติดท้องอย่างนี้ ใครเขาจะยอมรับมัน” นางอ่ำกังวล...เป็นทุกข์

ooooooo

ค่ำนี้ขณะหมวดทวีขับรถกลับ ชนประยูรที่กำลังเร่งรีบกลับบ้าน หมวดรีบลงไปดู ประยูรขอโทษหมวดบอกว่าตนไม่เป็นไร

ประยูรรีบร้อนจะกลับไปบอกนางแย้มว่าประยงค์ อาการหนัก หมวดทวีจึงขับรถไปส่งที่บ้าน พอนางแย้มรู้อาการของประยงค์ว่าอยู่ในขั้นวิกฤติ ทั้งประยูร นางแย้ม พะยอม สุดา และลือพงษ์ก็รีบไปโรงพยาบาล

นางแย้มโผเข้าไปที่เตียง พร่ำบอกว่าแม่มาแล้ว ถามว่าได้ยินไหม ในขณะที่ประยงค์เอาแต่เพ้อ นางแย้มจับมือบอกว่า

“เอ็งต้องหายนะยงค์ หายแล้วจะได้กลับบ้านนะลูก”

แม้ประยงค์จะสงบลง แต่เขาก็เอาแต่เพ้อเรียก “อัมพร...อัมพร...” ไม่ขาดปาก จนประยูรบอกแม่ว่าให้ไปตามอัมพรมาเถอะ นางแย้มสวนเสียงแข็งว่า “ไม่! ไม่ต้องตาม!!”

“แต่เขาเป็นผัวเมียกันนะ พี่ยงค์เขารักพี่อัมพรมากนะแม่ แม่ก็เห็น เพ้อออกมาเรียกหาแต่พี่อัมพร”

“ไม่!!” นางแย้มยืนกระต่ายขาเดียว

แม้แต่สุดาที่นางแย้มหมายได้เป็นสะใภ้ก็ยังสงสารประยงค์ขอร้องให้ไปตามอัมพรมา พะยอมก็อ้อนวอนขอให้ประยงค์ได้พบอัมพรคนที่เขารักเป็นครั้งสุดท้ายด้วยเถิด กระนั้นนางแย้มก็ยังนิ่งเฉยอย่างเลือดเย็นอำมหิต จนประยูรทนไม่ได้หันไปชวนลือพงษ์

“ไอ้พงษ์ ไปด้วยกัน ไปรับพี่อัมพร” พูดแล้วเดินนำลิ่วไป ลือพงษ์ตามไป นางแย้มได้แต่นิ่งหน้าเครียดประยูรไปตะโกนเรียกอัมพรกับนางอ่ำที่หน้าบ้าน บอกอย่างร้อนใจว่า

“พี่ยงค์แย่แล้ว อาอ่ำบอกพี่อัมพรให้ไปดูใจแกหน่อยเถอะ แกเพ้อถึงแต่พี่อัมพรไม่ขาดปาก” พออัมพรกับอุไรเดินออกมา ประยูรอ้อนวอน “ฉันขอร้องล่ะพี่อัมพร จะให้ฉันกราบก็ได้ พี่ทิ้งทิฐิไปให้หมดเถอะ ไปดูใจพี่ยงค์เป็นครั้งสุดท้ายด้วย”

ในที่สุด หมวดทวีก็ขับรถพาอัมพรไปโรงพยาบาล อัมพรร้องไห้ไปตลอดทาง หมวดทวีได้แต่มองอย่างเห็นใจ

ooooooo

ในห้องคนไข้ นางแย้มพร่ำเรียกประยงค์ให้ลืมตามาคุยกับแม่ ให้รีบหายเพราะข้าวในนายังรอเขาไปเกี่ยวอยู่ แต่ประยงค์ก็นอนเหมือนไม่รับรู้อะไร

ทันใดนั้น ประยูรผลักประตูเดินนำอัมพรเข้ามา อัมพรโผกอดประยงค์พร่ำเรียกอ้อนวอน...

“พี่ยงค์...พี่ยงค์...ฉันมาแล้ว พี่อย่าเป็นอะไรนะ พี่...พี่ได้ยินเสียงฉันไหม พี่ยงค์...”

“อัมพร...อัมพร...” ประยงค์เพ้อ พยายามลืมตาอย่างยากเย็น อัมพรบอกว่าตนมาแล้ว เห็นตนไหม

นางแย้มร้องไห้น้ำตาอาบหน้า จนพะยอมบอกให้ไปนั่งทางโน้นดีกว่า นางแย้มไม่ยอมไปยืนยันจะขออยู่ใกล้ๆลูก บอกประยงค์ให้ทำใจดีๆ ไม่ต้องห่วง ตนจะเลี้ยงยงยุทธให้อย่างดี ประยงค์ลืมตาหันมองนางแย้มพยายามพูดอย่างยากลำบาก

“ผะ...ผะ...ผม ขะ...ขอลูก คะ...คืนให้...อะ...อัมพรได้ไหม”

พูดจบก็คอพับสิ้นใจทั้งที่ยังลืมตาค้าง...ทุกคนช็อกกับการจากไปของประยงค์

อัมพรกลับไปกับหมวดทวี เธอร้องไห้อย่างหนักจนหมวดปลอบให้หักห้ามใจและดูแลตัวเองให้ดี เพราะเธอยังต้องต่อสู้ฟาดฟันกับอะไรๆอีกมาก อัมพรคร่ำครวญว่าไม่รู้จะอยู่ไปทำไม หมดสิ้นแล้วทั้งผัวทั้งลูก

“คุณยังมีแม่ มีน้องสาวคุณนะ อย่าลืม คุณต้องอยู่ต่อไปอย่างเข้มแข็งเพื่อพวกเขา” หมวดปลอบและให้กำลังใจ

ooooooo

นางแย้มตกอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจจนแทบคุมสติไม่อยู่ พอประยูรบอกให้กลับบ้านก่อนพรุ่งนี้ค่อยมารับประยงค์ไปวัดก็ไม่ยอมกลับจะอยู่เป็นเพื่อนประยงค์

ทั้งพะยอมและสุดาช่วยกันหว่านล้อมให้กลับไปก่อนเพราะยังมีเรื่องที่จะต้องทำอีกมาก นางก็เอาแต่ ร้องไห้ฟูมฟาย

“แม้แต่เรื่องยงยุทธฉันว่ารีบคืนให้พี่อัมพรไปเป็นดีที่สุด พี่ยงค์เขาจะได้สบายใจ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้สั่งเสียอะไรนอกจากเรื่องนี้เรื่องเดียว คืนลูกเขาไป ให้แม่ลูกเขาอยู่ด้วยกันเถอะนะแม่นะ” ประยูรหว่านล้อม แต่นางแย้มก็เอาแต่ร้องไห้

นางอ่ำได้รับข่าวการตายของประยงค์ด้วยความตกใจเสียใจ หมวดทวีบอกว่ายังดีที่ทันได้ดูใจกัน พูดแล้วหันมองอัมพรที่นั่งซึมอยู่ที่มุมหนึ่งมีอุไรปลอบใจอยู่ใกล้ๆ เมื่อหมวดทวีลากลับ นางอ่ำจึงเดินไปส่งที่บันได

อัมพรคิดถึงการพบกับประยงค์ครั้งหลังสุดที่กระท่อมปลายนาแล้วยิ่งเศร้า เมื่อจู่ๆประยงค์ก็ถามขึ้นว่า ถ้าตนตายก่อนอัมพรจะมีผัวใหม่ไหม เธอตอบทีเล่นทีจริงว่าดูก่อนว่าตายตอนไหน ประยงค์ถามว่าทำไมล่ะ?

“ถ้าตายตอนหนุ่มก็อาจจะมี” ประยงค์ถามว่าถ้าสักสี่สิบล่ะ? “ตอนนั้นลูกโตแล้ว ฉันก็คง...คงเห็นแก่ลูก” ถูกประยงค์ดักคอว่าถ้าไม่เห็นแก่ลูกก็คืออยากมี???

เห็นประยงค์เริ่มเครียด อัมพรหัวเราะบอกว่าพูดเล่น เลยถูกประยงค์ทำโทษประสาผัวเมียในกระท่อมปลายนานั่นเอง

คิดถึงวันนั้นแล้ว อัมพรยิ่งร้องไห้ ได้แต่พร่ำบอก “พี่ยงค์...ฉันขอโทษนะพี่...ฉันขอโทษ...”

ooooooo

พอค่อยสร่างจากความโศกเศร้า นางแย้มก็หาว่าประยงค์ตายเพราะถูกอัมพรสาปแช่ง ร้ายกว่านั้นคือ ทั้งกล่าวโทษและจองเวรอาฆาตมาดร้ายยิ่งกว่าเดิม ก่นด่าปาวๆ

“มันคงตรอมใจ เพราะไม่ทันไรอีอัมพรมันก็เอาผัวใหม่มาเย้ยให้เห็น อีคนบ้านนี้มันอัปรีย์จัญไรกันทั้งบ้าน พ่อมันทำให้ผัวฉันตายไปคนหนึ่งแล้ว ลูกมันยังมาพรากยงค์ไปจากฉันอีก ชาตินี้ฉันจะขอจองเวรจองกรรมกับพวกมันให้ถึงที่สุด!”

ประยูรกับพะยอมได้แต่ปลงกับความอาฆาตแค้นของแม่

ส่วนสำลี พอประยงค์ตายก็สั่งสุดาให้อาบน้ำ แต่งตัวให้สดชื่นจะได้ช่วยนางแย้มรับแขก สุดาบอกว่าแค่นี้ตนก็อายเขาจะแย่อยู่แล้ว แม่ไม่ได้ยินที่ชาวบ้านนินทากันหรือว่าตนมีส่วนทำให้ผัวเมียเขาผิดใจกัน

“เอ็งจะมามัวคิดเล็กคิดน้อยทำไม เรื่องพรรค์นี้ใครดีใครได้ มันนินทากันสักพักเดี๋ยวก็เลิกกันไปเอง

สันดานคนมันก็ยังงี้แหละ” สุดาถามว่าตนควรจะทำอย่างไร “ไม่เห็นต้องทำยังไงนี่หว่า”

“แล้วฉันจะหาผัวได้ไหมล่ะแม่ ในเมื่อคนทั้งหนองนมวัวมันคิดว่าฉันกับพี่ยงค์มีอะไรกันแล้ว ใครมันจะมาเอาฉัน”

“เอ็งทำเฉยๆ แม่จัดการเอง ยังไงแม่ก็ไม่ปล่อยให้เอ็งอยู่ไปจนเทื้อขึ้นคานหรอกวะ” สำลียิ้มมีแผน

ส่วนอัมพรนั่งซึมอยู่ที่มุมบ้าน ชาวบ้านที่ผ่านมาเห็นก็ร้องถามว่าไม่ไปวัดหรือ อัมพรบอกว่าคงไม่ไป ไม่อยากถูกนางแย้มด่าเอากลางงาน เพราะขืนด่ามาตนก็คงทนไม่ได้ ทะเลาะกันกลางวัดอายเขาเปล่าๆ

“แล้วที่ชาวบ้านเขาลือกันว่าอุไรมันท้องน่ะ จริงรึเปล่าวะอัมพร” อัมพรถามว่าได้ยินมาจากไหน ป้าคนนั้นบอกว่าได้ยินเขาพูดกัน อัมพรพูดปลงๆว่าจะเอาอะไรกับปากคน คิดอะไรก็พูดได้ทุกเรื่อง ป้านั่นเลยไม่รู้ว่าอุไรท้องหรือไม่ท้อง

ส่วนนางอ่ำปรารภกับอัมพรว่าสงสารอุไร จะมองหน้าใครได้ยังไงถ้าได้ชื่อว่าท้องไม่มีพ่อ

“ฉันกลัวใจมันมากกว่าแม่ อุไรมันเป็นคนเข้มแข็ง ไอ้เรื่องจะคิดหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตายน่ะ ฉันว่าไม่มีทางหรอกแม่ แต่ฉันกลัวว่า...มันจะหนีไปเอาเด็กออกหนีปัญหา”

นางอ่ำใจหายวาบ รู้อยู่เต็มอกว่า นั่น...มันบาปหนัก!

ooooooo

พะยอมทำตามที่นางแย้มเสี้ยมและสอน วันนี้เห็นลือพงษ์เลี่ยงไปนั่งที่มุมหนึ่งของศาลาวัด จึงไปเรียกให้กินข้าวบอกว่าตนตั้งสำรับไว้แล้ว ลือพงษ์บอกว่าไม่หิวก็ตื๊อว่าหรือจะให้ตักราดข้าวมาให้

“บอกว่าไม่หิวก็ไม่หิวสิ เลิกมาเซ้าซี้กวนใจเสียทีได้ไหม รำคาญ หิวเมื่อไหร่ก็ไปกินเองแหละ ไม่ต้องมาแสดงให้ใครต่อใครเขาเห็นหรอกว่าเป็นเมียฉัน” ว่าแล้วลุกไปเลย พะยอมยืนหน้าจ๋อยน้ำตาร่วงอยู่ตรงนั้น

ลือพงษ์ลงไปนั่งที่ชั้นล่างของศาลา ประยูรเดินมาถามว่าไปพูดอะไรให้พะยอมเสียใจเห็นนั่งร้องไห้อยู่บนศาลาโน่น

ลือพงษ์ตอบอย่างมีอารมณ์ว่า “พูดความจริง รับไม่ได้ก็ช่วยไม่ได้”

“รักษาน้ำใจกันหน่อยโว้ย ยังไงน้องสาวข้าก็ได้ชื่อว่าเป็นเมียเอ็ง”

“ในเมื่อข้าไม่ได้รักแล้วจะให้ทำยังไง” ลือพงษ์ชักฉุน ประยูรถามว่าคิดจะกลับไปคืนดีกับอุไรรึไง “อย่างน้อย เด็กในท้องอุไรก็ลูกข้า ยังไงข้าก็ต้องรับผิดชอบ”

ประยูรนิ่งไป รู้สึกเห็นใจลือพงษ์ขึ้นมาไม่น้อย ผิดกับนางแย้มเห็นพะยอมร้องไห้ก็เข้าไปเอ็ดเบาๆว่าแค่นี้ก็ต้องร้องไห้ พะยอมเล่าว่าลือพงษ์บอกว่ารำคาญตน นางแย้มของขึ้นถามว่า

“ก็ช่างหัวมันสิ รำคาญแล้วเอามึงทำเมียทำไม มึงไม่ถามมันไปล่ะ” พะยอมบอกว่าแค่นี้ตนก็อายจะแย่แล้ว “อียอม...ยังไงมึงก็ต้องทน ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อยังงี้ ลือพงษ์มันคงยังตัดจากอีอุไรมันไม่ได้ มึงต้องคอย

ประกบเอาอกเอาใจให้ดี บางเรื่องมึงก็ต้องทำเอาหูทวนลมเสียบ้าง กูไม่ได้ขู่นะ มึงจะอับอายขายขี้หน้าชาวบ้านมากกว่านี้ถ้าผัวมึงพากันหนีไปกับอีอุไรขึ้นมา”

ปากบอกพะยอมไปอย่างนั้น แต่นางแย้มก็แว่บไปบ่นกับนกเล็ก นกเล็กบอกว่าลือพงษ์เป็นคนใจอ่อน เห็นน้ำตาเข้าเดี๋ยวก็ลืมอุไรไปเองแหละ นางแย้มแถมด้วยการเป่าหูยุยงนกเล็กว่าอุไรมั่วกับผู้ชายหลายคนแต่หมายจับลือพงษ์เพราะหวังสมบัติ นกเล็กผสมโรงเป็นปี่เป็นขลุ่ยว่าขืนได้อุไรมาเป็นสะใภ้ ตนกลั้นใจตายดีกว่า

นางแย้มพูดอย่างสะใจอีกว่าคอยดูเถอะ อุไรทนไม่ได้ก็ต้องไปหานังอาบหมอตำแยที่รับทำแท้งด้วย

ลือพงษ์ได้ยินทั้งสองคุยกันแล้วใจคอปั่นป่วน กลัวอุไรจะทำอย่างที่นางแย้มพูดจริงๆ

ooooooo

วันนี้นางอ่ำกับอัมพรชวนอุไรไปดูทำเลตึกที่จะย้ายไปอยู่กัน อุไรไม่อยากไป บอกแม่กับอัมพรว่าสองคนไปดูก็ได้แล้ว แม่กับพี่ไปไหนตนก็ไปด้วยทั้งนั้น

ลือพงษ์กระวนกระวายใจ โอกาสเหมาะเมื่อนางอ่ำกับอัมพรไปดูตึกแถวในเมืองย่องขึ้นไปหาอุไร ถูกอุไรขับไล่ไสส่งอย่างโกรธแค้น ลือพงษ์กอดอุไรบอกว่าตนยังรักเธออยู่ อุไรถามอย่างเจ็บปวดว่า

“คนรักกันเขาทำกันอย่างนี้หรือ...เขาทรยศนอกใจกันอย่างนี้หรือ” อุไรทั้งตบทั้งตีลือพงษ์แต่เขาก็ไม่ตอบโต้ เมื่ออุไรไม่ฟังและไม่หยุด ลือพงษ์พูดอย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ว่า

“ในเมื่อเค้าให้โอกาสตัวเองแล้ว ตัวเองกลับทำลายโอกาส เราก็คงไม่จำเป็นต้องคุยอะไรกันอีก....แล้วลูกล่ะ?”

“ลูกเหรอ?...ทำแท้งก็สิ้นเรื่อง” พูดแล้วอุไรสะบัดออกไป ลือพงษ์เย็นวาบไปทั้งตัว ตามไปบอกว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ “ทำไมจะไม่ได้ จะเก็บมันเอาไว้ประจานหน้าแม่มันทำไม พ่อมันก็ไม่มี” ลือพงษ์ถามว่าคุยกันดีๆ ไม่ได้หรือ “ได้...แต่ตัวเองต้องเลิกกับมัน แล้วมาแต่งงานกับเค้าแทน เด็กถึงจะมีสิทธิ์ลืมตาดูโลก”

ลือพงษ์เสียงอ่อยว่ารู้อยู่ว่ามันเป็นไปไม่ได้ อุไรแข็งกร้าวว่าตนก็ไม่ยอมเป็นเมียน้อยใครเหมือนกันลือพงษ์ต่อรองว่าตนจะช่วยค่าเลี้ยงดูลูกเอง ขออย่างเดียวขอให้อุไรเอาลูกไว้

“ไม่! ฉันจะไม่มีวันรับเงินทองของใครเพื่อเลี้ยงลูกทั้งนั้น ถ้าฉันจะปล่อยให้เด็กมันลืมตาดูโลก ฉันก็จะเลี้ยงมันด้วยน้ำพักน้ำแรงของฉันเอง แต่ถ้าคุณคิดจะช่วยเลี้ยง ฉันก็ต้องการตำแหน่งผัวเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น” อุไรยื่นคำขาด
ลือพงษ์มืดแปดด้าน นางอ่ำกับอัมพรกลับมาได้ยินชัดๆเต็มสองหู ต่างมองหน้ากันอึ้ง

ooooooo

ลือพงษ์เดินหัวเสียออกไป เจอหมวดทวีลงจากรถพอดี หมวดทัก “สวัสดีครับ” ลือพงษ์มองหน้าบอกบุญไม่รับเพราะคิดว่าเป็นแฟนใหม่ของอุไร หมวดถามว่ามาหาอุไรหรือ ลือพงษ์ไม่ตอบเดินผ่านไปเลย

อุไรก้มกราบนางอ่ำขอโทษที่ทำให้แม่อับอายขายหน้าชาวบ้าน นางอ่ำปลอบใจว่าที่แล้วมาก็ให้แล้วไปถือเสียว่าผิดเป็นครู อัมพรถามว่าแล้วเรื่องลูกล่ะ หวังว่าอุไรจะไม่เอาเด็กออกจริงๆใช่ไหม

“เรื่องนั้นมันไม่เคยอยู่ในหัวฉันเลยพี่อัมพร ลูกของฉันยังไงฉันก็ไม่มีวันทำร้ายเขาได้หรอก ที่พูดออกไปฉันก็แค่อยากจะดูน้ำใจคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อมันท่านั้น”

เป็นคำตอบที่ทำให้ทั้งนางอ่ำและอัมพรโล่งใจ อัมพรบอกอุไรว่า เอาไว้ตนเอายงยุทธคืนมาได้เมื่อไรเราจะเลี้ยงลูกคู่กัน ลูกของเราจะเป็นพี่น้องกลมเกลียวกัน อุไรยิ้มรับ สามแม่ลูกกอดกันด้วยความรัก น้ำตาแห่งความตื้นตันต่างไหลอาบหน้า

พะยอมยังตามวอแวลือพงษ์จนเขารำคาญ เลยกระชากเข้าไปกอด แล้วลือพงษ์ก็แก้แค้นด้วยการจูบอย่างระห่ำและทำหน้าที่ผัวระบายความอัดอั้น พะยอมร้องไห้กับสัมผัสแรกที่ได้รับจากลือพงษ์ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดและสับสนระคนกัน

ที่งานสวดศพประยงค์นี่เอง สุดากับประยูรพูดหยอกล้อประสาคนโตมาด้วยกันไม่คิดอะไร แต่สำลีที่ลอบดูอยู่ ฉุกคิดอะไรบางอย่าง ถามสุดาว่าคุยอะไรกับประยูร สุดาบอกคุยกันเรื่อยเปื่อย สำลีชมว่าที่จริงประยูรก็หน่วยก้านดี เรียนจบออกมาได้ก็รับราชการแล้ว สุดา ทำหน้าเบ้ว่าประยูรเจ้าชู้อย่างกับอะไรดี แต่สำลีกลับเห็นว่าเป็นผู้ชายต้องเจ้าชู้บ้างเป็นธรรมดา มันอยู่ที่คนเป็นเมียจะเอาอยู่หรือไม่ต่างหาก

“แม่คิดอะไรอยู่เนี่ย”

“เป็นตำรวจก็ดีมีบารมีใครก็ต้องกลัว แถมรวยเร็วด้วย ข้าเห็นมาหลายรายแล้วรวยเอ๊ารวยเอา รถเก๋งไม่รู้กี่คันต่อกี่คัน”

สุดาฟังแล้วอ่านใจออกว่าแม่คิดอะไรอยู่

ooooooo

ครอบครัวนางอ่ำที่ถูกนางแย้มกับพวกโกรธแค้นรังเกียจรังแกมาตลอด เมื่อได้รับความโอบเอื้ออาทรจากหมวดทวี ต่างรู้สึกดีที่พวกตนไม่ได้เป็นญาติอะไรกัน แต่หมวดก็มีน้ำใจให้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย จนอัมพรบอกว่าหมวดสนใจอุไร

อัมพรแนะให้อุไรบอกเรื่องที่ตัวมีท้องเผื่อเขาจะเต็มใจแต่งงานด้วยทั้งที่รู้ว่ามีท้อง อุไรบอกพี่สาวอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“ไม่หรอกพี่ คนเราจะตัดสินใจร่วมหอลงโรงกับใครมันต้องมีความรักเป็นตัวตั้ง ฉันไม่ปฏิเสธว่าผู้หมวดทวีเขาเป็นคนดีมาก แต่ฉันไม่ได้รักเขาเลย ฉันขอบใจพี่มากที่หวังดีต่อฉัน แต่ฉันตั้งใจเอาไว้แล้ว ฉันจะไม่มีวันแต่งงานใหม่อย่างเด็ดขาด ฉันจะเลี้ยงลูกด้วยตัวของฉันเองพี่อัมพร”

“เอ็งจะรอให้ลือพงษ์มันเลิกกับอีพะยอมยังงั้นเหรอ”

“ไม่หรอกพี่ ฉันไม่ยอมเสียเวลารอหรอก ถึงเขาจะสลัดอีพะยอมมาได้จริงๆ พี่มั่นใจเหรอว่าอีแย้มมันจะไม่พาอีพะยอมตามมาราวีฉันกับเขา จนกระทั่งเรา หาความสุขกันไม่ได้ ฉันคิดไม่ผิดใช่ไหมพี่อัมพร”

เพราะไม่อยากไปวัดให้ถูกนางแย้มด่าให้อายชาวบ้าน เช้าตรู่วันนี้อัมพรจึงแอบไปขออโหสิกรรมกับประยงค์ที่โลงศพ ขอให้ประยงค์ช่วยดลใจให้นางแย้มยอมคืนลูกให้ตน สัญญาว่าตนจะเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำได้

ประยูรนอนที่ศาลา ตื่นมาเห็นอัมพรแว้บๆ เขาได้แต่มองตามอัมพรไปด้วยความเห็นใจ

เมื่อพะยอมเป็นเมียลือพงษ์สมใจในคืนนั้นแล้ว นางก็ไปเยาะเย้ยอุไรถึงที่บ้าน ทำเป็นขอร้องว่าอย่าคิดที่จะเอาลือพงษ์กลับไป อีกไม่นานตนกับลือพงษ์ก็จะมีลูกด้วยกันแล้ว จะให้กราบขอร้องตนก็ยอม

“เมียหลวงลงทุนมากราบตีนเมียน้อยถึงที่เลยเหรอเนี่ย น่าสมเพชว่ะ เอ็งไม่ต้องลดศักดิ์ศรีเอ็งขนาดนั้นหรอกพะยอม สักวันเอ็งก็จะได้รู้เองว่ารสชาติของการถูกทรยศหักหลังมันเป็นยังไง ตั้งหน้าตั้งตาเลี้ยงลูกเอ็งให้มันได้ดีเถอะ โตขึ้นมันจะได้ไม่จัญไรเหมือนพ่อแม่มัน”

พะยอมหน้าชาพูดไม่ออกหันหลังเดินออกไป อุไรมองตามอย่างสมเพช

ooooooo

นางแย้มกับสำลีคุยกันถึงข่าวครอบครัวนางอ่ำที่ซ้งข้าวในนาปีนี้เก็บค่าเช่าทั้งเป็นข้าวและเป็นเงิน นางแย้มพูดอย่างสะใจว่าคงหมดปัญญาจะทำกินกันแล้ว

สำลีเล่าว่า ข่าวว่าทั้งสามคนจะย้ายเข้าเมืองไปขายข้าวแกงกัน เห็นว่าไปเช่าตึกไว้แล้วทำเลดีด้วย แต่ไม่ว่าจะอย่างไร นางแย้มก็พูดอย่างสะใจว่า

“ดีแล้ว แค่พวกมันไสหัวไปเสียจากหนองนมวัวนี่ได้ ข้าว่าหมู่บ้านนี้มันก็น่าอยู่ขึ้นมาเป็นกองแล้วล่ะ”

นางอ่ำ อัมพร และอุไร สามแม่ลูกช่วยกันเก็บข้าวของเตรียมย้ายบ้านกัน อุไรหักโหมเสียจนนางอ่ำบอกให้เพลาๆลงบ้างเพราะยังมีเวลาเหลือแหล่ อัมพรบอกว่าเผาศพประยงค์เสร็จตนจะไปขอลูกคืนจากนางแย้ม ได้ลูกคืนมาเราก็จะไปจากที่นี่และจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 5 วันที่ 24 เม.ย. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ